210411-233 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt
เนื้อหาในไฟล์
อังคารที่ 11 เมษายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พิจารณาธรรมปฏิเวธก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกหากผู้ปฏิบัติธรรมคำว่าสังวรคำว่าสำรวมอินทรีย์สำรวมในศีลหรือสังวรณ์ศีลสำรวมอินทรีย์มันก็ตามเราเรียกว่าสังข์หยุดสังวาระในภาษาบาลีเราสำรวจสีหมายความว่าหลักเกณฑ์ส่วนจริงอินทรีย์หมายความว่าเกี่ยวเนื่องกับตัวเราแล้วเรามีหลักเกณฑ์ที่จะ ตามหลักตามทฤษฎีตามปริยัติตามหัวข้อที่เราได้เรียนได้รู้ได้เข้าใจมาพร้อมกันนั้นเราก็มาทำพฤติกรรมที่เกี่ยวกับอินทรีย์ของเราร่างกายของเราทั้งกายทั้งวจีทั้งมโนเป็นต้นที่เรียกว่าอย่างหัวข้อสั้นแตกออกไปเป็นอายตนะเป็นตาหูจมูกลิ้นกายใจอีกอายตนะต่างๆเกี่ยวพันกันเป็นกรรมเป็นกิริยาเป็นบทบาทหยาบกระด้างเป็นเดินยืนนั่งนอนเป็นการทำงานทำการเป็นอะไรออกไปอีกสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มันเชื่อมโยงเกิดไปจากจิตเมื่อเวลาเรากระทำแล้ว เรามีบทบาทแล้วมีกิริยาแล้วสัมผัสแล้วมันจะเข้าไปถึงจิตเป็นจุดกลางและเราก็จะต้องพยายามดักอ่านหรือว่าสำคัญมันจะถึงจิตที่ได้แม้จะมาจากทวารตาหูจมูกลิ้นกายแม้จะมีบทบาทประกอบไปด้วยวัตถุเป็นกรรมกิริยาและเราเองจิตใจเราสำคัญกับสิ่งนั้นทำงานกับสิ่งนั้นอยู่มันมีความรู้กับมีกิเลสผสมอยู่ในการงานนั้นทุกบทบาทเสมอแต่รู้ให้จริงว่าในขณะนั้นมันงามพร้อมมันบริบูรณ์บริกรรมไปด้วยกิริยาไปด้วยบทบาทพอเหมาะสมหรือยังเรียกว่ากายกรรมคดีเรียกว่าวัคซีนจิตของเราต้องมีปัญญารู้รู้ บ่รู้ว่ามันมากไปมันน้อยไปหรือว่ามันไม่พอดีพองามมันไม่สัมมามันไม่มัชฌิมามันไม่สุจริตเราก็ปรับปรุงเข้าให้หาจุดสุจริตตามที่เรารู้อย่างจริงใจยังไม่เข้าข้างตัวเองอย่างถูกทำในธรรมไม่ใช่ว่าถูกใจเราใจเราชอบเราต้องรู้ว่าเราชอบแต่มันเป็นการเห็นแก่ตัวเป็นการเอารัดเอาเปรียบเป็นการติดเป็นการเสพติดชาติเราจะต้องรู้ต้อ
อ่านต่อ
งอ่านหรือแม้แต่เป็นการผลักเป็นการชันเพราะเศษเพราะเศษชาติการผลักการชั่งเราก็ต้องรู้ซ้อนลงไปอีกเมื่อเรารู้ชัดเจนดับได้ปรับเปลี่ยนได้นั่นแหละคือการปฏิบัติ เป็นสติปัฏฐานเป็นวิปัสสนาอยู่ในตัวลดลงได้ก็เรียกว่าสมถะธรรมอยู่จริงปฏิบัติอยู่จริงดังนี้เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเราจะสูงขึ้นละเอียดขึ้นสภาวะปัญญาก็จะสูงขึ้นสภาวะการทำได้ที่เรียกว่าอินทรีย์พระกำลังแห่งความเชื่อมั่นกำลังแห่งวิริยะกำลังสติสมาธิและกำลังปัญญามันก็จะสูงขึ้นอย่างแท้จริงเด็ดเดี่ยวแข็งแรงบริสุทธิ์และจะเห็นผลวิมุตติญาณทัสสนะเห็นผลแห่งความหลุดพ้นความไม่ตรงนี้กิเลสความมีแต่ความรู้ซึ่งทำงานก็ดีหรือจะพักในเวลาควรรู้พรรครู้ตัวตนรู้ตัวเรารู้การเห็นแก่ตัว เพลงชัดขึ้นแล้วก็จะละอายต่อการเห็นแก่ตัวเองมากขึ้นเราจึงจะเป็นผู้ที่ละตัวละตนละความเห็นแก่ตัวออกจริงละความโลภละความโกรธแม้จะรู้ส่วนเลวส่วนชั่วในโลกเราก็จะรู้สมบัติสมควรตามชั่วก็ตามมาเร็วเราจะรู้การใช้บัญญัติใช้ภาษาใช้กิริยาใช้นโยบายที่จะให้ความเลวนั้นลดลงแม้ไม่มีที่เรามีอยู่ที่คนอื่นเราก็จะช่วยคนอื่นลดความเร็วลดความชั่วลดได้มากได้น้อยเราก็จะรู้ประมาณบางคนจะไปลดให้เขาทีเรามากๆเขาไม่ยอมเขาจะเอาความเร็วของเขาไว้จริงๆก็เป็นความเสียหายของเขาเองนั่นแหละแต่เราก็ยังต้องอนุโลมเราก็จะต้องมีปัญญารู้จังหวะจะโคน รูปการพอเหมาะสมไปตามขั้นตอนนี้เราเป็นประโยชน์ตนและเราก็เป็นประโยชน์ท่านได้อย่างแท้จริงเพราะความรู้เพราะอธิปัญญาพระญาณทัศนะเพราะการศึกษาตัวเองให้เป็นผู้ที่มีพุทธธรรมอย่างแท้จริงเราจึงจะช่วยตนเองได้ช่วยผู้อื่นได้อย่างสูงสุดที่เป็นสิ่งที่เรียกว่าทฤษฎีหรือว่าภาคปฏิบัติหรือว่าเป็นการกระทำเพราะจะเห็นได้ว่าศีลย่อมสัมพันธ์กับการปฏิบัติธรรมหลักเกณฑ์ต่างๆสัมพันธ์กับตัวเราที่เรียกว่าอินทรีย์หรือพระหรือว่าอินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลต่างหูจมูกลิ้นกายใจเป็นอินทรีย์เป็นทวารทั้งนั้นดังกล่าวแล้วมันเป็นต้น มันจะพันกันแล้วมันจะเกิดผลเกิดผลเกิดผลปัญญาก็สูงสุดมีปัญญาวิมุตติวิมุตในการหลุดพ้นมีการทำได้สูงสุดขึ้นไปอีกจึงเกิดอุบัติเหตุแท้จริงอย่างนี้พูดทำได้ก็เห็นผลเองพูดทำกำลังทำอยู่ก็เห็นก็รู้ไปกินผู้ทำไม่ได้เลยก็พยายามพากเพียรเรียนรู้และทำให้เห็นให้เกิดผลเราจะได้สูงขึ้นสูงขึ้นอย่างแท้จริง