260729-669 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ036.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2526 อภิณหปัจจเวกขณ์ (53 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

จนกว่าเราจะรู้ถึงสภาวะธรรมที่เรียกว่าอุปทานด้วยความยึดถือความยึดความถือความติดเอาไว้มันเป็นเรื่องที่เกิดอยู่ในจิตจริงๆแล้วเราก็ไม่รู้มันง่ายง่ายไม่รู้มันได้ง่ายๆเราไม่รู้เรานึกว่าเราไม่มีบางทีเรานึกว่าเรามีแต่ถ้ามันมีแล้วมันก็แสดงตัวออกมาทำให้เราลำบากเป็นภาระวุ่นวายไม่เป็นสุขเกิดทุกข์เกิดกังวลเกิดวุ่นวายเกิดรำคาญเกิดเป็นภาระเกิดอะไรต่ออะไรอยู่อย่างนั้นแหละเพราะแม้แต่กิเลสส่วนหยาบส่วนละเอียด อะไรตัวที่ยังละไม่ได้ตัวที่เราเองเรายังไม่รู้จริงตามคนไม่พบในจิตใจและยังจับตัวมันไม่ได้ก็พึงตั้งข้อสังเกตเอาไว้ซะก่อนว่าอันนี้มันยังมีทุกข์อยู่แน่ๆมันต้องมีเหตุผลเหตุนี้ไม่ใช่ตัวใดหรอกเหตุก็คือตัวอุปทานไอ้เรื่องคำใช้คำว่ากิเลสมันก็รู้อยู่ว่าเป็นบทบาทที่มีฤทธิ์มีแรงมีความผลักความดูดมันแรงชัดเจนแล้วก็รู้ทีพอถึงขั้นคำว่าปัญหาหรือว่าเป็นกิเลสชั้นที่มันดูดดึงอยู่ในใจแต่ว่าเป็นเรื่องเบาลงไปจากแรงๆก็พอจะจับได้เพราะว่ามันก็หยาบกว่าอุปทาน เพราะคำว่าอุปทานแท้ๆที่มันยังช่วยอยู่ยึดอยู่ถืออยู่มันติดอยู่มันยังเป็นเรื่องที่จะต้องใช้จิตอันแยบคายในปริยัติหรือว่าในทฤษฎีในคำบรรยายอะไรเนี่ยเราก็ฟังแต่เราจับสภาวะกับตัวภาษาทฤษฎีคำบรรยายต่างๆเนี่ยไปประกอบให้มันถูกตัวถูกตนกันว่าไอ้เรียกว่าอย่างนี้ลักษณะอธิบายว่างี้มันคือตัวนี้จริงๆเนี่ยมันก็ไม่ง่ายต่ออุปทานเนี่ยเพราะงั้นก็ได้ศึกษากันดีๆศึกษากันจริงๆเราก็ค่อยๆรู้ตัวถ้าได้ตัวอย่างไปแล้วตัวใด เดือนหนึ่งหรือว่าลักษณะหนึ่งไม่ว่าจะเกิดจากเหตุปัจจัยอะไรเป็นตัวตัวของเรื่องอาการอุปทานเหมือนกันทั้งนั้นแหละอาการที่ยังหลงยึดฉวยเอาไว้แม้แต่เราฉวยความอร่อยดังที่กล่าวแล้วบรรยายไปแล้วเรื่องของความเสพติดในเรื่องง่วงในเรื่องหลับเรื่องดีเรื่องนอนเรื่องหยุดเรายังช่วยเป็นตัวเป็นตนเป็

อ่านต่อ

นอัตตาอยู่อย่างนี้เป็นต้นด้วยความชอบใจในส่วนใดๆก็แล้วแต่ยังสวยยังยึดมันยังชั่วยังยึดยังติดเราก็จะต้องไม่สำคัญมั่นหมายไม่สวยไม่ติดไม่ยึดต้องเห็นไอ้สัตว์จะขนาดเห็นด้วยสัจจะแล้วเรายังต้องหัดปล่อยเพราะมันเป็นตัวแนบเนียน เป็นตัวเคยตัวชิ้นที่แนบเนียนต้องหัดต้องปล่อยต้องหัดต้องปล่อยจริงๆรู้ชัดต่ออาการสภาวะและศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสนาที่ทำรู้ด้วยทำด้วยรู้ด้วยว่าจะทำแล้วไม่รู้ได้ไม่ได้ไม่รู้หมดไม่หมดไม่รู้สภาวะเป็นอย่างไรไม่รู้ไม่ใช่มันศาสนาพุทธรู้สภาวะรู้อาการบางอย่างรู้แล้วยังพูดเป็นภาษาสู่กันฟังถ้าคนไม่เก่งในภาษาก็ยังสื่อให้คนอื่นเขารู้ตามไม่รู้เรื่องสื่อก็รู้ตาไม่ออกคนรับฟังก็ฟังไม่เข้าใจมันเป็นยังไงยังไงก็ยากเพราะจึงต้องศึกษากันจริงๆและศาสนาพุทธจึงยืนยันได้ว่าเป็นการ รู้ทั้งรู้รู้เป็นการบรรลุอย่างสะอาดหมดจดเพราะว่าไม่ใช่งมงายรู้อยู่เหลืออยู่รู้อย่างละเอียดลออจนหมดสิ้นขนาดเหลือน้อยๆเนี่ยมันก็เหมือนกับไม่มีได้แต่เหลือเชื่อเหลือน้อยๆหรือไอ้โน่นไอ้นี่อยู่บางบางเบาทุกข์มันก็น้อยมันยังเป็นไปได้เพราะงั้นคนหลงจึงมีได้จริงๆคนที่สะอาดไม่หมดบริสุทธิ์ไม่หมดยังเหลือเชื้อเหลือรอยเหลืออะไรตายอยู่ไม่บริสุทธิ์หมดจดจึงมีอยู่ในลัทธิอื่นๆส่วนลัทธิพุทธนั้นจิตแทบตายจริงๆจึงเรียกว่าถึงขั้นถอนอนุสัยถอนอาสวะอนุสัยหมายความว่าตามเข้าไปรู้ตัวที่มันนอน นิ่งกบดานตามก็ไปดูไสยะตัวนอนอนุติดตามหรือว่าเป็นตัวไสยะที่เล็กๆถ้าจะแปลความหมายหนึ่งอันนู้นก็แปลว่าน้อยมันเป็นตัวสายยาที่มันน้อยมันเล็กรู้มันได้ยากไม่ใช่รู้ได้ง่ายๆก็เหมือนกันส่วนอาสนะแปลว่าตัวตนมันยังมีตัวอยู่มันยังมีเชื้ออยู่ไม่มีตัวตนอยู่อาสวะคนไม่รู้ก็ไม่เหมือนไม่มีคนรู้จึงจะเห็นว่ามีรอยจึงต้องตรวจกันอย่าประมาทพยายามกันจริงๆเราจึงจะถอนอาสวะถอนอนุสัยหรือว่าจับปลาละเอียดที่เป็นสภาพลึกซึ้งไปแล้วได้เราได้ศึกษากันมาตั้งแต่หยาบ สเต็ปกลางมาเรื่อยตอนนี้เราจะไล่ขึ้นเป็นฐานสูงเป็นระดับที่จะต้องพยายามอย่าประมาทถ้าไม่เช่นนั้นเราก็ได้แต่อย่างนี้แหละเราก็มีฐานอาศัยเพราะเป็นพอไปขนาดนี้ก็ถ้าว่ากันจริงแล้วพวกเราก็พอสบายพอสบายถูไถไปช่วยชีวิตจะตายไปชาตินี้มันก็คงไม่ไกลนักแต่มันไม่ใช่ความสูงสุดไม่ใช่ความบริสุทธิ์บริบูรณ์ที่แท้จริงตามอุดมการณ์หรือตามจุดเป้าหมายของศาสนาพุทธเพราะจะเสียเวลาอย่าเสียทีที่เราเองเราก็มีผู้รู้ชี้เราเองเราก็มีโอกาสมีเวลาที่เราจะได้ฝึกฝนให้พยายามให้มันสะอาดบริสุทธิ์ให้หมดจดถึงที่จริงๆเราจึงจะได้พิสูจน์สัจจะของพระพุทธเจ้าและจะได้สืบสานศาสนา ต่อไปอีกนานเท่านาน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน