210403-227 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข3 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

สภาพที่เราดับจิตหรือว่าพักจิตลึกลงวางเป็นจุดที่เราจะต้องรู้ชัดพร้อมกันนั้นก็ต้องรู้ถึงชีวะที่เราเองยังมีตัวที่มันเกิดการขัดแย้งสภาพเพียรมันไม่มีเพียรมันไม่มีวิริยะมันไม่มีสภาพที่ดีมีเป็นอย่างนั้นเป็นของที่ยิ่งเป็นของที่เรารู้ว่าสิ่งที่ยิ่งและสิ่งที่มันได้คือมันจุดจุดวางจุดพักที่มันจะต้องอยู่ผสมกันอบตภาคก็มีมดมีทั้ง 2 ส่วนลดปัญญาดำเนินไปด้วยปัญญาดับก็รู้ว่าจะกลับบ้านที่เป็นจุดดับ ฟุตบอลขาดออกจากกันทั้ง 7 ซึ่งไม่มีอะไรที่มันโล่งว่างไม่มีอะไรออกไปจากที่นั่นเลยไม่เหลืออะไรเลยนั่นน่ะมันไม่เป็นไปไม่ได้ความมีสภาพที่มันหลุดขาดจากกันเท่านั้นซึ่งเป็นสภาพที่ลูกค้าเห็นๆอยู่ว่ามันหลุดขาดจากกันมันไม่ปรุงกันมันไม่ติดกันมันไม่ผลักมันไม่ดูดกันแต่สภาพที่ว่างโดยภาษาที่เรารู้ความหมายว่ามันว่างมันไม่มีอะไรเลยในจุดที่เรามีจิตอย่างนั้นกับโลกในขณะที่เราอยู่มันก็จะต้องมีสิ่งที่มีส่วนตอนที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆเราจะหลบจะหลับเช่นนี้จะพัก ไม่เอาอะไรไม่รับอะไรมันก็มีสภาพนั้นได้เป็นสภาพนั้นได้ซึ่งเราก็เข้าใจเพราะฉะนั้นเราจะอยู่โดยสภาพที่ไม่ต้องเข้าใจเป็นขั้นตอนก็ไม่อย่างเด็ดขาดดับหลับเป็นไอ้ฉันดีไม่รับรู้อะไรหรือว่ามีรับรู้บ้างไม่รู้บ้างแต่มันก็ว่างๆตรงๆจนกระทั่งโปร่งใสรับรู้เต็มที่เป็นวิญญาณเต็มที่แล้วก็มีสภาพมันแยกออกไปว่าเป็นโล่งโปร่งเป็นอากาศธาตุแล้วก็รู้ชัดๆว่านี่มันก็วางมันไม่มีกินเลทแล้วก็รู้ว่ามีกิเลสไม่มีนิวรณ์ไม่มีอะไรอะไรก็รู้สภาพไม่มีกิเลสนั่นแหละรู้ชัดว่าจนกระทั่งแม้มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมีโรคมีอะไรที่เรารับรู้อยู่ทุกอย่างเราก็รับรู้ทุกอย่างแต่ไม่มีกิเลสนั่นแหละเป็นสภาพวาง ที่เราจะต้องทำให้ชัดเจนไม่ชัดเจนแล้วเราก็รู้ว่าทุกข์กาละเราจะอยู่ตามความเป็นจริงตามกาลที่มีเหตุปัจจัยอย่างไรไอ้ปัจจัยที่จะอย

อ่านต่อ

ู่สัมผัสกับสิ่งใดๆมันก็สัมผัสกับสิ่งนั้นๆแต่ความไม่มีที่มันนิรันดรหรือของที่อยู่ก็คือเราไม่มีกิเลสเราไม่มีอารมณ์ชอบอารมณ์ทางอารมณ์ติดอารมณ์ดูดอารมณ์ผักอารมณ์ขัดเคืองอะไรไม่มีจริงๆเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้ที่โล่งโปร่งเป็นผู้ที่สบายเราจะรู้ความสบายแม้เราจะทำงานอย่างหนักหนักขนาดใดๆก็ตามเราก็รู้อยู่ว่าหนักด้วยการงานเป็นอย่างนั้นถ้ามันงานนั้นเราพิจารณาเห็นว่าเป็นการรังสรรค์มีการสร้างสรรค์แล้วเราก็ทำไปแล้วเราก็ มีความหมองหม่นไม่มีความอับเฉาไม่มีความอึดอัดไม่มีความทุกข์ร้อนอะไรจริงๆนี่เป็นสภาพพ้นทุกข์ที่บริบูรณ์ของพระพุทธเจ้าพ้นทุกข์อย่างเสด็จแม้จะมีสภาพนอกอยู่เหมือนกับคนเห็นโอ้โหอย่างนี้ทุกข์แย่ทรมานแย่ทำงานทำการทำอะไรหนักหนาหนักหนาเหน็ดเหนื่อยอยู่จะแย่มันก็เป็นแต่เพียงสมมุติที่สัจจะมันเป็นไปเพียงกรรมกิริยาส่วนจิตของเรานั้นเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้อยู่ในสภาวะตื่นก็เป็นผู้อื่นแทนส่วนเราจะมีขั้นตอนหลบหลีกหนีพักให้มันสนิทไปขนาดไหนเราก็รู้จะทำเอาในคราวที่จำเป็นจะต้องทำอย่างนั้นเราก็ทำไม่จำเป็นจะต้องทำเราก็ไม่ทำเราจะอยู่กับสภาพที่จรรโลงแล้วก็มีจิตว่างโรงโล บอยเบิกบานอย่างนี้เป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นผู้เบิกบานพุทธหมายถึงเอาผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานเท่านั้นอย่างแท้จริงแล้วเราจะต้องพยายามดูสังเกตจิตใจอ่านจิตใจเสมอแม้เรากินเราอยู่เราเป็นเราไปเรามามีเศษอะไรที่มันจะเหลือพบเหลือชาติเกิดตัณหาหรืออุปทานล้างละออกไปไม่ประมาทอย่าเราก็รู้เรื่อยๆให้ชัดว่าตัวอย่างตัวการใหญ่ตัวที่มันลำบากลำบนรถไปจนกระทั่งบางเบาบางเบาก็อย่าประมาทเพราะยังไม่ขาดสักนิดยังไม่ดับเกลี้ยงยังไม่บริสุทธิ์เราก็จะต้องเอาให้บริสุทธิ์ต้องไปจนสุดท้ายจริงๆให้ได้แล้วเราก็จะเป็นผู้ที่พิสูจน์สัจธรรมของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงและรู้สภาพของนิพพานทีเด็ดขาดเป็นๆนี่แหละ ต้องไปตายแล้วได้นิพพานโดยที่ว่าลืมตามีผัสสะมีงานการมีสัมมาคารวะองค์ 8 บริบูรณ์ถ้วนเป็นผู้ที่ครบอย่างแท้จริงและเราก็จะเป็นผู้ที่เบิกบานแจ่มใสจริงๆไม่มีหม่นหมองเวลาใดหนักหนาอย่างไรกระทบอย่างไรมีอะไรก็ได้แค่ไหนเราก็ไม่มีอึดอัดไม่มีอุปสรรคไม่มีโทรมานัดไม่มีเร้าใจแบ่งใจน้อยใจไม่มีเลยจริงๆแล้วก็ไม่มีทุกข์อะไรเราก็รู้ระดับเราจะต่อหรือไม่ต่อเราก็รู้มีปริมาณการรู้ขนาดเราไม่ต่อไปจนเกินเลยเราจะเอาแต่ที่มันเป็นประโยชน์และก็เกินไปอีกมันก็เป็นประโยชน์ที่เสียเราก็จะรู้เราไม่มีจริงๆโสกะไม่มีอโศกเราจะต่อก็มีปริเทวะที่เราต่ออย่างรู้จักรู้ต่อ ทุกข์ก็เป็นแต่สัจธรรมอย่างนึงที่ทนได้ยากสำหรับผู้ทนได้ยากตัวเรานั้นพ้นความทนได้ยากเราไม่มีความทนไม่ยากและทนได้ทุกสภาพที่มนุษย์พึงทนกันอยู่ในโลกนี้เราจะทนกับเขาได้ทุกสภาพเขาทุกข์เราไม่ทุกข์จึงเรียกว่าเราเป็นพระอรหันต์หรือเราเป็นผู้เหนือโลกเขาทุกข์กันทุกคนอย่างนั้นอย่างนี้แต่เราไม่ทุกข์คนที่ไม่ทุกข์นั่นแหละเป็นผู้เรียกว่าพระอรหันต์คนธรรมดานั่นเองถูกแล้วเราไม่ทุกข์มันไม่ใช่เราเป็นเหนือโลกประเภทอื่นเหนือโลกที่เป็นเรื่องการทำได้เก่งกว่าเขาไอ้นั่นไอ้นี่มันเหนือตรงที่มันไม่ถูกเขาเดือดร้อนอย่างไรเราก็ไม่เดือดร้อนเขากระทบด้วยเราก็กระทบด้วยเราสัมผัสอยู่ด้วยเขาก็สัมผัสอยู่ด้วยเขาสัมผัสเขาทุกข์แต่เราสัมผัสเราไม่ทุกข์นี่เรียกว่าเราอยู่ รอด้วยว่าเราพ้นทุกข์มันเห็นอยู่ชัดๆเกิดจากกระจ่างอย่างนี้แหละเวลาพ้นทุกข์แท้และด้านจิตใจเราก็เข้าใจถึงว่าโทมนัสคืออะไรญาติคืออะไรเราไม่ให้มันมีแม้แต่วินาทีใดๆเราก็จะต้องพยายามทำให้เกลี้ยงทำให้เป็นอย่างนั้นไม่มีโทมนัสไม่มีอุปสรรคแท้จริงเป็นที่สุดให้ได้นั่นแหละเราก็จะเป็นอยู่ทุกอย่างนิรันดร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน