สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ตลาดอาริยะ ขาดทุนอย่างจริงใจ_.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข8 พฤษภาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ตลาดอาริยะ ขาดทุนอย่างจริงใจ พ่อครูว่า...คนที่มีปัญญามีความรอบรู้พอว่าการที่จะมาลดกิเลสให้มาจนจริงๆไม่ง่าย แต่ทำได้ ขอให้เข้าใจและเห็นจริงมาทำกันคนที่เห็นจริงนั้นมีเยอะ นอกนั้นยังไม่จริงอาจจะรู้ด้วยปฏิภาณปัญญาแต่ไม่เห็นจริง คนที่เห็นจึงจะมาพยายามปฏิบัติฝึกหัดลดละให้เป็นคนจนได้จริงๆเลย ไม่ว่าคนในยุคไหนไหนก็ตามสามารถฟังธรรมพระพุทธเจ้าแล้วเกิดภูมิปัญญาปฏิบัติตามได้จริง โลกไม่ว่างจากพระอรหันต์ เพราะเป็นยอดของปีระมิดจึงมีได้น้อยแต่เป็นไปได้จริง ก่อนจะได้สาธยายก็ขอนำประเด็นที่ท่านผู้ชมคนนี้ส่งมาทางท่านจันทร์ ก็จะขอวิจารณ์ซ้อนแต่ไม่ได้พูดด้วยการข่มแต่เป็นการนำเสนอความรู้วิชาการก็ขอบคุณที่ได้นำเสนอความเห็นมาจริงๆ มีท่านผู้หนึ่งติดตามชมบุญนิยมทีวีอย่างใกล้ชิดแล้วส่งข้อความผ่านมาทางท่านจันทร์อย่างละเอียด

_ต้องระวัง เชื้อโรคทางศีลธรรม ซึ่งแทรกเข้ามาบน เวทีชาวบ้าน .. ซึ่งบุคคลภายนอกขอขึ้นมาร้อง .. ซึ่งควรมีการกลั่นกรองจากผู้มีประสบการณ์ทางโลกร่วมอยู่ด้วย.. จริงๆหน้าจะให้มีภาพลักษณ์ของธรรมะ โดยการเปลี่ยนเป็น เวทีศีล5 มากกว่า.. (ชม ภาพมุมสูง ใน งานตลาดอาริยะ,13-4-59 ,คลิปรีรัน14-4-59)... นี่แหละ!..ที่อโศกมักไปคิดภาคภูมิใจ ว่ามีรถต่างๆเป็นจำนวนมากที่หลั่งใหลเข้ามาหาซื้อข้าวของในตลาดอาริยะ .. แต่อโศกมักมองข้ามความจริงว่า.. แล้วเราได้คิดมั้ย ว่าบรรดาคนที่มีรถปิ๊คอัพขนของ รถส่วนตัวเหล่านี้นั้น เขาเป็นคนที่มีความทุกข์ยากไร้ ยากจน อดอยากแร้นแค้นมากมาย ที่ควรได้รับการเกื้อกูล (มากกว่าชาวเอธิโอเปียหรือชาวเคนยา ที่สังขารร่างกายทั้งของ เด็ก เด็กทารกและผู้ใหญ่ ก็ตามนั้น.. ที่มองเห็นแต่ซี่โครงเป็นซี่ๆที่เหลือแต่หนังหุ้มกระดูกเท่านั้น ..)กระนั้นหร

อ่านต่อ

ือ .. อโศกจึงควรใคร่ครวญถึงสิ่งที่กระทำ เพื่อความให้ดูเหมือนยิ่งใหญ่แตกตื่นแปลกตาขององค์กรอโศกให้ดีๆด้วยนะครับ.. (พ่อครูว่า...อโศกไม่ได้มองข้ามได้มองเห็นความจริง เพียงแต่ไม่ได้ไปบอกท่านเท่านั้น แล้วที่บอกว่าจะให้ไปช่วยเอธิโอเปียนั้น ก็ขอค่าเครื่องค่าขนของ ท่านไม่ได้รู้ข้อจำกัดของเราจึงได้แต่พูดไม่ได้ทำเลย ของเรามีข้อจำกัดช่วยได้แค่นี้ แต่ขอบคุณนะที่บอกละเอียดมา แต่ขอวิจารณ์ซ้อน) ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ เมื่อเราขายของถูกเกินไป เข้าขั้นขายขาดทุนมากๆ (ซึ่งเป็นการทำลายกฎเกณฑ์ของการตลาดทุนนิยมทั่วไป ซึ่งเขาทำมาหากินกันโดยสุจริตกันเพื่อความ อยู่รอดตามธรรมชาติ)นั้น.. แน่นอน!..เมื่อเรายังไม่ได้ทำให้ลดละกิเลสโลภ อยากติดกาม ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ในจิตวิญญาณของประชาชน (ซึ่งเป็นงานของโพธิสัตว์โดยเฉพาะนั้น ..).. เขาก็ย่อมต้องการที่จะซื้อสินค้าเหล่านั้นไปกักตุนไว้มากๆ (ซึ่งสร้างนิสัยกักตุน )ใช่หรือไม่ .. ความจริงนั้น.. งานโพธิสัตว์นั้นควรเน้นเรื่องของการพัฒนาปรับปรุงจิตวิญญาณโดยเฉพาะ (เช่น.. วิถีการแสดงธรรม เช่น ท่านพุทธทาส หรือ ท่านปัญญานันทะ ซึ่งแทบไม่ได้สร้างผลข้างเคียงทางลบใดๆเลย ..)..ใช่หรือไม่ .. (พ่อครูว่า...ใช่ท่านเหล่านั้นท่านไม่ได้สร้างหมู่กลุ่มได้แบบอาตมา อาตมาเคารพท่านนะ พูดไปแล้วเหมือนข่มท่าน แต่พูดความจริงว่า ท่านทำมานานและก่อนอาตมาแต่ก็ไม่ได้เกิดผลแบบอาตมา ที่เป็นสังคมสาธารณโภคี) แล้วพระโพธิสัตว์แบบของอโศกนั้น .. เกิดมาเพื่อเน้นสร้างภาพของความดูยิ่งใหญ่ต่างๆ เหล่านี้ .. ซึ่งไม่ได้ช่วยเลื่อนฐานของความเห็นแก่ตัว หรือเพิ่มกิเลสสะสมข้าวของของประชาชนสักเท่าไหร่ เท่านั้นหรือ .. กระนั้นหรือ .. แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นว่า บรรดารถปิ๊คอัพ รถส่วนตัว รถบรรทุก หรือแม้รถ2แถวแบบต่างๆ เหล่านี้นั้น .. พากันหลั่งใหลเข้ามา เพื่อแสวงหาธรรมะอันเป็นโลกุตระของอโศกหรือพ่อครู จริงๆโดยเฉพาะนั้น .. นั่นต่างหาก!..จึงน่าจะเป็นภาพที่น่าภาคภูมิใจน่าประทับใจ ยิ่งกว่า และจะดูน่าชื่นชมมากปานใด ไม่ใช่หรือ .. ใช่หรือไม่ … (พ่อครูว่า...ใช่ แต่คุณมองไกลเกิน ไม่ได้มาใกล้ชิดไม่รู้ว่าที่อาตมาพาทำตอนนี้ก็ใช่อย่างที่คุณว่า แต่ว่าคุณมองไม่ออกเอง ว่าเราทำอยู่) ...ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ… คำขวัญวันนี้.. คือ ข้าวของถูกมากก็กักตุน.. อาหารถูกมากก็กินเกิน .. ใช่หรือไม่ ...ซื้อของได้แล้วก็ต้องมีอีกคนคอยนั่งเฝ้าของ เพราะกลัวข้าวของหาย .. นับเป็นความทุกข์อย่างหนึ่งนะ .. มองเห็นมั้ย … (พ่อครูว่า...ใช่ เขาทำแล้วเขาก็จะเห็นทุกข์ กินเกินเข้าไป หอบแบกเข้าไปสักวันจะรู้สึกเอง คุณเชื่อไหม? อันนั้นจะเป็นบทบาทสอนเขา เราจะให้เขาพากเพียรมาเถิด เขาจะมีกิเลสโลภหอบหวง หรือจะกินเกินไปอย่างไร สุขภาพเขาจะเสีย ของเขาจะเกิน ก็จะเห็นทุกข์ เราสอนซ้อนในตัวเอง แล้วที่คุณพูดมานี้ก็เขาต้องเฝ้าของก็เกิดทุกข์แล้วนะ ) เพียงแต่เขาใช้ โลกียปีติ ( = ปิติของชาวโลกีย์ )คือความดีใจจากการได้ซื้อของถูก (คือดีใจที่ผู้ขายได้ขายขาดทุนให้เรา .. ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นจิตเชิงบวกหรือไม่ ..)นั้น.. เพื่อกลบเกลื่อน*อารมณ์ความทุกข์แบบละเอียด *ที่ซ่อนแฝงอยู่เท่านั้น.. .. ใช่หรือไม่ … (พ่อครูว่า...ขายขาดทุนให้นี่ถือว่าเป็นปีติเชิงบวก ไม่ใช่ซ้อนด้วยความอวดโอ่ เฉยๆ แล้วคุณคาดคะเนคนเอาก็จริงอย่างคนที่ทำอย่างเล่ห์ลวงแบบข้างนอก คนที่นี่ตั้งใจมาลดกิเลสทุกคน ไม่ใช่ทำโก้ชั่วคราว แต่เราตั้งใจทำให้ตลอดไป เป็นอัตโนมัติเลย) ครอบครัวไทย คนไทยควรลดการกินน้ำตาล (ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเบาหวานและหลอดเลือดชำรุด )และลดการใช้น้ำมันพืชผ่านกรรมวิธี (ซึ่งอาจแปลงเป็นไขมันทรานซ์ซึ่งก่อมะเร็งได้ ).. เพราะคนไทยเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจและโรคมะเร็งเป็นจำนวนมากจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ .. ใช่หรือไม่ ..(ดังนั้น.. ตลาดอาริยะ จึงไม่ควรจัดจำหน่ายน้ำตาลทรายราคาถูกและน้ำมันพืชราคาขาดทุนแต่อย่างใด .. ใช่หรือไม่ ..).. (พ่อครูว่า...เรามีเทคนิคสอน ว่าให้เขาแบ่งปันให้คนอื่นด้วยนะ คนจนจะสำนึกได้เร็วกว่าคนรวย มาดูเป็นบุญตาได้เลย ก็จริงที่ว่าจะเป็นโรค แต่เรามีอุบายโกศลไม่ได้หักด้ามพร้าด้วยเข่าเหมือนคุณ เรามีขั้นตอนการทำการลดละ แต่ว่า ถ้าทำแบบคุณนั้นมันดีนะ แต่คุณทำได้ไหม มันดีแต่ไม่เป็นลำดับ ศาสนาพุทธสอนให้ทำตามลำดับ ลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเลตามลำดับ เรายังมีนโยบายขายน้ำตาลและน้ำมันพืชอยู่ต่อไป) 1บาทก็อิ่มได้ .. แต่1บาทหลายทีเพราะเห็นแก่ราคาถูกก็จุกได้ .. (การทาน หลายจาน หลายถุง หลายรอบ .. เพราะเห็นแก่ว่าของถูกมาก เหมือนได้กินของฟรี .. แต่ของฟรีนั้นไม่มีในโลก .. ---> เอาเปรียบผู้อื่นคือขาดทุน.. เสียเปรียบคือกำไรชีวิตต่างหาก.. ...{ดังนั้น.. อโศกจึงไม่ควรสอนให้ประชาชนเกิดความนิยม ชื่นชมชื่นชอบในการได้เปรียบจากการซื้อของถูกมากๆ ซึ่งผู้ขายต้องยอมขาดทุนมากๆ (ซึ่งจริงๆ ไม่มีของฟรีจริงๆในโลกอยู่แล้ว ).. แต่ตนเองกลับได้เปรียบมากๆ .. แต่ อโศกควรต้องสอนให้ประชาชนรู้ว่า การเอาเปรียบได้มากๆนั้นเป็นบาป ( = เชื้อบาปในจิต )อย่างแน่นอน!.. ..}... (พ่อครูว่า...ถูกต้องแน่นอน อโศกคือของฟรีจริงๆ ไม่มีซ้อนแฝง คุณดูถูกเรามากไปแล้วรู้มั้ยแก้วตา เราเสียเปรียบจริง ไม่ต้องการตอบแทนคืน เราทำโดยจริงใจ แต่คุณดูถูกใจจริงของเรา แต่คุณพูดตามคุณเป็น ฐานจิตคุณเป็นเช่นนี้จริงๆ คุณไม่เชื่อหรอกว่า จะมีคนเสียสละจริงไม่เอาคืนจริง ถ้าคุณมาเป็นอย่างเราจะไม่พูดเช่นนี้ คุณอยู่ในฐานแค่นี้อย่ามาดูถูกคนฐานจิตสูงกว่า ขอพูดอย่างแข็งๆเพราะเรื่องจริง) ห้องน้ำกางเกงยีนส์ ว่าตามจริงก็ไม่รู้สึกเห็นด้วยเลย .. ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นคิด .. เหมือนว่าเราไปให้คุณค่ากับวัฒนธรรมตะวันตก ข้าทาสอเมริกามากเกินไป .. แทนที่จะเป็นภาพที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย .. เช่น.. อาจจะเป็นภาพชุดไทยพื้นบ้านอุบล หรือชุดภูไท หรือ ชุดไทยทรงดำ ในความหมายของวัฒนธรรมไทยที่หลากหลาย ก็น่าจะดูดีมีความหมายกว่ากันเป็นไหนๆ .. ใช่หรือไม่ (พ่อครูว่า...เป็นไอเดียอาตมาเองที่จะข่มพวกทุนนิยม เอากางเกงยีนส์มาเป็นห้องน้ำเป็นส้วมนะ ไม่ได้ยกย่องเลย) แล้ววันหนึ่ง.. ก็จะมีพ่อค้าทุนนิยมหัวสุนัขจิ้งจอก (บางคน บางกลุ่ม)ไม่อยากใช้คำว่าหัวใส .. ซึ่งได้รับทราบข่าวสารจากการชี้นำทำให้ดูเป็นตัวอย่างโดยไม่ระวังของอโศก ก็อาจคิดแผนการตลาด โดยการขายแบบแจก เช่น สมาร์ทโฟนราคา1บาท หรือสินค้าอื่นๆก็ตาม.. โดยมีจำนวนจำกัด ใครมาถึงก่อนได้ก่อน เพื่อดึงดูดให้คนแห่ไปห้อมล้อมแย่งชิง โดยมีเจตนาให้ประชาชน เมื่อได้มาแล้วก็จะพลอยซื้อสินค้าอื่นๆไปด้วย (แต่แค่รองเท้ามีชื่อบางยี่ห้อก็ยังแย่งชิงกันจะเป็นจะตายตามข่าว ..).. ใช่หรือไม่ ..(จึงอยากขอให้อโศกพึงควรระมัดระวัง ในการนำเสนอยุทธวิธีการตลาดแบบบุญนิยมใหม่ๆแบบแปลกๆของอโศกให้มากๆด้วย.. ด้วยความปรารถนาดีครับ..) (พ่อครูว่า...ตลาดเรามีแต่สินค้าที่ขายขาดทุนทั้งนั้น การจะเชิญชวนคนให้มาซื้อของที่เราขาดทุนมากๆนี่ มันจะเป็นการเอาเปรียบใครได้อย่างไร คุณทำให้ได้เช่นเราหรือไม่ เอาสักครึ่งหนึ่งก็ได้นะ แต่คุณก็ทำไม่ได้ อยากให้คุณทำตลาดอาริยะที่ลดราคาได้มากกว่าเราอีก ถ้าทำได้จะดีมากเลย อาตมาชื่นใจเลย แล้วปัญญาคุณยังไม่ฉลาดพอ คุณทำแบบเรายังไม่ได้เลย แล้วเราทำได้แค่นี้ เราทำไม่ได้มากเท่าที่คุณพูดปากเปล่า เราทำได้มากกว่าคุณทำ แต่เรายังทำไม่ได้อย่างที่คุณพูด รออีกหน่อยนะ) ต้องระวัง เชื้อโรคทางศีลธรรม ซึ่งแทรกเข้ามาบนเวทีชาวบ้าน .. ซึ่งบุคคลภายนอกขอขึ้นมาร้อง .. ซึ่งควรมีการกลั่นกรองจากผู้มีประสบการณ์ทางโลกร่วมอยู่ด้วย.. .. จริงๆหน้าจะให้มีภาพลักษณ์ของธรรมะ โดยการเปลี่ยนเป็นเวทีศีล5 มากกว่า.. … นาทีที่10.40น.(14-3-59)เป็นเพลงที่ไม่เหมาะสมสำหรับเวทีชาวบ้าน ซึ่งต้องเน้นอย่างน้อยศีล5 .. โปรดลองคลิกดูจากยูทูป ที่บางวงดนตรีนำมาร้องแล้ว เกิดความฮือฮา เพราะอะไร … (พ่อครูว่า...เราเอามาให้ดูเป็นตัวอย่างบ้าง เราไม่เคยเอามายกย่องนะ เราเอามาถ้าอันไหนไม่ควรทำตามเราก็กระหน่ำ ไม่ได้พูดลอยลมว่า เขามีเช่นนี้นะ ไม่ว่าจะเพลงอะไรก็แล้วแต่นะ) น้องรุน เป็นพิธีกรสนามของอโศก ก็อย่าบริหารเสน่ห์มากเกินไป .. ควรใช้ ท่าทีเรียบๆ เนิบๆน่าจะเหมาะสมกว่า .. เห็นยิ้มตลอดไม่หุบเลย ด้วยความเคารพครับ… (พ่อครูว่า...เสน่ห์ตายล่ะน้องรุน ทำไมคุณ sensitive เหลือเกินว่าหว่านเสน่ห์ ไปเทียบกับพวกดาราทีวี ไม่ได้เรื่องหรอก หน้าตาไม่แต่งอีก มีลีลาเชิงผู้หญิงบ้างไม่แข็งกระด้าง แต่ถ้าทำแข็งก็จะดูไม่ดีอีก อาตมาว่าไม่น่าเกลียดเกินไป ตายๆยิ้มก็ไม่ได้ คุณจะสุดโต่งมากไปแล้ว) อีกประการ คืออยากให้อโศกหรือบุญนิยมทีวีส่งเสริมพิธีกรภาคสนามที่มี หน้าตาเพลนๆ ไม่ดึงดูดทางเพศ หรือไม่ก็ให้เป็นพิธีกรชายไปเลย .. เพราะเท่าที่เห็นมักมีแนวโน้มส่งเสริมเด็กสัมมาสิกขาหญิง ที่มีหน้าตาจิ้มลิ้มดึงดูดราคะ(ซึ่งสื่อทางโลกเขาก็ทำเช่นนี้เป็นธรรมดา ).. แต่สื่อทางธรรมควรคิดต่างและทวนกระแสโลก โดยการให้โอกาสกับผู้ที่หน้าตาเรียบๆ (ที่จะให้มาเป็นพิธีกรสนาม)มากกว่า .. ไม่เช่นนั้น.. ผู้ชมอาจมองไปถึงผู้มีส่วนคัดเลือก (ซึ่งไม่ทราบว่าจะมีสมณะร่วมอยู่ด้วยหรือไม่) ว่าอาจเป็นเรื่องของเมถุนสังโยคของผู้คัดเลือกด้วยหรือไม่ก็ได้ .. ซึ่ง ผู้ชม แทนที่จะได้รับข่าวสารแบบมีสมาธิดีๆ .. แต่ก็กลับต้องมาสาละวนกับการคอยระวัง กำจัดราคะของตนเอง .. ซึ่งถือว่าเป็นการสื่อสารที่ไม่เป็นศิลปะอันอุดมเลย .. ใช่หรือไม่ … (พ่อครูว่า...ขออภัยไม่ได้คัดเลือกเลย มาตามธรรมชาติไม่ได้จ้างสักบาท หายากนะ ไม่ได้หาง่ายๆนะ มาทำด้วยใจไม่ได้จ้าง หากคัดมากก็ไม่ต้องมีคนทำงานพอดี หายากอยู่ แล้วถ้าเป็นพิธีกรชายก็ดูดผู้หญิงอีกนั่นแหละ คนที่มานี้เขาสมัครใจมาเอง ได้ขนาดนี้ก็บุญมากแล้ว เราไม่ได้คัดเลือกด้วย มันมาไม่พอด้วย คุณไม่รู้ความจริงก็พูดส่งเดชะไปเรื่อย ว่าพระไปอีก คุณนี่ชักปากเปราะระรานไปเรื่อย คุณได้แต่นั่งเทียนเขียนบนก้อนเมฆ บาปนะ เที่ยวไปตู่ท้วงไปหมด ก็บอกพิธีกรเราว่าอย่าหว่านเสน่ห์มากนัก) เพลง แหย่ไข่มดแดง (นาทีที่12.32น.,14-4-59)นั้น ไม่ควรร้องบนเวทีชาวบ้าน .. เพราะไข่มดแดงนั้นยังมีเชื้อชีวิต ที่จะเกิดเป็นตัวมดแดงในอีกไม่นาน .. ซึ่งถือเป็นเรื่องส่งเสริมการผิดศีลข้อ1,ห้ามฆ่าสัตว์ ชัดๆ .. จึงควรต้องระวังการสื่อสาร ในเรื่องเนื้อหาของเพลงให้มากๆด้วยครับ.. ด้วยความเคารพครับ... เพลง บึ๊ดจ้ำบึ๊ด... (นาทีที่12.35น.,14-4-59)ก็เป็นเพลงที่มีเทคนิคลีลาของคำความและเนื้อหาเพลงบางส่วนที่ไม่เหมาะสมสำหรับคนชาวธรรมะ ซึ่งโดยมากเป็นการสนองอารมณ์บางอย่างของนักดนตรีนักร้องแฝงเสพไปด้วยเสมอ .. ซึ่งใครก็ฟังออกว่าสื่อไปถึงพฤติกรรมเกี่ยวกับกิจกรรมอะไรของมนุษย์ที่สิ้นสุดลงด้วยน้ำ (ดังที่มีพระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงในพตปฎ. อยู่ด้วย) และยังมีคำว่าน้ำในโหลยาดอง ซึ่งสื่อถึงการผิดศีลข้อ5,สุราเมรยะฯ อยู่ด้วยอีกด้วย .. จึงควรพิจารณาว่าเหมาะสม ที่จะให้ขับร้องบนเวทีชาวบ้านของอโศกหรือไม่ด้วย .. ด้วยความเคารพครับ… พ่อครูว่า...การอนุโลมกับสังคมบ้าง เราไม่เอาจัดจ้านมานะเรารับมาประมาณหนึ่ง ไม่ว่าจะเพลง สีสัน การเป็นไป อย่างหน้าเวทีอาตมานี้มีเครื่องประดับตกแต่งเราก็มีดอกไม้ตามประสาเรา เราไม่ได้ซื้อมานะ เราเก็บของเรามาเอง มีผลไม้ประสาเรา เป็นมัณฑณศิลป์ตามแบบเรา ใครว่าเชยก็ไม่เป็นปัญหา อาตมาว่าซื่อใสบริสุทธิ์ ไม่ได้ไปบอกอะไรมากเลย เสริมบ้างเท่านั้น อะไรก็เป็นศิลปะถ้าเราเข้าใจเจตนา ถ้าไม่มีเจตนาและไม่มีความรู้ก็ไม่เรียกว่าศิลปะ คุณเห็นความบกพร่องของโลกนั้น มากมาย แต่คุณเห็นแล้วเฉยเหมือนม้าตด ไม่รู้ไม่ชี้ ถ้าคุณสะกิดใจรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นลำดับขั้น ปรับจิตก็บรรลุธรรมได้ ควรมาศึกษาฝึกฝนให้เกิดจิตละเอียดลึกซึ้งได้ แม้ยากแต่ทำได้

590417_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ มาจนดีกว่ามารวย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน