610514_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาจนพาให้มาเป็นลูกอโศกได้.docx
เนื้อหาในไฟล์
610514_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาจนพาให้มาเป็นลูกอโศกได้ อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://drive.google.com/open?id=1cYENQmJB0M_KpjCJumLpoMOn1FDqNFLj7rhZw98EUdc
ดูยูทิวป์ได้ที่… https://www.youtube.com/watch?v=3aF_rCVy1Yk สมณะเดินดินว่า… วันนี้ เป็นวันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561 วันนี้เป็นวันพืชมงคล กวีซีไรต์ คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เขียนกวีมาว่า มงคล แรกนาขวัญ สัญลักษณ์ ไร่นาสวน สินทรัพยา มาประมวล ความอุดมแห่งแผ่นดิน
ผู้รู้ ว่าโลกนี้ มีพื้นที่ พิเศษถิ่น ทำมาและหากิน มากสินทรัพยาภรณ์
มีแค่ เจ็ดเปอร์เซนต์ อยู่รอบเส้นศูนย์สูตรนุสรณ์ ผลิตทรัพยากร ได้ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซนต์
มีไทย หนึ่งในนั้น มหาศาลอย่างที่เห็น ข้าวดี ทุเรียนเด่น เป็นจุดขาย และต่อรอง
คนไทย กลับไม่เห็น หลงอีเว้นต์ เล่นขายของ ต่างชาติ เขาต่างจ้อง จะเขมือบ แผ่นดินไทย !
เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
เขาเขียนติงว่า ประเทศไทยมีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ แต่กลับไปหลงใหลอีเว้นต์ หลงพวกมอเตอร์โชว์ อะไรต่างๆ ทำไมชาวอโศก ไปอยู่จุดไหนในประเทศไทย ถึงมีอาหารอุดมสมบูรณ์ เพราะพ่อครูพาพวกเรา ไม่ได้หลงเงินทองลาภยศสรรเสริญ ชาวอโศกมีเงินทอง เรี่ยวแรงเท่าไหร่ ก็เอาไปผลิตพืชพันธุ์ธัญญาหาร อันนี้เขาเขียนติงว่า เรากำลังพัฒนาไปแบบผิดทิศทางหรือเปล่า หม่อมเจ้าท่านหนึ่งเขียนไว้ว่า เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง ของเราจึงบอกว่า เงินทองเป็นของมายา ข้าวถั่วงาเป็นของจริง พ่อครูว่า... ก่อนอื่นก็ขอ อ่านโฆษณา ตอนนี้งานที่มีคนมาร่วมทำอย่างหนึ่ง คือพยายามทำเกณฑ์ตรวจสอบความเป็นพระโสดาบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเคยคิดทำ แต่พวกเราคิดขึ้นมา แล้วก็ทำขึ้น อาตมาก็เห็นดีด้วย ว่าปฏิบัติธรรมไปแล้ว สาระสัจจะ
อ่านต่อ
ของศาสนาพุทธคือ เป็นอาริยบุคคล อาริยบุคคลเบื้องต้นคือ พระโสดาบัน เพราะฉะนั้นถ้าเราปฏิบัติธรรมไป อย่างหน้ามืดตามัว สุ่มสี่สุ่มห้า สะเปะสะปะ ไม่รู้ปฏิบัติแล้ว เข้าหลักเกณฑ์ เข้ากระแส โสตาปันนะหรือไม่ จิตใจของคนมันเข้าไปสู่กระแสอาริยธรรม สู่กระแสโลกุตระ เข้าไปหรือยัง ได้หรือยัง มีผลหรือยัง ก็ไม่ได้คิดกันเลย ก็มีพวกสายปฏิบัติเขามีบ้าง แต่เขาไม่เคยคิดว่า โสดาบันเริ่มต้นเป็นอย่างไร เขาก็เอาแต่บรรลุธรรม อย่างกำกวม หลักวิชาพระพุทธเจ้าตรัสไว้หมดแล้ว โสดาบันมีคุณลักษณะอย่างไรบ้าง แต่ไม่เอามาศึกษากันให้ชัดเจน ละเอียดลออ พวกเราพยายามทำก็ดี อนุโมทนา สาธุ ออกแบบกันไป พวกเราก็ได้ตรวจสอบกัน ก็ขอความร่วมมือกัน ประกาศว่า วันนี้ อยากได้แบบสอบถาม ที่รับไปทำ ทั้งนักบวช ทั้งพี่น้อง ชาวบวรราชธานีอโศก อย่างน้อยสัก 30 ท่าน ก็มีสองใบ ใบหนึ่งคือ ชุดความเป็นผู้มีศีล 5 บริสุทธิ์ อีกชุดหนึ่งคือ ให้ตอบญาณ 7 ของพระโสดาบัน การศึกษาพวกเราต้องรู้ว่า หลักเกณฑ์ปฏิบัติ ได้อย่างไร เรามีญาณปัญญา มีความรู้ ว่าโสดาบัน พระพุทธเจ้าตรัสบอกไว้ 7 ข้อ ญาณ ปัญญาของพระโสดาบัน 7 ข้อ ต้องรู้ว่าเราปฏิบัติไปแล้ว เข้าเกณฑ์ได้ไหม ก็ต้องการ วันที่ 16 ก็ควรทำให้เสร็จก่อนวันที่ 16 แบบสอบถามนี้ จะเอาไปให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ ความน่าเชื่อถือ ตามขั้นตอนการวิจัย ท่านใดที่ยังไม่ได้รับแบบสอบถาม ก็ให้ไปเอาได้ที่โต๊ะโสดาบัน จะมีชุดที่ 3 อีกนะ จะส่งทีหลัง มาสู่ sms ก่อน SMS 13 พฤษภาคม 2561
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน หลักปฏิบัติโพธิปักขิยธรรม 37 โดยย่อ _8325ปฏิบัติธรรมอยู่บ้านทำอย่างไรคะ พ่อครูว่า... จะปฏิบัติธรรมอยู่บ้าน หรืออยู่วัดก็ตาม ปฏิบัติตามหลักโพธิปักขิยธรรม 37 ปฏิบัติให้มีมรรคมีองค์ 8 โพชฌงค์ 7 นี่คือหลักใหญ่ของพระพุทธเจ้า โดยอยู่ในกรอบ อยู่ในกระบวนการของ ศีล สมาธิ ปัญญา คือต้องมีศีลก่อน ตั้งศีลให้กับตัวเองก่อน จะอยู่บ้านอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ทุกคนจะต้องรู้ ว่าศีลพื้นฐานคือ ศีล 5 คนไม่มีศีล ไม่สังวรในศีลเลย ไม่ใช่คน ขออภัยพูดชัดๆ พูดให้ชัดๆยิ่งกว่านั้นอีก จิตมันจะเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน หรือไม่ก็เป็นสวรรค์เก๊ มันเป็นโลกีย์ ไม่มีความรู้โลกุตรธรรมแล้ว เริ่มต้นศีล 5 ต้องมีศีล ใน จรณะ 15 วิชชา 8 มีศีล แล้วก็มีการปฏิบัติ อปัณณกธรรม 3 1. สํารวมอินทรีย์ 2. ต้องสัมผัสกับสิ่งอุปโภคบริโภค และต้องสังวร รู้ กาย เวทนา จิต ธรรม สัมผัส และต้องอ่านรู้ ต้องเป็นผู้ที่มีสติตื่นรู้อยู่เสมอ 3. ชาคริยานุโยคะ รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอ ว่าเราต้องมี สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 จะต้องมีฉันทะในการปฏิบัติธรรม มีวิริยะเอาใจใส่ แล้วให้มันเกิดผล ให้เกิดประโยชน์ ได้ผลขึ้นมา อยู่ตลอดเวลาให้ได้ ต้องมีอิทธิบาท แล้วเวลาปฏิบัติจะต้องมีสำรวมอินทรีย์ มีการสังวรปธาน ปหานปธาน ภาวนาปธาน อนุรักขนาปธาน ในสัมมัปปธาน 4 จะต้องปฏิบัติดูแล อินทรีย์ 6 สัมผัสกับสิ่งต่างๆแล้วเกิดกิเลสอย่างไร ก็ทำการประหารกิเลส กำจัดกิเลสตลอดเวลา ให้เกิดผล แล้วก็รักษาผล ภาวนาปธาน อนุรักขนาปธาน โดยการปฏิบัติ สติปัฏฐาน 4 สำรวมกายวาจาใจ ตามหลักเกณฑ์ที่เราเอาศีล 5 เป็นตัวตั้ง แนวปฏิบัติ กาย เวทนา จิต ธรรม รู้จักธรรมะ 2 แล้วอ่านเวทนา เวทนาเป็นกรรมฐานของการปฏิบัติธรรม จริงๆแล้ว ปฏิบัติให้รู้จักเวทนาในเวทนา ตลอดเวลา เป็นการปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ ไม่ใช่ดินน้ำไฟลมอากาศ เอาไปเป็นกสิณ 40 มาเป็นกรรมฐาน ไม่ใช่ แล้วมี ปัญญา ปัญญาใหญ่ยิ่งคือ รู้ว่ากิเลสมันไม่เที่ยง เกิดแล้วมันจะต้องเปลี่ยนแปลง เราก็ต้องจับมันให้ได้ มันเกิดมีเมื่อไหร่ มันมีสภาพในตัวเรา ก็พยายามทำให้มันเปลี่ยนแปลงด้วยความสามารถ เปลี่ยนแปลงไปโดยที่ อัตโนมัติมันก็มีแบบไม่เที่ยง แต่เราต้องทำให้มันไม่เที่ยง ด้วยการทำให้มันลดลงๆ จนมันเที่ยง จนมันไม่มีกิเลสเกิดในตัวเราอีกเลย นั่นคือความเที่ยง ผู้ปฏิบัติธรรมสมบูรณ์ และเป็นพระอรหันต์ จิตจะเที่ยง เที่ยงอย่างที่ว่ากิเลสไม่เกิดอีกเลย นี่ก็ขยายความแถมให้ฟัง สรุปว่าปฏิบัติธรรม อยู่ที่ไหนก็ได้ หากรับฟังแล้วเข้าใจ ก็ปฏิบัติได้เลย
สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ความต่างของอนันตริยกรรม พรหมทัณฑ์ ปาราชิก _จากปุญญา ธัมมา... ถามว่าปาราชิก กับอนันตริยกรรม ต่างกันอย่างไร อันไหนรุนแรงกว่า พ่อครูว่า... มันก็รุนแรงกันทั้งคู่แต่มันต่างกัน ปาราชิก คือ คนขี้แพ้ มาบวชแล้วพ่ายแพ้อย่างเด็ดขาดเลย คือ เป็นนักบวชไม่ได้ คือ แพ้ ใครปาราชิกคือ จบแล้วในชาตินั้น จะมาเป็นนักบวชอีก ไม่ได้เลย นี่คือปาราชิก ขยายความให้ลึกกว่านั้นคือ ปาราชิกคือ คนที่ถูกตัดหัวจากศาสนาไปหนึ่งชาติ โทษร้ายแรงมาก ถ้าปาราชิกแล้ว ไม่ให้โอกาสในการที่จะได้รับธรรมะต่อเลย จากที่ปาราชิกแล้ว ส่วนเขาจะไปขวนขวายเอง ก็เรื่องของเขา แต่ผู้ที่เป็นชาวพุทธ พุทธศาสนิกชน อย่าให้โอกาสเขาได้รับธรรมะ รุนแรงถึงขนาดนั้น เพราะถือว่าตายไปจากศาสนาพุทธ 1 ชาติ รุนแรงกว่าพรหมทัณฑ์ พรหมทัณฑ์ คือ เขาอยู่ด้วยนี่แหละ เขาจะได้ยินได้ฟังธรรมะ นั่งอยู่ร่วมกับนักปฏิบัติธรรม เห็นอยู่รู้อยู่ผสมอยู่ด้วย แต่อย่าสอนเขา ไม่บอก ไม่แนะนำ ไม่สอน เหมือนไม่มีตัวตนเขาอยู่ในนี้ แต่ปาราชิก ไม่ให้มาอยู่ใกล้ชิด กับผู้ปฏิบัติธรรม ไม่ให้มารับฟังธรรมะเลย รุนแรงถึงอย่างนี้ ถ้าเขาอยู่ในเขตนี้ รับฟังธรรมะอยู่ ก็หยุดเทศน์เลย ให้เขาออกไป ไม่ให้ฟังธรรมะเลย เป็นโทษที่รุนแรงถึงขนาดนั้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เป็นคนที่ตาลยอดด้วน กระเบื้องแตกกลางเป็นสองเสี่ยง ไม่สามารถติดกันอีก ใบไม้เหลืองหลุดร่วงออกจากขั้วแล้ว เอาไปต่อกันอีกไม่ได้ ขาดกันไปเลย หนึ่งชาติ นี่คือปาราชิก แต่ทุกวันนี้เหลาะแหละ ปาราชิกก็อยู่ร่วมกันกับปกติต่อไป เอาเฉพาะปาราชิกเรื่องเงิน มันไม่สุจริตผิดไปแค่ ห้ามาสก ก็ปาราชิก (300 บาท) หากทุจริต 300 บาท หรือ 5 มาสก = 1 บาท หากทุจริต ก็ปาราชิกเลย หากจะไล่เรียงกันแล้วคงจะมีเยอะที่ปาราชิกกันเรื่องนี้ในศาสนาพุทธ แรงถึงขนาดนั้นเลย ส่วน อนันตริยกรรม คือ ทำกรรมชั่วอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องปาราชิก เช่น ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ทำให้พระบาทพระพุทธเจ้าห้อเลือด หรือทำให้สงฆ์แตกกัน เป็นอนันตริยกรรม คือกรรมที่ปิดสวรรค์ ปิดนิพพาน หากละเมิด ทำอนันตริยกรรมแล้ว คนผู้นี้ปฏิบัติธรรมอย่างไรก็ไม่เกิดผล ไม่เกิด สวรรค์นิพพานเลย มีแต่นรกถ่ายเดียว นั่นคืออนันตริยกรรม รุนแรงด้วยกันทั้งคู่
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน พ่อครูสอนให้อย่าริษยา จงกล้าชมลุงตู่ _3867... ผู้น้อยก็จะเลือกลุงตู่เขียวตามพ่อครูฯ แต่ไม่รู้ทิศทางพรรคฯเก่าใหม่ ที่หาเสียงทางอ้อม ผ่านการเสวนา สัมมนาจัดเลี้ยง แทรกตามงานบุญบ้าน! งานมงคล ชุมชน! งานประเพณีแข่งขันละเล่นพื้นบ้าน! ใครหนุนลุงตู่? ยกเว้นงานชุมนุมทำเนียบ?
_จาก... จารุ ท่านมองคสช.ในแง่ดี มีเมตตา ให้โอกาสเขาเพื่อทำสิ่งดีค่ะ แต่คสช.ยังไม่พ้นกิเลส ทั้งโลภะ โทสะ โมหะ ดิฉันมองว่าเขาหลงอำนาจค่ะ การออกมาห้ามต่างๆ เป็นวิธีของนายทหารใช้กับพลทหาร ทั้งทหาร ตำรวจ เป็นผู้เคยชินกับการใช้อำนาจ มักจะเป็นเช่นนี้นะคะ เท่าที่เห็นว่ามีคุณธรรม ไม่หลงอำนาจ ก็มีพล.อ.เปรมค่ะ พ่อครูว่า… คุณจะเอาคณะที่มาบริหารประเทศ ให้ไม่มีราคะโทสะโมหะเลยหรือ ก็ดีที่ยังอุตส่าห์เห็นพลเอกเปรม
_วิเชียร... ผมคนนึงไม่ได้กระสันเลือกตั้ง แต่พ่อครูอย่าลืม "เลวที่สุดในแผ่นดิน คือหากินกับคำว่าช่วยเขา" ท่านเป็นคนกล่าวไว้เอง แต่ผมได้แต่หวังว่า พ่อครูจะถูกต้องในความไว้ใจลุงตู่ และไม่ซ้ำรอยเหมือน ตอนท่านไว้ใจทักษิณนะครับ หากการติเตียนลุงตู่อย่างกัลยาณมิตรนั้นทำให้ลุงตู่ต้องเกรี้ยวกราดผมว่า ลุงตู่ก็ไม่มีราคา อยากถามว่า 4 ปีแล้วได้ สร้างมาตรฐานโครงสร้างให้ชาติยังไงบ้าง ทรัพยากรของชาติได้บริหารจัดการอย่างถูกควร และเป็นธรรมอย่างไร ได้จัดการเรื่องการคอรับชั่นอย่างไรบ้าง หรือคนไทยต้องรอให้เวลาท่าน และพวกพ้องอีกสัก 10 , 20 ปี พ่อครูว่า… รวมความแล้วก็ไม่ค่อยเห็นด้วย ฟังดูที่พูดมาว่า 4 ปีแล้ว ก็ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่เลย ไปไว้ใจได้อย่างไร อาจเหมือนทักษิณหรือเปล่า ต่างคนต่างมอง ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเห็น เอียงไปข้างไหน ก็เป็นได้ มากหรือน้อยก็มีได้
_จันทนา... อ่านแล้วท้อใจ ไม่อยากรับรู้ว่า พ่อท่านมีความเห็นสุดขั้วขนาดนี้ เป็นความอ่อนปัญญาของดิฉันเอง ที่เข้าใจพ่อท่านไม่ได้ พยายามอย่างยิ่ง ที่จะฟังเทปปัจจุบันของพ่อท่าน แต่อินทรีย์พละอ่อนฝืนใจฟังไม่ได้เลย มันลดศรัทธาเชื่อมั่น อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทุกวันนี้อาศัยฟังเทศน์สมัยก่อนของท่าน ฟังพอได้อยู่ค่ะ ต้องกราบขออภัยพ่อท่านจริงๆ ในชีวิตนี้ก็ไม่เห็นใครประเสริฐเท่าท่านแล้ว แต่เรื่องนี้มองต่างขั้วจริงๆค่ะ พ่อครูว่า… ก็มองต่างกันไป สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวพราย
_หินไท ชาวหินฟ้า นายกตู่ทำงานมาสี่ปี เป็นนายกที่เหมาะสม กับบริบทของสังคมที่สุด ดีที่สุด ตั้งแต่มีประเทศไทยมา บ้านเมืองหลายอย่างดีขึ้น โดยลำดับ การโกงกินมีทุกยุคทุกสมัย แต่สมัยนี้น้อยที่สุดละครับ และที่เราขุดคุ้ยกันออกมาได้ขนาดนี้ ก็เป็นมากันนานๆ วันนี้ เวลานี้ มีนักการเมืองอยู่สามกลุ่ม คือพท.(เผาบ้านเผาเมือง) ปชป.(ปล่อยให้เขาเผาบ้านเผาเมืองอ่อนแอแบเบาะเปราะบาง) และกลุ่มลุงตู่ออกมากู้บ้านกู้เมือง เราต้องมองดูว่าใครเลวน้อยที่สุด ผมว่าหลายอย่างดีขึ้นโดยลำดับครับ ไม่ว่ากรณีธรรมกาย ใครกล้าแตะ เงินทอนวัด นักการเมืองกินบ้านกินเมืองมาแปดสิบกว่าปี แก้ไขได้ขนาดนี้ ก็ดีแล้วครับ จะเอาตามใจเราทุกอย่าง คงไม่ได้หรอก พ่อครูว่า… ต่างความเห็น ก็แสดงออกมา เดี๋ยวอาตมาจะแสดงความเห็นบ้าง...อาตมาเองที่ชมลุงตู่ ก็ควรชม อาตมาทำตามพระพุทธเจ้าสอน นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ ปคฺคเณฺห ปคฺคหารหํ ควรข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง คนที่ควรติก็ควรจะติเขา คนควรชมก็ควรจะชมเขา แม้แต่ทักษิณ ตอนแรกที่เขายังไม่ออกลาย อาตมาก็ชมเขา เขาพูดได้เก๋ พูดดี อาตมาก็หลงไปชมเขา ใครจะเห็นว่าอาตมาผิด ก็ไม่เป็นไร อาตมาเห็นไปตามแต่ละบริบท กาละ ยุคสมัย เมื่อเห็นลายแล้ว อาตมาก็ไม่ได้ส่งเสริม ก็ตำหนิติเตียน อาตมาก็ทำอย่างนั้น ไม่ได้หมายความว่า หลงใหล เพ้อเจ้อ หลงติด ยึดมั่นถือมั่น ก็ไม่ใช่ เป็นไปตามเหตุปัจจัย สิ่งใดที่ควรชมก็ชม ที่อาตมาชมลุงตู่ ก็ประมาณตามที่อาตมามีภูมิธรรม ประมาณได้ว่า เขาก็มีข้อด้อย ลุงตู่ก็มีข้อที่บกพร่องอยู่ แต่ข้อดีก็มี อาตมาก็ประมวลแล้ว ตีราคาว่า ควรชมมากกว่าควรติ ส่วนการตินั้น ไม่ต้องอาศัยอาตมา คนติเยอะ ขนาดคนติ พระพุทธรูป พระปฏิมาคนก็ยังติได้เลย ปั้นพระพุทธรูปมาสวยขนาดไหน ดีขนาดไหน ก็ตำหนิได้ อาตมารู้ว่า คนติจะมีเยอะ หาแง่มุมมาได้มาก ส่วนคนเรา อาตมามองลึกๆว่า ในคนที่มีกิเลส มีริษยาปนอยู่ในจิตเยอะนะ ก็เลยไม่ยอมยกย่องใครได้ง่ายๆ อาตมาพูดอีกที พูดหลายทีแล้วว่า ผู้ที่มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี 29 คน คนที่ 29 คือนายกฯตู่ อาตมาเห็นว่านายกฯตู่ ปฏิบัติเป็นนายกฯที่เหนือชั้นกว่าทุกคน เพราะฉะนั้นอาตมาก็จึงยก ส่วนใครที่เห็นข้อใด ข้อที่ตำหนิ ก็ตำหนิไป มันเป็นไปตามธรรมชาติ ก็ตำหนิคัดค้านกันได้ ชมกันได้ ไม่มีปัญหา ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เป็นเรื่องที่ต้องควรรับฟัง ควรศึกษา เพื่อจะได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ อาตมาเอง มีข้อติอาตมามาเยอะนะ ที่อาตมาเป็นเชียร์ลุงตู่ ก็มีคนติอาตมามาเยอะ อาตมาก็ยอมรับว่า คนเขารู้สึกว่า อยากจะได้ดั่งใจของเขา ต้องเอาอย่างที่ดีกว่าลุงตู่ ขนาดลุงตู่ยังไม่ดีอย่างใจเขา เขาก็เลยต้องว่ามา อาตมาก็อยากได้เหมือนกันแหละ แต่อาตมาไม่ตะกละตะกลาม ไม่คิดอ้าขาผวาปีก ไปไกลขนาดนั้น ที่อาตมาพูด อาตมาแสดง มันก็มีข้อด้อยของอาตมา อาตมาลองดูว่า เรามีข้อด้อยอะไรนะ ทุกวันนี้ ก็รู้ตัวเองอยู่ว่า 1. มีความจริงใจสูง ในการแสดงออกโดยไม่ปิดบังอะไร ไม่กระมิดกระเมี้ยน ไม่สงวนท่าที ไม่สำรวมกิริยาให้สวยๆ นี้เป็นข้อด้อยข้อหนึ่งของอาตมา 2. ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าตรัสมากเกินไป เช่น นิคฺคเณฺห นิคฺคหารหํ ปคฺคเณฺห ปคฺคหารหํ ควรข่มคนที่ควรข่ม ยกย่องคนที่ควรยกย่อง เป็นต้น 3. ไม่อยากได้หน้า จึงไม่พยายามสร้างภาพให้ตัวเอง เป็นคนไม่กลัวเสียหน้า ถ้าจะแสดงอะไรออกมา นี่เป็นข้อด้อยของอาตมา ก็ข้อด้อยที่มีดังกล่าว คนก็ติมาได้ ก็ยอมรับไม่มีปัญหาอะไร
มาเข้าสู่เนื้อหาของสาระธรรม ขอแวะไปการเมืองก่อน
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ชุมชนชาวอโศกคือผลสำเร็จของพ่อครู พ่อครูว่า... อาตมาอายุปานนี้ผ่านมา เกิดหลังประชาธิปไตยไทย 2 ปี ประชาธิปไตยเกิด 2475 อาตมาเกิด 2477 อาตมาจึงได้อยู่ในยุคประชาธิปไตยมาตลอด ก็มีความรู้ตามที่ตัวเองจะมีภูมิของตัวเอง ว่าประชาธิปไตยคืออะไร อาตมาว่า อาตมารู้ไม่เหมือนกับนักวิชาการเขา หลายแง่ หลายเชิง หลายมิติ เช่น นักวิชาการที่เขาจะยืนหยัดยืนยัน เอาการเลือกตั้งเป็นเรื่องหลัก อย่างพวกฝ่ายแดง คือฝ่ายทักษิณ เอาเรื่องเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตย ถ้าไม่มีเลือก ตั้งถือว่าเป็นเผด็จการ นี่เขาใส่ความรัฐบาลขณะนี้ ความไม่มีการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย เขาทิ่มตรงเปรี้ยงเลย นี่คือพวกสุดโต่ง ที่เอาการเลือกตั้งคือประชาธิปไตย เป็นเงื่อนไขสำคัญยอด ซึ่งอาตมาเห็นว่า การเลือกตั้งเป็นประเด็นย่อย ของความเป็นประชาธิปไตย เช่น อาตมายกตัวอย่างว่า พระพุทธเจ้าเป็นยอดนักประชาธิปไตย ในยุคพระพุทธเจ้า เป็นยุคทาส ไม่ใช่ยุคของประชาธิปไตย เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่รู้จักสิทธิมนุษยชนอะไรเลย แต่พระพุทธเจ้าก็ประกาศธรรมนูญของท่าน ปลดแอกมนุษย์ ได้มีอิสระเสรีภาพ 1. มีอิสระเสรี 2. ภราดรภาพ 3. สันติภาพ 4. สมรรถภาพ 5. บูรณภาพ 6. สุนทรียภาพ 7. สวยภาพ สิ่งเหล่านี้ เป็นการชี้บ่ง ความเป็นคุณลักษณะประชาธิปไตย อิสรเสรีภาพ ภราดรภาพ เป็นความเป็นพี่เป็นน้อง ชาวอโศกสำเร็จความเป็นประชาธิปไตย สำเร็จเรื่องเศรษฐกิจการเมืองสังคม ทุกวันนี้อาตมาทำงานกับชาวอโศก เป็นสังคมที่บรรลุผลแล้ว บรรลุผลทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม อาตมาก็พยายามทำงานให้ประเทศ เป็นคนหนึ่งที่ช่วยประเทศชาติ นำพาให้ไปสู่ความเจริญของประเทศชาติ เท่าที่เราเองมีความรู้ความสามารถ ก็มีประชาชนมาปฏิบัติตาม แล้วประชาชนก็มีผล มีพฤติกรรม มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมของชีวิต อยู่อย่างที่เป็นอยู่ อย่างชาวอโศกเป็นอยู่ ในทางอิสระเสรีภาพ ก็มีอยู่แล้ว ทางเศรษฐกิจก็ดี เป็นเศรษฐกิจถึงขั้นสาธารณโภคี ซึ่งเป็นสุดยอดเศรษฐกิจ การเมืองก็เป็นสุดยอด เพราะที่นี่สนับสนุนการเมืองเต็มที่ ไม่ไปก่อกวนอะไรเลย nuisance ก็ทำหน้าที่ของประชากรอย่างดี ให้สังคมอยู่อย่างสงบสันติ ดีมาก อยู่อย่างพี่อย่างน้อง อยู่อย่างครบกระบวนการ มีทั้งภราดรภาพ มีความสงบ peace มีสมรรถนะ ไม่เป็นคนขี้เกียจ งอมืองอเท้า ทำงานขยันหมั่นเพียร ทำงานฟรีด้วย ทำได้อย่างเบิกบาน ทั้งที่บางสิ่งบางอย่าง ทำได้ยาก เช่น งานโทรทัศน์ ยากมากเลย สถานีโทรทัศน์แต่ละแห่ง ก็ต้องมีคนมีพนักงานที่จะต้องจ้างประจำ เดือนหนึ่งเป็นล้าน แค่การจ้างคนนะ เฉพาะแค่จ้างคน เดือนหนึ่งเป็นล้านๆ แต่สถานีโทรทัศน์ชาวอโศก ไม่เสียสักบาทเดียว สำหรับค่าจ้าง ทำมาได้ 10 กว่าปีแล้ว แล้วไม่เรี่ยไรด้วย ไม่เหมือนสถานีบางอย่าง ที่เขาเรี่ยไร เราไม่โฆษณาสินค้าด้วย หาเงินเองโดยได้รายได้จากการทำขยะเป็นหลัก สร้างงานขยะของเรา ก็เป็นโล้เป็นพาย ได้เงินก้อนสำคัญ แต่ละเดือนๆ เดือนหนึ่งก็สามารถ ที่จะเอามาใช้เป็น ค่าใช้จ่ายดาวเทียม ค่าเทคนิคต่างๆ ที่เราต้องใช้อยู่ ที่ต้องจ่าย ค่าโสหุ้ยต่างๆ ก็พออยู่ได้ นอกจากนี้ก็มีคนบริจาคส่วนตัว คนบริจาคตอนนี้ ก็คือชาวอโศก เพราะชาวอโศกไม่รับบริจาคเงินใคร ที่เป็นคนนอก เป็นกติกาตั้งแต่เกิดชาวอโศก จนถึงบัดนี้ อาตมาทำงานมาสี่สิบกว่าปี ก็ไม่รับบริจาคเงินจากคนนอก คนจะมีสิทธิ์บริจาคเงินได้ ต้องอยู่ในกติกา อย่างน้อยต้องมาวัด 7 ครั้ง อ่านหนังสือ 7 เล่ม เป็นต้น แต่ไม่ได้ตั้งเกณฑ์การดูโทรทัศน์ แต่เรื่องฟังเทป เมื่อก่อนใช้เทป ก็ให้ฟังเทปอย่างน้อย 70 ม้วน เป็นหลักเกณฑ์ ถึงจะมีสิทธิ์บริจาคเงิน ให้แก่หน่วยกลางชาวอโศก อย่างนี้เป็นต้น เราไม่ใช่ดัดจริตทำ แต่เราป้องกันการมักง่าย การจะไปหลงหลอกกัน มันเป็นเรื่องไม่ดี ในเรื่องที่อาตมายกตัวอย่าง สถานีโทรทัศน์ บุญนิยมทีวี มันเป็นงานที่เราเอง สามารถทำได้ท่ามกลางในยุคทุนนิยมอันแสนสาหัส ที่เห็นแก่เงินกันอย่างหน้าเลือด แต่ชาวอโศกอาตมาว่าหลุดพ้น หรือว่าบรรลุธรรมทางด้านเงินทอง ไม่ใช่แค่สมณะ สิกขมาตุ ซึ่งพ้นเรื่องเงินทองได้จริง จิตใจสบาย แม้ไม่มีเงินทองได้แล้ว แม้แต่ฆราวาสชาวอโศก ก็บรรลุธรรมด้านเงินทอง มีศีล 10 ได้ ไม่ใช้เงินใช้ทองส่วนตัวแล้ว ใช้แต่ของส่วนกลาง ให้เกิดประโยชน์ หากไม่มีเงินจะใช้ส่วนตัว ก็ไม่ใช้ หากเบิกจ่ายอะไรได้ ก็ใช้ เป็นคนหลุดพ้นข้ามพ้นกฎเกณฑ์ทั่วไป พระพุทธเจ้าพาให้บรรลุผล แม้ฆราวาสเราก็สบายเรื่องเงินทอง การมาเป็นสาธารณโภคี นี้สุดยอดแล้ว อาตมาภูมิใจที่เอาธรรมะพระพุทธเจ้า มาให้คนศึกษาในยุค 2560 กว่าปีนี้ อาตมาทำมาตั้งแต่ 2513 จนมาถึงวันนี้ก็ 40 กว่าปีแล้ว เห็นผลว่าทำตามพระพุทธเจ้า ที่พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ เอามาวัดเอามาเทียบ ก็สอบผ่านหมด อาตมาว่าอาตมาประสบผลสำเร็จในการทำงานศาสนา ในจำนวนพอสมควร อาตมาไม่ได้ตะกละ ใครจะว่าปฏิบัติได้เป็นส่วนน้อย มันก็ใช่แล้ว มันไม่ใช่ของง่าย แต่คนส่วนน้อย ก็ปฏิบัติดี ประพฤติปฏิบัติชอบ ตามธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นคนมีศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ ได้อย่างนี้แหละ ขออภัย ที่ต้องพูดอย่างนี้ คือ เถรสมาคมสู้อาตมาได้ไหมล่ะ ที่พาให้คนมาบรรลุมรรคผล เป็นกอบเป็นกำ เป็นรูปเป็นร่าง จนเป็นสังคมกลุ่ม ชาวอโศก แต่ละที่เป็นหมู่บ้าน เป็นชุมชนที่ถือศีลกันทั้งนั้น ทั้งหมดหมู่บ้าน อย่างน้อยศีล 5 ไม่มีอบายมุข ไม่กินเนื้อสัตว์ ทำงานช่วยเหลือสังคม ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา อย่างนี้เป็นต้น มาอยู่แบบคนจน ไม่ไปแย่งชิงความรวยจากใคร แต่ไม่ใช่ขี้เกียจขี้คร้าน งอมืองอเท้า มีวิริยารัมภะ ขยัน มี วรรณะ 9 ตามธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นคนช่วยสังคมประเทศชาติอย่างนี้ อาตมาพูดตรงๆว่า ภูมิใจที่เกิดมาในชาตินี้ มาพาให้ประชาชนของประเทศชาติ หรือรัฐ แคว้นที่เราอยู่กับเขา ทำให้คนที่ควรเจริญพัฒนา มีคุณสมบัติที่ดี มีให้แก่สังคมประเทศชาติ ได้ขนาดนี้ อาตมาภูมิใจที่ แต่ก่อนอาตมาหาเงินเก่ง เท่ากับคุณธนินท์ ไม่ต้องเทียบกับคุณเจริญหรอก อาตมาไม่เอาหากินแบบคุณเจริญ แต่คุณธนินท์ก็ยังหากินสุจริต อุปโภคบริโภค แต่เรื่องน้ำเมาอาตมาไม่ทำแน่ อาตมาว่า อาตมาประสบความสำเร็จ อาตมาก็สบายใจ เกิดมาชาตินี้ทั้งชาติ
มาตอบปัญหาเด็กๆ
_ลูกอยากรู้ประวัติส่วนตัวของหลวงปู่ครับ เกิดที่จังหวัดอะไรครับ พ่อครูว่า... หากเล่าประวัติส่วนตัว ก็หมดเวลาพอดี เพราะประวัติยาว แต่ตอบสั้นๆ ประวัติของหลวงปู่เกิดที่จังหวัด ศรีสะเกษ แต่ตระกูลของปู่ย่าตาทวด ไม่ได้อยู่ที่ศรีสะเกษ แต่อยู่ที่อุบลราชธานี รากเหง้าจริงๆอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี เกิดที่ศรีสะเกษ แต่อยู่ไม่นานเท่าไหร่ โตมาแล้ว ก็มาอยู่ที่วารินชำราบ ครอบครัวอยู่ที่อุบล แต่อาตมาไปเรียนที่กรุงเทพอยู่หลายสิบปี ตอนหลังก็กลับมาอยู่อุบลอีก มาสร้างราชธานีอโศก ให้เป็น บ้าน วัด โรงเรียน เป็นสังคมบวร ที่ชื่อว่าราชธานีอโศก ที่จะเป็นรูปแบบของหมู่บ้านสังคมกลุ่มหนึ่ง ที่เป็นหมู่บ้าน แต่ไม่ใหญ่เท่าตำบล ที่อยู่ในจังหวัดนี้ ก็มีแห่งเดียวคือ ราชธานีอโศก อาตมาตั้งใจให้เป็นให้มีสังคม ที่มีการศึกษาคือโรงเรียน ให้มีธรรมะเป็นคนที่มี 3 อย่างนี้ เป็นสังคมชาวบ้าน สังคมที่มีโรงเรียนศึกษากันทั้งโรงเรียน ที่เป็นให้เด็กมาศึกษา และโรงเรียนของผู้ใหญ่ด้วย สอนทุกวัน สอนธรรมะ สอนความเป็นอยู่ ในชีวิตของอาตมา ถึงทุกวันนี้อาตมารู้สึกว่าทำงานประสบผลสำเร็จ ไม่เสียผล ได้ผลตามที่ควร แต่มันควรจะได้ยิ่งกว่านี้ ถ้ามันดีกว่านี้ได้ ก็ทำ อาตมาไม่ได้หยุด ก็ทำไป
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน พระมีเครื่องประดับได้ไหม เดินห้างผิดไหม _ พระข้างนอกสามารถมีเครื่องประดับได้ไหม สามารถออกไปเดินห้างได้ไหม มันผิดพระวินัยไหมคะ พ่อครูว่า... เครื่องประดับนี้พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมหาศีลชัดเจน เครื่องประดับ ท่านเรียกในภาษาบาลีว่านาฬิเก แปลว่าเครื่องประดับ ในสมัยพระพุทธเจ้าไม่มีนาฬิกาหรอก เช่นผู้หญิงจะมีเครื่องประดับ เป็นกระเป๋าถือ พวกผู้ชายก็จะมีกระเป๋าแบบเจมส์บอนด์ แม้แต่ที่สุด ไม้เท้า ก็เป็นเครื่องประดับ ถือไม้เท้าเท่ๆ มีร่มเท่ๆ เป็นเครื่องประดับตกแต่ง ก็ไม่ได้ท่านห้ามไว้หมด กางร่ม ถือไม้เท้า มีย่ามสวยๆ เครื่องประดับก็ไม่ได้ มีอีกหลายอย่างที่ห้ามไว้ ในมหาศีล แล้วการไปเดินห้าง พระนี่นะ ไม่ควรไปเดินห้าง เพราะว่าซื้ออะไรก็ไม่ได้ มันเป็นอาบัติ ขายก็ไม่ได้ มันเป็นอาบัติ ไปเดินห้างก็ไปซื้อขาย แต่อาจจะไปเดินดูของสำคัญ บางครั้งบางคราว ที่จำเป็น เพราะว่า จะต้องมีเครื่องใช้ ที่ต้องเอามาใช้งานสำคัญ ซึ่งจำเป็นจะต้องไปดูเอง ก็อาจจะมีบางครั้ง แต่ก็น้อยครั้ง ไม่จำเป็น ก็อย่าไปเลย ให้ฆราวาสไปดู ไปซื้อ ไปหา พระไม่มีหน้าที่ ท่านกันท่านห้ามไว้แล้ว แต่อาตมาก็ไม่ได้ตอบแข็งว่า ห้ามหมดเลย หากจำเป็น ต้องอาศัยความรู้ ความเหมาะควรของท่าน ก็ไปดู จะบอกว่าผิดธรรมวินัยไหมก็ผิด ไปเดินซื้อของมันผิด
สื่อธรรมะพ่อครู(การศึกษาบุญนิยม) ตอน นักเรียนสัมมาสิกขามีกุศลสูงและบารมีมาก _หลวงปู่ครับ การทำความดีทำไมจึงมีอุปสรรคเยอะจัง ลูกมาเรียนที่นี่ก็ดีแล้ว พ่อแม่ก็สนับสนุน แต่น้าๆลุงๆ มักจะชักนำให้ไปเรียนข้างนอก หาเหตุผลมาหว่านล้อมทำให้รู้สึกไขว้เขว หลวงปู่สอนลูกให้มั่นคงแข็งแรงหน่อย พ่อครูว่า... อุปสรรคนี่แหละ ทำให้คนเจริญ ก็ควรจะมั่นคงไว้ ถามมาดี ทำดีต้องมีอุปสรรค แน่นอน แล้วคนที่เห็นตามโลก ลุงป้าน้าอาที่เห็นว่า ไปเรียนข้างนอกดี หลวงปู่ไม่ได้พูดเข้าข้างตัวเองนะ แต่เด็กที่มาเรียนที่นี่ มีกุศลสูง มีบารมีมาก ที่ได้มาเรียนโรงเรียนสัมมาสิกขา เพราะที่นี่สอนอย่างเลี้ยงดู เพื่อให้เป็นพลเมืองดีจริงๆ เน้นคุณธรรมด้วย ให้มีคุณธรรมติดนิสัยติดตัวตนไปเลย เป็นคนดีของสังคม ของประเทศชาติ ส่วนความรู้ ก็ให้ สุขภาพ ร่างกาย ชีวิต ก็ดูแลรักษา ให้เป็นคนแข็งแรง มีสุขภาพดี ช่วยกันทุกประตูเลย เพราะฉะนั้นการมาเรียนที่นี่ อาตมาไม่พูดในประเด็นว่า มาเรียนฟรี ไม่เสียเงิน ยังไม่อยากพูด แม้แต่เครื่องประกอบต่างๆ มาเรียนที่นี่ จะได้ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชา ได้ประโยชน์สมบูรณ์ มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่อาตมาว่า ได้พาทำให้ประชาชน พี่ป้าน้าอา นักบวชหญิง นักบวชชาย มาช่วยกัน ทำให้โรงเรียนเป็นโรงเรี
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive