220327-2-067 ทางเอกภาค2-ตอน067(หน้า166)-พ่อท่าน-สันติอโศก-R999.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์271 KB
วันที่แก้ไข30 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 27 มีนาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์บรรยายทางเอกภาค 2 บทที่ 13 ธนา 166 ถ้าเมื่อวานนี้เราได้พูดถึงเรื่องความสุขที่มันยังเป็นความหลงและเราก็ไม่สามารถที่จะไม่รู้ได้ง่ายๆว่าความสุขที่เราเองเราติดเนี่ยมันมันติดจริงๆแล้วเมื่อเรารู้แล้วแม่รู้แล้วเราก็ยังจะรักมันไม่ได้ง่ายๆจนกว่าเราจะหมดความสุขหรือไม่หลงว่ามันเป็นรู้ว่ามันเป็นอย่างนี้แหละมันเป็นของบ่าวของ LINE ของว่างของโปร่งของง่ายกว่าแล้วก็รู้ว่าง่ายเบากว่าหนักกว่าแรงกว่าจัดกว่าแล้วกินพริกมันเผ็ดจัดถ้าจะให้กินพริกแล้วเรามากินน้ำตาลรสมันหวานรสกลิ่นรสน้ำตาลหวานยังง่ายกว่าเผ็ดจัดแล้วก็เราก็รู้ว่ามันง่ายกว่ากินน้ำตาลหวานจัดไปหวานเบาลงหวานเบาลงกินง่ายกว่าเราก็รู้เพราะฉะนั้นใครไปยึดค่าของการชอบไว้แค่ไหนเราก็ชอบแค่นั้นแต่แท้จริงก็ยิ่งเบาลงมามันกลางๆลงมาไม่มีรถสูงรถต่ำอะไรได้มันก็ยิ่งดีใหญ่มันก็ยิ่งสบาย ตามสบายตอนนี้ยังไม่ได้หมายความว่าสุขแต่มาหาความเบาว่าง่ายเรียบร้อยไม่จัดไม่จาไม่มากไปไม่น้อยไปไม่มากไปไม่น้อยไปแต่ก็เน้นเข้ามาหาทางน้อยศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นไปเพื่อความมักน้อยเป็นไปเพื่อความหาน้อยถ้าสูญได้จำเป็นต้องสูงสุดเลยถ้าศูนย์ไม่ได้จะเป็นต้องมีบ้างไม่มีบ้างส่วนสัตว์พอสมควรก็จะประมาณส่วนสัตว์พอสมควรอยู่ในภาวะนั้นเช่นว่าเราเองมีผ้า 3 ผืนนี้น้อยที่สุดแล้วศูนย์ไม่ได้เราก็ผ่าน 3 พื้นและชั้นวันละมื้ออย่างนี้ก็หมายความว่าเราเอาละวันละมื้อเป็นมาตรการ แต่เราจะสูงลงไปเลยเราก็ไม่มีปัญหาเราจะไม่กินเลยก็ไม่มีปัญหาแต่ว่าเราก็เอาประมาณที่กำหนดมาเป็นมาตรการกลางแล้วก็ว่าอย่างนี้อย่างนี้เป็นต้นและสิ่งใดจะให้หมดเลยเป็นปรมัตถ์กิเลสอารมณ์กิเลสหมดแม้กระทั่งอนุสัยอาสวะเลยก็ต้องให้ศูนย์อันนั้นหมายความสูงศูนย์นิภาแบบนั้นก็ต้องให้ศูนย์เราจะต

อ่านต่อ

้องรู้สัจจะทั้งหมดรู้สัจจะทั้งปรมัตถ์อะไรที่จะเอาเด่นสุดเป็นสุดก็ต้องให้รู้เด่นสุดเป็นสุดแล้วก็สุดนิรันดรไปเรื่อยเลยไม่มีผุดไม่เกิดอีกท่านก็ให้รู้กิเลสตัณหาจะไม่ให้พูดให้เกิดอีกไม่ไหวน่ารักกิเลสตัณหาและตีสุญญตาทุกกิเลสตัณหาส่วนสมมุติที่สัจจะในเรื่องของการ ผมจะเป็นเสื้อผ่าหน้าแพ้เครื่องใช้คำพูดคำจาบัญญัติต่างๆเราก็ต้องมีประมาณมีการกำหนดประมาณไปพอสมควรไม่ใช่ศูนย์จะเป็นสภาพนี้ส่วนกิเลสนั้นไม่ไว้หน้าเลยสูญญตาเป็นหลักศูนย์เป็นหลักเลยในเรื่องของกิเลสตัณหาอุปทานทั้งหลายน้อยๆจนสุดศูนย์แม้แต่อย่างอื่นเราก็จะไม่แม้แต่อย่างอื่นแม้แต่เรื่องของสมมุติฐานหนาไม่หลงทางแห่งความประดับประดาตกแต่งไม่หลงอุตส่าห์เสียนะมหาไม่หลงมากหลงมาไม่หลงเป็นมาขับพิษจากไม่เอาลงมักใจมักโตทำใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความมั่นใจมักโตอยากใหญ่ โตไม่เอาถ้ามันจะโตมันจะใหญ่มันก็เป็นเรื่องของความสมส่วนของมันมันมีเหตุมีปัจจัยที่จะต้องใหญ่สิ่งที่ดีก่อเกิดขึ้นดีมันก็มีปริมาณมากขึ้นดีมันก็มีคุณภาพมากขึ้นบรรยายโตขึ้นเรื่อยๆตามธรรมก็ดีของคนดีของควรมีควรเป็นอยู่ไอ้ตัวกุศลนี้มันมีมากมายก็ดีแล้วเราไม่ต้องอยากไม่ต้องอยากให้มันใหญ่อยากให้มันดีมันจะเป็นเองมีเองมันจะเกิดเมื่อเราได้เจตนาทำเจตนาช่วยกันสร้างสรรค์มันก็จะเกิดจะเป็นโดยไม่ต้องอยากไม่อยากใหญ่ไม่อยากมากไม่หลงใหญ่หลงมากไม่มักใหญ่ไม่มักมากมีมากปิดฉากในนี้เป็น พอเราได้อธิบายอย่างนั้นมาหลายระดับมาให้ฟังกันแล้วแล้วทีนี้ก็เข้า 566 เลยว่าความสุขเพราะได้เสพกามเป็นเรื่องหยาบที่สุดที่ท่านผู้มีดวงปัญญาจะทิ้งจะลดลงก่อนให้ได้จริงๆแล้วความสุขเพราะได้เสพสมในโลกกระทำอันมีลาภยศสรรเสริญก็เป็นเรื่องหยาบใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวพันกันอยู่ในชีวิตของผู้ยังไม่รู้แจ้งโทษของการเพราะจะลาหยุดสรรเสริญพวกนี้จะเป็นพาหนะนำไปเสพกามอยู่นั่นเองแหละสำหรับปุถุชนและแม้พระอริยเจ้าขั้น คดีความสุขและหลงความสุขเพราะต้องอธิบายก่อนแม้แต่พระอริยเจ้าท่านจงพอดีก็จะต้องนำเรื่องลาภยศสรรเสริญที่มีอยู่ไหมเอาไปปรุงหรือว่าเอาไปร่วมหรือเอาไปเป็นอุปกรณ์หรือเป็นปัจจัยในการที่จะปรุงตามหรือเพื่อเสพกามฉะนั้นอย่ามีเงินมาก็ไปส่งแต่บาปและรูปรถเป็นเสียงสัมผัสมียศก็จะเอายศไปแบ่งเขตปลูกลดกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรอย่างนี้เป็นต้นก็ยังจะมีอยู่อย่างนั้นอยู่เองแม้จะไม่เอาไปเสพอบายมุขไม่เอาไปเสพความต่ำของเราแต่อบายมุขก็เรื่องของการที่จริงแล้วก็รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเหมือนกันถึงแม่ที่สุดในใจของเราเป็นอุป ว่าเป็นรถเป็นชาติอย่างโน้นอย่างนี้ก็เหมือนการประกอบอยู่อย่างหยาบๆเกี่ยวด้วยการทั้งสิ้นเจ๊ตามไล่ขึ้นมาละเอียดก็หมายความว่าคุณภาพอย่างต่ำๆเป็นอย่างอบายมุขไม่มีมันก็สูงขึ้นมาเป็นเสพกามรูปรถเป็นเสียงสัมผัสธรรมดาทีนี้ความสุขเพราะหลงวิชาความหลงความรู้หลงในคุณงามความดีเป็นขั้นกลางซึ่งเป็นเรื่องของธรรมารมณ์กันแล้วเบื้องปลายความสุขเพราะได้เสพสมในความสงบในความหยุดความนิ่งเฉยในวงเล็บอุเบกขาและความดับในวงเล็บนิโรธสมาบัติเป็นเรื่องละเอียดและสุด ซอยลึกซึ้งสุดแม้บรมสุขที่ได้เสพสมในสภาวะผู้หยั่งนิพพานหรือผู้ทำสัญญาเวทยิตนิโรธให้แก่ตนได้แล้วก็ตามผู้แจ้งนิโรธอริยสัจพูดแทงทะลุแท้จริงในวิชาชั้นสูงสุดก็จะไม่ติดไม่หลงแสงเพราะในขั้นสูงในขั้นลงวิชาลงความรู้หลงคุณงามความดีแม้แต่แค่เป็นขั้นกลางก็ตามเป็นธรรมารมณ์แล้วขั้นกลางอันนี้มันไม่ได้อธิบายแยกให้ฟังแล้วมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการไม่เกี่ยวข้องกันต่างหูจมูกลิ้นกายใจแต่มันไปเป็นจิตยึดถือเป็นความรู้เป็นความเป็นความเป็นเราได้เป็น ถือตัวถือตนว่าเป็นคุณงามความดีที่จริงเป็นคุณงามความดีที่จริงเราได้ดีขึ้นมาบ้างแล้วก็มีมานะเป็นอารมณ์ที่ชื่นใจชูใจเฟื่องฟูใจใครลบลูกใครแตะต้องใครดูถูกประมาทก็ไม่ได้อะไรต่างๆนานาพรุ่งนี้เราเข้มแข็งเกินไปจะต้องเอาไปที่ดินฝากวัดฝากวัดคนอื่นเอาไปดันคนอื่นให้มากแรงไปอะไรก็ตามแต่เป็นความหลงเมืองกลางแม้เบื้องปลายความสุขเพราะในเสพเพราะเสพสมในความสงบความหยุดความนิ่งเฉยคือความไม่เอาเรื่องและความดับในวงเล็บนิโรธสมาบัติเป็นเรื่องละเอียด ฟังได้หยุดได้สงบได้จนจะเลยเถิดไปอีกเราก็จะต้องรู้ว่ามันวางมันปล่อยมันไม่เอาจนกระทั่งแม้ความดีแล้วก็ใครจะได้ไม่ได้ก็ช่างเฉยเมยมองเมินไม่เอาไม่มีอุตสาหกรรมวิริยะอะไรที่จะขวนขวายให้คนอื่นเขาได้ดีนี่บ้างไม่หลงดีได้ดีแล้วก็ปล่อยปละละทิ้งเลยแล้วช่างเหอะมันดีก็ดีไม่ดีก็ไม่ดีได้ดีแล้วก็ดีไว้แล้วก็ตามใจได้ยิ่งเผลอๆไปขายดีได้ดีแล้วก็ไม่ถือไม่ยึดจนกระทั่งมันจะแปรปรวนไปเป็นการไม่ดีก็ยอมช่างหัวมันอะไรอย่างนี้ไปใหญ่เลยยิ่งโง่ตายแล้วกลายเป็นคนเฉยหรือไม่ก็เป็นดับไปดับนิโรธไปดับสนิทเป็นอสัญญีเป็นอะไรแล้วแต่ซึ่งเป็นสภาวะด้านจิตในจิตโดยตรงเป็นอุปสรรค วันมามากมายทั้งที่อื่นเขาก็พูดอธิบายกันเน้นกันเราก็จะต้องมาวิเคราะห์ซ้อนลงไปในที่เขาเป็นเขาหลงอย่างโน้นอย่างนี้ยังเป็นอัตภาพหรือเปล่ายังเป็นสภาพที่มันเกินเลยไปเป็นอัตตกิลมถานุโยคในรายละเอียดในชั้นละเอียดหรือเปล่าเราก็จะต้องมาวิเคราะห์รู้แล้วก็เลิกกันมาเป็นขั้นสูงสุดท้ายลึกซึ้งสุดแม้บรมสุขท่านบรมสุขขั้นปรมังสุขังที่ได้แจกสมสุขสมแต่ว่าได้เสพสมก็ได้เพราะเราได้นิพพานได้อารมณ์นิพพานแล้วได้สูงสุดแล้วรู้กระทั่งอุเบกขาอาการรู้ระหว่างว่างปล่อยอะไรแล้วเราจะติดยึดในนิพพานเป็นผู้อย่างนิพพานเป็นผู้ทำสัญญาเวทยิตนิโรธให้แก่ตนได้แล้วก็ตามผู้แจ้งนิโรธ สัตว์พูดแทงทะลุแท้จริงในวิชาขั้นสูงสุดก็จะไม่ติดไม่หลงแสงในหลงยึดเอามาเป็นอารมณ์ในตนส่วนตนจะเป็นก็เป็นจะมีก็มีไม่สงสัยนิพพานอย่างนี้เมื่อไหร่ถึงวาระที่จะเป็นอย่างนี้ก็เป็นอย่างนี้ไม่เป็นวาระที่เป็นอย่างนี้ก็จะพยายามยืดหยุ่นอยู่ตามธรรมไม่ยึดเป็นมิตรจังไม่ยึดเป็นนิจจังเป็นผู้ที่จะรู้ตามความเป็นจริงตามอารมณ์โลกตามสิ่งที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยในโลกเป็นยังไงก็เป็นอยู่แต่สิ่งที่จะเป็นเที่ยงแท้ที่สุดนี้จะตัดของเราก็คือว่าเราจะต้องรู้จิตของเราว่าไม่ให้มีอารมณ์โลภะโทสะโมหะมูลแม้แต่ ธุลีละอองจะเป็นเชิงของจิตที่มันจะเป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวราคะโทสะโมหะอะไรก็จะต้องพยายามรู้ตนให้จริงจริงใจในเรื่องนี้เข้าใจตนเองให้ได้พยายามควบคุมจิตของตัวเองให้ได้อย่างนี้สะอาดที่สุดให้ได้ให้สะอาดที่สุดผู้นั้นรู้ความสะอาดของตัวเองอยู่ว่าเราเองเราไม่มีหรอกเสกโลโซโมหะเข้าไปปนกันจิตของเราแม้ขณะนี้รู้ตัวมีพรรคก็ต้องรู้ตัวว่าอะไรเรามีนี่เราต้องปรับปรุงแก้ไม่เอาเปลี่ยนเลยถ้าเผื่อว่าอันนี้เสนอไปแล้วด้วยกิเลสอย่างนี้ก็ไม่เอาหรือว่าอันนี้เป็นบกพร่องในกิเลสอันนี้เราก็จะต้องเปลี่ยนแปลงไม่ให้มีกิเลสเราจะเป็นผู้รู้เสพรู้ส่วนรู้อะไรที่มันยังไม่บริบูรณ์บริ เรื่องส่วนเราจะเข้าใจเราจะต้องทำตนให้บริสุทธิ์ร่วงส่วนจริงๆหรือแม้ผู้ที่ได้นิโรธอริยสัจได้นิพพานที่แท้จริงแล้วก็จะไม่คิดไม่ถึงจริงๆจะเป็นผู้ได้ผู้เป็นผู้มีก็เป็นก็มีถ้าจะเป็นผู้ที่ตอนนี้ก็ปฏิโลมแล้วอนุโลมปฏิโลมแล้วจะทำประโยชน์กับส่วนอื่นตนนั้นจะเป็นอย่างไรก็ช่างมันมีปัญหาอะไรไม่เจ็บไม่แสบไม่ปวดอะไรแล้วจะหนักจะหนายังไงจะมีทุกข์ร้อนอะไรยังไงโดยสภาพที่กำลังคลุกฝุ่นอยู่ตรงนี้เลยก็ตามก็ไม่แปลกประหลาดอะไรนั่นเป็นนิพพานซ้อนเป็นนิพพานที่เหมือนก็ไม่ใช่นิพพานเหมือนกับคนธรรมดา หน้าที่ของท่านไม่ๆไม่ถูกใจอะไรไม่มีใจแต่สิ่งกระทบข้างนอกดูเหมือนจะมีกายที่กระทบมีทุกข์อยู่ข้างนอกมีส่วนสัมพันธ์มีส่วนดูหนักหนาเหน็ดเหนื่อยอยู่พอได้แต่ท่านก็ไม่ลำบากเหมือนอะไรมันจะต้องเข้าใจลึกซึ้งละเอียดเพราะเข้าใจด้วยปัญญาอันยอดยิ่งย่อมรู้จักวัฏจักรย่อมรู้ในจักรวรรดิแห่งโลกแห่งสมมติและปรมัตถ์ทุกอย่างจึงปล่อยวางให้เป็นไปตามอนัตตาธรรมแล้วยังโลกไว้ด้วยปัญญาอันยิ่งจับยึดตามความเหมาะควรแต่ละกาลเทศะคือ ปูนโรคเกื้อกูลทนไปให้ดีที่สุดตามภูมิปัญญาของท่านผู้รู้แจ้งแทงทะลุนี้เองจนกว่าท่านจะสิ้นชีพดับขันธ์เท่านั้นให้เป็นผู้รู้และปัญญาจริงๆแล้วก็ไม่ปล่อยวางไม่ยึดมั่นถือมั่นเหมือนอย่างยกตัวอย่างปัจจุบันน่ะทำเหมือนอย่างผมเนี่ยถ้าไม่มีเรื่องนี้ไงผมแล้วพวกคุณว่าอันนี้ไม่งามไม่ควรพบสารภาพผิดเพราะคุณจะต้องสังวรระวังและก็ทำให้ดียิ่งขึ้นแต่เป้าหมายก็ถูกละเป้าหมายแล้วก็ไม่ยอมไม่ได้สัจธรรมเพราะว่ากันจริงแล้วเราก็มันเหมือนกับเรามีสงครามเงินเดือนกับเราต่อสู้ไม่เหมือนกับเราหนักหนานะแต่ใจผมไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรหรอกโดยจิตใจก็ไม่ได้ลำบากลำบนใจอะไรเป็น ว่าเราจะปรับปรุงยังไงเรายังจะต้องทำงานต่อเราก็จะต้องทำงานต่อจะทำอย่างไรดีที่สุดก็ไม่ดันทุรังอย่างสมมุติอย่างเมื่อวานนี้มันจะสมูทแล้วเรื่องจริงอย่างที่เล่าสู่ฟังเราก็ว่าจะไปช่วยงานเขาไม่ได้โกรธแค้นโกรธเคืองไม่ได้มีไม่ได้ก็ไม่ได้คิดจะไปแก้ตัวแก้ตนอะไรนะไม่อ่ะเป็นก็เป็นที่เล่าสู่ฟังมามีบทบาทมันไม่ได้คิดแค่ตัวใจตนแม้ที่สุดวันนี้เขาจะวิเคราะห์เรื่องศีลถ้าเขาเองก็ต้องการที่จะสับเราเพราะเราก็จะฟรีไม่อยู่ให้เขาได้กีดขวางตาเลยก็อย่างที่ว่าเขายังจะเลยยังไม่ได้บอกว่าเห็นอาจารย์ทวีเปรยๆอยากจะให้มาวิเคราะห์มาเคลียร์กันเรื่องศีลมีอยู่บ้างในสนามนั่นแหละเราก็ยินดีที่จะไม่ไปเท่านั้นที่เราตั้งใจว่าจะไปก็ยังถาม รอฟังแล้วก็ถามวินัยอยู่เหมือนกันว่าอาตมาว่าจะไปนะตั้งใจแต่ทีนี้ถ้าเห็นว่าอาตมาไม่สมควรไปอาตมาก็จะไม่ไปถามจริงๆถามจริงใจก็ถามกันเองเพราะว่าเหมาะสมจะไปไหมแต่ก็ยืนยันว่าหมอบอกคนท่านต้องไปควรไปเธอจะเอาอย่างเสียงเราไม่ได้อยากไปแก้ตัวแล้วเราไม่อยากทะเลาะเบาะแว้งหรือว่าเราเองเราอยากจะไปจิตใจที่ผูกพันว่าเราผิดนะเราควรจะได้ครบส่วนเราควรจะได้แก้ตัวเราควรจะทำหรือไม่แต่ถ้าจะไปทำให้ทำให้ทำเรื่องนี้ด้วยจิตอยู่ก็ยินดีจะทำแล้วก็ตั้งใจจะทำให้ดีขึ้นถ้าจะให้พูดดีขึ้นแต่มันสัจธรรมเราไม่เบี้ยวหรอกเราก็ต้องทำสัจธรรมนี่แหละเราจะพูดยังไงมันถึงจะดูนิ่มนวลมันถึงจะไม่บาดเจ็บๆอันนี้มันมีบกพร่องอยู่แต่เขาว่าเราต้องยอมรับว่าเราไม่มีศิลป ในการพูดแม่มันจะยืดยาวไปหน่อยนึงต้องผสมน้ำตาลผสมสีให้มันหนาแทนที่ไอ้เนื้อแท้ๆมันแค่นี้ต้องทาสีหน้าหนาขึ้นมาต้องเอาน้ำตาลฟอกขึ้นมาต้องอะไรขึ้นมามันก็จำเป็นบางทีทีนี้ไอ้นี่มันก็รับตัวเราวันนั้นมันจะฟอกสีทองน้ำตาลจะอธิบายเกี่ยวโยงกันด้วยนี่มากขึ้นมาเพื่อที่จะให้ดูนิ่มนวลผสมมันก็ไม่ได้มันก็จะต้องเอาเข้าเป้าเลยไม่ต้องเอาเนื้อเอากันใช่ๆๆๆๆออกมามันก็เลยดูกระด้างดูเพียวๆสดๆโป๊ๆมันๆของเหมือนคนเปลือยกายเดินธงเลยมันก็เลยดูจากอุจาดหน่อยนึงแรงๆหน่อยนึงอย่างนั้นแหละแต่ถึงอย่างนั้นก็เรารู้ว่ามันไม่สมควรมันไม่ค่อยดีมันไม่สุภาพทีเดียว หนังใหม่สุภาพทีเดียวแต่จริงใจนะเราจริงใจเพราะฉะนั้นกับแม้แต่เราจะต้องรู้อยู่ว่ามันเป็นอย่างนั้นแหละถ้าฟังไปแล้วก็จะเห็นว่ามันไม่ค่อยเรียบร้อยมันไม่สันติหรอกมันไม่เรียบร้อยราบรื่นงามมันยังไม่ถึงขั้นสันติแต่ใจของเราก็สันติอยู่หมอนี่บอกใจตัวเองให้ฟังว่าใจตัวเองก็ไม่ไม่ไม่เดือดร้อนอะไรแล้วก็ยังนึกอยู่ว่าต่อไปแล้วก็เข้าใจต่อไปอีกว่าที่พูดโดยสวดเปิดเผยเลยนะว่าจริงๆนั่นแหละผู้ที่ศึกษาธรรมะมาโดยความเข้าใจในธรรมะของพุทธศาสนาอย่างทั่วไปในปัจจุบันในเมืองไทยขณะนี้คือสัจธรรมที่ล้มเหลว คือพุทธศาสนาที่ไม่ถูกต้องจะสรุปลงไปหรือจะอธิบายคัมภีระให้ขยายความเดี๋ยวนี้เรื่องของศาสนาพุทธอยู่ในเมืองไทยขณะนี้ไม่ใช่สารัตถะที่แท้จริงจะยังย่อย่นสรุปเข้ามาเอาเป็นความเข้าใจหรือจะอธิบายก็กระจายความอธิบายเพียรกันอยู่จริงๆไม่ได้เข้าเฝ้าเขาหลักอะไรทีเดียวหรอกแล้วคนส่วนใหญ่ที่ศึกษาศาสนาจะเป็นมหาศึกออกมาแล้วหรือว่าเป็นพระอยู่ก็ตามหรือเป็นผู้ที่ใส่ใจธรรมะแล้วก็เรียนตามความหมายของคนอื่นอธิบายเป็นอาคมเป็นคัมภีร์รักเป็นคาถาหรือแม้แต่จะทำความเข้าใจกับพระอานาพระอนุสาสนีของพระพุทธเจ้ามันก็เป็นการเป็นแกนแท้ถึงตัวเองก็เอามาตีความ มาตราผู้ที่ตีความเป็นเครื่องอาศัยเกจิอาจารย์อนุฎีกาอาจารย์อะไรเอามาประกอบแล้วเราก็อ่านจะเป็นความเข้าใจตามอารมณ์ดีกว่าถ้าผู้แปลนี้เป็นพระอรหันต์ทั้งหมดนะโอเคอันนี้จะดีกว่านี้แต่ผู้แปลนี่ไม่ใช่พระอรหันต์ก็แน่นอนคำพูดภาษาสื่อความหมายอาคมนั้นก็ต้องออกมาตามปัญญาของผู้นั้นและก็พยายามที่สุดแล้วเราก็เคารพนับถือขอบคุณต่อผู้แปลเท่าที่เขามีสติปัญญาก็จริงแต่เขาไม่ใช่พระอรหันต์เขาไม่รู้สัจจะที่เป็นตัวจริงตัวแท้เป็นแต่เพียงอาศัยรูปหล่อๆๆลงมาในรูปรอยนั้นจะลดลงหารูปลอยนั้นจะลดลงแล้วมันก็ลดลงมาเพราะฉะนั้นนี้เป็นของกลางเป็นแกนกลางที่เขาทำความเข้าใจอย่างนี้กันอยู่แล้วทั่วไปเพราะศาสนานี้จึงมีเป็น เจือจางศาสนานี่เป็นความอ่อนๆเป็นความเจือจางเมื่อเรามาเข้มเข้มเข้มเข้มเข้มเข้มและเคร่งศาสนาขึ้นเป็นความเน้นเด่นชัดให้ตึงขึ้นมันก็ต้องขัดกันกับพวกเข้าใจย้อนอยู่ยานอยู่แล้วจะอนุโลมอยู่พวกเพ่งขึ้นก็จะต้องแน่นอนมันก็ต้องขัดกันขึ้นมาลักษณะนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรพระพุทธเจ้าจะเข้มแข็งขึ้นมาจากความเดิมพระเยซูเจ้าจะพยายามเข้มแข็งขึ้นมาจากพวกพระเก่าพระเดิมยุคแก่ให้ประชาชนกับท่านกลางการเขียนมันก็เป็นเรื่องธรรมดาศาสนา พวกศาสนาเก่า Solo aster เพราะโซโรอัสเตอร์ขัดก็ขัดกับศาสนาเก่าเพราะว่าท่านทำแรงเราถ้าทำแรงเราก็จะถูกแขวนคอแบบนี้ถ้าเราทำไม่แรงเราก็จะรอดตัวเราก็จะพอไปไม่ใช่กลัวถูกแขวนคอแต่ว่าเราเองเราควรจะทำให้พอดีพอดีแต่มันก็จะต้องมีการตึงตึงตึงตึงเป็นอย่างนี้เสมอนะแต่อยากยกตัวอย่างอย่างของพระพุทธศาสนาของพระคริสต์มีอย่างศาสนาคริสต์อย่างพระเยซูที่มีอยู่ตอนหนึ่งผมพึ่งได้ยินผมเพิ่งจ่ายคนที่จับได้จะมีอยู่บทบาทนึงที่พระเยซูเข้าไปในสถานที่เขาขายเราเอาเหล้าเอายาไปขายทีนึงในวัดพระเยซูกับหมู่สาวกเข้าไปถึงกับกวาด ที่นี่เป็นที่ของพระเจ้าพวกเธอจงออกไปมันแรงอย่างนี้ที่นี่จะไม่พึงเอาสิ่งเหล่านี้มาวางตั้งขายที่นี้ไม่ใช่ของพระเจ้าของพระเจ้าไม่เอาอย่างนี้ดีกว่าติดของเรายาอะไรเขาลงจากที่ตรงนั้นออกไปมันเป็นต้นก็พละเขาขายเหล้าแล้วนี่ไม่ใช่พระเขาไม่เรียกพระเจ้าพวกที่มันถือว่านี่เป็นสถานที่ของศาสนาเก่าแล้วก็มาทำกันลามกอย่างนี้อันนี้ก็เลยไปแรงเลยเป็นควายแล้วก็ทีนี้เป็นที่ของพระเจ้าไม่ใช่ที่ของเธอออกไปกว่าของเขาลงไปเลยมันก็ทะเลาะกันทีมันก็แข็งแรงทันทีอย่างนี้เป็นต้นแต่ก็ไม่ได้ค่อยเอาเอาอธิบายพวกนี้มันมีอยู่ผสมนะเขาคงไม่ได้เก็บ กวาดมาหมดแล้วอะไรที่มันแรงมากๆเขาก็คงจะไม่จับมารวมนะเพราะว่าทุกคนนะพยายามที่จะเอาอะไรที่มันดีเข้ามาเรียบเรียงเหมือนกันกับในอนาคตส่วนของผมเนี่ยถ้าใครจะเรียบเรียงประวัติผมหรือพวกคุณจะเรียบเรียงหรือพวกคุณจะพยายามเพราะคุณจะไปเอาเรื่องที่มันบกพร่องที่พระพุทธเจ้าไม่ดีไม่งามของผมผสมผสานลงไปในบันทึกนั้นในอันนั้นคุณจะเข้าไปทำเข้าไปได้ยังไงใช่ไหมคุณก็ต้องไม่ทำคุณก็จะต้องร้องเรียนฟรีก็ได้ส่วนที่มันดีมันงามมันเป็นสารัตถะที่มันไม่ต้องทำให้ดูเสื่อมถ่วงต่ำอะไรคุณก็ต้องเอาเปรียบเขาไปอย่างนั้นไอ้สิ่งที่บกพร่องสิ่งที่ไม่ดีไม่งามขัดแย้งหรือว่าสิ่งที่มันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยอย่างเดียวหมดพลาดครั้งอะไรเนี่ยจะมีเหล้าเชิงยังเมื่อวานนี้ก็เล่าก็เล่าเท่านั้นเองแต่จะเป็นเน้นไม่เน้นนะว่าจะ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ลงมาจากเขาออกมาจากถ้ำนั้นแล้วหิวพอไปบำเพ็ญอยู่เนี่ยหิวด้วยอารามหิวก็เลยมาถึงมาเจอต้นมะเดื่อต้นมะเดื่อมันไม่ออกลูกก็เลยเลยออกไปเป็นภาษาก็มีบันทึกภาษาด้วยนะว่าพระเยซูก็เลยบอกว่าไอ้ลูกมันเบื่อนี่ยังไงเราจะกินมะเดื่อทำไมไม่ออกลูกทั้งๆที่ฤดูนั้นไม่ใช่ฤดูที่มีลูกเหมือนเดิมฤดูนั้นมาเดือดจะไม่ออกลูกแต่โมโหหิวแล้วก็วิจารณ์ทำไมอ่ะพระเยซูถึงเป็นด่าต้นมะเดื่อมันไม่แสดงความโง่หรือไม่แสดงความอยากของตัวเองจนตาลาย นี่แสดงว่าเป็นกิเลสใช่ไหมอย่างนี้มันมีอยู่ในคัมภีร์เขาบันทึกเราไว้อยู่อันนี้ขวัญดีเป็นคนพูดความดีก็เอาอันนี้ไปโต้แย้งกับพวกที่แสดงว่าเขาคิดจะมีกิเลสใช่ไหมเพราะพี่จะเป็นดาวต้นมะเดื่อทั้งๆที่มันเดือนหน้านั้นไม่ใช่หน้าออกลูกแต่ความโมโหหิวของตัวเองจะไม่ถึงจะต้องบริพัตรต้นมะเดื่อออกมาพอมีคำบริภาษแล้วบริพัตรทำไมไม่ออกลูกให้ข้ากินอะไรอย่างนี้แต่นี่พูดแรงและคงไม่ใช่จำนวนแต่เขาวิเคราะห์จากออกมาใช่ป่ะที่พระเยซูยังมีอารมณ์ใช่ไหมพระเยซูยังโมโหหิวใช่ไหมเพราะพระเยซูยังไม่เป็นผู้บริสุทธิ์ใช่ไหมเขาก็อ้ำอึ้งแล้วเขาก็พยายามเลี่ยงไม่ แล้วก็จะโกรธพวกลูกศิษย์ลูกหาคนทางโน้นเขาโกรธนี่ฝันดีเป็นคนเล่าสู่ฟังแล้วบางทีก็บอกว่าก็ไม่อ่านเจอในพระคัมภีร์ของยายชูก็เป็นอย่างนี้เป็นต้นถ้าอย่างนี้ถ้าผู้เข้าใจแล้วก็จะไม่เอาใส่ลงไปในพระคัมภีร์เอามาเล่าถึงประวัติทุกส่วนของพระพุทธเจ้าเอาของพระเยซูของพระศาสดาตนเพราะเป็นจุดบอดเป็นจุดบกพร่องและเป็นจุดที่มันเป็นไปได้ถ้าอาจจะเป็นไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้เพราะเราบอกเราว่าศาสนาพุทธเรารู้ว่ากายกรรมอาจจะทำอย่างนี้แต่นี่มันไม่ใช่ไปทำเพื่อที่จะสอนคนมันไปทำกับต้นไม้มันยังไงอ่ะต้นไม้มันรู้เรื่องอะไรมันรู้อารมณ์อะไรแล้วเราจะไปด่ามันยังไงไม่ว่าจะฟ้องเทวดาเลยบอกว่าฉันหิวแล้วก็เลยดูบนเรือเพื่อที่จะไปให้กระทบหูเทวดาส่งอาหารทิพย์ไม่ใช่กินบางที ฉันหิวแล้วนะอะไรเนี่ยชอบก็ชอบก็แล้วแต่จะพูดกันแต่ถึงยังไงก็ตามมันเป็นหลักฐานหรือมันเป็นสภาพถ้ามันมีเรื่องนี้จริงมีบทบาทอย่างนี้จริงคนบันทึกก็น่าสังเกตเหมือนกันว่าคนบันทึกไปรู้ได้ยังไงว่าพระเยซูไปบริจาคต้นมะเดื่อพระเยซูลงมาจากเขาน่ะมีคนรู้แล้วหรือมีคนเห็นแล้วหรือในโน้นไม่รู้อะไรเลยว่าเขามีคนเห็นคนรู้หรือเปล่าหรือว่าพระเยซูเอามาเล่าให้สาวกฟังแล้วสาวกก็เลยบันทึกลงไปก็อาจจะเอามาเล่ารักษาคนเลยบันทึกก็ได้แต่ส่วนมากก็จะเป็นอย่างนั้นสิ่งใดที่ผู้รู้ของตัวเองคนอื่นไม่เห็นอย่างผมเล่าสู่คุณฟังนี่มีหลายเรื่องอย่างเรื่องเมื่อวานไม่กี่วันเนี่ย เรื่องที่ไม่น่าเล่าแล้วก็เล่าไปแล้วก็ขอบคุณเอาไปบันทึกลงไปก็ไม่เข้าท่าแน่นะเอาไปเก็บเรื่องนี้ไปบันทึกเป็นหลักฐานลงไปก็ไม่เข้าท่าแน่ทีนี้บางคนก็อาจจะเอาผู้ไม่มีพุงก็เลยบอกเฮ้ยมันเป็นไรหรอกเปิดเผยอะไรก็เปิดเผยได้หมดแหละแล้วก็เอาไปบันทึกลงไปมันก็อาจจะเป็นอย่างนี้แล้วคนก็จะต้องวาดก็ไม่รู้กาละอาจจะบันทึกลงไปแล้วคนก็จับคำจับความไม่รู้การแล้วนั้นมันกาละครั้งหนึ่งเมื่อมนุษย์ก็จะเอาจุดนี้เป็นจุดเร็วเร็วตามก็ได้นะอย่างนี้เป็นต้นแต่ที่จริงผมรออยู่แม่คุณจะบันทึกก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าเราจะเลือกแต่เราเป็นฆราวาสเหมือนรอบประวัติพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าทรงมีการเปลี่ยนแปลงงานเพราะบางคนถือเหมือนกันว่าพระพุทธเจ้านี่ต้องไปแต่งงาน มีลูกมีเมียอะไรมาบางคนพูดถึงศาสนาเขายังถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนธรรมดาอย่าไปแต่งงานสกปรกแต่พระเยซูกินก็สะอาดต่างไม่ดังเพราะเป็นพรหมจรรย์ไม่มีเรื่องราวอะไรเลอะเทอะพวกนี้เขาก็ยังเอามาเป็นแง่ตีถ้าเขาจะตีแล้วก็เขาก็ตีจริงๆถ้าได้ก็นึกว่าอันนั้นของเขาเหนือกว่าพระพุทธเจ้าของเราตรงนี้ด้วยเขาว่าอย่างนั้นด้วยนะนี่ก็เป็นแค่คนก็ง่ายๆเงินๆอะไรพวกนี้แหละแต่เราก็จะต้องรู้เหมาะรู้ควรรู้เข้าใจมันจะเป็นธรรมดามันจะดูทีวีช่องหรือไม่บกพร่องก็ต้องละเอียดแต่ทีนี้เรื่องที่เรายกขึ้นมาแล้วก็กล่าว สู่ฟังอยู่อย่างนี้เราก็จะต้องพยายามที่จะรู้จุดที่มันเข้ารอบเข้าร่องเข้าสภาวะเหมาะสมควรหรือไม่ควรเป็นชั้นเป็นตอนต่างๆนานาเนี่ยแล้วเราก็จะรวมลงได้แต่เราก็จะสรุปหรือว่าเราจะเอาแสดงออกแต่ละวาระแต่ละครั้งแต่ละคราวได้ดีไอ้ที่ผู้ที่สอนหรือว่าที่กล่าวอยู่ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องที่ละเอียดลึกซึ้งเป็นเรื่องที่อบรมชั้นผู้ใหญ่ให้รู้ภาวะที่จะต้องสอนจะต้องช่วยกันเผยแพร่จะต้องสังวรระวังสามารถเป็นเรื่องนโยบายเป็นเรื่องอุบายเป็นเรื่องที่จะปรุงมันไม่ใช่เรื่องดับ มันเป็นเรื่องที่จะต้องมีสังขารทำปุญญาภิสังขารให้เป็นอิทธาภิสังขารทำการปรุงให้เป็นบุญของการปรุงให้เป็นฤทธิ์เป็นเดชทำเป็นการปรุงให้มันเป็นเข้าท่าก็ทางประกอบยิ่งไปเอาอะไรต่ออะไรมาเนี่ยเรื่องราวแต่ละวันแต่ละเดือนมาวิเคราะห์อะไรให้ฟังมันเป็นสัจธรรมอย่างนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆถ้าจะว่าเป็นแล้วกำลังแย่แย่ความล้มเหลวของศาสนาอย่างล้มเหลวเป็นยังไงศาสนาเนื้องอกศาสนาที่ไม่เข้มแข็งเป็นยังไงและเราคิดว่าเราจะหลงตัวหรือไม่หลงตัวก็ตามเรากำลังคิดว่าเราทำศาสนาที่เป็นเนื้อเพราะฉะนั้นปลายที่ไหนมันก็จะแสดงตัวแสดงตัวตัว ตัวจริงตัวปลอมตัวจริงตัวปลอมตัวจริงตัวปลอมมันไม่ได้ออกไปนี้โผล่เข้าไปตรงนี้มันก็ไปแสดงตัวของมันอยู่นั่นเองทั้งๆที่ไม่เจตนานี่คุณฟังดีๆว่ามันไม่เจตนาเลยไม่พยายามเลยนะแม้แต่ประเด็นนั่งแล้วมันก็ขัดก็ไกลด้วยคนก็ยังเข้ามาถามในนั้นแหละองค์กรในการประชุมนั่นน่ะอยู่ในนั้นผู้ที่เข้าร่วมประชุมยังมานั่งถามบอกว่าเอ๊ะทำไมท่านใช้สีนี้นุ่งห่มทำไมไม่เหมือนพระดังนั้นเล็กๆน้อยๆพวกนี้ก็ยังไม่มีการพ้นไปหรอกเขาก็ยังตั้งข้อสังเกตคนไม่ถามไม่มีอีกเยอะในนั้นน่ะเอ๊ะทำไมพระ 2 องค์นี้ที่นั่งประชุมนี่สีไม่เหมือนกับพระ 3 4 องค์นั้นไม่เหมือนกันเลย ทำไมล่ะและส่วนทั่วไปที่สามัญสำนึกก็เห็นอยู่แล้วทั่วไปเหลืองพลอยเต็มไปหมดแล้วพระสีนี้หาดูได้ยากหน่อยนะเป็นยังไงล่ะถามไม่ได้ถามธรรมดาวันนั้นไม่ได้พูดถึงนั่งประชุมด้วยนะครับพักกลางวันเขาก็แวะเข้ามาถามเห็นเราคุยกันผมคุยกันดรกุลศักดิ์หันไปคุยกับแกแกก็แวะมาถามเลยว่าอย่างนี้เห็นมีเด็กนะนำความเลยคือความมาว่าเห็นมีที่ผู้แต่งสีมีผู้หญิงเรียกว่าแกคงได้คุยมาแล้วเรียกว่าศิษย์พม่าแปลว่าอะไรอันนี้เรียกสิทธิ์คำว่าด้วยหรือเปล่าชี้มาที่ผมเลยอย่างผมนี่เรียกสิทธิ์พม่าด้วยหรือเปล่า พม่าหรือเปล่าอย่างโน้นรู้แล้วเห็นผู้หญิงเป็นอย่างนั้นเรียกผิดคำว่าอย่างนี้เรียกผิดคำว่าด้วยหรือเปล่าแล้วก็บอกว่าไม่ได้เรียกสิมาเล่นพระพระภิกษุสงฆ์พระสงฆ์พระของศาสนาพุทธอ้าวแล้วทำไมแต่งอย่างนี้ทำไมไม่แต่งเหมือนพี่ก็แต่งตลอดนี่เป็นเรื่องธรรมดาเลยมันจะต้องเป็นต้องมีอยู่แล้วแล้วมันก็ถูกบีบบังคับมาให้เราจนเราไม่รู้จะไปยังไงมาไงแล้วทีนี้เราก็ต้องอยู่อย่างนี้เราก็ได้แก้ไขไปเรื่อยๆเราก็ต้องอธิบายตามเชิงของเราให้แกฟังคนที่ไม่ไม่ได้ฟังคำอธิบายนี้ยังจะต้องไม่เข้าใจก็ยังมีอยู่แล้วมันก็รู้ว่าถ้าเกิดว่าเราได้แสดงอะไรถ้าเข้าใจเป็นกลางก็ฟังพระองค์นี้พูดแปลกถ้าเขามีติดตัวนึงที่เขา ศาสนาพุทธที่มันไม่เข้าท่าไม่มีเหตุผลแล้วก็ไม่มีเนื้อหาสาระไม่เอาจริงเอาจังถ้าเราแสดงออกนี่เขาจับความเร็วเพราะนี้เขารู้สึกนะคนที่มาถามก็รู้สึกว่าเอ๊ะแต่ก็รู้สึกนะว่าพระพวกท่านมีพวกท่านนี้รู้สึกว่าเดินสำรวมแต่พวกเหลืองๆพวกถุงน่องไม่เห็นสำรวมเลยแล้วมันฟ้องกันตลอดเวลาจะพูดก็พูดแต่จะคุยออกก็คุยเอออาจารย์ทวีก็นั่งข้างๆนั่งงกๆเมื่อวานนี้ช่วยกันกับอาจารย์ศิลป์อาจารย์ศิลป์ก็บรรยายยิ่งตอนท้ายอาจารย์ทวีตอนนี้ยิ่งเข้มของเขายิ่งเพลงมาที่พระทั้งหมดเลยเพราะ ท้ายที่พูดแล้วอาจารย์ก็ไปขึ้นไปสรุปสุดท้ายอาจ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน