220321-2-063 ทางเอกภาค2-ตอน063(หน้า158)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 21 มีนาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 13 ที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับฝ่ายหญิงนะตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปผู้หญิงที่จะมาบำเพ็ญประพฤติเข้ามาถึงบวชเพื่อที่จะสมัครตัวเข้าบวชแล้วจำนวนผู้ที่จะเข้าบวชใดๆนั้นน่ะใครจะมาก่อนหรือใครจะมาหลังใครจะมีเวลาได้มาพบอโศกนานกว่ามากกว่าหรือน้อยกว่าก็ตามไม่ใช่เครื่อง ผู้ที่มาพบอโศกก่อนนานกว่ามีสิทธิ์ที่จะเข้ามาบวชก่อนเข้ามาสมัครก่อนไม่ใช่ถือเอาอย่างนั้นหรือถึงแม้แต่ก่อนนี้ที่อาตมาได้ดูแล้วว่าผู้ใดมาก่อนผู้ใดได้มาพบศพก่อนได้มาสมัครหรือว่าได้มาบอกอาตมาไว้ก่อนอาตมาใช้อันนั้นเป็นเพราะเป็นเป้าหรือว่าเป็นเงื่อนไขในเงื่อนไขเป็นประเด็นที่สำคัญหน่อยก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่าอาตมาใช้เรื่องนั้นเป็นเงื่อนไขเดียวอย่างที่เห็นๆอยู่หลายๆอันหลายๆอย่างมีหลายเงื่อนไขที่มาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาแต่ว่าการยืนยืนยืนยืนยืนยืนยืนเรื่องที่ว่าผู้ที่มาก่อนผู้ที่ได้มาพบประพฤติปฏิบัติ เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่สำคัญพอสมควรแต่ก่อนนี้ก็ใช้ณบัดนี้ก็ยังใช้เงื่อนไขนี้อยู่บ้างเงื่อนไขในการควรที่จะพูดที่มาก่อนผู้ใดมาก่อนมาพบศพแล้วก็ได้ประพฤติปฏิบัติงานเก่ามาแล้วกว่าเขาก็เป็นเงื่อนไขหนึ่งซึ่งเป็นหลายเงื่อนไขมีเงื่อนไขอื่นที่จะใช้เป็นหลักพิจารณาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาจิตใจรับเข้ามาเป็นผู้ปฏิบัติทั้งนั้นแหละทั้งสองก็เข้าใจด้วยทั้งหมู่ก็คงเข้าใจด้วยทั้งผู้ที่เป็นผู้หญิงทั้งหมดก็ประกาศออกไปให้รู้กันณบัดนี้ด้วยอย่าไปยึดถือเอาว่าผู้ที่มา เก่าแก่นั้นมีสิทธิ์ที่จะเข้ามายื่นใบสมัครได้ก่อนเป็นประได้ก่อนนั้นไม่ใช่ไม่ใช่เงื่อนไขเดียวแล้วไม่ใช่เงื่อนไขหลักไม่ใช้เงื่อนไขเดียวแล้วไม่ใช่เงื่อนไขหลักแต่ก็มันคือเงื่อนไขหนึ่งด้วยที่จะใช้ในการประกอบการพิจารณาฟังให้ดีนะอย่าส
อ่านต่อ
ับสนหรือฟังไปก็สับสนแล้วไม่เข้าใจไม่ใช่ว่าไม่ใช้เป็นเงื่อนไขผู้ที่มากล่าวมาก่อนมานานมาพึ่งถึงทุกทีหรือปฏิบัติประพฤติด้วยในสภาพก่อนหรือหลังนี่ก็มีเหตุผลมีมีเป็นเงื่อนไขหนึ่งเหมือนกันแต่การที่จะเอามาร่วม พิจารณาด้วยเป็นองค์ประกอบซึ่งหลายๆแล้วก็เงื่อนไขอื่นอีกที่จะมาพิจารณารวมแล้วเมื่อได้เนื้อหาสาระได้คะแนนที่มากกว่ารวมแล้วได้คะแนนที่มากกว่าและเงื่อนไขอื่นอีกก็จะเป็นหลักในการพิจารณาให้มาปฏิบัติให้เข้าปฏิบัติให้เป็นผู้ที่รับการได้เข้าหมู่แต่ก่อนนี้อาตมาใช้ตัวเองเป็นผู้ที่คัดเลือกตัดสินเดี๋ยวนี้ก็ได้เปลี่ยนไปแล้วจะใช้หมู่เป็นผู้คัดเลือกตัดสินแล้วจะใช้เสนอแนะกันสำหรับผู้อื่นได้ที่เห็นมองเห็นควรที่คบหากันอยู่แล้วก็แจ้งบอกอยู่ว่าเรา ศาลจะบวชแล้วต้องการจะบวชถ้าผู้ใดไม่แจ้งต้องการจะบวชแล้วก็จะไม่ไปถามให้ยากแล้วตอนนี้ต่อไปเพราะงั้นก็มาเสนอหน้าหน่อยแล้วเอามาแจ้งมาบอกมันกระซิบดูหน่อยว่าต่อไปจะบอกได้อยากบวชได้หลายดอกคอบวชอะไรก็ต้องมาขอมาแสดงไม่ใช่ว่าให้ทางผู้ทั้งนี้ไปไถ่ถามเอาว่าจะบวชหรือยังไม่เอารังใหม่ๆแล้วตอนนี้หมายความว่าอยู่ในสภาพใหม่นะครับเปลี่ยนผู้อยากจะบวชพึงมาสอดแนมคุณมาสอนเรียนสอนส่องคอยดูจังหวะเพลงแล้วก็แสดงตัว แสดงตัวให้รู้เมื่อเวลาถึงจังหวะถึงวาระวันนี้มีผู้ที่วางลงหรือมีตำแหน่งว่างลงเราก็มาแสดงตัวมาบอกกล่าวบอกแจ้งว่าอยากจะบวชแล้วล่ะอยากจะขอบวชพระอะไรก็ไปยื่นมาบอกแล้วก็จะได้เอาเข้าหมู่มีหลายคนก็ข้อมูลถ้ามีคนเดียวไม่มีคู่แข่งขันเข้าไปเลยในช่วงระยะหนึ่งเวลามีผู้ว่างลงในช่วงระยะหนึ่งถ้ามีอยู่ก็มันก็ไม่นานแหละถ้าไม่มีก็วางลงงานกว่าจะมีคนมาขอบวชอย่างเช่นฝ่ายชายเนี่ยยังไม่มีใครมาขอบวชเป็นพระแต่มีขอก็มีชนิดมาขอจะเข้าบวชเข้าไปฝากนี่ก็ชะลออยู่ ไม่ๆไม่ได้ยังไม่ได้ให้พี่พราหมณ์เข้ามาเป็นฝ่ายเดียวก็ชะลอๆอยู่ให้ประพฤติบำเพ็ญนี่ดูไม่พอเป็นพอไปทำให้เขาไม่ชอบมาพากลไม่เข้าทีก็ไม่รับก็ไม่ให้เข้ามาเป็นปากเป็นหมากอะไรล่ะผู้ชายก็รับอยู่เสมอไม่มีกฎข้ออะไรแต่ก็ยังไม่ใช่ว่ารักกันดุๆไปถ้าเผื่อว่ามันไม่ค่อยดูทีดูท่าไม่ค่อยมีก็ไม่ได้รับอะไรปรึกษาแม่ยังไม่มีหลักมีกฎมันยังผู้หญิงไปทีเดียวก็ตามเรียกผู้หญิงมีหลักมีกฎมีระเบียบมีวินัยมีกฎเกณฑ์อะไรแล้วแล้วก็สถานะก็ยังมีกฎเกณฑ์สำรองที่ว่ายังบอกยังกล่าวกันด้วยปากอีกนอกจากเป็นกฎอันเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วก็ยังมีพูดเลยมีปากพูดปากบอกอะไรกันอีกก็ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วยตั้งแต่บัดนี้ไปทุกคนก็บอกกันสำหรับฝ่ายหญิงเขาจะให้ดีนะว่าต่อไปนี้ทบทวนสรุปฝ่ายหญิงนั้นผู้ที่จะเข้ามาบวชที่นี่ก็ให้ใส่ใจใส่ใจมาแสดงตนเมื่อถึงวาระถึงคราวและเงื่อนไขในการที่จะมีสิทธิ์ได้เข้ามาเป็นป่านั้นน่ะเงินขายมันไม่ใช่จะนำเอาการรู้ได้รู้จักหรือเล่นได้มารู้จักก็ส่งได้มาบำเพ็ญประพฤติธรรมกับอโศก ก่อนนานหรือก่อนเขาเป็นเงื่อนไขหลักมันไม่ใช่แล้วเป็นเงื่อนไขต้นนั้นไม่ใช่แล้วจะเป็นเงื่อนไขที่ใหญ่ยิ่งไม่ใช่เป็นแต่เพียงเงื่อนไขหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาเหมาะสมเหมาะสมหรือไม่ในอีกอื่นๆในเงื่อนไขอื่นๆอีกหลายเงื่อนไขที่เขาจะพึงพิจารณากันแล้วก็ใช้หมู่สงฆ์ใช้หมู่ใหญ่ทั้งสองทั้งเณรทั้งเป็นเณรช่วยกันดูพิจารณาช่วยกันออกเสียงเอาจำนวนเสียงมากรบกวนทิ้งใครเห็นว่าใครเหมาะสมจะเสนอชื่อขึ้นหรือผู้นำมาแสดงตัวแล้วก็นำเข้าผู้ใดมาแสดงตัวไม่เห็นเหมาะสมก็ไม่เสนอชื่อก็ไม่เสียเวลา ถ้าเห็นชื่อเห็นแล้วมาแสดงตัวมาขอบวชแล้วก็เห็นเหมาะสมเอาชื่อนี้เข้าหมู่ๆก็จะรักใครก็ให้มึงช่วยกันตัดสินเจอกันรับช่วยกันดูแลจะได้ดูละเอียดละอออีกขึ้นไปอีกแต่ขอให้เข้าใจตามนี้ด้วยนะสำหรับเรื่องฝ่ายหญิงถ้าต่อไปก็เราทำวัตรกันต่อแต่เมื่อวานนี้ค้างเอาไว้ถึงเรื่องพูดกันไปแล้วก็ไปถึงเพื่อที่จะต้องทำความเข้าใจกันหรือว่าจะต้องแก้ไขกันหน่อยนึงคือเรื่องมีผู้ที่ได้จริงจะเรียกว่าติ่งควรจะเรียกอย่างนั้นมากกว่าจะเรียกประตูเลยอาจจะเป็น ตู่แต่อาตมาเองถือว่าเป็นตู่นะพูดที่จริงมาท่านจึงมาอย่างนั้นให้เราสำนึกสังวรก็จริงก็ดีนะแล้วก็ขอบอกก่อนว่าทำไมอาตมาถึงมายืนหลักเณรในจุดที่ว่าเอาเรื่องของการไม่ฉันเนื้อสัตว์เนี่ยเข้ามายุ่งเกี่ยวมากนักเข้ามาทำประโยชน์ทำงานในเรื่องของศาสนานี้มากนักในที่เห็นในญาณหรือเถรวาทในเมืองไทยเขาไม่ได้เน้นกันเรื่องการกินเนื้อสัตว์หรือไม่กินเนื้อสัตว์มานานแล้วจนกระทั่งเห็นว่าศาสนาพุทธนี้เป็นศาสนาที่กินเนื้อสัตว์ได้เพราะมันเป็นปลายแท้จึงศาสนาพุทธก็ขอเกริ่น ตัดต้นให้ฟังเลยว่าตั้งแต่นิทานเดิมแท้จริงศาสนาพุทธเดิมนั่นน่ะนี่พูดตามยานยานของอาตมาเองญาณของผมเลยนะผมเองมีญาณอย่างนี้มีความรู้ความเข้าใจความเห็นจริงเชื่อมั่นอย่างนี้จะด้วยยาด้วยทางไหนก็ตามแต่ว่าศาสนาพุทธนั้นเป็นศาสนาที่ไม่กินเนื้อสัตว์เป็นพื้นอย่าว่าแต่พระเลยแม้แต่ศาสนาของพุทธก็ไม่ได้กินเนื้อสัตว์กันมาเป็นพื้นเดิมเริ่มตั้งแต่อยู่ในอินเดียตั้งแต่เริ่มศาสนาพุทธเกิดที่อินเดียและในยุคพระพุทธเจ้าเป็นอยู่ไม่ได้มี แนวโน้มว่าศาสนาพุทธนั้นกินเนื้อสัตว์กันเป็นพื้นไม่ใช่ศาสนาพุทธไม่กินเนื้อสัตว์เป็นพื้นมีผู้กินเนื้อสัตว์อยู่บ้างในสารชนิดของพุทธโดยอนุโลมโดยผู้นั้นก็รู้ตัวอยู่ว่าตนยังมาเป็นไม่ได้ปฏิบัติไม่ได้ก็รู้ว่าตัวเองยังมีกิเลสตัวเองยังลดละปล่อยหลุดพ้นยังไม่ได้ก็ให้บำเพ็ญขึ้นมาเพราะฉะนั้นหลักการในศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าท่านสนใจอันนี้เพราะว่าท่านรู้ว่าในโลกนี้กินเนื้อสัตว์กันเป็นส่วนใหญ่ฟังให้ดีๆพระพุทธเจ้าไม่ใช่ไม่รู้เขาจะพระพุทธเจ้าแสนรู้ว่าในโลกนี้คนส่วนใหญ่กินเนื้อสัตว์แล้วคนส่วนน้อย วันนั้นที่ไม่กินเนื้อสัตว์ท่านรู้เมื่อท่านรู้ท่านจึงต้องเปิดช่องเมื่อท่านรู้อย่างนี้ท่านจึงต้องเปิดช่องให้ผู้ที่กินเนื้อสัตว์และติดเนื้อสัตว์มีกิเลสในทางเนื้อสัตว์นั้นเข้ามาเปิดช่องให้เข้ามาถ้าถึงไม่ได้ออกบัญญัติหรือสุภาษิตอย่างเข้มงวดเป็นๆๆไปจนกระทั่งต้องพูดแล้วพูดแล้วพูดซ้ำพูดซากเป็นหลักเหมือนศีลเป๊ะทีเดียวแต่ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสเรื่องไม่กินเนื้อสัตว์พระพุทธเจ้าตรัสไม่ว่าเรื่องไม่ได้กินเนื้อสัตว์การปรับนี้เรียนในภาษาว่าเรียกว่าสุภาษิตหรือภาษิตภาษิต ภาษาที่เด็กกล่าวแล้วภาษาอังกฤษคำกล่าวใดที่พระพุทธเจ้าท่านจะจัดและระบบภาษิตภาษิตทุกคำกล่าวของพระพุทธเจ้าถือว่าเป็นสุขถือว่าเป็นดีทั้งนั้นถือว่าเป็นสุภาษิตตะถือว่าเป็นถือว่าเป็นสุภาษิตเพราะคำกล่าวใดๆตรัสเอาไว้แล้วมีเราก็ว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้มีจะบอกว่าเป็นบัญญัติถ้าเราจะนับแล้วก็นับเอาจะบอกว่าบัญญัติก็ต้องบัญญัติทีนี้ในศาสนาพุทธส่วนใหญ่หมู่ใหญ่พระหมู่ใหญ่เขาก็ไม่ฉันเนื้อสัตว์ศาสนิกศาสนิกของพุทธหมู่ใหญ่เขาก็ไม่ฉันเนื้อสัตว์ก็ไม่ทานเนื้อสัตว์นี่เป็นเรื่องของทางอินเดียอยู่อินเดีย ผู้ที่ฉันอยู่ก็มีไม่ใช่ว่าไม่มีอย่างที่ว่าแล้วเบอร์กับพุทธศาสนิกชนถือศีล 5 บอกว่าตัวมีศีล 5 ก็ยังมีผัวมีเมียแล้วยังมีเล็กมีน้อยยังมีกิเลสส่วนนั้นส่วนนี้อะไรมันก็ต้องมีบ้างหรือว่าตัวเองเป็นผู้โดยสารที่จะชนไม่ได้ศีล 5 ก็ไม่มียังละเมิดฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ยังมีผัวมีเมียอะไรอยู่หลายๆคู่หลายๆคนก็มีได้ก็เป็นเรื่องธรรมดาแต่เขาก็สังกัดเขาบอกเขาถือนับถือความรู้นับถือความจริงของพระพุทธเจ้าที่มีตรัสรู้เคยเห็นด้วยมันก็เดี๋ยวนี้คนที่เห็นด้วยกับเราเนี่ยไม่กินเนื้อสัตว์เขาก็เห็นด้วยแต่เขาทำยังไม่ได้กูทำยังไม่ได้คือผู้ที่ยอมนับถือยอมรับเห็นดีเพราะฉะนั้นเมื่อยอมรับกันดีได้จริงผู้ที่จะแนะนำ ไม่ให้ประพฤติสิ่งที่ไม่ดีแล้วก็ให้มาพูดในสิ่งดีก็อย่าไปห้ามเขาทำไมไม่ต้องห้ามเขาจะมีนโยบายแข็งกล้าก็บอกว่ามันกล้าไปแข็งไปแม่ก็อยู่ที่ผู้ประมาทถ้าเผื่อว่าอยู่ในนโยบายที่ถูกต้องแล้วว่ามันก็ดีแล้วนี่ก็เห็นดีด้วยก็ให้มันเป็นอย่างนี้มันก็ดีแล้วนี่ก็จะไปห้ามเขาทำไมก็ขอยืนยันหลักฐานให้ฟังว่าตั้งแต่คำแรกที่บอกว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติผมบอกแล้วว่าผมเองผมไม่ได้แบ่งนิกายศาสนาผมไม่ได้ไปยึดนิกายเพราะถ้าเกิดว่าศาสนามหายานก็ต้องถือว่าเป็นพุทธเถรวาทก็ต้องถือว่าเป็นพุทธมนต์มหากาฬก็บอกว่าเป็น นี่ก็ต้องถือว่านี่ก็เป็นพระภิกษุที่เราจะพึงเอามาศึกษาเหมือนกันจะจริงเท็จแค่ใดอะไรยังไงก็เอามาพิสูจน์พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าไม่ได้ชวนตำราไม่ให้ช่วยตามๆกันมาแต่ชื่อได้ว่าสิ่งใดมาเป็นกุศลแล้วเราก็มาพึงพิสูจน์ประพฤติดีอกุศลนั้นมาให้ถึงพร้อมแล้วเราก็รู้เองเข้าใจดีเองว่าเป็นกุศลแล้วเราก็จะตัดสินอย่างเดียวนี้เหมือนกันผมเคยพูดว่าถึงแม้ว่าใครจะพิสูจน์ได้ด้วยเหตุด้วยผลอะไรก็ตามแต่มันยังมั่นใจอยู่ว่าจะพิสูจน์ว่าพระพุทธเจ้าเป็นฉันเนื้อสัตว์ในเหตุผลเขาชัดเด่นเหลือเกินทุกคนก็ฟังดูดีเข้าใจด้วยกันหมดคนฟังเลยและเห็นด้วยเลยว่าอ๋อจริงๆด้วยหลักสูตรอย่างนี้แล้วยืนยันได้เลยว่าพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์แม้ใครจะพิสูจน์ได้เดี๋ยวนี้ผมก็แน่ใจว่าผมไม่ฉันเนื้อสัตว์ แล้วเขาจะเถียงไม่ออกอีกแล้วผมจนทางจนแต้มแล้วสู้ไม่ได้หรือผมจะเห็นด้วยก็ได้ว่าเออจริงด้วยพระพุทธเจ้าไม่ฉันเห็นด้วยฟังเหตุผลอันนี้แล้วเข้าใจเลยเห็นด้วยเออจริงด้วยพระพุทธเจ้าจนฉันเนื้อสัตว์ถึงจะเห็นอย่างนั้นผมก็แน่ใจว่าผมจะไม่ฉันเนื้อสัตว์ไม่จะไม่ฉันเนื้อสัตว์เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรแล้วผมก็มีสิทธิมนุษยชนเต็มที่ว่าผมจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ผมจะอยู่อย่างนี้ผมพอแล้วเหมือนกับผมจะยืนยันว่าผมจะอยู่ที่นี่ผมจะไม่ติดแอร์หรอกห้องนี้ของผมผมจะอยู่มันมีชีวิตไม่ติดแอร์ผมมีสิทธิ์เขาบอกว่าติดแอร์ดีนะเย็นสบายก็จริงผมไม่เห็นสงสัยอะไรแต่ว่าผมจะมีชีวิต ไม่จำเป็นจะต้องไปยุ่งแอร์เขาบอกว่าอื่นๆอีกจะพึงประพฤติพึงเป็นไปในชีวิตอาจเป็นอยู่อย่างลูกกางเกงใส่เสื้อคอกลมไม่ง่ายไม่ต้องมาข่มขืนมึงเนี่ยถ้าผมกลัวมึงนี่มันยังเทอะทะเหนอะหนะยุ่งยากหนักมากเรื่องกว่าด้วยตัดเสื้อคอกลมเล็กๆใส่กางเกงขากล้วยอย่างนี้สบายกว่าเบาง่ายจริงด้วยเหตุผลจริงกว่านะยิ่งกว่าที่จะมาห่มคลุมผ้าจีวรใส่อังสะหนุ่มอะไรอีกเนี่ยมันดูรูปร่างแล้วดูมากดูมาดูแบบหนักกว่าเปลืองกว่าอะไรต่างๆก็จริงถ้าเผื่อว่าเป็นไปได้นะแก้ไขได้นะแล้วก็ดีเหมือนกันนะศาสนา แก้ไขไปเป็นรูปรถได้โดยที่เรียกว่ามันก็มีเหตุผลมันมีปัจจัยนี้แล้วทำแล้วก็ได้ประโยชน์สูงสุดก็ก็ทำตามไปได้แต่มันผมไม่อยากจะเปลี่ยนแปลงอันนี้ไม่อยากจะล้มบัญญัติอันนี้ไปเป็นอย่างโน้นแล้วก็วันนั้นเป็นพระไม่อยากเพราะว่ามันเป็นการซ้ำซ้อนแล้วมันเป็นการไม่ตัดส่วนในรูปและอะไรหลายๆอย่างของโลกซึ่งเราก็รู้สมมุติถ้าสมมุติของโลกเพราะอย่างนี้เราก็ยืนยันว่าอย่างพระพุทธเจ้าไม่ดีแล้วผมจึงไม่เปลี่ยนแปลงแม้อันนี้จะหนักกว่าจะลำบากกว่าอยู่ผมก็ยอมยิ่งไม่กินเนื้อสัตว์แล้วไม่หนักกว่าเลยการไม่กินเนื้อสัตว์ไม่หนักกว่าไปกินเนื้อสัตว์เลยการกินเนื้อสัตว์ที่หนักกว่ามากเรื่องกว่าไม่สะอาดไม่สบาย ไม่สะดวกกว่าหลายประการแล้วจะให้ผมกลับไปกินเนื้อสัตว์นั้นผมไม่ไปแต่ตอนนี้ผมก็กินเนื้อสัตว์ได้ผมจะกินผมก็ไม่รังเกียจอะไรแต่ผมก็เห็นไม่เห็นสมควรอะไรไม่สมควรจะไปกินเนื้อสัตว์เพราะไม่เห็นสมควรด้วยปัญญาด้วยความเห็นแจ้งของตัวเองอย่างนี้นี่เป็นความจริงใจส่วนตนเพราะฉะนั้นแม้ใครจะมาพิสูจน์ได้ว่าพระพุทธเจ้าแต่ฉันเนื้อสัตว์คุณจะตามพระพุทธเจ้าก็ตามถ้าเขาไม่สู้ได้หรือไม่มีเวลาตามพระพุทธเจ้าตามเขาไปตามเขาว่าน่ะแล้วก็จะไปตามกันก็ไปแล้วผมก็ยืนยันว่าแม้ผมจะได้เห็นด้วยรู้ด้วยแล้ว เข้าใจด้วยเลยว่าเออจริงพระพุทธเจ้าเป็นฉันเนื้อสัตว์จะเห็นว่าอย่างนั้นผมก็จะขอไม่ฉันเนื้อสัตว์เหมือนกันกับพระกัสสปะพระพุทธเจ้าไม่ได้พาไม่ได้บัญญัติเลยว่าจงในสัตว์คิดนะจงหาถือโอกาสนั่งยกตัวอย่างง่ายๆจงอธิบายของท่านเกินหน้ากว่าพระพุทธเจ้าด้วยไม่มีบัญญัติแล้วเกินหน้าด้วยพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้พระเจ้าพระพุทธเจ้าก็ไม่มีศักดิ์ศรีถวายแล้วเหมือนอวดเก่งเกินมนุษย์พระพุทธเจ้าไปอีกมันก็จะปรากฏตลอดไปจนพระพุทธเจ้าทรงตรัสถามต่อหน้าผู้อื่นก็มีคนเพียงโทษท่านเพลงโทรทัศน์ ฟังเพลงทั่วท่านท่านก่อนตอบถ้าบอกว่าฉันทำเพื่ออนุชนรุ่นหลังเราก็จะทำเพื่ออนุชนรุ่นหลังมันไม่ใช่เรื่องที่ว่าเป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้นสิ่งที่บอกว่าพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้บัญญัติเทศกิจท่านก็ไม่ได้บัญญัติข้าราชการมาบัญญัติพระพุทธศาสนาหรือแม้แต่ข้อที่ซ้ำซ้อนกันก็เทวทัตบัญญัติคือข้ออยู่ป่าไม่เข้าที่เมืองที่บังอยู่คนไม้ซึ่งก็จะฝากก็มีทุนลงเขาวัดข้อนี้เหมือนกันเป็นส่วนใหญ่อยู่อย่างนั้น รถกระบะตั้งแต่อยู่อย่างที่ขอยืนหยัดได้นั้นซึ่งพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้บัญญัติไม่ได้อนุญาตให้ถือเคร่งอย่างนั้นตามที่พระเทวทัตขอเหมือนกันเช่น 5 ข้อของอยู่ป่าเป็นวัดอยู่โคนไม้เป็นวัดบังสุกุลเป็นวัดบิณฑบาตเป็นวัดไม่ฉันเนื้อสัตว์เป็นวัดมีอยู่ 5 ข้อเหมือนกันมีอยู่ 5 ข้ออยู่ป่าอยู่โคนไม้ก็มีอยู่ด้วยแล้วก็สปาท่านก็ขอยืนหยัดในวันนั้นจะบอกว่าพระพุทธเจ้าบัญญัติหรือไม่บัญญัติกึ่งๆกลางๆนะพระพุทธเจ้าบอกสอนแต่พระพุทธเจ้าภาษิตและภาษิตแน่ก็อยู่เธอจงอยู่โคนไม้นะฝึกให้ดีพระ 10 แน่พระพุทธเจ้าก็เพราะทั้งหลายแหล่ไม่ได้อยู่คนมาอยู่ป่า ส่วนมากแต่พระทั้งหลายก็รู้ในสุภาษิตในคำสั่งที่พระพุทธเจ้าท่านแนะนำเอาที่อยู่คนไม้คนป่าอะไรก็อยู่บ้างศึกษาบ้างเพราะว่าบัญญัติคืออะไรบางอย่างคือสิ่งที่เป็นไปแล้วทั้งภาษาพูดที่ตรงกับความเป็นจริงความเป็นจริงที่มีก็มีอย่างนั้นในสมัยพระพุทธเจ้าความเป็นจริงคือพระส่วนใหญ่ท่านไม่ได้ฉันเนื้อสัตว์และสุภาษิตที่มีท่านก็มีอยู่แล้วเท่ากับแต่เห็นอาจารย์ไม่เอาคำศัพท์กันมาเมื่อไม่เอาคำตอบนั้นมาแล้วบอกว่าไม่บัญญัติทีนี้ก็แค่ขอแก้เลยว่าใครมากล่าวตู่เราว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติขออ่านเราบัญญัติห้ามเนื้อสัตว์ไว้ในข้อแห่งความคัมภีร์เหล่านี้คือนี่คือคำสั่งพระพุทธเจ้านะคำว่าเรานี่หมายถึงท่านแล้วบอกว่าท่าน แต่นี่เป็นสูตรของมหายานนี่เป็นสูตรของมหายานไม่ได้เอามาก็เลยมาบอกว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติก็บอกก็ยืนยันบอกว่าที่จริงน่ะกล่าวตู่และกล่าวผิดแล้วว่าไม่บัญญัติถึงพระพุทธเจ้าบัญญัติแต่บัญญัติอยู่ในสูตรอื่นที่ไม่ได้เก็บรวบรวมมาไม่หมดนี่เก็บรวบรวมมาซึ่งเห็นได้ยากก็รู้ว่าเถรวาทให้เห็นได้อย่างก็รู้ดีว่าพระสูตรทั้งหมดที่มีเท่านี้นี่ไม่ได้หมายความว่าพระพุทธเจ้าตรัสเท่านี้หรือสอนอยู่เพียงเท่านี้เป็นแต่เพียงเอามาร้อยเอามาเรียงเลือกเอามาในส่วนหนึ่งเท่านั้นที่มาทำสังคายนาแล้วก็มาใช้เรียนกันไม่ได้หมายความว่าพระพุทธเจ้าสอน 45 พรรษามีคำสอนอยู่เท่านี้ไม่ใช่มีมากกว่านี้แล้วทีนี้ทางมหาสังฆิกะสงฆ์หมู่ใหญ่ไปรวมก็มีมากกว่านี้ในนี้ทั้งหลายแหล่อันนี้ ยืนยันว่าเป็นของเหตุการณ์ที่ร้อยเพียงเอาไว้เนี่ยในมหายานก็มีด้วยคำสั่งพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้อันนี้ในมหายานก็มีด้วยแล้วเขาก็มีมากกว่าเขาเก็บมามากกว่านั้นอีกอย่างนี้เป็นต้นถึงแม่ถึงแม่กว่านั้นอีกมหายานก็ไม่ได้เก็บมาหมดนี่แหละมันจะไปจำได้หมดจนทุกข์ถ้อยกระทงความเร็วพระพุทธเจ้าท่านไปตัดไปที่ไหนที่ไหนที่ไหนทั้งหมดมันจะเป็นไปได้ยังไงเป็นไปไม่ได้เป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเล่นคำตอบคำกันแล้วกล่าวตู่เราว่าเราบัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติพระพุทธเจ้ายืนยันว่าทำบัญญัติมีใครแปลพระพุทธทาสเองแปลวิเคราะห์เองใช้ภาษาของท่านเองนะท่านแปลเองนี่ท่านแปลมาจาก สันสกฤตนี่ขึ้นป้ายก็ว่าท่านแปลและท่านกล่าวเองและท่านกลับมาพูดเองโดยท่านลืมที่ท่านพูดท่านลืมที่ท่านทำท่านทำไปยังไงท่านพูดแล้วท่านก็ไม่รู้คำพูดของท่านหรือว่าทางออกเก่งๆมาพิมพ์นี่ไปแปลงคำของพระพุทธเจ้าเหรอไม่ได้แปลงนะนี่ก็บอกแล้วว่าเนี่ยนี่พอสุดท้ายแล้วก็ทำเป็นคาถาต่อไปนี้ก็ขอสรุปเป็นเข้าเป็นคาถาขอคำเป็นคาถาที่มีใจความว่าอย่างนี้โอ้บัณฑิตพระชินวรได้ตรัสไว้แล้วว่าสุราเนื้ออันนี้เขาก็วางของเขาเองก็ของทางสู่ไอ้นั่นทีนี้ไอ้คำสั่งนี่มันก็ควรจะเป็นคำข้อนี้ฟังแล้วมันก็ปนๆอยู่เหมือนกับว่าผู้ที่เขียนเนี่ยเราก็ตัดถึงพระพุทธเจ้าว่าพระชินวร ใช้คำแทนสุราเนื้อและหอมกระเทียมเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกหรือมหาพุทธศาสนิกใดๆไม่ควรบริโภคบรรพชิตควรเว้นเสมอจากเนื้อสัตว์หัวหอมและนานาประเภทแห่งเครื่องดื่มอันมึนเมากระเทียมและหัวผักกาดเขาผู้ฆ่าสัตว์ชนิดใดๆก็ตามเพื่อเงินและเขาผู้ซึ่งจ่ายเงินซื้อเนื้อนั้นทั้งสองพวกชื่อว่าเป็นผู้ประกอบอกุศลกรรมและจักรจมลงในนรกระหว่างและนรกพยายามใหญ่นะไม่มีหมายเลขข้อข้อ 1 ข้อ 5 ข้อ 9 ข้อ 16 ไอ้ที่ข้อ 16 นี่ก็บอกไว้ว่ารอวันจัดห้ามเนื้อสัตว์ไว้ในข้อความแห่งคัมภีร์เหล่านี้คือขาดสติกับสัตว์ พลาสติก 2 มาหาเมฆะ 3 นิรวาณนิรวาณนิรวาณนางคุลีมาริกาและศรีลังกาวัดตาลสูตรร้อนในข้อที่กล่าวอื่นๆนี้ก็ยังจะกล่าวถึงว่าพระพุทธเจ้าท่านห้ามฉันเนื้อสัตว์มีอีกแต่อันนี้มีลังกาว่าตาลสูตรก็เราก็ได้ดูได้เห็นในร่างกายอาการสุดเพราะจะบอกว่าท่านบัญญัติในนี้เขาก็ยืนยันว่าพระเจ้าบัญชาและบอกด้วยว่าบัญญัติไว้ที่ไหนบ้างมันเหมือนกับคำนี้จะแก้ตัวหรือจะยืนยันแต่ในนี้ก็มีคำตอบในนี้เราจะบัญญัติให้สาวกของเราบริโภคเนื้อลูกของเราได้อย่างไร มีพระพุทธเจ้าก็แปลเองนะคำแปลเราจะบัญญัติให้สาวกของเราบริโภคเนื้อลูกของเราได้อย่างไรเล่าและเราเองก็บริโภคมันได้อย่างไรเล่ามันไม่มีข้อควรสงสัยเลยในเรื่องว่าเราได้บัญญัติให้สาวกบริโภคหรือเราได้บริโภคมันโดยตนเองหรือไม่อันนี้เอาคำจากพอดีไงวัดต้นๆนี่มาร่วมสนุกกับอันนี้แต่โอบัณฑิตเรามีแต่เคยบัญญัติเนื้อสัตว์ไว้ในสูตรใดๆเลยใดๆหรือกล่าวว่ามันเป็นของควรกินหรือนับมันเข้าไปในประเภทของดีที่ควรกินเป็นข้อหัวข้อดำๆ ตอนนี้ที่เอามานี่ก็เพียงแต่เอามาดูแล้วก็เอามายืนยันบางคำบางความซึ่งในเนื้อหาสาระในนี้มันมีชัดแจ้งอยู่แล้วต่างๆมากมายนะว่าพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราไม่ได้ฉันเนื้อสัตว์แต่เราไม่เคยสอนใครอย่างเงี้ยอย่างที่ยืนยันเมื่อกี้นี้ว่าเราจะไปฉันเนื้อสัตว์เข้าไปได้ยังไงเนี่ยเพราะว่าเนื้อสัตว์ที่ท่านเห็นอยู่ว่ามันเหมือนเนื้อลูกถ้าฉันเลือกลูกก็เลยว่าถูกบังคับเหลือเกินถูกบีบใจเหลือเกินที่ตัวฉันและลูกได้จำเป็นเหมือนจะฉันอาหารที่จะยกตัวอย่างว่าฉันอาหารก็จงฉันให้มันเหมือนกันกับฉันเนื้อลูกอยู่ที่กลางทะเลทรายฝั่งนี้ซึ่งเป็นข้อยกตัวอย่างให้ฉันเหมือนกับเราชั้นด้วยความที่เราไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรหรอก เสมอตัวจริงมันเหมือนกับฝืนกินอยู่เหมือนกันนะถ้าสงสัยติดรถติดลูกติดกินติดเสียงติดสัมผัสก็ให้รู้ว่าได้กินอย่างยินดีอย่างกับเด็กอร่อยกินอย่างละเมอๆก็กินจะฝืนใจอยู่หน่อยนะมันก็กินเนื้อลูกตัวเองเงี้ยอยู่ในกลางทะเลทรายซึ่งมันจำเป็นจำเป็นมันตกไปอยู่ในกลางทะเลทรายแล้วมันไม่มีอะไรจะกินทำกินเข้าไปมันก็จะยังชีวิตไว้ให้พึงประพฤติเพื่อให้พึงเป็นไปด้วยดีเท่านั้นเองเราก็จำเป็นต้องกินเท่านั้นเองกินอย่างฝืนใจจำใจเหลือเกินคล้ายๆอย่างนั้นนี่เป็นกรรมฐานหรือว่าเป็นแนวคิดที่พระพุทธเจ้าท่านให้แก่สาวกบางองค์ที่จะต้องมันติดหนักก็พิจารณาอย่างนี้กินอาหารก็บอกว่าเป็นอาหารดีปฏิกูลและสัญญาทำสัญญามั่นหมายเห็นว่าอาหารที่เป็นปฏิกูลนะมันก็ยังอร่อยอยู่นั่นเองเพราะว่ามันเหมือน กินข้าวได้เหมือนกินขี้เลยบอกอาหารดีกว่าที่กูเลยสัญญากำหนดหมายเห็นว่าเหมือนเป็นของปฏิกูลมันก็ยังอุตส่าห์อร่อยมันก็ยังเป็นกิเลสอยู่นั่นแหละก็เลยต้องให้พิจารณาเหมือนกินเนื้อลูกเรานะยิ่งเหมือนกินเนื้อลูกในกลางทะเลทรายนะคือให้ทำจิตให้เหมือนรังเกียจไม่เหมือนไม่ได้ยินดีกินไม่ได้ยินดีไปจนติดยึดแต่นั่นแหละก็ประเดี๋ยวก็กินพอก็พิจารณาจนเกินควรพิจารณาจนกลายเป็นของหน้ารังเกียจรังเกียจกินไม่ลงกินไม่ลงเดี๋ยวก็ผอมแห้งตายแต่คนส่วนมากน่ะมันติดหรือว่ามันเห็นมันรักมันชอบมันอร่อยมากอยู่แล้วเพราะเราจึงมาพยายามปรุงพยายามปรุงพยายามล้างรถรูปรถเป็นเสียงสัมผัสไม่ให้มันเป็นไปเลยติดรูปติดรถติดเสียงก็ทำลายแล้ว กินในสิ่งที่มันเป็นสาระเราจึงมาฝืนกินสิ่งที่เราไม่ชอบกินในสิ่งที่เราไม่ชอบดีที่ดีกว่าเราจะได้เป็นผู้ที่ปลดปล่อยได้แล้วก็อยู่ได้กินก็คือทาสไอ้ตัวจริงที่สังเคราะห์มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับทวารตาหูจมูกลิ้นกายที่เข้าไปปรุงในจิตเอ้ยพอเข้าไปปรุงในร่างกายเป็นธาตุมันไม่ได้เป็นที่ตรงตามหัวจมูกลิ้นกายสัมผัสได้ถึงจะอยู่ได้ไม่ใช่ให้มันเข้าไปในนี้เถอะน่าแล้วมันรู้เรื่องอะไรมันไม่รู้เรื่องหรอกมันจะทำงานสังเคราะห์ย่อยแยกธาตุเอาธาตุไปกินกาแฟกินน้ำเป็นน้ำลมเป็นลมไฟเป็นไฟอะไรไปตามหามันจะเป็นปฏิกิริยาเป็นอุณหภูมิอะไรได้มันก็ทำของมันโดยจริงของมันเองแหละแต่ไม่ต้องไปถือสาอะไรหรอกทีนี้ส่วนเราเองเราไม่ชอบมากๆจนกระทั่ง กลายเป็นเรายังกินเข้าไปแล้วเราก็เป็นเกิดพลังงานทางด้านจิตผลักดันมากจนกระทั่งเกิดปั่นป่วนในข้างในถ้าเกิดไม่ชอบมากๆเกิดปั่นป่วนในข้างในเราก็กลายเป็นท้องเสียกลายเป็นอาเจียนกลายเป็นคลื่นเฮียนกลายเป็นปั่นป่วนในข้างในได้เหมือนกันมีพลังงานเรียกว่าโรคจิตโรคจิตก็ไปแทรกซ้อนหรือโรคกิเลสเพราะคนป่วยที่ท้องเดินท้องเสียท้องมวนท้องอะไรง่ายๆมันคือคนมีโรคจิตเก่งในทางที่ทำให้ท้องตัวเองเสียมันไม่ใช่ว่ามันเกิดจากสรีระอย่างเดียวสรีระก็เป็นถ้ามันมีเชื้อมันมีเหตุมีปัจจัยแล้วมันก็เป็นด้วยทีนี้ผู้ที่ไม่ได้เป็นน่ะพวกที่ไม่ได้เป็นสรีระไม่ได้เป็นโรคกระเพาะไม่ได้เป็นโรคอวัยวะส่วนนั้นส่วนนี้หรือเดือนนั้นเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าจะเป็นโรคท้องเสียเก่งอาเจียน อะไรเนี่ยหรือว่าท้องมันไม่ดีอ่ะท้องมันปวดมันๆมันเป็นโรคทางปวดทั้งในท้องในเรื่องเกี่ยวกับระบบอาหารเราไม่ได้มีอวัยวะเป็นมันก็เกิดที่จิตพออยู่ดีๆคนนั้นจะเป็นลมเดี๋ยวอาเจียนหรือว่าเดี๋ยวต้องอุจจาระแล้วก็ท้องเสียแล้วเป็นลมเป็นอะไรเนี่ยนั่นแหละคือถ้าจะจีบที่จะไม่มีไม่มีไม่มีเหตุปัจจัยทางอวัยวะนะจะเป็นลมอย่างนี้แหละสังเกตง่ายๆก็อาเจียนหรือจะถ่ายส่งออกจากท้องขับดันนี่ก็เป็นจุดที่ชี้ให้เห็นชัดว่ามันเป็นได้จากจิตเพราะนอกจากอันนี้แล้วเป็นจิตมากกว่านั้นไม่ใช่แต่ตอนเป็นลมเท่านั้นอยู่ๆก็ไปเดี๋ยวก็ท้องเสียเพราะเดี๋ยวก็กระทบกระเทือนก็ท้องเสียไปเดี๋ยวก็อาเจียนอะไรต่ออะไรเป็นอยู่มันก็เป็น โรคทางจิตยังไม่ถึงอวัยวะก็ให้รู้ว่ามันเป็นได้เพราะงั้นถ้าเกิดว่าผู้ใดศึกษาทางจิตก็จะต้องระมัดระวังเดินทางจิตส่วนอวัยวะเราก็รักษาจะต้องใช้วัตถุจะต้องใช้ยาใช้อยู่จะต้องใช้ธาตุดินน้ำไฟลมอะไรเข้าไปผสมผสานมันก็ต้องใช้ด้วยนะทีนี้ทางจิตก็ต้องเสริมด้วยทางกายรักษาได้ดีทางจิตก็จะทำให้ทรุดเข้าไปอีกทางจิตก็จะดึงเข้าไปอีกมันก็แย่มันไม่ได้นะเพราะงั้นเราก็ต้องรักษาให้ดีแล้วให้รู้ด้วยความจริงอีกส่วนหนึ่งทางด้านจิตวิญญาณด้วยว่าเราจะอาเจียนเราจะขับออกผลักดันออกได้มีอาการได้รับได้เหมือนกันที่พูดเมื่อกี้ว่ากินเข้าไปเถอะแล้วเขาก็สังเคราะห์เองเขาก็รับเองเขาก็พอใจเขาก็แม้เราจะชอบหรือไม่ชอบมันก็สังเคราะห์ และถ้าเผื่อว่าเราเกิดไม่ชอบมีใจที่ว่าหมักหมมฝืนใจอะไรลงมามันก็อาจจะขับดันผลักออกมาเป็นอาเจียนมาเป็นท้องเสียมาเป็นถ่ายออกไม่รับอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive