210318-218 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ013.txt
เนื้อหาในไฟล์
เสาร์ที่ 18 มีนาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์แนะนำหมู่พิจารณาธรรมเป็นเจ้าแรกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกยังมนุษย์ผู้ที่จัดชีวิตและรู้จักความจริงของชีวิตรู้จักการเป็นไปของชั่วเวลานาทีวันหนึ่งคืนหนึ่งของเราและยิ่งเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสามารถจับจิตอ่านอารมณ์จิตอ่านอารมณ์ของจิตของเราได้ออกผู้นั้นยิ่งเป็นผู้มีกำไรชัดเจนว่าเราเป็นประโยชน์ตน พวกเราไม่ทุกข์จิตของเรารู้ว่าตัวร้ายแรงไปตัวไรเบาไปตัวจิตที่มันจะสั่งเป็นมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาตัวจิตที่กำลังจะบงการออกมาให้ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้มากไปน้อยไปมันเป็นตัวจัดแจงอย่างแท้จริงด้วยสติสัมปชัญญะและด้วยการกำหนดและก็ทำได้ตามกำลังหรืออินทรีย์ภาระของจิตมันทำได้จริงๆผู้นั้นก็จะจัดสรรชีวิตทำให้ชีวิตเป็นไปในความดีงามในความถูกต้องตามภูมิปัญญาเรามีสุจริตใจมีความจริงใจในการที่จะทำเป็นตัวให้เป็นสุจริตอย่างดีได้เท่าใดก็ตามภูมิปัญญาของเราทั้งนั้นไม่มีใครอยากหย่อนข้อให้ตนเองกลายเป็นผู้ที่ ประโยชน์เป็นทูตเป็นผู้ที่ไม่เจริญเป็นผู้ที่ไม่สูงส่งและเป็นผู้ที่ไม่สุขเย็นสบายไม่มีไม่มีมนุษย์ไหนที่จะไม่ปรารถนาสิ่งที่เป็นสัจธรรมอย่างนี้แต่ผู้ที่เขาทำไม่ได้นั้นเพราะว่าเขาไม่รู้ว่าเขาจะจัดสรรชีวิตไปอย่างไรถ้าไม่รู้อำนาจของกิเลสในโลกเขาไม่รู้ว่าความเป็นทาสของตัวเองที่เป็นทาสต่ออำนาจวัตถุโลกและอารมณ์หรือภพชาติสิ่งที่ปั้นเป็นวิมานเป็นสวรรค์อยู่ในโลกมีอีกเท่าใดเท่าใดซึ่งมันมากำหนดจิตของมนุษย์เขาไม่รู้มันก็ไม่รู้เขาจึงหลงแม้ว่าวิมานสวรรค์ต่างๆของโลกที่ว่าอย่างนี้เป็น 12 ของสูงของประเสริฐถ้าเราไปได้และจะเป็นเทศกาลองค์หนึ่งเป็นเทวดาองค์หนึ่ง ตามนั้นและแม้แต่วัตถุเราก็จะต้องได้มาให้มีตามที่อย่างโลกของเขาเขาส่งเสริมเขาพยายามที่จะต่อประกันได้ชี้ชวนกันอยู่แต่เราก็เป็นท
อ่านต่อ
าสถ้าเกิดว่าเราไม่รู้เป็นธาตุวัตถุเป็นทาสวิมานเป็นพระธาตุสวรรค์อย่างที่ว่านี้ไปเสียทั้งหมดถ้าเรารู้เท่าทันและก็ลดละปล่อยอยู่เนื้อมันไม่มีชีวิตอยู่อย่างพวกที่ไม่ง้องอนไม่เป็นทาสไม่กลัวตายรู้กรรมกิริยาเป็นเอกรู้การกระทำการงานเป็นเอกและเราก็อยู่กับการงานที่มีสมรรถภาพสูงขึ้นทุกวันผู้ใดที่ทำงานโดยไม่มีกิเลสและสมรรถภาพในการทำงานจะสูงขึ้นจะมีการพัฒนาจะมีการอภิวัฒน์เจริญงอกงามและก็ชำ แคล่วคล่องมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมีการก้าวหน้ามีการประยุกต์แก้ไขดัดแปลงปรับปรุงเจริญขึ้นทุกเมื่อจริงๆและเมื่อจิตของเรารู้เท่าทันโลกธรรมสิ่งที่เราสร้างเราต่อไม่ใช่ของของเราเราอยู่เหนือโลกกระทำทั้งหมดจิตของเราเป็นโลกุตระอย่างแท้จริงตามที่เราได้เห็นและเราได้ลดละปล่อยจริงๆผู้นั้นจึงเป็นตัวรังสรรค์เป็นตัวงานเป็นตัวที่เป็นประโยชน์คุ้มคุ้มค้ำจุนคุ้มครองโรคช่วยโรคอย่างแท้จริงตัวผู้ที่ปฏิบัติได้เองก็เป็นผู้ที่มีสุขมีความสบายแท้ๆตัวผู้ที่เป็นผู้ปฏิบัติได้จริงก็เป็นผู้ที่เจริญเจริญจริงๆ ก้าวหน้าสร้างสรรค์ไม่มีที่ติเป็นผู้ที่เกื้อกูลเป็นผู้ที่สามารถที่จะอุ้มชูโลกไว้เป็นผู้ตรวจจับคนที่จะก่อให้บ้านเมืองชีวิตมนุษย์อุดมสมบูรณ์เป็นผู้ที่ไม่ทำลายไม่ทำให้ขาดแคลนแต่จะเป็นผู้ที่ส่งเสริมให้มากมีรุ่นรวยนี่เป็นสิ่งที่เกิดเป็นสัจธรรมที่แท้จริงเพราะเราเองเราจะต้องรู้ธรรมะชั้นลึกว่าเราทำตนให้เป็นเศรษฐีจริงหรือไม่ในสภาพที่ลึกซึ้งเพราะเป็นเศรษฐีเพราะเราเองเต็มเพราะเราเองพอเพราะเราเองเข้าใจซะแล้วถึงโลกโลกเราไม่ต้องสะสมโลกไม่ต้องซีเรียสอะไรเอามาเป็นของตน เรามีแต่เพียงของลำลองเล็กๆน้อยๆประหยัดที่สุดมัธยัสถ์ที่สุดแต่ปัจจัยที่จำเป็นแต่บริขารที่จำเป็นอยู่อย่างลำลองง่ายดายเบาว่างไม่ต้องแบกส่งคนไม่ต้องรักษาไม่ต้องดูแลเป็นไปอย่างอิสระเสรีเบาง่ายคล่องตัวไม่หนักไม่ทวงไม่เป็นโทษไม่เป็นภัยเรามีกรรมกริยามีการงานเป็นเอกจะใช้การงานอย่างไรถ้าเกิดว่าจะเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เราก็จะสามารถคนที่รู้ที่เห็นที่เข้าใจความบริสุทธิ์ใจเราเขาจะเป็นผู้สนับสนุนช่วยเหลือโปรไฟล์อยู่เสมอดังที่พาพิสูจน์มาเรื่อยๆมันจะเป็นมันจะมีฐานรองรับมันจะเดินไปเป็นชั้นตอนเราก็อยู่สบายการงานการสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้นบริษัทก็จะใหญ่กลุ่มหมู่จะเห็นด้วย มาแล้วจะมีการสืบสานโยงใยที่ไกลและก้าวหน้ากว้างขวางขยายเขตขยายวงอาณาจักรออกไปจริงๆแสงความเจริญที่เป็นการรังสรรค์โลกเป็นการลดระดับของความรุนแรงโหดร้ายอำมหิตและการเห็นแก่ตัวในการจะเป็นสภาพที่รถอย่างนั้นจริงๆถ้าผู้ใดที่ศูนย์แล้วก็ยืนยันเห็นได้อ่านด้วยปัญญาที่แท้จริงก็จะไม่มีทางเวียนไปอื่นเพราะมันเป็นคลิปเดียวที่จะทำให้คนเจริญสูงสุดได้รับความสุขความสบายที่สุดเป็นผู้ที่รังสรรค์ก้าวหน้าครอบครัวอยู่ที่สุดมีค่ามีประโยชน์เป็นตัวบุคคลที่ใครกล่าวถูกไม่ได้แต่พอดีสุดประเสริฐจากที่เราหมายและเรียกใช้ภาษาเรียกว่าพระหรือวาระ หรือความประเสริฐกันเองขอให้ทุกคนกระทำและศึกษาและพิสูจน์ความจริงให้เห็นแล้วทุกคนจะมั่นใจเองโดยไม่ใช่ว่าไม่เชื่อฟังใครมาแต่เราเห็นสัจธรรมนี้ทนโทษเห็นอยู่อย่างจริงที่ตัวเราเองเป็นผู้สัมผัสและดำเนินชีวิตอยู่ทุกลมหายใจเข้าออกเลยนั่นเอง