210324-222 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข3 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคมพุทธศักราช 2521 จากนี้ไปพ่อท่านรับคนที่รักได้นำหมู่พิจารณาธรรมเป็นประเวศก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกท่านในสติปัฏฐานที่เราปฏิบัติกันอยู่มันจะมีอานาปานสติซ้อนอยู่กับสติปัฏฐานด้วยอานาปานสติคือเราสามารถที่จะใช้สิทธิ์ทุกลมหายใจเข้าออกแล้วก็สร้างฐานแห่งพระอริยะให้เกิดได้ตลอดเวลาทุกลมหายใจเข้าออกกรรมวิธีที่ทำได้ถึงที่ทำถึงขั้นอานาปานสติ หมายความว่าเราสามารถรู้เชิงชั้นของสิ่งที่ละเอียดถึงธาตุลมไปจนกระทั่งถึงอากาศถึงวิญญาณธาตุและสามารถรู้ความสั้นความยาวของอากาศของวิญญาณธาตุรู้ความละเอียดความอยากของวิญญาณในภาคเรารู้ถึงจิตสังขารสามารถแยกแยะจิตสังหารออกแล้วก็ปรับจิตสังขารของเราเสมอระดับที่ 1 เราจะต้องรู้ดีรู้ชั่วที่ชัดระดับดีอันที่ 1 ก็คือเราจะต้องเป็นผู้ที่เบิกบานแจ่มใสปรับปรุงให้จิตเป็นจิตอภิปประมงที่ยังสามารถร่าเริงเบิกบานอยู่และทำให้ตั้งมั่น ทำให้มั่นคงเสมอให้แข็งแรงอย่าอ่อนแอปวกเปียกทำให้ร่าเริงเบิกบานเป็นผู้แจ่มใสอยู่เรื่อยเป็นฐานแรกเบิกบานแจ่มใสถามต่อไปก็คือรถละทำให้น้อยลงทำให้มัธยัสถ์ทำให้ขาดหายจากสิ่งที่ควรขาดหายกิเลสที่โลกสิ่งที่เรายังหลงโลกลดโลกลงตามฐานะของแต่ละบุคคลทำให้จริงๆเรียกว่าปล่อยอยู่ปล่อยอยู่เป็นวิมลจะยังปล่อยก็คือหลุดออกหลุดออกจากออกนั่นเองทำจนกระทั่งเกิดเห็นจริงเห็นชัดว่าแม้เราได้แล้วมันก็ยังเป็น จนกระทั่งตั้งมั่นจนกระทั่งมั่นคงเป็นนิยตเราก็จะรู้นิยตและเราก็จะเข้าใจมิตรจังและอนิจจังว่าทุกสิ่งอนิจจังแต่เราสามารถเรียกว่านิยตได้คือมั่นคงอยู่ที่เราเพียงแค่อยู่ที่เราโลกนั้นอนิจจังอยู่ทั้งโลกและเราก็สามารถทำให้จางคลายไปได้ตามเห็นความจางคลายของกิเลสตัณหาตามีความจางคลายของทุกอย่างอะไรมันจะเกิดแก่เกิดจากเกิดแรงอะไรมาตามเหตุปัจจัยก็ตามเสร็จแล้วมันก็จะเสื่

อ่านต่อ

อมแล้วมันก็จะจางแล้วมันก็จะคลายเรารู้ทิศทางความตายหรือความดับได้เสมอสุดท้ายเราเองจิตของเรานี่แหละเราสามารถทำให้จางคลาย ให้ยึดมั่นถือมั่นรู้ว่าอนุโลมให้เป็นไปได้ดีขนาดนี้ให้มีเกิดมีก่อมีสร้างมีเนื้อมีตัวเราก็รู้ว่าทำให้มันมีและสุดท้ายเมื่อปล่อยเมื่อวานมันก็จะจางจะคลายและสุดท้ายก็เป็นนิโรธเป็นดับเราสามารถอยู่เหนือแม้กระทั่งที่มันมีและสามารถปล่อยให้มันดับมันก็จะดับเมื่อเราไม่ให้มันไม่มีเมื่อเราให้มันไม่มีมันก็จะหมดไปได้อย่างแท้จริงเป็นนิโรธผู้ที่ทำได้อย่างนี้โดยไม่ยึดมั่นถือมั่นกลับไปกลับมาได้เป็นไปเป็นมาได้เป็นชนิดสักทีหรือปฏิเสธสถานะบัตรสีตามเห็นความที่เป็นไปอย่างนั้นเป็นมาอย่างนั้นและมีปัญญาอันยิ่งจับแม่นเป้าจับได้ถูกสาระ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ลางเลือนไม่ไม่เบี้ยวไม่เพี้ยนตรงถูกเมื่อเราแน่ใจในสิ่งที่จะให้มีเราก็ให้มีเมื่อเราแน่ใจว่าเราปล่อยก็ปล่อยไปและสุดท้ายปล่อยได้เสด็จปล่อยให้ขาดปล่อยได้แน่เราจะปล่อยก็ปล่อยได้แน่ๆเราจะมีก็มีได้อย่างมั่นคงแข็งแรงจึงเป็นพูดถึงซึ่งจุดสำเร็จในเรื่องโลกและในเรื่องธรรมธรรมะเป็นที่สุดก็คือทำศูนย์ให้สำเร็จอย่างแน่แท้สร้างโลกก็สร้างเราเองเป็นผู้ที่จะอนุเคราะห์โลกเราเป็นผู้ที่จะให้โลกมันเป็นไปได้ดีอยู่จึงเรียกว่าโลกธรรมปายะอนุเคราะห์โลกและเราก็เป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้ที่รู้จักมัธยัสถ์รู้จัก คำน้อยและก็เป็นผู้มักน้อยอยู่รู้จักความสุภาพเพื่อจากสภาพพอดีภาวะที่พอดีเรียกว่าสุภาพไม่น้อยไปไม่มากไปตามส่วนที่ควรมีอยู่หรือจะหมดศูนย์ก็รู้ว่าหมดศูนย์ในสภาวะที่จะต้องหมดศูนย์เรียกว่าสุขภาวะและสุภาพมีความราบรื่นอยู่ไม่มีการเดือดร้อนเรียกว่าสงบหรือสันติในวันเรียบร้อยราบรื่นเป็นไปจะให้มากก็ได้จะให้น้อยก็ได้จะเป็นคลื่นก็เป็นคลื่นที่ราบรื่นไม่ใช่คืนกระตุกจึงเรียกว่าสงบหรือสันติเป็นผู้ที่รู้ชัดแจ้งถึงกิเลสตัณหาหมดความอยากสิ้นความเสพติดเรารู้อยู่ว่าสิ่งนั้นเป็นไปตามมีตามได้ ตามจริงเท่านั้นเองลักษณะทุกอย่างนี้เป็นเรื่องลึกเป็นเรื่องของจิตในจิตเป็นเรื่องของธรรมในธรรมชั้นสูงสุดซ้อนอยู่ในสติปัฏฐานเรามีการปฏิบัติทุกเวลาที่มีสติอยู่เราจะรู้ทุกอิริยาบถและเราก็มีสภาพที่ทันแล้วเป็นอานาปานสติตามรายละเอียดที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายืนยันเป็นทฤษฎีเอาไว้เราก็พิสูจน์ได้และทำให้ถูกต้องมีฐานพระมีฐานอาศัยและเราก็เป็นผู้ที่เป็นไปอย่างสุขและก็ยาวมีผลต่อการปฏิบัติว่าเรามีประโยชน์ตนและเป็นประโยชน์อันหนึ่งอย่างบริบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยความไม่ประมาทแม้ที่สุดว่า บริบูรณ์และว่าเราเป็นพระอรหันต์เจ้าเราก็จะรู้ว่าเราก็อยู่ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างก็เสื่อมไปเป็นธรรมดารักเราก็ยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทอยู่อย่างถูกต้องตามปัจฉิมโอวาทได้ไม่มีสงสัยรู้แจ้งรู้จริงว่านั่นแหละเป็นสิ่งที่ยังเหลืออยู่เท่านั้นถึงจะตัดวิหารเราก็มีทิฏฐธัมสุขวิหารเราก็มีมีทุกสิ่งทุกอย่างที่มันจะมีและเราก็ทำความไม่มีให้แก่ตนได้โดยเรารู้โดยปัญญาว่าเราไม่มีและเราไม่ยึดติดสิ่งนั้นโดยแท้จริงๆแล้วเราก็เป็นผู้ดูสบายจึงจะแจ้งแก่โลกได้ว่าเราเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้ที่มักจะยัดเป็นผู้ที่สุภาพสงบและก็หมดความ สิ้นความเฉื่อยตรายางบริบูรณ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน