210420-237 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ015.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์แนะนำหมู่พิจารณาธรรมะจิตเวชก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราทุกคนพยายามพระพุทธวัดและระลึกถึงวัดวัดต่างๆอันมีสีและวัดกิจวัตรจริยวัตรต่างๆศีลเป็นหลักเกณฑ์เป็นสิ่งที่ต้องตั้งขึ้นเป็นสิ่งที่กำหนดพระพุทธเจ้ากำหนดไว้แล้วสอนผู้ใดเป็นอนุศาสนีหรือว่าเป็นอานาเป็นคำสั่งคดีเป็นคำสอนคดี บอกเอาไว้ควรทำอย่างนี้อย่าทำอย่างนี้จะเรียกว่าศีลจะเรียกว่าทำสิ่งที่จะปรับปรุงพฤติกรรมของเราศีลจะไปปรับปรุงจริยะจะไปปรับปรุงพฤติกรรมจะกระทำให้เราเกิดพฤติกรรมเปลี่ยนใหม่ตั้งแต่กายวจีมโนเป็นสุจริตหรือว่าเป็นกรรมที่เป็นกุศลกรรมพฤติกรรมต่างๆมันจะไปสู่จุดที่เราทำได้ง่ายและต้องรู้ด้วยว่าเราจะทำอย่างนั้นทำอย่างนี้จะทำอย่างไรก็ทำได้โดยง่ายโดยไม่ยากโดยไม่ลำบากเรื่องการจัดทำสีและวัดการที่จะเรียนรู้ศิลปะและจะต้องมีวัดก็คือต้องมีพฤติกรรมที่มันถูกหักถูก โดยข้อกำหนดไปเสมอเสมอทุกความวนเวียนวัชระภัทรก็คือความเป็นอยู่ไปทั้งหมดที่มันเกี่ยวข้องกับการดำเนินไปวนไปเวียนมาอยู่แล้วแล้วเรานอนแล้วก็ตื่นตื่นแล้วก็นอนนอนแล้วก็ตื่นขึ้นมาก็มีอิริยาบถไปจนกระทั่งถึงนอนอีกตายแล้วเกิดเกิดและตายวนเวียนตายอย่างสมมุติอยู่นั้นเองเราก็เรียนรู้สมมุติในโลกนี้และก็ทำที่สุดปรับลงไปการกระทำได้ทำจริงเรียกว่าเป็นกิจวัตรเพราะแม้แต่เราสร้างลงไปเป็นแบบหยาบตั้งแต่ตื่นนอนมาเราทำอย่างนั้นเราทำอย่างนี้เราทำอย่างโน้นเรากำหนดไปหมดกำหนดเป็นชั่วคราวกำหนดอยู่เป็นทำเทอมเป็น ชั่วระยะหนึ่งหรือกำหนดตลอดไปทำอย่างนั้นตลอดไปแล้วก็กำหนดเอาแล้วก็กระทำตามที่เรากำหนดเป็นกิจจะต้องกระทำผิดแปลว่ากระทำแล้วก็กำหนดลงไปก็ไปว่าจะต้องกระทำเราต้องกระทำเพื่อสั่งสมเพื่อให้มันเกิดเพื่อปรับปรุงถ้าเราไม่รู้และเราไม่เอาใจใส่เราไม่ก
อ่านต่อ
ำหนดให้ตัวเองเราไม่พยายามที่จะตั้งอธิษฐานจิตตั้งสัจจะตั้งศีลตั้งวัดตั้งอะไรก็แล้วแต่เราไม่ได้กระทำวัดอะไรเลยไม่มีวัจนะอะไรเลยมันก็ช่วยไม่ใช่นักปฏิบัติไม่ใช่โยคาวจรพระโยคาวจรย่อมมีศีลวัฒน์มีกิจวัตรมีจริยวัตรจริยวัตรก็คือวัด อ่านได้เป็นจริยาเป็นจรรยาจนกระทั่งถึงพรหมจรรย์จรรยานั้นดีขึ้นพฤติกรรมเปลี่ยนไปพฤติกรรมกรรมนั้นถูกกระทำถูกตกแต่งถูกสร้างให้ดีขึ้นงามขึ้นถูกต้องขึ้นเสมอๆสู่สมณะเป็นสมณะที่แท้มันวัดทั้ง 3 นี้เกี่ยวข้องกันโยงถึงกันสำคัญกันมีความหมายแต่ละอันแต่ละอันมีความหมายอย่างนั้นมีความหมายอย่างนั้นศีลก็ขอกำหนดหลักเกณฑ์จิตก็คือลงมือทำทำให้มีจิตจริงๆเราจะต้องมีจิตแล้วก็ต้องมีจนกระทั่งถึงสุดท้ายก็แล้วเราจะต้องมีการเอาจริงมีสัจจะมีจิตจักรมีกษัตริย์อย่างนี้เป็นต้น ถ้าจะต้องรู้ว่าเราเองเรามีสัจจะจริงเรารู้จริงเห็นจริงเราได้กระทำจริงและก็ทำไปจนกระทั่งกันได้แล้วจริงเป็นจักรยานเห็นว่าเราได้ทำได้แล้วการถึงขั้นสุดท้ายถึงจริยวัตรเป็นวัดพระอันที่มีผลแล้วบริบูรณ์แล้วงามพร้อมฟังแล้วเราก็ต้องรู้ที่จบรู้ที่ดีที่สุดในแต่ละกาละแต่ละเวลาแต่ละคราวแต่ละครั้งอันไม่เที่ยงไม่ตายตัวไปซะทีเดียวอาจจะมียืดหยุ่นมีรถหย่อนหรือว่ามีมากขึ้นมีน้อยไปตามกาลอันควรจึงใช้ปัญญาอันยิ่งเป็นเครื่องตัดสินที่สูงที่สุดและมีความจริงใจมีความเห็นอย่างชัดเจนว่าอย่างนี้เป็นปรารถนาดีเป็นการกระทำที่ดีมีประโยชน์ท่าน ประโยชน์ตนอยู่ในนั้นความพร้อมและสุดท้ายก็เป็นประโยชน์ท่านเมื่อเราหมดตนเราไม่มีเรื่องอะไรและเพื่อตนก็ไม่ต้องเผื่ออะไรก็มีแต่ประโยชน์ท่านทีเดียวก็ขอให้ได้คำนึงอย่าให้เป็นผู้ที่ไม่มีวัดต้องมีวัดต้องทำวัดต้องเข้าใจในวัดทั้งหมดที่เราจะต้องให้มันสำคัญให้มันเกิดผลต่อผู้ปฏิบัติจึงจะเรียกว่าพระโยคาวจรสุดท้ายบริบูรณ์ในการอาศัยซึ่งไม่ต้องกังวลไม่ต้องเป็นสำนวนไม่ต้องไปยุ่งยากอะไรมากมายเราจะเป็นผู้รู้ว่าจิตของเราเสร็จแล้วจบภาระสิ่งที่เราทำให้เราทุกข์เราเข้าใจตลอดแล้วง่ายที่สุดสบายที่สุดเราจะบอกเราได้เองเมื่อเวลาฐานสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นโสดาสกิทาอนาคา ราคามันจะรู้ทีเดียวว่าเราเองมีจิตน้อยเหลือเกินจิตที่จะทำให้ตัวเองไม่มากเลยเราจะรู้ว่าเป็นอนาคาฉันแท้ฉันสูงแล้วแต่มันก็ยังมีเศษมีส่วนที่จะเก็บกวาดเพื่อความสุดท้ายเพื่อบรรลุสุดท้ายแล้วจะมีวิธีทำศพเขาวิหารอันเด่นถึงขนาดนี้จะรู้ว่ามีสิทธิ์ที่จะทำเฉพาะวิหารมากอยู่อย่างสบายมีวิหารธรรมเป็นสุขจริงเป็นปัจจุบันตลอดเวลาเมาง่ายบ้างแม้จะทำงานทำการแม้จะหนักจะหนาอะไรอยู่ทางโลกเราก็ไม่ได้มีทุกข์อะไรเลยซึ่งรู้ทุกวันนี้เกี่ยวข้องด้วยใจเป็นเจตสิกกระทบซึ่งไม่มีแล้วไม่มีใจกระซิบกระทบหรือจะมีบ้างกับผัสสะมีอะไรเล็กๆน้อยๆที่เหลือเศษเหลือแต่สิ่งที่สุดท้ายที่เราจะตัดได้อย่าง ต้องยุ่งยากกับใครนะทำได้ง่ายขึ้นง่ายขึ้นเราจะรู้เห็นอย่างแท้จริงนี่เลยบอกผลถ้าไปยิ่งสุดท้ายก็ไม่ต้องพูดกันว่าเป็นอันบริบูรณ์เพราะแม้เราจะสูงขึ้นโสดาสกิทาเบาขึ้นเบาขึ้นมันก็จะเป็นความจริงง่ายขึ้นอยู่ได้สบายขึ้นเรื่อยๆมันฐานใดที่เป็นศักยะฐานใดที่เราเองยังเป็นตัวการใหญ่สำหรับเรารู้ให้แม่นไม่ว่าจะเป็นสะสมสกิทาของมันจะเป็นศักยะของโสดาสัตยาของสกิทารู้ให้แม่นสัตว์กายะของอนาคตก็ต้องรู้ให้แม่นแต่เราเองจะเป็นผู้มีศีลทดไม่ใช่สีแล้วก็จับตามากเป็นศีลเป็นเพราะที่เราจะกระทำโดยการล้างมีสติปัฏฐานปลดปล่อย สิ่งมีจิตสิ่งมีชีวิตจริงและถึงซึ่งจริยธรรมคือจรรยานั้นจึงจะเรียกว่าเป็นนักปฏิบัติไม่ใช่มีแต่ภาษาแต่มีสภาวะธรรมมีเป็นไปอยู่ทุกวันทุกเวลาทบทวนก่อนจะนอนพยายามทบทวนดูด้วยว่านอนตื่นมาแล้วทบทวนหรือว่าเวลาใดเวลาหนึ่งอย่าลืมวันวันหนึ่งวันหนึ่งต้องมีการทบทวนต้องมีการตรวจสอบและก็ต้องมีการอธิษฐานตั้งตั้งขึ้นเสมอตั้งจิตขึ้นเสมอตั้งเสมออย่าประมาทสร้างให้ได้ว่าวันนี้เราจะต้องทำอย่างนี้เพิ่มขึ้นอย่างนี้เราจะต้องกำหนดใส่ใจจะต้องให้ดีอย่างนี้อันนี้ดีแล้วก็ดีไปอันนี้จะบอกต้องเอาอันนี้ให้ดีขึ้นดีขึ้นกำหนดอยู่เสมอๆจึงจะเป็นผู้เพียรจึงจะเป็นผู้ที่ก้าวหน้าอย่างแท้จริงไม่ [ไม่สามารถถอดข้อความได้]