210513-248 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ015.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2521 อภิณหปัจจเวกขณ์ (107 ตอน )MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข3 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคมพุทธศักราช 2521 ชนิดไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พิจารณาธรรมปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกพระโยคาวจรขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติเป็นผู้ที่เป็นเสขะกำลังศึกษาอยู่จะต้องมีบทศึกษาจะต้องมีหลักประพฤติจะต้องรู้สึกกายะทุกระดับแม้สกายยักษ์ของโสดาสักกายะของกายะของธนาคารหรือที่จริงก็คือสกายยักษ์ของตัวเราเองตัวเราเองมีฐานใดเป็นตัวการใหญ่เมื่อเราเป็นโส เมื่อเราเป็นปุถุชนเราก็ต้องรู้สักกายะที่จะทำให้เป็นโสดาเมื่อเราพ้นแล้วได้แล้วเป็นโสดาแล้วฐานต่อเป็นสกิทาเราก็ต้องรู้ชะตายักษ์ของศรัทธาเป็นตัวการใหญ่ของข้าราชการสิ่งที่ได้แล้วต้องรู้แล้วสิ่งที่ได้จริงต้องรู้จริงและก็เป็นไปอยู่มันจะเป็นอัตโนมัติที่แนบเนียนเป็นอัตโนมัติที่ง่ายที่สะดวกขึ้นยิ่งขึ้นทุกวันสำหรับสิ่งที่ได้แล้วเพราะอำนาจแห่งความไม่ประมาทอำนาจแห่งความเพียรอำนาจของสติสัมปชัญญะอำนาจของสติปัฏฐานเราจะระลึกรู้แล้วเราก็จะผ่านไปมันก็จะยิ่งเร็วและยิ่งแนบเนียนยิ่งเบาง่ายคล่องแคล่วขึ้นทุกวันทุกวัน กับสิ่งที่เรารักได้ตัดได้ขาดได้แล้วเมื่อฐานสูงขึ้นไปอีกเป็นศักยะตัวใหม่ของฐานของพระอริยเจ้าชั้นสูงเราก็จะรู้รู้แล้วเราก็จะกระทำตามสูตรตามจุดที่เราจะบำเพ็ญตบะนั้นด้วยศึกษานั้นแล้วก็ล้างลงไปอีกด้านล่างลงไปจนกระทั่งเบาจางคลายเหลือเป็นแค่รูปราคะอรูปราคะเราก็จับฐานศักยะใหม่ของฐานสูงขึ้นไปอีกเป็นสภาพเชิงซ้อนเป็นคัมภีร์กล่าวว่าพาโซ่เป็นสภาพที่มันซ้อนๆเหมือนเงาซ้อนเงาเหมือนชั้นซ้อนชั้นเชิงซ้อนเชิงสภาพทำซ้อนสภาพธรรม ก็จึงจะได้สภาพไล่เรียงและเร็วเป็นของจริงมีสภาวะธรรมไล่เรียงไปไม่ประมาทในสิ่งที่มีแม้เป็นเพียงรูปราธะรูปพระราคะเป็นเพียงเศษแม้โทษภัยอันตรายน้อยเราก็ไม่ประมาทและเราก็ทำเสริมเข้าไปอยู่เรื่อยๆจิตเราควรจึงจะละเอียดขึ้นสุดคุ้มปร

อ่านต่อ

ะณีตขึ้นรู้เศษรู้ละเอียดหมดเศษหมดละเอียดแล้วเกลี้ยงแม้แต่ธุลีแม้แต่สิ่งที่เรียกว่าสภาพเรือละอองเราก็หมดเราก็สิ้นได้ตัวที่เป็นปัจจัยยักษ์เขยิบเข้าไปเราก็จะสูงขึ้นตามฐานของโสดาสกิทาอนาคาดังกล่าวแล้วและเราก็จะต้องรู้สภาพ ที่เกิดซ่อนเป็นเพราะเป็นชาติของอัตราอัตราตัวยึดยึดดียึดได้ยึดเป็นยึดภพยึดชาติเป็นภาวะตัณหาเป็นสภาพยึดได้ว่าเราได้ดีแล้วก็ยึดดีมันสอนดีเป็นมานะถือตัวถือตนอวดดีอวดข่มขวดใหญ่ขวดโตแม้เราได้ดีแล้วก็ยังถือดีแล้วก็ยังอดตัวก็ยังอวดตนและก็ยังเอาไปข่มเอาไปตีเอาไปได้เป็นสภาพเอาไปใช้แล้วเราเองก็เกิดรถถ้าได้ตีเขามันก็มันหัวใจแล้วก็เป็นโลกียะรถหรือเป็นรักษาอีกอันนึงหรือว่าไปซื้อดิบถือดีไม่ยอมฟังคนอื่นซึ่งอยู่ในฐานสูงเหมือนกันเรานึกว่าเราได้ดีแล้วละเอียดลออแล้ว แล้วเราก็ประมาทเสียซื้อมานะไม่ยอมรับฟังผู้อื่นที่เขาสูงกว่าหรือผู้ที่เขารู้ได้ดีกว่าในฐานใกล้กันแต่เขาสูงกว่าพอเราได้นิดหน่อยเราก็นึกว่าเราได้เต็มรูปเราได้เต็มที่ก็ไม่เกิดการก้าวหน้าเพราะเหตุว่าเราเองถือตัวถือดีที่ได้นั้นซึ่งยังไม่มากก็ไม่ก้าวใหญ่ขึ้นไปอีกก็เรียกว่าเป็นมานะเหมือนกันยิ่งไปทำร้ายทำลายคนอื่นรุนแรงเกินไปมันก็ยิ่งเสียผลฟ้อนมานะสังโยชน์ก็จึงจะต้องเรียนรู้ไปพร้อมกันตั้งแต่โสดาก็จะต้องเรียนรู้มานะด้วยสติทางก็เรียนรู้มานะด้วยอนาคาก็เรียนรู้มาด้วยเป็นสมาธิอย่างนี้รายละเอียดไปและ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] แล้วก็สนิทใจจริงใจจะทำจะพูดอะไรก็ออกไปตรงรูปนอกแล้วจะทำอย่างนี้ก็ด้วยปัญญาอันยิ่งรู้แล้วแล้วก็ทำไปไม่ไม่ได้ประหลาดไม่ได้สงสัยมีเจตนาตรงนี้จริงใจทุกอย่างจึงเรียกว่าล้างสิ้นถึงขนาดอุทิศจากสังโยชน์เป็นวิชาพ้นอวิชชาบริบูรณ์รู้เห็นอย่างชัดเข้าใจเจตนามีจริงใจไม่เลี่ยงไม่ลบไม่เลี่ยงไม่คดไม่โค้งไม่ปกปิดสั้นเรียนรู้จริงรับจริงเจ้าตัวต้องซื่อสัตย์เป็นสัญชาติให้คนตรงรู้แล้วก็ล้างแล้วก็ทำให้สะอาดบริสุทธิ์บริบูรณ์เราจะเห็นอานิสงส์ในสิ่งที่เรากระทำได้ถึงขั้นตอนพระโยธาอาจารย์จะต้องรู้เป็นลำดับชั้นเชิงแม่ซับซ้อน เอาแล้วแล้วก็ปราบออกไปให้หมดแม้สัตยาเรียกว่าอยากใหญ่ตัวการใหญ่หรืออัตราที่เรียกว่าตัวการน้อยคำภาษาบาลีเรียกว่าอัตราภาษาบาลีเรียกว่าตัวตนหรือตัวการตัวใหญ่รู้ชัดเมื่อรู้ตัวใหญ่แล้วก็ทำจนกระทั่งเหลือบางเบาเลยว่าอัตราและตัวน้อยแล้วก็ล้างตัวน้อยไปจนเกลี้ยงสุดหมดอัตตาตัวตนหมดอัตราภาษีเรามาแปลตัวตนหมดศักยะก็ไปแปลว่าตัวตนอัตราก็แปลว่าตัวตนแต่ไม่รู้ขนาดตัวใหญ่เป็นตัวยาเป็นตัวรู้ก่อนเมื่อบางเบาแล้วเหลือน้อยจึงเรียกว่าอัตราการสอนอัตราก่อนกลับกายะจึงเป็นศาสนาตีลังกาเอาหัวเดินทางจีนสอนอัตราก่อนจะกายะศาสนาจึงพังและเป็นศาสนาที่กิน ตีกินโดยที่เรียกว่าได้แต่อาตมาทุกปาทานคือได้แต่ภาษาคำว่าอัตราจะเป็นวาทะเท่านั้นยึดได้แต่แค่วาทะสภาพธรรมไม่มีเพราะหยาบก็ไม่รู้ละเอียดก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นจึงเผินจึงผิวเผินและก็ไม่รู้สภาพจิตแม้แต่ปรุงวุ่นอยู่กับความอยากก็ไม่รู้จึงไม่งามในเบื้องต้นทำกลางบั้นปลายแม้แต่หลักของสังโยชน์ท่านก็เอาสักกายะให้รู้สึกอายะแปลว่าตัวตนแท้จริงก็ตัวอันตรายอยู่ในนั้นด้วยคือตัวจิตตัวจิตที่มันไปยึดถือในส่วนหยาบส่วนใหญ่เพราะฉะนั้นเราก็ต้องล้างอัตรายาอันตรายใหญ่หรือว่ามายึดเราจะเสพเราจะเป็นเราจะมีเราจะสุขเราจะหลงแล้วแต่เสร็จแล้วมันก็เป็นเชื้อของทุกข์เป็นอัสสาทะเป็นรถของโลก ถ้าเราไม่รู้เท่าทันเราก็รับไม่ได้ถ้ารู้เท่าทันละได้แล้วจึงจะรู้อยากรู้ละเอียดอย่างชัดเจนจนกระทั่งหมดอัตราตัวตนที่แท้จริงหมดสภาพที่เรายึดติดกว้างสะอาดสุริยะไม่เหลือเชื้อไม่มีอุปสรรคสังโยชน์ไม่มีสิ่งที่จะเหลือเศษธุลีเป็นผู้คิดค้นวิธีอิจฉารู้ได้ด้วยตนเป็นประจำนั่นคือพระโยคาวจรที่เป็นเสขะในจุดในปัจจัยอะไรทำได้จนอักเสบจนรู้อรหัตผลในของแต่ละสิ่งแต่ละอย่างให้เป็นตัวจริงเราต้องจะทำให้จริงและเห็นจริงได้แล้วอย่าเผลอไปอย่าสับสนดังกล่าวที่เคยอธิบายให้ฟังแล้วอย่าวิปลาสตัวได้แล้วก็หลงตัวไม่ได้ตัวเป็นหลวงพ่อไม่เป็นมันยิ่งน่ามัน เฆี่ยนมันยิ่งน่าสมน้ำหน้าได้แล้วไม่รู้ได้นี่มันโง่ใหญ่เพราะถ้าทำได้แล้วไม่รู้ได้จะสับสนอย่าให้แพ้ภัยตัวสิ่งใดที่เราเองเราได้แล้วและเราเองก็สูงแล้วยังวกเวียนลงไปหาต่ำใหม่ไปหาสิ่งที่มันไม่เข้าท่าเข้าทางใหม่สับสนคนเปย์วุ่นวายอย่างนั้นเมื่อไหร่จะเดินทางไปไหนได้สักทีมันน่าขายหน้ามันอยากกลายเป็นคนที่ไม่มีปัญญาเสียจริงๆต้องรู้ต้องเข้าใจจุดที่เราเป็นที่เรามีที่เราได้ที่เรากระทำหมายเอาอะไรเราก็จะต้องจับให้มั่นคั้นให้ตายและรู้ให้ชัดเราจึงจะผ่านไปเป็นชั้นๆๆๆๆสุดท้ายเราก็มีที่สุดได้อย่างแท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน