610523_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนที่มีแบบ ตอน5.docx
เนื้อหาในไฟล์
610523_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนจนที่มีแบบ ตอน5 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1Tz30pFkdbZm_ANpMJp3CRH5N2_2Fuo1idv87B2f0Em0
ดูยูทิวป์ได้ที่… https://www.youtube.com/watch?v=j3xOJZb_YTY
สมณะฟ้าไทว่า.... วันนี้ เป็นวันพุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก ตอนนี้เรื่องของสังคม การเมือง ก็มีคนที่อยากเลือกตั้ง มีคนส่งข้อความว่า ไม่อยากเลือกตั้ง เพราะจะทำให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ให้บิ๊กตู่ทำงานต่อไปดีกว่า ทุกวันนี้เศรษฐกิจก็มีความเดือดร้อนจากค่าน้ำมันขึ้น ทำให้ข้าวของอื่นๆแพงไปด้วย แต่สังคมกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่ในประเทศไทย อย่างเช่นชาวอโศก เราก็เห็นว่าอยู่อย่างนี้ดีกันแล้ว ไม่เห็นต้องไปอยากเลือกตั้ง เศรษฐกิจเราก็อยู่กันดี อยู่กันแบบสาธารณโภคีก็ไม่เดือดร้อน แม้ว่าโลกจะทุกข์ร้อนกันมาก พ่อครูพามาให้ใช้ชีวิตคนจนที่มีแบบ แบบวรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 และดูแลสุขภาพตัวเองด้วย 8 อ. เราจะเห็นภาพของคนอายุยืนยาว 84 ปีแล้ว ก็ยังแข็งแรง พวกเราอายุน้อยกว่า ก็ยังขนขวายทำงานน้อยกว่าท่าน พ่อครูบอกว่า สิ่งที่คนขี้เกียจทำคือ การออกกำลังกาย ทำคนเดียวมันยาก ทำเป็นหมู่กลุ่ม มันง่ายกว่า ทุกวันนี้ที่ราชธานีอโศกทุกเช้า ก็มีการเดินลมปราณ อาศัยหมู่กลุ่มเป็นตัวขับดัน พระพุทธเจ้าตรัสว่า มิตรดีเป็นข้อแรกของ แสงอรุณ 7 หมู่กลุ่มจะช่วยขัดเกลาดูแลเรา เราจะไปผิดศีลก็ยาก ในหมู่กลุ่ม เป็นมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ ทำให้เราบรรลุธรรมได้ ไม่ว่าจะทำอะไร ให้ใช้เพื่อนมิตรดี สหายดี เป็นตัวช่วย ที่บ้านราชฯ แยกขยะ ก็ทำกันทั้งชุมชน แต่ละบ้านก็มีซุ้มแยกขยะเป็นของตัวเอง เต็มถุงแล้ว ก็เอามาส่งที่ ส
อ่านต่อ
ขจ. ก็ไม่เป็นภาระมาก ใช้หมู่กลุ่ม ทำมีประสิทธิภาพมาก สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทำให้เราใช้ชีวิตตามแนวทางโลกุตระ อย่างถูกต้อง พ่อครูเขียนหนังสือ คนจนที่มีแบบ เล่ม 1 เสร็จ นำมาอ่านให้เราฟัง เราได้ฟังแล้วก็อยากจะอ่านต่อ มีบทนำ ทำให้คนอยากอ่านหนังสือ หนังสือที่พ่อครูเขียนนี้ เราต้องตั้งใจอ่านจริงๆ ซึ่งจะได้ประโยชน์ พ่อครูว่า… มาอ่าน sms
_2947... "ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย เมื่อนักมวยชกไม่สมศักศรี ไม่มีที่ยืนบนเวที 4 ปี ที่สำราญ!? พ่อครูว่า... อ่านแล้ว คนอื่นต่อจิ๊กซอด้วย ก็ไม่ชัด ก็พยายามเดา ก็คงหมายความว่า ที่มันดีก็คือดี ที่อาตมาจับภาษานี้แล้ว ก็ขอยืนยัน ตามที่ ภาษาที่เขาเขียนมา ยืนยันว่า 4 ปีนี้สำราญ และความจริง เป็นสิ่งที่ไม่ตาย ก็แสดงว่า อันนี้ก็คงจะเป็นจริง หรือไม่เป็นจริง ก็ไม่รู้ แต่ 4 ปีที่สำราญ เมื่อนักมวยชกไม่สมศักดิ์ศรี ก็ไม่มีที่ยืนบนเวที ถ้านักมวยชกสมศักดิ์ศรี แม้จะเป็นมวยรอง หรือที่มาท้าชิงแชมเปี้ยน เขาชกไม่สมศักดิ์ศรี ก็น่าจะให้เขาขึ้นชก แต่ถ้ามาชกบนเวที ไม่สมศักดิ์ศรี ยิ่งเป็นแชมเปี้ยน หากชกไม่สมศักดิ์ศรี ก็ไล่ลงเลย หรือใครก็แล้วแต่ นักชกข้างทาง ยังเก่งกว่าเลย _วรรณภา · เสียงภาพชัดเจนค่ะ รับชมประเทศเนเธอร์แลนด์ค่ะ _ลำดวน งอบสูงเนิน · ภาพเเละเสียงชัดเจนนครราชสีมาค่ะ _คุณแม่รถเก๋ง น้องเกมส์ · เครียดๆฟังธรรมะหลวงพ่อแล้วสบายใจค่ะ _บุญสิตะมณี ฉัตรธนวรโรจน์ · สาธุ ได้รับความรู้ ตามตวามเป็นจริงค่ะ สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน อ่านเวทนาในอาหาร _อำภา รื่นใจดี · ท่านพ่อครูเคยเทศน์ไว้ว่า ให้ใช้อาหารเป็นสิ่งพิจารณากิเลส เพื่อนำ ไปสู่การลดละ เพราะอาหารเป็นสิ่งที่ต้องกินทุกวัน โดยการปฏิบัติทั่วไป ก็จะใช้การตั้งตบะว่า จะกินมื้อเดียวบ้าง สองมื้อบ้าง หรือ ข่มไว้เมื่อเห็นอาหารที่น่ากิน หรือที่ตนเองชอบก็ไม่ไปแตะต้อง แล้วถ้าเรากินอาหารเมื่อรู้สึกหิวเท่านั้น โดยสังเกตุจาก อาการทางร่างกาย ที่เตือนว่าร่างกายควรได้รับอาหารแล้ว อย่างนี้ถือว่า เราได้ตัดกิเลส หรือ เราไม่มีกิเลสเกี่ยวกับเรื่องของอาหารแล้วใช่หรือไม่ เจ้าคะ พ่อครูว่า... ยัง..ยังไม่ได้หมดทีเดียว ยังมีความสงสัย แค่นี้ยังสงสัยอยู่ ก็ยังไม่หมดแล้ว ถ้าคนที่เขาชัดเจน มีปัญญา ความเฉลียวฉลาด ในการตรวจสอบ อาหารนี่แหละ มันจะเรียนรู้ได้ เพราะเรากินอาหารทุกวัน แม้บรรลุธรรม เป็นอรหันต์ เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ต้องกินอาหาร เพราะฉะนั้นการปฏิบัติเรื่องของอาหาร จึงสามารถที่จะล้างกิเลสได้ จนถึงสุดท้ายเลย คุณสามารถหมดกิเลส ในเรื่องอาหารได้ คุณจะสบายใจกว่า สบายใจในเรื่องการปฏิบัติกับอื่นๆ ที่เป็นวัตถุสัมผัสแล้วจะยั่วกิเลส อย่างไรๆ ก็สู้อาหารไม่ได้ อาหารมีทั้งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เอามาหลอกล่อ ปรุงแต่งกัน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และยังมีอัตตาที่กินแล้วเท่ กินแล้วยิ่งใหญ่ กินแล้วคนจะยกย่อง เชิดชู มีศักดิ์ศรี สารพัด ในเรื่องของอัตภาพ อันนี้ไม่เกี่ยวกับ กามคุณ 5 เป็นได้ทั้งวิมานลอยลม ในชั้นฟ้า ที่เป็นรูป อรูปอีกเยอะเลย แล้วแต่จะปั้นสร้าง มาเป็นอุปาทานให้คนยึดถือ มันมากกว่าทาง 5 ทวาร มีเป็นร้อยทวาร ละเอียดเอาจนยกตัวอย่างไม่ไหว สรุปว่า คุณอ่านให้ชัดเจน เรียนรู้ให้ดี สัมผัสรูปแล้ว เราก็ยังมีเวทนา ที่ไปติดในรูป รูปอันนี้น่ากิน รสอันนี้น่ากิน รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ทั้งหมด แม้แต่ยึดติดในภพชาติ อย่างที่ว่า แต่เอาเถอะ อันนั้นมันจะยากกว่า รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ที่เป็นกามภพกามคุณ 5 เอาให้ชัด แล้วคุณจะมีญาณ ปัญญา ที่จะอ่านกิเลส มันไม่กลาง มีดูดผลักมาก มีความชอบนิดหน่อย จะชอบมาก หรือไม่ชอบ ก็แยกแยะได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ก็มีปฏิภาณปัญญาไปอ่านอาการกิเลส อาการชอบ หรือไม่ชอบ ที่ถามมา ก็ยังไม่ละเอียดนัก แสดงว่าไม่ละเอียดนัก ก็ให้ศึกษาไป _ พอล แจนเซ่น · ชอบวิธีการอธิบายของสิกขมาตุสฉิกตาครับ เข้าใจง่าย สมเป็นภันเตของนักบวชฝ่ายหญิง ขอนมัสการครับ สาธุ พ่อครูว่า... อาตมาก็ชอบวิธีการอธิบายของสิกขมาตุสัจฉิกตา อธิบายได้ชัดเจน จบมาทางวิทยาศาสตร์ด้วย ดีแล้วก็ อนุโมทนา สาธุ ตั้งใจปฏิบัติ _ปาลิตา ทองสุขนอก · กราบนมัสการเจ้าคะกราบขอบพระคุณเจ้าคะคลิปดีจริง ๆ _บ้านเล็กเมืองน้อย...กราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูง ใกล้จะถึงงานสำคัญของชาวอโศก ทำให้รำลึกถึง ความรู้สึกแรก ที่ทำให้เกิดความปิติซาบซึ้ง จนกระทั่งตั้งใจยินยอมมาเป็นคนจน ทำงานฟรีอย่างสุขสำราญ ฟังสัทธรรมอย่างเบิกบานใจ เมื่อโยนิโสมนสิการ ถึงต้นตอแห่งความปิตินั้น จึงทราบว่าทั้งหมด เกิดจากการได้ผัสสะ กับบุคคลผู้หนึ่ง ที่พยายามจะช่วยให้คนพ้นทุกข์ อย่างเต็มความสามารถ แต่ถูกตราหน้า และย่ำยี จากผู้มีอำนาจ ที่เสียผลประโยชน์ในสังคม เป็นเหตุให้ถูกเหยียดหยาม รุมประนาม จนแทบจะไม่มีที่ยืน แต่ท่านก็ยังมุ่งหน้า เดินต่อไปอย่างมั่นคง ด้วยความมุ่งมั่น และแสนจะเสียสละ สุดที่มนุษย์ผู้หนึ่งพึงจะกระทำได้โดยไม่หวังผลตอบแทน เพียงมุ่งสอน ให้ผู้คนได้รู้จักเส้นทางแห่งการพ้นทุกข์ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์แก่ตน และสังคมมวลมนุษยชาติต่อไป มโนภาพของมนสิการนี้ก็คือ ธรรมฤทธิ์ ที่ส่งผลให้เกิดเป็นเวทนาแท้ ฝังลงเป็นสัญญา ที่มีท่านเป็นแบบอย่าง นึกขึ้นมาทีไร สัมประสิทธิ์ เกิดเป็นแรงขับเคลื่อน ให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่บนเส้นทาง ที่จะนำพาไปสู่มรรคผลได้ต่อไป ในช่วงเวลาแห่งการรำลึก ครบรอบ 84 ปี 48 พรรษา ของบุคคลสุดประเสริญผู้นี้ ไม่ต้องปรุงสังกัปปะมาก คำว่า กตัญญูกตเวที ก็ผุดขึ้นมาในใจ แต่ก็ยังอดคิดย้อนหลังไปไม่ได้ว่า... ถ้าไม่มี ท่านผู้นี้แล้วไซร้ ตอนนี้เราคงจะอยู่ในซอกหลืบไหน ซักแห่งของโลกโลกีย์ เป็นแน่!! พ่อครูว่า... ก็ดีแล้วที่รู้ และก็ทำตนให้พ้นจากซอกหลืบ โลกีย์ที่มากมายหลายชั้น ก็ขอบคุณที่ระลึกถึง และใช้ประโยชน์ได้ อาตมาพูดไป ก็จะเหมือนเป็นการชมตัวเอง ยกตัวเองมากเกินไป เอาไว้แค่นี้ ก็คงพอ ก็ค่อยๆพูดกัน
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยโลกุตระกับประชาธิปไตยนายทุน ทีนี้ ฟังของคุณ bird _จาก ...bird นมัสการ พ่อครู สมณะ เจริญธรรมครับ staff ทุกท่านครับ ผมฟังธรรมพ่อครูแล้วเกิดข้อสงสัย พ่อครูบอกว่า เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่สุด สองขา หรือสามขา แต่เท่าที่ผมเห็น คือเมืองไทยจัดเป็นประเทศที่มีการซื้อเสียง ขายเสียง มากที่สุด การเลือกตั้งไม่เคยสะอาด เลือกตั้งทีไร คนหน้าเดิมๆ ก็ซื้อเสียงเข้ามาได้ทุกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่การเมืองท้องถิ่น แม้แต่อนาคต ก็จะเป็นเช่นนี้ แล้วอย่างนี้ จะเรียกว่าเป็นเมืองที่มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ได้อย่างไร, ในขณะที่ อังกฤษ อเมริกา ไม่มีการซื้อเสียง ขายเสียง ไม่มี ยี้ห้อย120 , การเลือกตั้งเค้าสะอาดกว่าเมืองไทยมากมาย ผมสงสัยมากๆ โปรดให้คำตอบด้วยครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูง
_จาก ปุญญา ธัมมา... ทำอย่างไรใจจะนิ่งได้คะ ยิ่งเราเคยเป็นคนใจร้อน พ่อครูว่า... ตามธรรมะที่อาตมาพาทำ และสอนไปเบื้องต้น ที่อธิบายไป อย่าใจร้อน ให้ใจนิ่ง คนใจร้อนกับใจนิ่ง นี้มันสุดฟากฝั่งฟากฟ้า กับก้นเหว ก็ต้องทำไปตามลำดับ ก็จะได้ ก็จะได้ประโยชน์ ไปตามลำดับ
ก็ขอไขความของคุณเบิร์ด ที่คุณตั้งประเด็นมาว่า คนไทยนั้นซื้อเสียงมาก อาตมาขอยืนยันว่า การซื้อเสียงมากของไทยนั้น เป็นการซื้อเสียงอย่างตื้นๆ เป็นเลศเล่ห์ วิธีการซื้อเสียงอย่างง่ายๆ ไม่มีวิธีการลึกลับซับซ้อน สูงส่งเหมือนอังกฤษ และอเมริกา โดยเฉพาะอเมริกา มีความซับซ้อน ลึกซึ้ง ซื้อสิทธิ์ ขายเสียงกัน ใช้วิธีการทุนนิยม ในการทำงานการเมือง อย่างลึกซึ้ง ซับซ้อนมาก ประธานาธิบดีที่เขาได้รับการเลือกตั้ง ทุกทีเขาลงทุนกัน เป็นแสนล้าน ทุกคน วิธีการลงทุนของนายทุนใส่ไว้ให้แล้ว ก็ทำกันอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม วิธีการอันซับซ้อน ลึกซึ้งมาก คุณรู้ไม่ทันหรอก ประเทศไทยนำการซับซ้อน ซื้อเสียงตื้นกว่าเขา หลายล้านเท่า เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นความซับซ้อนที่ ทั้งเป็นเล่ห์กลของประชาธิปไตยขาเดียว แม้แต่ประชาธิปไตย 2 ขาของประเทศอังกฤษก็ตาม เขาก็สามารถลึกซึ้ง ซับซ้อน มากกว่าที่คุณจะรู้ได้ คนไทยมีการซื้อเสียง ตื้นเขินมาก แต่คนไทยมีความลึกซึ้งในประชาธิปไตยมาก สรุปก็คือ วิธีการที่ชั่วนี้ คนไทยไม่เก่ง แต่เรื่องจิตลึกของประชาธิปไตย มีแกนของพระพุทธเจ้ามานานลึก ที่อาตมาเคยพูดไว้บ่อยๆ ยกอ้างว่า โลกุตระของพระพุทธเจ้า คือประชาธิปไตยที่สุดยอด พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ประเด็นของเล่ห์เหลี่ยมนี้ คนไทยตื้นเขินมาก
สมณะฟ้าไทว่า... คนไทยมีศาสนาพุทธมาอย่างยาวนานมาก พ่อครูตอบประเด็นนี้ได้อย่างลึก พ่อครูว่า... อาตมาขอขยายความ ตั้งแต่ลึกไปหาตื้นก่อน พระพุทธเจ้าท่านมีประชาธิปไตยที่สุดยอด ตั้งแต่ยุคทาส สมบูรณาญาสิทธิราชย์ ในยุคที่ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน แต่ท่านก็มาเผยแพร่ประชาธิปไตย จนตราออกมาว่า พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เป็นความคิดถึงของประชาธิปไตย ที่หมายถึงประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ พหุชนหิตายะ คือ ทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์ ก็คือการรับใช้ รับใช้คนให้ได้รับประโยชน์ ทำให้เกิดความสุข พหุชนสุขายะ แล้วความสุขที่ลึกซึ้ง ความสุขของพระพุทธเจ้า คือความสุขโลกุตระ คือความสุขที่ไม่มีสุข เพราะฉะนั้นในความสุข ที่เป็นโลกุตระอย่างนี้ด้วย ซึ่งคนที่ไม่มีญาณ ปัญญารู้ จะไม่ทำ เอาความสุขทางโลกีย์ เขาไม่เอาความสุขทางโลกุตระ เขาจะไม่ยินดี จะไม่ลึกซึ้ง ไม่ชอบ มันเป็นความซับซ้อน ที่หมุนรอบเชิงซ้อน ไม่รู้กี่ชั้น เพราะฉะนั้น คนที่มีฐานของจิต ลึกๆ อนุสัยเลย อย่างของชาวพุทธ ที่เป็นโลกุตระมาเก่า ของไทย 2000 กว่าปี ก็ช่างเถอะ แต่เมืองไทย ศาสนาพุทธเข้ามา ก็ตั้งแต่สองพันกว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้นจึงเป็นการสร้าง ความเป็นสัจจะแท้ของโลกุตระ ในประเด็นของ 1. ความไม่มีตัวตน ไม่ได้เห็นแก่ตัวเลย มันก็คือ เพื่อผู้อื่นได้ เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น นอกจากไม่มีตัวตนแล้ว มันยังมีมิติอื่นอีกคือ ขยัน พากเพียร มีเมตตาเต็มที่ รู้จักประโยชน์ของโลก รู้โลกวิทู รู้โลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย เป็นต้น สรุปแล้วประชาธิปไตย ที่สูงสุดเป็นประชาธิปไตยที่หมดตัวหมดตน ไม่มีตัวกูของกู ไม่มีตัวเราของเรา ซึ่งตัวนี้แหละ ศาสนาทุกศาสนาในโลก มีศาสนาพระพุทธเจ้าเท่านั้น ที่เรียนรู้ตัวตน ที่หมดตัวตนจริงๆ หมดอัตตา หรืออาตมัน หมดจิตวิญญาณ หรือเป็นตัวต นตั้งแต่ตัวตนที่นิดนึง จนถึงตัวตนที่ใหญ่ การพิสูจน์ตัวตนใหญ่ที่สุดก็คือ อย่างท่านพิสูจน์ตัวท่านเอง ใหญ่ที่สุด ไม่ได้ยกตัวตนว่าใหญ่ แต่คนอื่นเขาเห็น เขารู้ แม้แต่ในยุคทาส ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งไม่ได้มีความรู้เรื่องพุทธศาสนาอย่างนี้มาก่อน พระพุทธเจ้าก็ประกาศมา 2000 กว่าปี ก็ยังมีคนรู้ โดยเฉพาะ มีพระเจ้าแผ่นดินแต่ละประเทศ แต่ละแคว้น เอาทวีปเอเชียก็ใหญ่ แคว้นต่างๆ ก็ยกให้หมด ไม่มีแคว้นไหนคัดค้าน แคว้นใหญ่สุด เท่าที่มีหลักฐาน คือแคว้นมคธ แคว้นโกศล พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสาร ก็มีอำนาจมากจริงๆ ก็ยกให้เลย นี่เป็นหลักฐาน ความจริง สิ่งปรากฏ สิ่งที่ยืนยันที่สุด 2. ความอิสระเสรีภาพ เป็นเรื่องลึกซึ้ง ซับซ้อน อิสระ เสรีภาพ ไม่มีเศษเสี้ยวของสิ่งที่จะแฝงซ้อน ว่าจะต้องมีเชิงเบ่งข่ม กดขี่ อะไรเลย สองประเด็นนี้ แค่ไม่มีตัวตนกับมีอิสระเสรีภาพ แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว พระพุทธเจ้าประกาศมา 2500 กว่าปีแล้ว ยิ่งมายุคนี้เป็นยุคอิสระเสรีภาพ เข้าใจเรื่องตัวตน เข้าใจเรื่องตัวกูของกู เก่งขึ้นกว่าเก่าเยอะเลย กระนั้นก็ดี คนไทยก็มีมาก่อน รู้มาก่อน และประพฤติมาก่อน เมื่อเห็นถึงความไม่มีตัวตน มีอิสระเสรีภาพ ไม่ว่าร้ายอะไร อย่างในหลวงร.9 เป็นผู้ที่ทรงมีพระจริยวัตรชัดเจน แสดงมาตั้ง 70 ปี คนไทยจึงรู้ และรับทราบ เห็นความวิเศษ ความประเสริฐสูงสุดนี้ได้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ตัว อาตมาว่า เขาไม่รู้ตัวหรอก ก่อนที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะสวรรคต เขาก็ไม่รู้ตัวหรอก แต่พอท่านสวรรคต เขาก็รู้ว่า ของมีค่าที่สุด หายไปแล้ว จึงมีการแสดงออก อย่างไม่มีอะไรมาบังคับ ชักจูง ไม่ใช่เรื่องโฆษณา ไม่ใช่เรื่องทำตามกัน ไม่ใช่เลย เป็นเรื่องเลือด วิญญาณที่แท้จริงของคนไทย แสดงออกตรงกันไปหมด อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ที่เป็นปรากฏการณ์ ที่เป็นภาวะ หรือเป็นฟีโนมีนอน ที่ทุกคนสัมผัสร่วมกันได้ ที่อยู่ร่วมโลกกัน ไม่ใช่ในจิตของใคร ของมัน แต่ไม่แสดงออกมา นี่ทุกคนรับรู้ร่วมกันได้หมด อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในยุคนี้ เทคโนโลยีมัน Globalization ทุกอย่าง สื่อสารสนเทศ มันออกไป อย่างไม่มีอะไรปิดบังกันเลย ยุคนี้ จึงเรียกว่า Globalization เราก็ต้องเน้นภาษาไทยอีกว่า อาตมาว่า มันทะลุปรุโปร่ง แฮกเกอร์ก็เก่ง แม้จะมีวิธีการ ทุกท่านใช้รหัสต่างๆ มันก็ยังมีแฮกเกอร์ใส่แฮกได้เลย เข้าไปค้น ดึงเอาสิ่งลึกซึ้ง ซับซ้อน ที่พรางบังออกมาได้ ไม่มีอะไรปิดบัง ทุกอย่างมันเปิดเผย ทุกอย่างเป็นของสะอาด บริสุทธิ์ ทุกอย่างเป็นของสูง ทุกอย่างเป็นของประเสริฐ ที่คนต้องมีความรู้ว่า อะไรสูง อะไรประเสริฐ และก็ไม่มีอะไรปิดบัง อำพรางได้ คนจึงสามารถที่จะรู้ สัจจะความจริงนี้ ได้ครบ ได้ลึก ได้ดี และความต้องการของมนุษย์ทั้งโลก ไม่ว่าโลกในยุคไหนทั้งเอกภพ จริงๆแล้ว ต้องการตรงกัน สุดยอด รวมเป็นคำว่าดี คำเดียว ทุกคนต้องการคำว่า ดีที่สุด แม้จะได้อธิบายไป ในมิติของโลกุตระ เช่นว่า ร่ำรวยดี อีกมิติของโลกุตระ ก็บอกว่าจนดี หักลำกันอย่างนี้ก็ตาม คนก็เข้าใจว่า จนนี้ดีกว่ารวยได้ ได้มากกว่ายุคก่อน แน่นอน ผู้ที่มีปฏิภาณ ปัญญา เฉลียวฉลาด ก็ต้องเข้าใจได้ และคนทุกวันนี้ มันเป็นภัทรกัปป์ที่ โลกกำลังจะแตกเป็นกลียุค ไฟกำลังจะไหม้โลก หรือน้ำจะท่วมโลก ที่จริงคือ บรรลัยจักรล้างโลกนี่เอง จะเป็นน้ำท่วมโลก หรือไฟไหม้โลก ก็แล้วแต่ มันจะหมดไป ด้วยเหตุปัจจัยอย่างนี้ มันจะถึงยุคที่คนเจริญต้องการให้มันเกิด แต่มันเป็นยุคที่เลวร้าย ปลายภัทรกัปป์ คนชั่วมากกว่าคนดี ชั่วมีอำนาจ มันมีมวลมากมีพลังงานมาก แต่กระนั้นก็ตาม ภาวะที่แก่นแกน ที่ตัดรอบ โดยวิธีวิทยาศาสตร์ก็คือ มันเกิดนิวตรอนในตัวมันเอง เกิดพลังงานนิวตรอน เพราะฉะนั้น กลุ่มก้อนของผู้ที่สร้างพลังงานนิวตรอนได้ จึงเป็นอิสระเสรีภาพที่อยู่กับ แม้ว่าโลกนี้จะมีมวลความชั่วที่มากพลังงานความชั่วโลกีย์ที่มาก แต่จะมากอย่างไร ก้อนของนิวตรอนนี้ก็เอาตัวรอดได้ กลางได้ กลุ่มก้อนนี้ เป็นนิวเคลียร์ฟิวชั่น ที่มันรวมมวลของเขา เป็นตัวของเขา นิวเคลียร์ฟิวชั่น ได้อย่างแน่นมาก แข็งแรง แม้จะน้อย พลังงานที่เป็นนิวเคลียร์ฟิชชั่น มันก็คือ ลบกับบวก แล้วจะบวกได้เท่านี้ แม้ว่าลบมันจะมีมาก ก็ไม่สามารถแทรกเข้าไป หรือไปทำให้ค่าบวกนี้แตก หรือเสียท่าความเป็นบวกนี้ได้ ทำให้ตัวตนของบวก หรือมวลนี้ แม้จำนวนน้อย แม้วันนี้ ก็ยังมีไม่มาก สำหรับโลกุตระ แต่มีพลังอำนาจ ทั้งอำนาจที่ 1. แตะไม่ติด 2. กระแทกไม่แตก แตะแล้วก็เป็นพลังงานผลัก หรือแม้เข้ามาได้ ก็ตีไม่แตก เข้ามาได้ ก็ไม่แตก ทั้งสองนัย สองมิติง่ายๆ มาแตะ ก็กระเด็นออก เหมือนปลิง เราเอาน้ำมันหม่อง ทาขาไปลงน้ำ ปลิงมาแตะปั๊บ ก็ม่อยกระรอก มันแพ้เลย เป็นพลังงานของโลกุตระที่เด็ดเดี่ยว แตะก็ทำอะไรไม่ได้ แพ้ไป หรือแม้จะเข้ามาได้ ก็ไม่สามารถทำให้พลังงานนี้แตกได้ พระพุทธเจ้าท่านยกตัวอย่าง ที่บอกว่า ไม่มีอะไรตีแตกที่ วัสสการพราหมณ์ ในแคว้นวัชชี หากว่ากระทำอปริหานิยธรรมนี้ คือตลอดแคว้นนี้ ก็ไม่สามารถมีใครมาตีแตกได้ ยกตัวอย่าง ชาวอโศก พูดเป็นวิชาการ ไส้ศึกแนวที่ห้า มาในนี้ อย่างไรก็ ตีแตกชาวอโศกไม่ได้ ไม่อยากพูดเหมือนท้าทาย เพราะชาวอโศกแน่นเปรี๊ยะ ปึ๊กเลย เข้ามาทำลายได้ยาก ความซับซ้อนเหล่านี้ อาตมาพยายามอธิบายให้คุณ bird นี้ฟัง ก็ยังยาก ในประเด็นที่คุณพูด อธิบายมาเป็นพลความมาว่า เมืองไทยมีการซื้อเสียงมาก แล้วคุณก็เลยเปรียบเทียบ ประเด็นตื้นคุณคิดนี้ก็ใช่ แต่แนวลึก การซื้อเสียงของทุนนิยมนี้ ลึกซึ้ง ซับซ้อนกว่ามาก คุณเข้าใจไม่ได้ ยกตัวอย่าง เบอร์ 1 ของประเทศ เขาลงทุนกันเป็นแสนล้าน แล้วมีนายทุนร่วมหัวกัน ทั้งตัวบุคคล และเป็นคณะ ทั้งเงินทอง ที่เป็นองค์ประกอบ ข้อมูลต่างๆที่เขาร่วมกัน สร้างพลังงานอิทธิพล เอาชนะในการเลือกตั้ง ขออภัย ที่ต้องพูดสัจจะ อย่างโดนัลทรัมป์นี้ ไม่ควรจะได้เป็นประธานาธิบดี แต่ก็โดยวิธีการของความลึก และร้ายของอเมริกา มันเป็นโครงสร้างมาเลย ไม่ใช่คนทำเพียงคนเดียว มันจึงเกิดเหตุอย่างนี้ เสร็จแล้วอเมริกา เขาก็ไม่กี่ปี ก็จะไล่แล้ว โดนัลทรัมป์ ซึ่งยังไม่เคยมีนะ อเมริกาเขาไม่เคยออกไปไล่ จนไม่ครบสมัยที่บริหาร 4 ปี แต่นี่ก็ร่ำๆแล้ว สิ่งเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องตื้นที่คุณจะเห็น คุณจะเข้าใจได้ มันไม่ใช่เข้าใจได้ง่ายๆ
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน เนื้อแท้ประชาธิปไตย อิสระรับใช้ไม่มีตัวตน พ่อครูว่า... ขณะนี้นักการเมือง อาตมาเองก็พูดไปไม่รู้กี่ทีแล้ว เอาแต่เรื่องการเลือกตั้งอย่างเดียว อาตมาก็พูดไปแล้ว วิธีการเลือกตั้ง เป็นวิธีการหนึ่ง ที่ง่ายและตื้นเขิน ในความเป็นประชาธิปไตย ง่ายๆ ตื้นๆ มันไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่เลย 1. เนื้อแท้แก่นแท้ของประชาธิปไตย คืออิสระเสรีภาพ 2. ไม่มีตัวตน 3. มีความรู้ความสามารถ 4. มีความขยันหมั่นเพียร ตั้งใจจริง ที่จะรับใช้ประชาชน มีอย่างอื่นอีก อาตมายังไม่เก่ง ขอขยายความได้ 3-4 มุมนี้ก็พอแล้ว เท่านี้แหละ เอาแค่ 1. ไม่มีตัวตน 2. ให้อิสระเสรีภาพมาก 3. ทำงานอย่าง มีผลงานเพื่อที่จะให้ประชาชน จะเข้าใจแบบโลกีย์ ก็ไม่ว่า แต่ยิ่งเข้าใจแบบโลกุตระ อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ยิ่งดี คนไม่ใช่เข้าใจได้ง่ายๆ แต่คนไทยมีจิตวิญญาณโลกุตรธรรม อยู่ในอนุสัย จึงเข้าใจ สุดยอดประเสริฐอันนี้ ของในหลวง โลกุตรธรรม จึงเข้าใจได้ แม้คนจะเข้าใจโลกุตรธรรมได้มันเป็นวิสามัญ ไม่ใช่สามัญ โดยสามัญ เขาจะเห็นคนโลกุตระ อยู่คนละฟาก คนละขั้ว บอกว่าพวกนี้ว่า ไม่ใช่อัจฉริยะ เขาจะเข้าใจอย่างนั้น แต่ที่จริง เป็นสุดยอดของอัจฉริยะ แต่คนเข้าใจว่าบ้า นี่เป็นความเห็นของโลกีย์สามัญ ใช่ไหม มันจึงเกิดความซับซ้อนที่เข้าใจได้ยากมากเลย อาตมาก็ขออธิบายคร่าวๆ ให้คุณ bird ฟังว่า ขณะนี้คนที่จะต่อสู้ เขารู้ว่าถ้าเขาเลือกตั้ง เขาจะได้คะแนน ง่ายๆ เพราะมันเป็นเรื่องผิวเผิน เขาก็จะใช้วิธีนี้ และนักการเมือง เขาต้องการการเลือกตั้ง ก็เป็นคนหน้าเก่า หน้าเหม็นๆทั้งนั้น นักการเมืองที่ตื่นตัว มาเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ไม่ต้องการการเลือกตั้ง จะเห็นดี ให้นายกฯตู่บริหารต่อไป เพราะความเป็นประชาธิปไตยนั้น เศรษฐกิจก็ใช้ได้ ระบบอิสระเสรีก็ใช้ได้ ระบบความเอาจริงเอาจัง ความตั้งอกตั้งใจ ที่จะทำงานเพื่อรับใช้ประชาชนก็ใช้ได้ แค่ 3 ประเด็นใหญ่ อาตมาว่า นายกฯตู่ได้คะแนนไปเต็มๆ ไปเปรียบเทียบนักการเมืองเก่าเลย แม้จะไม่ร้ายแรงเท่า แต่ก็ไม่มีผลงานอะไรเลย พวกพรรคการเมืองใหญ่ ที่เอามาเทียบเคียงได้เลย อาตมาว่าตื้นๆ ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรเลย อาตมาฝาก ฝากความสบายใจของอาตมาเอง ไว้กับพระสยามเทวาธิราช ขณะนี้ อาตมาฝากความสบายใจของอาตมาเอง ไม่ได้หมายความว่า ฝากความหวัง หวังหรือไม่หวัง ความสบายใจของอาตมานั้นสูงกว่าความหวัง ความหวังนั้น จะมีความไม่สบายใจ ก็มีความกังวล แต่ความไม่คาดหวัง ก็จะมีความสบายใจ อาตมาฝากความสบายใจไว้กับพระสยามเทวาธิราช พระสยามเทวาธิราช คืออะไร คือพลังงานองค์รวม ของกลุ่มในสังคมไหนก็แล้วแต่ พลังงานองค์รวม แต่ของประเทศไทย ชื่อว่าพระสยามเทวาธิราช เป็นพลังงานองค์รวมของประเทศไทย เรียกว่าสยามเทวาธิราช เป็นความซื่อสัตย์สุจริต เป็นความจริง เหนืออุตร ที่เกินที่คนจะคิดคาดได้ง่ายๆ พลังงานนี้แหละ มีในประเทศไทย อาตมาว่าสบายใจ ว่าสิ่งนี้ ที่จะไม่มีปัญหา เพราะอะไร เพราะอาตมาก็เป็นหนึ่งในมวลสังคมนี้ ในประเทศนี้ อาตมาก็ไม่ได้หยุดหย่อน ไม่ใช่แค่คนเดียว พวกคุณด้วยใช่ไหม และก็มีที่ไม่ได้มานั่งในที่นี้ ใช่ไหม คนที่เข้าใจอโศก ก็เป็นมวลของอโศก จะเข้าใจ 5 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นมวล 5 เปอร์เซ็นต์ จะเข้าใจ 10 เปอร์เซ็นต์ก็เป็นมวล 10 เปอร์เซ็นต์ จะเข้าใจเกิน 50 ก็เป็นพลังงานรวมของอโศก ก็เป็นคะแนนรวม ก็เป็น Gross ของอโศกทั้งนั้น เป็นสิ่งที่อาตมานับคะแนนรวม อาตมาอยู่มาได้นานมาได้ 47 ปีจะขึ้น 48 ปีแล้ว เพราะอาตมามีพลังงานรวมอันนี้ ของคนไทย ศัตรูคู่อาฆาต เขาจะไม่ไว้หน้าศัตรู จะรุนแรงแค่ไหน ร้ายกาจแค่ไหน เขาก็จะต้องเอาลง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกล ก็เอาด้วยมนต์คาถา ไม่ได้ด้วยมนต์คาถา ก็ฆ่ามัน อาตมาได้อยู่ยงคงกระพัน มาจนถึงทุกวันนี้ ที่เห็นอาตมาแพ้ โดยรูปธรรมก็คือ ตามกฎเกณฑ์สังคม ตามกฎหมาย และเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นเอง ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า กฎหมายสงฆ์ด้วยนะ บัญญัติขึ้นเป็นกฎหมายสงฆ์ เฉพาะภิกษุ ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า แล้วอาตมาก็ไปแพ้กฎหมาย ที่เขาบัญญัติขึ้นเองนี้ บทบัญญัตินั้นคืออะไร บทบัญญัตินั้นคือ ผู้ใดก็แล้วแต่ สามารถสั่งคนให้สึกได้ แม้พระพุทธเจ้าบอกว่า ถ้าคนไม่อยู่ในกฎเกณฑ์เหล่านี้ จะได้สั่งให้สึกไม่ได้ หรือไปลงโทษไม่ได้ อธิกรณ์ไม่ได้ เพราะนานาสังวาส สุดท้ายเขาก็ละเมิดหมด แม้แต่วันตัดสิน อาตมาก็ยังสงสารผู้พิพากษาที่มาอ่านคำตัดสินในวันนั้น พูดไว้แค่นี้ เห็นพฤติกรรมของผู้พิพากษา ก็ทราบได้ อาตมาว่า อาตมามีปฏิภาณปัญญา พอจะรู้เรื่อง สิ่งเหล่านี้ แต่อาตมาเข้าใจสิ่งเหล่านี้ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับนี้ เข้าใจว่า เป็นกฎแห่งกรรม กรรมใครกรรมมัน อาตมาอยู่รอดไม่มีปัญหา ทุกวันนี้ ความเจ็บสูงสุด ที่อาตมาก็สู้มา 40 กว่าปี อาตมาได้รับการกระทบกระแทกสูงสุด อย่างพระพุทธเจ้า ใครไปทำให้พระบาทห้อเลือด ก็ยังมีอนันตริยกรรมขนาดนั้น หากไปทำให้พระเศียรอีก มีเลือดห้อก็ยิ่งมีวิบากมาก แต่อาตมาไม่ห้อเลือด แต่ก็เขาทำให้แสบตาด้วยแก๊ส นี่หนักสุดแล้ว นอกนั้นไม่มี ขนาดอาตมาอยู่กลางสนามรบ เขาจะขว้างก้อนหินมาถูกหัวให้แตกก็ได้ หรือจะยิงก็ได้เป็นเป้าอยู่กลางเวทีอีก Sniper ไม่ต้องอะไรมากเลย ยิงเปรี้ยงเดียว รับรองว่า เจาะตรงนี้เลย ลูกเดียวตายคาที่ เขาก็ทำได้ ใช่ไหม เพราะพวกนี้ อัตราความเร็วลูกปืนก็สูง เทคโนโลยีมันเก่งขึ้นด้วย แต่พูดไปแล้วเหมือนอวดเก่ง ประมาทมันไม่ดี สรุปเข้าเรื่อง นายกฯตู่บริหารงานมา 4 ปี อาตมาว่าเลือกตั้งมาอีกนี้ เสี่ยงไหม ขนาดนี้ถ้าจะเลือกตั้งจะเสี่ยง ก็เสี่ยงนายกฯตู่ ว่านายกฯตู่ได้ทำอย่างไร ขณะนี้ นายกฯตู่บริหารแล้ว ทำให้เราสูญเสียมากกว่า ที่เขาเป็นนักเลือกตั้ง เขาทำกันหรือ แล้วที่กำลังจะเลือกตั้ง
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive