260531-660 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ010.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2526 อภิณหปัจจเวกขณ์ (53 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์24 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ผู้ที่มีฐานอาศัยที่เข้าใจในปฏิปทาที่พระพุทธเจ้าท่านได้แนะนำว่าถ้าผู้ใดมีสุขาปฏิปทา ปลากินยาเป็นเลิศคือปฏิบัติธรรมอย่างสุขาปฏิปทามีการปฏิบัติที่สบายเบาเรียกว่าปฏิบัติอย่างร่าเริงเบิกบานแต่อย่าเข้าใจเผินไปว่าเราไม่เคร่งครัดเราไม่มีความคมความฝืนเราไม่มีการจัดการเหนื่อยเราไม่ตั้งตนอยู่ในความลำบากถ้าเผื่อว่าเข้าใจอย่างนั้นคำสอนพระพุทธเจ้าก็จะค้านแย้งกันแล้วเราอยู่ในสุขาปฏิปทาไม่ใช่หมายความว่ายถาสุขังยถาสุขขังมันหมายความว่าเราชอบสุขตามมีตามชอบตามได้ ยถาสุขังสุขใดๆที่จิตมันมีอัตตามันก็เป็นไปถ้าเราตั้งตนอยู่ในยถาสุขขังผู้นั้นอกุศลธรรมเจริญความชั่วความเสื่อมเจริญความดีไม่เจริญกุศลธรรมไม่เจริญแต่ผู้ใดตั้งตนอยู่ในความลำบากเรียกว่าทุกขายะไม่ใช่ยะถาทุกขังทุกขายะเราตั้งตนอยู่ในความลำบากกุศลธรรมจะเจริญยิ่งยิ่งเพราะฉะนั้นคำว่าสุขาปฏิปทาจึงหมายความว่าเรามีฐานอาศัยสุขแปลว่าความว่างความเบาก็ความว่างความเบาด้วยแล้วปฏิบัติไม่มีฐานพรรคให้มีฐานอาศัยจิตเบาๆจิตเราว่าง 7 เราสบายที่อบรมจิตของเราไม่อึดอัดขัดเคืองเราทำเป็นสัมผัสอะไรอยู่เราก็รับรู้ตามความเป็นจริงแล้วเราก็วางปล่อยจิตหรือว่าเราก็รับรู้อย่างไม่อึดอัดขัดเคืองภาษาบอกก็บอกได้แค่นี้นะเราต้องอบรมเราต้องรู้เข้าใจแม้แต่เราจะพยายามที่จะพูดกับเขาจะต่อสู้กับเขาเราก็ไม่อึดอัดแล้วก็ใจเราโปร่งอยู่ไม่หยุดอย่างแรงไม่ดึงอย่างแรงไม่ต่อต้านอย่างแรงแล้วก็มีอะไรที่มันเป็นที่โปร่งที่โล่งของเราอยู่แล้วเราก็รู้ใช้ท่ารู้รู้ยิ่งแล้วนี่ก็ใช้พยายามใช้ภาษาก็พยายามอธิบายลักษณะธรรมผู้ที่ปฏิบัติธรรมโดยไม่อึดอัด เคืองในใจรับรู้ความจริงวิเคราะห์ความจริงวิจัยความจริงเลือกเป็นความจริงอะไรเหมาะกับตนเอาอะไรเหมาะกับตนทำได้พอดีทำอะไรที่เกินจนก็วางไปอะไรที่ตนเองยังไม่ดีปรับปรุงขึ้

อ่านต่อ

นปรับปรุงขึ้นแล้วผู้ที่รู้อย่างนี้จิตใจตัวที่เข้าใจเลยว่าเราไม่ต้องทำความอึดอัดไม่ต้องทำความลำบากใจให้แก่ตนเองเป็นความโปร่งความเบาแต่อุตสาหะวิริยะมีบทบาทในการปฏิบัติทุกอย่างอัตตานังปะทะให้จิตตั้งตนอยู่ในความลำบากกายก็ดีอุตสาหะขัดเกลากายกรรมอันนี้มันดีก็ทำขยันหมั่นเพียรดีทำสร้างสรรค์ดีก็ทำทำอย่างนี้ได้สัมผัส หาเด็กแตะต้องได้ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 เพราะมีสัมผัสแล้วก็รู้เท่าทันพอไปได้อยู่ในฐานะที่ไปได้แล้วก็อยู่รู้เท่าทันไม่เกินไม่เกินแรงสามารถทำไปได้ดีเราก็รู้ถ้ามากไปแม้เราไม่ทันเลยนะเราไม่ไหวตกหล่นได้เหมือนกันจะได้น้อยเสียมากกว่าเราก็ไม่เอาเราก็เอาฐานที่เราก็ทำได้ไม่อายคนอื่นแม้จะเป็นงานหนักงานต่ำแม้จะเป็นงานที่ช้าไม่เร็วนักก็ไม่เป็นไรเราก็ทำไปตามประสาเราไม่ใช่จะอวดเก่งจะต้องคล่องแคล่วแววไว้ทำงานอย่างอะไรต่ออะไรที่เขาเก่งแล้วเราก็เราไม่เก่งไปทำก็เสียหายหน้าเขาอะไรไม่ เราจะต้องทำให้มันเหมาะสมกับตัวแล้วก็ปฏิบัติประพฤติอยู่สัมมากัมมันตะหรือศาสนาที่มีมรรคองค์ 8 จึงเป็นศาสนาที่มีการงานประกอบร่วมอย่างมีกิจมีการมีจิตสัมผัสเป็นปัจจัยแล้วก็กระทำไปอยู่ให้พอเหมาะพอดีจึงเรียกว่าสุขาปฏิปทาแล้วเร็วเป็นกิจตาเป็นยาเพราะมันเรียนรู้ที่จริงมันไม่ใช่ไปนั่งด้นนั่งดาวเข้าใจแต่ว่ายังไม่ถึงบทปฏิบัติจะได้หรือไม่ได้ก็ยังไม่รู้ได้แล้วการกระทำที่ว่าได้เราทำยังไงก็ไม่รู้ขณะที่เราทำได้เราจะต้องยังต้องเรียนรู้อีกตั้งหลายครั้งเลยว่าไอ้ที่เราทำได้นี่มันทำยังไงนะมันไม่แม่นเพราะครั้งหลังมาเอ๊ะ เราทำไม่ได้อีกทำแล้วก็ไม่ได้เหมือนอย่างคราวก่อนแล้วก็ต้องเรียนรู้เพราะมันเป็นนามธรรมการจะปลดจิตวางใจการจะปล่อยรูปร่างนั้นสภาพนี้มันไม่ใช่รู้ได้ง่ายๆเหมือนกับวัตถุหยาบๆจับปุ่มนั้นปุ่มนี้มันก็ง่ายแต่ว่าไอ้ที่มันไม่มีตัวมีตนเลยยิ่งกว่าลมๆแรงๆมันจึงจะต้องอาศัยการกระทำเสมอๆอาศัยองค์ประกอบของสิ่งมีไปขับเคลื่อนสิ่งไม่มีมันจึงเป็นความยากจนเป็นความซ้ำต้องซ้ำความต้องซ้ำต้องซ้ำซากต้องทำให้มากทำให้อยู่เสมอเป็นคนดีก็ตาทำแล้วทำอีกทำให้มากจนแม่นจนเก่งจนคล่องจนแก้วใช้สิ่งประกอบที่เป็นทางวัตถุ หรือเป็นทางรูปธรรมเป็นอะไรตายที่เป็นองค์ประกอบเป็นส่วนแล้วมันก็ไปมีฤทธิ์มีแรงมีสภาพที่จะจัดแจงกับนามธรรมและรูปธรรมนั้นๆได้เมื่อเรารู้เราแม่นเราถูกสัจจะเข้าถึงมันจึงจะเร็วได้ระยะสุขาปฏิปทาขิปปาภิญญาจึงไม่ใช่ทำอะไรตามแบบยะถาสุขขังทำอะไรตามแบบอำเภอใจสบายๆใจแล้วก็ลองๆแรงๆให้มันเป็นประจำเป็นการค้าในเพลงไม่เพี้ยนไม่อุตสาหกรรมวิริยะไม่มีอธิบายลักษณะที่แปลว่าไม่มีอธิบายลักษณะที่แปลว่าอดทนอดกลั้นหรือแม้แต่ตัวอดทนอดทนโดยตัวมันเองไม่มี ไม่มีการข่มการฟื้นไม่มีการสู้ไม่มีการทนเหยาะแหยะอ่อนแอไปไม่รอดเพราะฉะนั้นขอให้พวกเราเข้าใจสุขาปฏิปทาลึกซึ้งซับซ้อนดีๆไม่เช่นนั้นเราจะเข้าใจผิดว่าการกระทำที่มีบทปฏิบัติเป็นตบะธรรมเป็นขันตีประมาณตีจิกขามันก็ย้อนแย้งของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าสอนให้มีขันติให้มีตะปูตบะให้มีการปฏิบัติมีหลักการเคร่งครัดทำอะไรอยู่ที่ 2 ตัวก็เคร่งครัดของตัว 2 ตัวพร้อมผู้ใดทำโดยไม่มีอะไรเคร่งครัดไม่มีอะไรสมตัว ทำอย่างตามอำเภอใจเป็นยถาสารุปปสันโดษ แดงเป็นชั่วมันก็อยู่ในขวดนั่นแหละแต่ถ้าใส่อะไรมากมันออกฤทธิ์อันนั้นมากใส่แดงมากๆจนเกินจนนำหน้ามันก็มามองไม่เห็นน้ำเงินแต่น้ำเงินไม่ได้รั่วทิ้งหนีออกจากขวดถ้าทำน้ำเงินมากน้ำเงินก็ออกฤทธิ์เป็นสีน้ำเงินแต่แดงก็อยู่ในขวดนั่นแหละไม่เด็ดทิ้งแดงออกไปไหนเพราะฉะนั้นเราจะทำดีหรือทำไม่ดีเป็นกุศลเป็นส่วนดีหรือไม่ดีมันก็อยู่ในนั้นแต่ถ้าเกิดว่าเราทำอกุศลมากอกุศลจะออกนำหน้าแล้วเราก็จะมีวิบากแม้ตอนนี้เราจะอาศัยวิบากเก่ากินบุญเก่ามีวิบากดีในเรื่องของโลกก็ตามในเรื่องของธรรมจะทำอันนั้นมันไม่ใช่แน่เพราะสามารถที่ผู้ที่รู้ดีแล้วผู้นั้นจะขยันหมั่นเพียรจะสร้างสรรค์จะไม่กลัวเหนื่อยสัตว์เสือกลิ้นคาน น้ำลมฝนเป็นพระอริยเจ้าใหญ่จะไม่กลัวไม่เกรงจะทำจะแข็งแรงจะไม่ท้อถอยจะไม่รังเกียจไม่รังเกียจผู้ที่จะรังเกียจอยู่ยังไม่มีธรรมะยังอ่อนแอยังเปราะบางอ่ะยังต้วมเตี้ยมเตาะแตะแม้จะพยายามว่าสั่งสมบุญก็มีบาปอยู่ในตัวหรือว่ามีอกุศลอยู่ในตัวอกุศลมันก็นำหน้าวันพรุ่งนี้ทั้งช้าทั้งยังจะเล่นอยู่กับนรกอีกนานแสนนานขอฟังให้ดีๆแล้วเราก็ลองให้มันตายเพราะเราทำกุศลให้มันตายเพราะความเหน็ดเหนื่อยที่ทำงานดูซิอาตมาพูดอย่างนี้อาตมาค้าได้เลยว่าคนขี้เกียจจะไม่ตายเพราะความเหน็ดเหนื่อยทำงานคนขี้เกียจนี้พอทำเหนื่อยนิดนึงวิ่งหนีแล้ว ไม่มีการตายเพราะความเหน็ดเหนื่อยทำงานเลยตราหน้าได้เลยคนขี้เกียจไม่มีเพราะฉะนั้นถึงพูดให้ตาให้มันตายด้วยความเหนื่อยที่ทำงานดูซิจ้างล้านนึงก็ขี้หมากองเดียวไม่มีทางเพราะคนนี้อ่อนแอเยาะเยาะตนเองโอ๋ตนเองไม่มีทางเพราะฉะนั้นจึงช้าและจะไม่มีหวังที่จะบรรลุได้ง่ายๆหรือไม่ได้เลยที่พูดนี่พูดด้วยสัจจะที่ตัวเองเห็นและอยากจะให้พยายามขยันหมั่นเพียรมันยังมีกำลังวังชาเรี่ยวแรงมันยังมีอะไรต่ออะไรต่างๆนานาที่เราจะทำแต่หลงมันเหลือเกินหลงระเริงหลงเอ็ดอร่อยหลงขี้เกียจลงเบาๆง่ายๆว่างๆเบาๆเบาๆที่ไหน เจ้าซันบอกทุกขายะอัตตานังปะทังอะติตั้งตนอยู่ในความลำบากเถิดกุศลธรรมจะเจริญยิ่งถ้าเข้าใจไม่พอไม่มีปัญญาพอก็ธรรมะพระพุทธเจ้าค้านแย่งกันหมดเลยแต่ถ้าเข้าใจพอแล้วธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ขัดแย้งแต่จงเรียนรู้ทำให้จิตใจมีฉันทะโปร่งรู้ว่ามีงานคืองานพฤติกรรมคือพฤติกรรมสิ่งที่เป็นอย่างนี้แบบมันก็ต้องยอมหนักทำงานมันก็ต้องยอมเหนื่อยจนถึงนานทั้งหนักมันก็เหนื่อยเร็วมันเป็นเรื่องธรรมดาบางอย่างบางอันทำงานไม่หนักเราทำได้เรื่อยๆไปทั้งวันบางคนที่เก่งแล้วแม้หนักก็ยังทนได้มากไม่เหนื่อยเร็วก็เป็นธรรมดาธรรมชาติของผู้ฝึกฝนการงานไม่ใช่ทุกข์ การงานไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เราเสื่อมเสียการงานเป็นสิ่งที่ดีทำให้เรายิ่งเกิดธรรมะพระงานใดที่เราถนัดก่อนเราจะทำได้ง่ายและเราจะมีฉันทะก็พยายามเลือกทานนั้นก่อนก็ได้แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องติดแต่งงานนั้นจะทำแต่งานนั้นงานเดียวงานอื่นหัดขึ้นเราจะรู้ว่าความรังเกียจตอนนี้ไม่ใช่ความขี้เกียจความรังเกียจของเรามันมีรังเกียจในงานอื่นแล้วเราไม่คล่องแคล่วในงานอื่นแล้วเราก็ทำไม่ได้ทำแล้วก็หนักทำแล้วก็ยากแม้ทำหนักทำยากไม่มาก็ไม่ต้องถือเราก็ต้องหัดต้องฝึกดูเพราะบางทีเราต้องช่วยกันบางทีเราต้องจำเป็นที่จะต้องซื้อโดยเฉพาะงาน ไม่ใช่งานหนักแต่งงานมันไปยึดถือรูปคดีรถก็ดีขึ้นก็ดีสภาพก็ดียังมีศักดินาในหัวใจด้วยหาว่านี่งานต่ำงานหยาบงานคนฉันอยากฉันจนคนที่เข้าอะไรต่ออะไรที่เป็นกรรมกรกรรมกรทำมันมีอะไรอีกต่างๆในหัวใจเราจะต้องพยายามวางตัววางใจและต้องฝึกต้องหัดไม่เช่นนั้นคุณก็ได้แต่นึกจะคิดได้จะเข้าใจพูดนี้อาตมามั่นใจว่าเข้าใจกันเกือบทุกคนแหละแม้แต่น้อยบางทีอาจจะเข้าใจหรือจะยกเว้นน้อยเท่านั้นหรือบางคนเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเรื่องเย็นอะไรแต่เราไม่เอาจริงเราไม่ทำจริงเราไม่ฝึกจริงเราก็ไม่รู้จักว่าการปล่อยวางจิตใจของเรานี่จริงหรือเปล่าขอให้พวกเราได้พยายามเข้าใจ แล้วก็ฝึกดูหัดดูหันหน้าชนหันหน้าเผชิญดูอย่าถอยถ้าเข้าใจว่าศาสนาพุทธและสอนให้ถอยผู้นั้นไม่ใช่เผชิญตัวจริงผู้นั้นเป็นผู้ที่ไม่ใช่กล้าจริงผู้นั้นไม่ใช่คนที่จะกล้าปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังแต่เป็นผู้นี้จึงเรียกว่าโลกันตเป็นผู้ลงเป็นผู้ลี้เป็นผู้เลี้ยงไม่ใช่นักสู้ไม่ใช่นักปฏิบัติแต่เป็นผู้ถอยและถอยหนีคือเป็นผู้จมแล้วจนเล่าจะไม่งอกไม่เงยเลยอันนี้ใช้ภาษาสื่อสภาวะธรรมซึ่งเมื่อลึกๆซึ้งๆมันก็ยากที่จะรู้ก็จึงใช้ภาษาหลายซับหลายซ้อนฟังด้วยดีตั้งใจฟังดีๆเราจะเข้าใจสภาวะ ไม่สงสัยแม้จะภาษาอย่างนั้นแหละแต่มันสื่อสิ่งที่ซ้อนฉันซ้อนเชิงอันลึกซึ้งให้เรารู้ฉันรู้เชิงที่ลึกนั้นได้โดยจริงตามปัญญาและยิ่งมีฐานมีภูมิอันแท้จริงของเราแล้วเรายิ่งจะรับความจริงนั้นได้เป็นสัจจะที่แม่นแท้ยิ่งเรามีในตนเองยิ่งจะเข้าใจและศรัทธาว่าอันนี้ท่านกล่าวถึงสิ่งที่เรามีแล้วหนอชัดเจนยิ่งขึ้นและเราจะพ้นวิจารณ์เมื่อท่านได้ทบทวนด้วยภาษาให้แก่เราและเรากระทบทวนตัวเราเองด้วยภาษาสื่อถึงสภาวะธรรมที่เรามีความมั่นใจจะเกิดในผู้นั้นผู้นั้นผู้นั้นก็จะเห็นสัจจะจะมีศรัทธาในสัจจะจะรู้ว่าสัจจะนี้ของเรา ได้หรือเต็มแล้วหรือยังผู้นั้นจึงจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมถึงซึ่งสัจธรรมสาธุ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน