210323-221 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข3 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พิจารณาธรรมปฏิเวธก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกเราศึกษากันมามากฟังพูดฟังบรรยายเรียนปริยัติกันเยอะคำบอกคำกล่าวปริยัติพวกนี้ก็สามารถเป็นอุปกิเลสหรือวิปัสสนูปกิเลสเราได้เหมือนกันเราอาจจะหลงเฉพาะแต่ภาษารู้แต่คารมของคำพูดเป็นอัศวาทุกปาทานยึดได้จากภาษาส่วนจิตจึงส่วนกิเลสจริง สภาวะที่เป็นอยู่จริงผัสสะจึงกายกรรมวจีกรรมของเราจริงๆที่เป็นอยู่ทุกๆขณะเราไม่รู้อ่ะกับกิริยาเราไม่รู้ชีวิตเราไม่รู้ว่าเราเป็นอยู่อย่างไรเป็นกุศลหรืออกุศลโน้มเองไปในทางอย่างไรส่งไปในทางไหนเราไม่รู้เราต้องตรวจให้จริงตั้งแต่กรรมจับยาตั้งแต่ความเป็นอยู่กายกรรมเราหนักไปในทางกามสุขหนักไปทางอัจฉริยะปัญหาในโลกตรวจเมื่อเรารู้ว่าเราเอนเอียงไปในทางไหนก็ต้องแก้ไขปรับปรุงเมื่อเราหนักไปในทางที่สงบมากจิตสงบมากแล้วก็ออกมาในทางการงาน ถ้าเรามาทำการงานทุกปีแล้วก็ติดไปในรูปลบกลิ่นเสียงสัมผัสเตลิดเปิดเปิงออกไปสู่โลกมากเราก็รู้ว่าเราจะควรลบก็ต้องหลบก่อนไม่อยู่ที่สงบสงัดไปต้องคลุกคลีมากนักต้องแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้รู้ฐานเรียกว่ากรรมฐานให้ถูกตัวถูกตนของเราให้ชัดแจ้งถ้าผู้ใดมาทำงานก็ได้ถูกลบสิ่งที่สัมผัสต่างๆเราก็พอเป็นประโยชน์เป็นโจทก์ในการฝึกปรือได้รับกระทบสัมผัสเราก็ได้ปรับปรุงจิตใจมีบทบาทในการที่ใดกระทำบทฝึกหัดในการแสดงสติปัฏฐานหรือว่าการปรับปรุงจิตอย่างแท้จริงเรา แทนที่จะไปจมดิ่งและหนักไปในทางที่หยุดห่างไปโดยติดสงบเกินไปเรารู้แล้วด้วยปัญญาเป็นสมาธิดีว่าสงบนั้นดีเข้าใจว่าอยู่ดีแล้วเข้าใจล่ะแต่เราก็ต้องรู้ว่าใจที่หยุดใจที่ตัดขาดใจที่หลุดนั่นคือใจไม่คลุกคลีกันด้วยธรรมอยู่เหนือกันโดยธรรมะกันได้สัมพันธ์กันได้ร่วมงานกันได้เหมือนน้ำกับใบบอนด้วยซ้ำไปแต่จิตไม่ติดจิตหลุดห

อ่านต่อ

ลุดหลุดหลุดหลุดหลุดด้วยภาษารถด้วยคำพูดๆด้วยบัญญัติแต่โดยจริงแล้วไม่หลุดแต่การคิดการร่วมกันแต่มันหลุดมีหลุดอยู่ใต้โดยจริงแบบปรมัตถ์โดยบัญญัติโดยสมมติสัจจะไม่หลุดแต่โดยประมาณ มีหลุดขาดแล้วมีไม่ติดไม่ยึดไม่ดูดไม่ซึมเราจะเป็นผู้รู้เองเราก็พยายามฝึกปรือออกไปให้ได้เพราะแม้แต่ละเอียดไปจนกระทั่งเราจะรู้ถึงบัญญัติต่างๆหรือว่ารู้กรรมกิริยาต่างๆกายกรรมอย่างนี้อย่างเป็นทุจริตเป็นอกุศลวจีกรรมอย่างนี้อยากเป็นทุจริตเป็นอกุศลเราจะต้องสูงขึ้นมารู้อะไรจะรับก็ดีแล้วเราจะแสดงออกก็ดีแล้วก็จะต้องปรับปรุงเรื่อยไปจนกระทั่งถึงแม้ด้านจิตมีจิตที่เราถือตนถือตัวเป็นมานะต่างๆหรือว่าเศษของราคะเป็นรูปพระราคะเราก็จะอ่านจริงสัมผัสจริงไม่ใช่ได้แต่มันอยากจะปรึกษาเราฟังมากเรียนมากรู้มากเข้าใจเยอะแต่ มันไม่ถึง 10 จริงมันไม่ถึงตัวสภาวะธรรมจริงมันก็ไม่ได้ปฏิบัติอะไรต้องทบทวนหมดเวลาว่างเมื่อเวลาอยู่โอกาสที่เราไม่ได้กระทำอะไรไม่ได้มีแบบฝึกหัดอะไรเราก็ทบทวนจริงๆต้องใช้การเทียบการอ่านปริยัติปฏิบัติมันตรงกันไหมทฤษฎีต่างๆความรู้ต่างๆมันลงกันยังไงพออย่างนี้มันหมายความว่าอย่างนี้เป็นอย่างนี้ลึกซึ้งไปแล้วจะเข้าใจได้ดีเราจะเกิดอธิปัญญาจะเกิดปัญญาอันยิ่งที่เคยเข้าใจแทนเห็นจริงอ่อผ่านไปอย่างนี้หลุดไปอย่างนี้เดินไปอย่างนี้ถ้าอย่างนี้มีแนวทางที่ดีขึ้นแล้วจะเห็นด้วยปัญญาอ่อนอย่างนี้ขาดปกป้องไปนิดนึงอย่างนี้เติมอีกหน่อยจะสูงขึ้นอย่างนี้เป็นอย่างนี้เราพิจารณาจริงๆ ทวนพยายามทำให้มันตรงกันให้มันลงกันปริยัติปฏิบัติต้องควบคู่กันสัมพันธ์กันเทียบเคียงอ่านพิสูจน์ความจริงว่ามันลงกันเป็นเอโกธัมโมปฏิเวธธรรมก็จะเกิดผลก็จะเป็นการบรรลุจะเป็นการลงตัวจะเป็นการถูกต้องมันขัดยังไงก็จะรู้มันลงตัวกันมันสมคล้อยกันมันไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันยังไงก็จะรู้ความหลุดพ้นเป็นจริงความบริสุทธิ์เป็นจริงเราก็จะเห็นได้ชัดตรวจสอบเสมอและก็ปฏิบัติไปเสมอเราจะรู้ผลในขณะที่เป็นไปโดยสภาพกำลังเป็นไปกำลังปฏิบัติอยู่กำลังมีบทบาทจริงอยู่กับไปนั่งทบทวนจารึกย้อนเทียบเคียงกับปริยัติปฏิบัติให้ลงตัวกันเกิดปัญญาเห็นแก่อีกเราก็จะรู้ ได้ความจริงทุกส่วนจะมีความเห็นจะมีความเกิดผลอาจจะมีทั้งภาษาจะมีทั้งสภาพจริงเป็นจริงทุกอย่างไม่ได้แต่ปริยัติไม่ได้จะบัญญัติภาษาไม่ได้จะเรียนรู้ทฤษฎีเท่านั้นแต่มีตัวจริงเราก็จะรู้เองว่าเราได้จริงจงพยายามอย่าให้มันเผินๆอย่าให้มันลอยลมอยู่แต่ภาษาเป็นอันขาดอันนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆคนเราสามารถที่จะเรียนรู้ได้แต่ความนึกคิดเหตุผลของภาษาเหตุผลของเหตุผลเองเรียกว่าตรรกะวิทยาเราสามารถรู้ได้แต่โดยจริงเมื่อมันไม่มีความเป็นจริงมันไม่มีสภาวะธรรมแท้เกี่ยวกับจิตเกี่ยวกับกิเลสเกี่ยวกับการปลดปล่อยสิ่งเกี่ยวกับการกระทบสัมผัสและเราก็เป็นไปได้จริงถ้ามันไม่ลงตัวแล้วมันก็เปล่า มันก็ได้รู้เหมือนกันแหละแต่ว่ามันก็ไม่เป็นจริงมันไม่มีจริงน่าอายขายหน้าไม่เป็นยถาวาทีมันเป็นยถาคาถากาลียถาวาทีและทำได้หรือเป็นไปอย่างนั้นอย่างแท้จริงอันนี้กระทบส่วนแล้วก็เตือนพวกเราขึ้นมาให้พยายามมีกรรมมีกิริยามีจุดสำคัญที่เราเข้าใจชีวิตวันหนึ่งคืนหนึ่งชั่วขณะหนึ่งและเราก็จะรู้ว่าเราเองแม้จะชั่วแต่ละคณะเราก็สามารถทำให้มันถูกต้องลงตัวมีสัมมากัมมันตะมีทุกอย่างที่เป็นสัมมาอะระหังองค์ 8 และก็บริสุทธิ์สบายเป็นญาณเป็นมนุษย์อันบริบูรณ์ [ไม่สามารถถอดข้อความได้]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน