210415-234 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ015.txt
เนื้อหาในไฟล์
หากผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลายย่อมจะมีสติสัมปชัญญะกับทุกๆอิริยาบถของตนเองไม่ว่าจะกินจะอยู่จะหลับจะนอนเราจะต้องระลึกรู้ทุกทีละบทนอกจากรู้จักอิริยาบถใหญ่ที่เป็นรูปนอกที่เรียกว่ากาโยหรือกายหรือความประชุมร่วมจ่ายแล้วเราก็จะต้องรู้อย่างไปถึงจิตไปถึงภายในด้วยการที่อยากรู้ไปถึงจิตถึงภายในและก็รู้รสชาติรู้อารมณ์ของจิตเขาเรียกว่าเราพิจารณาสติปัฏฐานปรับปรุงปรับเปลี่ยนจิตหรืออารมณ์ จิตเข้ามาสู่สภาพที่ดีมาสู่สภาพที่เป็นกุศลจิตสภาพที่ไม่มีโกรธไม่มีทางสภาพที่ไม่มีรักไม่มีชอบไม่มีติดตราตรึงใจการกินก็มีการติดตราตรึงใจหรือมีการไม่ชอบการเป็นอยู่กับการงานทั้งหลายทั้งปวงมีอิริยาบถต่างๆก็อยู่กับการชังการชอบและการรับการผลักการดูดทุกๆกิริยาบทการเป็นอยู่กับการงานกับการมีชีวิตชีวาอยู่เราก็จะต้องรู้ต่อผัสสะรู้ข้างนอกแล้วก็รู้กันสิ่งที่เกี่ยวข้องโยงใยไปถึงจิตแม้การจะหลับการจะนอนแล้วก็จะต้องรู้สัจจะของความหลับรู้สัจจะของความ นอนว่าเราจะนอนไปเพื่อกิเลสหรือว่าเราจะนอนไปเพื่อพักผ่อนซึ่งมีความจำเป็นต่อร่างกายและชีวิตเราก็จะต้องหลับพอประมาณจะนอนนอนทำไมนอนเพื่ออะไรเราก็จะต้องรู้ถ้าหลับโดยไม่ต้องนอนหลับในท่านั่งท่ายืนท่าอะไรก็ได้ไหมอะไรอย่างนี้ก็ต้องรู้มีสัจจะที่จะให้เราพิจารณาเรียนรู้ความจริงตามความเป็นจริงที่เรียกว่าสัจธรรมมากมายเพราะการพิจารณาแม้แต่กินจะกินทุกเวลาและต้องมีสติสัมปชัญญะและเราจึงต้องมีการปัสสาวะหรือการพิจารณารู้ว่าเรากินมันจะกินเพื่อเล่นมันจะกินเพื่อมัวเมามักจะกินเพื่อสนุกสนานไม่ได้กินเพื่อตกแต่งประดับประดาแต่เรากินเพื่อเอาธาตุเข้าไปสังเคราะห์ร่างกายทั้ง ไม่ให้เกิดทุกข์กินมากก็ทุกข์มากกินน้อยไม่พอแก่ร่างกายไม่พอแก่การใช้จ่ายก็ต้องให้ผมมาผสมและเราก็ไม่ได้กินเพราะลูกมันน่ากินรสมันน่ากินกลิ่นมันน่ากิน
อ่านต่อ
สัมผัสมันน่ากินก็หาไม่สิ่งเหล่านั้นเป็นมายาเป็นเครื่องหลอกเราจะต้องรู้เท่าทันมายารูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสผสมอยู่ในโลกมันมีความจริงของมันอยู่และมันก็มีความหลอกผสมแฝงอยู่ในนั้นด้วยเราจะต้องตัดสิ่งแสงออกตัดสิ่งลวงออกตัดมายาออกรู้เท่าทันมายาอย่าให้มายามันเหนือจิตนี่เป็นการพิจารณาต้องเห็นจริงเข้าใจจริงแล้วจะต้องอยู่เหนือจิตหรือไม่ให้จิตเป็นตกเป็นภาพมายาให้ได้อย่างแท้จริงและการกินนี่เป็นภาษา แล้วก็ยังต้องกินเป็นเรื่องสำคัญมากในการปฏิบัติธรรมพระต้องปฏิเวธต่ออาหารทุกวันทุกเวลาทุกขณะที่จะกินประมาทไม่ได้จนกว่าเราจะเก่งจนกว่าเราจะได้เป็นอัตโนมัติเราจะรู้เองว่าเราเองอยู่เหนืออาหารเพราะว่าแม้แต่เป็นพระอรหันต์จึงกินอาหารจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเกี่ยวพันกับชีวิตมันไม่เหมือนบางสิ่งบางอย่างที่จะตัดขาดได้เลยไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตเลยได้ตลอดตายก็มีเช่นอบายมุขหรือสิ่งที่เราจะต้องละขาดไม่ต้องเจอกันอีกเลยก็มีได้แต่การกินนี้จะต้องเจอกันอยู่แม้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วยังต้องฉันยังต้องรับประทานเนี่ย จึงจำเป็นที่เราจะต้องรู้มันอยู่เหนือมันเป็นโลกุตระอย่างแท้จริงไม่เป็นนัยยะแห่งการพิจารณาอาหารส่วนเรื่องอื่นๆเราก็จะต้องมีสติปัฏฐานและจะต้องมีสติรู้เท่าทันทุกสิ่งทุกอย่างในความเป็นอยู่ในความลับความนอนดังกล่าวแล้วเราก็จะพิจารณาเช่นเดียวกันมีนัยยะเดียวกันกับอาหารเราจึงจะเป็นผู้ที่เกิดรู้เท่าทันละนายพรายปรับปรุงจิตใจเปลี่ยนจิตใจทำจิตใจให้อยู่เหนือโลกอยู่เหนือสิ่งที่ผัสสะเหล่านั้นโดยแยกเอาความจริงได้และแยกออกมายาวออกจนกิจชนะมายาต่างๆได้อย่างแท้จริงและถึงจะเรียกว่าเป็นผู้บรรลุผลสำเร็จเป็นผู้ที่พ้นทุกข์ที่แท้เป็นผู้ที่เป็น นิรันดร