210502-242 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ015.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์20 KB
วันที่แก้ไข3 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 2 พฤษภาคมพุทธศักราช 2521 วันนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พิจารณาคำว่าปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกการปฏิบัติธรรมซึ่งปฏิบัติอยู่ในอิริยาบถทุกอิริยาบถแม้แต่ว่าในการกินเราก็จะเป็นพระอรหันต์ด้วยเรื่องของการกินให้ได้การกินที่เป็นพระอรหันต์ก็คือผู้ที่รู้สาระแก่นแท้แห่งการกินแล้วอย่างเรียบร้อยเป็นผู้ที่รู้จักสุดยอดของประโยชน์สูงประหยัดสุดและก็ไม่หลง ในสิ่งที่หุ้มข้อพิษณุโลกกลิ่นไม่ว่าเสียงไม่ว่าสัมผัสหรือแม้แต่วัตถุใดๆเราก็ไม่ยึดมั่นยึดหมายในวัตถุใดๆจนเกินขอบเขตแต่ผู้นั้นจะรู้ราคารู้ค่าของโรคที่เกิดสมมุติแล้วก็ก็แย่งชิงกันตามโลกที่สมมุติเราไม่หลงค่าของโรคจิตสำนึกและเราจะรู้ค่าที่เป็นแก่นของสัจจะในโลกด้วยเพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วจะเลือกและจะไม่เลือกคำว่าเลือกก็คือจะเลือกสิ่งที่เป็นสาระเป็นแก่นแท้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อประโยชน์ของการกิน คือเอาอาหารเข้าไปสังเคราะห์ร่างกายเพราะฉะนั้นจะเอาอาหารเข้าไปสังเคราะห์ร่างกายตามแก่นแท้ตามประโยชน์แท้ของร่างกายเลือกเอาแก่นไม่สิ้นเปลืองไม่กินส้มไม่กินเปื่อยไม่กินโดยเฉพาะสิ่งที่โลกเขาตั้งค่าโลกก็สมมุติโลกก็หลงกันจะมีเจตนาเลือกสิ่งนั้นออกซะด้วยเพื่อเป็นตัวอย่างในการให้เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่จะต้องทำให้คนหลงเป็นสิ่งที่ควรรู้และก็ควรผลักไสถ้ายิ่งสิ่งใดที่ปรุงกันมากหลงกันมากและเฟ้อกันมากไร้ประโยชน์มากด้วยก็ยิ่งจะปัดทิ้งยิ่งจะผลักออกยิ่งจะไม่เอาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นอันใดที่พอโดยรวมบ้างก็จะรับแต่จะแสดงให้ รับให้น้อยถ้าไม่รับก็เลยได้ก็จะไม่รับนอกจากว่าจำเป็นที่สุดในบางครั้งบางคราวอธิบายอย่างนี้เป็นการอธิบายอย่างดังกล่าวเป็นการบอกความหมายให้รู้ไม่ได้จำเพาะลงไปในตัวสิ่งที่เรียกว่าเป็นชื่อเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้แล้วก็ให้ขอให้เข้าใจกันให้ชั

อ่านต่อ

ดเจนว่าลักษณะของผู้รู้จะต้องรู้อย่างแท้จริงว่าแก่นสาระของสิ่งนั้นอย่างนั้นอันประกอบขึ้นซึ่งมนุษย์จะต้องใช้จะต้องเห็นเป็นปัจจัยจะต้องรู้ว่านี่คือปัจจัยและสิ่งใดเป็นปัจจัยเฟ้อเป็นสังขารเป็นสิ่งประกอบปรุงแต่ง ไปจะต้องเห็นเด่นชัดแล้วเราจะต้องอยู่เป็นตัวอย่างของโลกเมื่อสิ่งใดเป็นสาระจริงเราก็รับสาระจริงเมื่อสิ่งใดมันเพ้อเราก็จะต้องรู้ความเพ้อแล้วก็จะต้องแสดงความผลักไสให้ออกให้จริงการแสดงความสดใสโดยรูปโดยตัวอย่างแบบก็มีการแสดงแรงและเบามาตามระดับขนาดเพื่อเป็นตัวอย่างให้เห็นเท่านั้นเองเราจะรู้ความแรงที่ทำให้เบียดเสียใจความเบาที่ดูอ่อนแรงไปเราจะรู้แล้วเราก็จะทำเป็นตัวอย่างให้เขาเห็นเป็นที่หมายเป็นเครื่องหมายเป็นสัญลักษณ์มุ่งหมายให้เขาได้รู้ว่าควรผลักหรือควรดูเพื่อที่จะเป็นการสอนเขาโดยในคีย์ผู้ฉลาด จะรู้ธรรมและการกระทำผลักไสก็ดีทำแรงก็ดีเราก็จะต้องรู้ถึงจิตว่าจิตของเราจริงนั้นจิตของเราไม่ได้ไปโกรธไปเกลียดไม่ได้ไปดูเป็นดึงอะไรจากแท้จริงแม้จะทำแรงแม้จะทำผลักจิตก็ไม่ได้ไปโปรดปิดเครื่องไปทำประมงร้ายมาร้ายร้ายแต่ว่าทำสมมุติหมายเป็นสมาธิในโลกช่วยให้โลกรับรู้ความหมายเครื่องหมายอย่างนั้นอย่างนั้นนั่นเป็นการลึกซึ้งสำหรับพระอริยะอรหันต์ชั้นสูงที่จะกินแล้วก็มีประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วยและประโยชน์ตนก็ได้พร้อมถูกกันทุกสาระไม่เฟ้อไม่ขาดตกบกพร่องมีกำลังดีอยู่ได้สบายๆด้วยไม่เดือดร้อนเพราะจึงเลือก [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ก็เป็นกิเลสทั้งแรงก็ต้องดูว่าช้างแรงนะเป็นสาระเป็นแก่นหรือเปล่าต้องพิจารณาลงไปให้ละเอียดอีกชอบแรงถ้าชอบแกก็ทำแรงแล้วเป็นกิเลสทั้งสิ้นไม่ว่าอย่างไรเพราะแม้ยังชอบอยู่ไม่แรงยังชังๆยังผลักดันผลักไสอยู่ไม่แรงแต่มันเกิดจากอะไรต้องพิจารณาซ้ำลงไปที่จิตของเราเกิดจากจิตของเราไม่ชอบหรือชอบเองแท้ๆรู้ว่ามันเกิดเพราะว่ามันเป็นความแรงของวัตถุนั้นเองมันรู้สึกว่าเอออันนี้ยากหน่อยอันนี้ไม่ยากเราก็จะรู้ความจริงซ้อนลงไปถึงวัตถุนั้นๆด้วยแม้วัตถุนั้นจะมีพิษไม่ใช่มีพิษมีฤทธิ์แรง ผมจัดเปรี้ยวจัดหวานจัดบอกอย่างนี้เป็นต้นหรือแข็งไปอ่อนไปเป็นต้นแต่ถ้ามันเป็นสาระที่เราเห็นแท้มันเป็นของมีประโยชน์เราก็รับแล้วก็วางใจซ้อนลงไปอีกทีนึงขัดวางใจรู้แล้วว่าอย่างนี้เอาละรับเท่านี้ตัดสินแล้วก็วางใจการวางใจนี่เป็นภาษาบอกพูดทำได้จึงมีลักษณะจริงจึงจะเป็นความจริงวางใจแล้วก็เป็นหมดทุกข์หมดร้อนจุดนี้หมดทุกจุดหมดทุกข์หมดร้อนจุดอรหันต์จากคุณหรือว่าอรหันต์มันอยู่ที่ตรงนี้การกินอย่างอรหันต์จึงรู้กันรู้สาระรู้จักการเลือกและการไม่เลือกตามที่ได้กล่าวแล้วเพราะเราจะ เลือกสิ่งใดที่เป็นสาระเราจะรับหมดไม่ใช่เรื่องเพราะชอบปากชอบด้วยรสชอบด้วยสัมผัสถูกต้องติดเสียงสัมผัสต่างๆเราชอบเราจริงครับไม่ชอบเราไม่รับอย่างนั้นเรียกว่ามีกิเลสงั้นเราจะต้องไม่เลือกตามกิเลสแต่เราจะเลือกเพื่อประโยชน์เพื่อที่จะเสริมสร้างอย่างที่ว่าเป็นประโยชน์กับผู้อื่นดูท่าทีมีลีลามีอะไรต่ออะไรพอที่จะสอนก็ได้เท่านั้นจึงเรียกว่าเป็นการกินชั้นสูงการกินอย่างผู้รู้การกินอย่างที่ใช้ปัญญาอย่างเลิศและเป็นผู้ที่จะอยู่ง่ายกินง่ายสบายและตรงแก่นสารด้วยทุกคนฝึกหัดอยู่จึงจะต้องพยายามระมัดระวังไม่สิ่งที่เอามากินนี่ไม่ใช่สิ่งร้าย ส่วนมากเป็นสิ่งที่ได้คัดเลือกมาแล้วมีโครงสร้างใหญ่ๆหยาบๆตัดทอนมาเป็นชั้นๆๆจะมีอาหารที่มาถวายเนี่ยแทบจะไม่ต้องพิจารณาเลยว่าเป็นสาระหรือไม่เป็นสาระรวนแล้วจะเป็นสาระและเป็นส่วนใหญ่ทั้งสิ้นไอ้สิ่งที่จะเป็นพิษเป็นภัยนั้นไม่รับหมานอกจากจะไม่เป็นพิษเป็นภัยแล้วสิ่งที่ยังเป็นโทษเป็นบาปเป็นอะไรที่ยังจะต้องคัดเลือกถึงขั้นตอนหนึ่งเราก็ได้คัดออกมาไว้แล้วเพราะการกินทุกวันนี้จึงขอให้กินอย่างที่วางใจให้ชัดๆดูที่ใจของเราชอบเป็นรูปเป็นรถเป็นเสียงในการปรุงที่เคยปรุงเป็นรูปผักปลูกแตงรูปทรงรูปยำรูปอะไรที่เรายังมีอุปทานยึดถือต้องพิจารณาให้ รายละเอียดและเราก็ต้องหัดวางใจภาษาใช้คำว่าวางใจปล่อยจบรู้แล้วแล้วก็เราจะกินอย่างสบายเราจะดูตามปริมาณที่ควรแล้วก็กินไม่พอตามปริมาณดูตามของจิราพรจากอะไรมีมากและเอามากอะไรมีน้อยเราเอาน้อยนั่นเรียกว่าเลือกเหมือนกันแต่เลือกรู้จักการประมาณถ้าของน้อยถ้าเราชอบเราก็ไปตัดเยอะมันก็ไม่ถูกเรื่องของมากเราไม่ชอบกลับไปตัดซะด้วยนั้นเรียกว่าเราเข้าข้างเป็นขี้เหร่ถ้าเราไม่เข้าข้างกันเลยเราจะดูปริมาณของที่ควรเป็นไปของมากเราก็ควรหนักมากอย่างนี้มากน้อยวันนี้ของมีน้อยเอออย่างน้อยน้อยก็ตัดน้อยอย่างนี้เราก็เลือกตามปริมาณที่มัน ลวดตักประมาณตามปริมาณที่มันมีไม่ได้ตัดเพราะว่าไอ้นี่แม้นน้อยถ้าเราชอบก็ยิ่งต่ำเยอะแยะอย่างฉิบหายแล้วหรืออนิเมะมากเราไม่ชอบเลยไม่ตัดมันซะเลยอย่างนี้ก็เรียกว่ากิเลสมันเล่นงานแล้วเราทำเพราะเราชอบเราทำก็มันมีตัวเราพิจารณาลึกลับซับซ้อนมากกว่านี้ที่พูดนี่เป็นนัยยะตัวอย่างเท่านั้นเองเราพิจารณาจิตพิจารณาความเป็นจริงแล้วเราก็หัดปล่อยวางใจใช้ปล่อยวางได้ก็สบายไม่อึดอัดไม่ขัดเคืองไม่ลำบากใจอะไรรู้สภาวะบางอย่างมันกินยากบางอย่างมันก็หนักหน่อยจับหน่อยอย่างนั้นอย่างนี้ก็เท่านั้นเองแล้วก็เคี้ยวกลืนแล้วมันก็ผ่านในขณะที่เราไม่มีสิทธิ์อะไรขัดใจไม่มีอุปสรรคมันก็สบายส่วนน้อยใจ ใจจบโทมนัสใจนั่นน่ะเป็นเรื่องที่ยังหยาบกว่าอุปาทานด้วยซ้ำไปเป็นเรื่องที่เราไปเทียบเคียงกับอันนู้นอันนี้เราได้กินอย่างนี้คนอื่นกินอย่างโน้นมันมีอะไรนิดๆหน่อยซึ่งเป็นกิเลสเป็นสิทธิภาวะเป็นเรื่องที่เปรียบเทียบริษยาซึ่งไม่เข้าเรื่องเข้าราวเราก็จะต้องพยายามพิจารณาเราไม่น้อยใจไม่เสียใจมีอะไรได้พอกินพออิ่มพออยู่พอรักษาตายแล้วถ้าพูดตามจริงแล้วพวกเราไม่ได้เกิดจากเลยมีอาหารเพียงพอที่จะกินเลี้ยงกันอยู่บริบูรณ์สมบูรณ์มากพอไม่ขาดแคลนไม่น่าจะต้องพยายามรู้การจริงๆให้เป็นอรหันต์กินไม่เป็นอรหันต์ผลกินให้รู้ดังกล่าวแล้วต้องฝึกฝนจนกระทั่งที่สุดถึงจิตใจไม่มีอุปสรรคไม่มีทองมนัสไม่มีทุกข์ และไม่มีเทวากาหลง ก็ต้องดูไม่ได้แกล้งแต่ก็รู้ทั้งรู้ก็พยายามทำอยู่พูดได้ไม่มีสัดส่วนอย่างนี้ทำให้แล้วให้รู้จบง่ายๆให้ไวให้เร็วมันก็จะได้เรียบร้อยมีอะไรจะต้องเรียนรู้ซ้อนลงไปสอนลงไปอีกเหมือนการกินการปฏิบัติธรรมเป็นการฝึกปรือและเราจะกินอย่างผู้เป็นอรหันต์เป็นสุขสบายเลี้ยงกันไว้ด้วยปัจจัยอย่างไม่มีทุกข์ไม่มีร้อนทั้งๆที่มันมีมากมายเราก็จะทุกข์อยู่เราก็จะโง่ตายแค่นั้นเองเพราะเราจะไม่โง่มีจริงมีอยู่พอประมาณแล้วนี่มันแสนสบายที่สุดแล้วกินอาหารที่ถูกต้องอยู่แล้วไม่ใช่ว่าของกินของสกปรกของที่ไม่มีค่าไม่มีคุณประโยชน์ก็ไม่ใช่มีคุณมีค่ามีประโยชน์จริงๆขอให้ทุกคนมีปัญญา การกินถึงที่สุดไม่ได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน