210405-229 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข3 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 5 เมษายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พิจารณาธรรมปฏิเวธก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกความเป็นประโยชน์เป็นความเป็นประโยชน์ทางอันที่เราได้พยายามบอกกันซ้ำซากและแล้วและมีเราก็ทำให้เกิดเป็น 2 ส่วนอยู่เสมอเหตุผลสำคัญที่สุดมันจะไปตกอยู่ที่ประโยชน์คำว่าจบสิ้นภารกิจหมายความว่าตนไม่ต้องทำอะไรให้แก่ตนแล้วต้องปล่อยมันไปเหมือนเรือน้อยเหมือนอะไรแข็งๆไปตามเรื่องใครจะช่วยอุดหนุน [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ผู้ใดมีธรรมผู้ใดมีประโยชน์ผู้ใดมีค่าผู้นั้นจะอยู่และไม่จำเป็นจะต้องห่วงคนอย่างแท้จริงเด็ดขาดตัวของเราแม้ไม่มีจะอยู่แม้ไม่มีจะกินแม้ไม่มีอะไรจะรักษาแต่แม่ไม่มีสิ่งสำคัญที่สุดกับชีวิตที่จะดึงชีวิตไม่ได้ก็จะไม่ห่วงหาอาวรณ์ที่สุดก็จะปล่อยให้ตัวเองไปตายได้เมื่อไปถึงที่สุดแห่งการกล้าตายเพื่อไม่กล้ากินผู้นั้นก็จะไม่ตายจริงจึงเลือกวันนี้รันดรหรืออมตะบุคคลเป็นผู้ที่ไม่ตายง่ายๆแต่ไร้ค่าก็ไม่ตายง่ายๆและผู้โดยสารจะเป็นอย่างนั้น และความเป็นจริงก็จะเป็นจริงมันจะเป็นอย่างนั้นและความเป็นจริงก็จะเป็นจริงตัวนั้นจะไม่ได้ตายง่ายๆอยากตายเท่าไหร่ก็ไม่ได้ตายง่ายๆถ้าจะว่าไปด้วยสำนวนแล้วเพราะสัจธรรมมันจะอุ้มชูสัจธรรมมันเป็นเรื่องเพราะทุกคนไม่พยายามสำรองมีหน้าที่สำรอกความเห็นแก่ตนความยังหลงทนความยอมรับตนจนขัดขวางให้เราเองทำอะไรก็รุนแรงทำอะไรก็ไม่เกิดประโยชน์ทำอะไรก็ให้เกิดความบาดหมางทำอะไรก็ไม่เกิดผลดีเพราะเขารู้ทันว่าเราโลกมาให้ตนนั้นเพราะเขารู้ชัดมันก็เจ็บปวดเพราะเขาเองก็ถูกทำร้ายแรงไปไม่เกิดการเมตตาไม่เกิดการขัดเกลาไม่จัดการผ่าตัดไม่เป็นการทำให้เขาเองเกิดประโยชน์แต่เป็นการเที่ยงคืนด้วยโทรศัพท์ การฆ่าแสงด้วยอำมหิตหรือว่าอาฆาตมาดร้ายหมายร้ายไม่มีความหมายดีถ้าผู้ใดมีความหมายดีจริงแม้จะเคลื่อนจะตีจ

อ่านต่อ

ะฆ่าจะแกงผู้ใดและมีจุดหมายดีจริงๆรู้ในส่วนที่จะทำส่วนนี้ออกผู้นั้นไม่ได้ถือว่าเป็นผู้โหดร้ายถือว่าเป็นคนหนึ่งตาบางทีจะฆ่าจะแกงกันดูจะฆ่าจะแกงกันหนักๆลงโทษลงท้ายกันอย่างหนักก็ไม่ได้หมายความว่าคุณนั้นจึงมีตาผู้นั้นเมตตาอย่างยิ่งต่างหากการจะไปลงโทษใครจะทำร้ายผู้ใดนั้นก็ย่อมเป็นของจริงคนก็ฉลาดก็ต้องรู้ว่ามันไม่สมควรจะกระทำแต่ที่ตั้งกระทะจำเป็นเหลือเกินเพราะจำเป็นอย่างยิ่งที่ จะทำอย่างแรงจะกระแทกกระทั้นให้ทารุณเพราะคนนั้นจะต้องดูจะต้องได้จะต้องลำบากในการที่จะช่วยอย่างอื่นนโยบายอื่นวิธีการอื่นมันช่วยไม่ได้แล้วมันก็เกิดเรื่องแล้วไม่ขยับแล้วเราจะไม่ขยับแล้วยังเสียหายซ้ำเติมทุกหน้าไปอีกไม่มีอะไรจะตั้งได้จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการนั้นบ้างเพราะมาตรการนั้นรักษาใช้มาตรการนั้นเป็นการกระทำเพื่องานที่จะเจริญขึ้นที่จะแตกเปลี่ยนให้กลับมาสู่ภูมิคุ้มดีขึ้นเพราะความเมตตาจึงจะอ่านเผินๆดูเผินๆไม่ได้ง่ายง่ายจะทำประโยชน์ได้ไม่จำเป็นจะต้อง สมนึกสูงสุดทำงานตั้งแต่ไม่ขึ้นมีหน้าที่เดียวเท่านั้นหน้าที่ต่อไปไม่มีปัญหาถ้าปฏิบัติธรรมมาเป็นระยะๆเป็นสัมมาทิฏฐิปฏิบัติธรรมมาถูกระดับของพระพุทธเจ้าเจ้าว่าไม่ได้ลงการงานไม่ดำเนินงานต่อกันต่อการกระทำไม่ได้เห็นว่าการกระทำนั้นเป็นทุกข์ผลกรรมและการงานนั้นเป็นเรื่องปกติมนุษย์และเป็นเรื่องประเสริฐด้วยมนุษย์จะต้องมีกรรมมีการงานเป็นสิ่งประเสริฐที่เป็นค่าของความเป็นมนุษย์แต่เราจะรักหลุดปลดปล่อยความยึดถือได้เปรียบเสียเปรียบในโลกออกจากจิตฉันรู้ชัดรู้แจ้งว่าการเสียเปรียบเป็นการเสียสละการให้การทานเป็นสิ่งประเสริฐการสร้างให้แก่ผู้อื่น นั่นแหละเราเป็นผู้ที่มีค่าเรียกว่าเป็นพระเจ้าเป็นผู้สร้างเป็นอุปทานก็ได้แต่เรื่องว่าเป็นความจริงที่เป็นผู้ที่คุ้มครองโลกอนุเคราะห์โลกในประเทศอยู่ในภาษาของพระพุทธเจ้าเป็นโลกาอนุกรรมการอนุเคราะห์โลกอย่างแท้จริงซึ่งเป็นตัวสุดท้ายเป็นกรรมการและผู้เข้าใจกันสักทีแล้วไม่มีปัญหาแม้เราทำกรรมการงานอะไรเราก็จะต้องรู้ว่าเป็นกรรมการงานที่เป็นประโยชน์เกี่ยวเนื่องด้วยสื่อสื่อสารอะไรออกไปเป็นประโยชน์อย่างไรดีที่สุดสูงที่สุดตามค่าตามชั้นเชิงขั้นตอนเราจะรู้แล้วเราจะทำสิ่งที่ดีไล่เรียงลงมาด้วยตามโอกาส ความจำเป็นได้ตามความเหมาะสมเราจะกระทำได้เป็นผู้ที่สำโรงอย่างแท้จริงความทุกข์สุขมันอยู่ที่จิตของเรายึดมั่นถือมั่นทุกข์สุขอยู่ที่ความไม่เข้าใจทุกข์สุขอยู่ที่ความไม่มีปัญญาเมื่อเรามีปัญญาอันยิ่งมีญาณทัศนะวิเศษรู้คำกิริยารู้ความเป็นมนุษย์เป็นรอบถ้วนรู้จักชีวภาพที่แท้แล้วเท่าที่จะเป็นผู้ที่หลุดพ้นเป็นผู้ที่ไม่ทุกข์เพราะทุกสิ่งจริงๆและจะเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้ทำการงานอยู่อย่างขยันหมั่นเพียรเป็นผู้รู้พระเป็นผู้รู้ควรรู้เป็นผู้ที่ไม่พรรคและไม่ควรนั่นแหละเป็นตัวจบเป็นตัวออกข้างนอกก็สงสารได้ส่งผลผ่านเป็นจุดสูงสุดของศาสนาเวลาเราจะต้องเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งครั้งคราวยังทำให้เราควรทำอะไรตลอด จะทำให้เราเบิกบานแจ่มใสตลอดกาลมันทำให้เรายังจะต้องมีอะไรผิดอะไรอึดอัดขัดข้องหม่นหมองเป็นพยาธิเป็นโทมนัสหรือเป็นทุกข์น้อยทุกข์ใหญ่แม้แต่หนุ่มมองลงมาเป็นโจ๊กกับรู้ยังเป็นเรื่องที่แล้วไม่รู้แล้วเป็นปริศนาการเราจะเป็นผู้ที่การรู้ได้ด้วยปัญญาอันยิ่งเท่านั้นคนอื่นตัดสินไม่ได้จะต้องรู้ให้แจ้งที่ตนไม่แท้จริงแล้วก็พยายามรู้เรื่องปัญญาและเราจะเป็นผู้หญิงที่สุดอย่างแจ่มใสอย่างอยู่บนโลกเข้าไปอีกทีกลับมีการเราก็จะมีการด่าตายหรือไม่ตายไม่มีทั้งสิ้น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน