260525-657 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ010.txt
เนื้อหาในไฟล์
ธรรมปฏิเวธประจำวันพุธที่ 25 พฤษภาคมพุทธศักราช 2526 ที่พุทธสถานสันติอโศกเห็นเด่นเน้นทั้งเรื่องศรัทธาและก็ได้ขยายความถึงคำว่าศรัทธาให้เป็นภาษาไทยเป็นความหมายลึกซึ้งขึ้นไปจากภาวะกระดูกให้ฟังมากขึ้นแล้วก็ศรัทธานั้นจะต้องเกิดประกอบกับความจริงประกอบกับธรรมะที่เราเรียกว่าสัจจะ ศรัทธาประกอบกับธรรมะประกอบกับสัจจะประกอบกับปัญญาจะมีความเชื่อถือเชื่อมั่นก็เพราะว่าเราเองเราทำความรู้เป็นสัมมาทิฏฐิแต่เราก็เอามาปฏิบัติประพฤติพิสูจน์จนเกิดขึ้นทรงขึ้นจะเป็นความจริงเห็นจริงตัวเห็นนี้ตัวรู้นี้ไม่ใช่เป็นความรู้ความเห็นที่เป็นสัมมาทิฏฐิแต่เป็นความรู้ความเห็นที่เป็นตัวยถาภูตญาณทัสสนะเป็นตัวรู้ตัวเห็นสิ่งที่มันเกิดจริงมันเป็นจริงมันมีจริงขึ้นมาแล้วเราก็จะเห็นว่าอันนี้เป็นจริงหรือไม่จริงจะได้รับความรู้จะได้รับอารมณ์ จะได้รับผลอย่างไรอย่างไรเราก็จะรู้ตามความเป็นจริงปัญญาจะต้องเกิดปัญญาอย่างลึกซึ้งอีกว่าเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วเราจะยินดีหรือไม่ยินดีเราก็จะรู้เหมือนเรามีความศรัทธาที่เราจะศรัทธาจนกระทั่งจะข้ามพ้นฟังจนกระทั่งจะข้ามอานพได้ด้วยความไม่ประมาทเราจะล่วงทุกข์ได้ด้วยความเพียรเราเองเราจะบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญาอีกจะเห็นความบริสุทธิ์จะเห็นความหมดความเกลี้ยงหรือปัญญาสิ่งเหล่านี้เริ่มต้นมีศรัทธาความเชื่อในความเห็นความรู้และเคยมีศรัทธาด้วยการ เรียนปฏิบัติด้วยความไม่ประมาทหรือความทำให้เกิดขึ้นทรงขึ้นจนเป็นจริงแล้วก็มีปัญญารู้เห็นตลอดระยะทางเราได้จริงมีจริงเป็นจริงมีผลเป็นอย่างไรมีรถที่เป็นรถเป็นเลิศล้ำที่เรียกว่าเป็นสัจจะเป็นรถได้รับรสนั้นอย่างจริงเราก็ต้องเป็นผู้รู้เองว่าเป็นรถอันเลิศเป็นรถอันวิเศษกว่าเราเป็นอย่างที่เราเคยเป็นอย่างอื่นอยู่พอเรามาเป็นอย่างนี้แล้วแล้วก็มีรถรับรถเองด้วยสัจจะที่เรามีนั้นๆซึ่งเ
อ่านต่อ
หล่านี้รุ่นแล้วแต่เราจะต้องพิสูจน์ด้วยตนฟังความอธิบายฟังความหมายฟังก็ฟัง แล้วก็วิจัยวิจารณ์วิเคราะห์เลือกเฟ้นเอาที่ตัวเองเห็นตัวเองมั่นใจแล้วก็พิสูจน์จนเป็นจนมีพระผู้ที่จะได้ปัญญาเริ่มต้นจากฟังผู้ที่มีผลจริงอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านแนะพระพุทธเจ้าธรรมะของพระอรหันต์เพื่อไปนิพพานแล้วเราฟังธรรมด้วยดีเราก็จะได้ปัญญาเมื่อเราได้ปัญญาตัวปัญญาตัวนี้เป็นสัมมาทิฏฐิจากพระอรหันต์ที่พระพุทธเจ้าอธิบายท่านที่จะชี้แนะไปในทิศทางที่จะเจริญจะเป็นไปด้วยดีคือเราก็จะเป็นผู้ที่จะมาลองประพฤติประลองปฏิบัติมาลองพิสูจน์จนกระทั่งเราสามารถได้รับ จะเรียกว่าสมบัติจะเรียกว่าทรัพย์แปลว่าสมบัติหรือทรัพย์ที่พระพุทธเจ้าท่านส่งเสริมนั้นท่านส่งเสริมในสมบัติที่เป็นคุณสมบัติทรัพย์ที่เป็นอริยทรัพย์มากกว่าทรัพย์โลกมันก็ได้ด้วยถ้าปฏิบัติถูกต้องตรงเป็นผู้ที่ไม่มีประมาณเป็นผู้ที่มีประมาณอันน้อยอะไรอะไรก็รู้จักประมาณอันน้อยลงไปหรือว่าทำให้ละเอียดทำให้แยบคายลงไปเราก็จะเป็นผู้ที่ได้ทรัพย์ซึ่งมันตรงเข้ากับความรู้สึกขนลุกๆว่าเรามีผู้เป็นผู้มักมากเป็นผู้โลภมากแล้วเราจะได้ทรัพย์มากมันต่างกันมันค้านแย้งกันอยู่ในปัญญาที่ผู้ใดมีปัญญา ดีแล้วถึงจะรู้ถ้าปัญญาไม่ดีหรอกคานแย้งกันเราเป็นคนมักน้อยเราเป็นคนละเอียดแยบคายเราจะได้ทรัพย์เราจะได้อริยทรัพย์ก็จะได้คุณสมบัติที่มากที่สูงที่เจริญที่เลิศทิพย์ประเสริฐขึ้นเรามีวิจักขณาเรามีปัญญาเป็นเครื่องสอดส่องมีวิจัยวิจารณ์ต้องมีการกระทำที่จัดแจงปรับปรุงให้มันดูเหมาะดูสมเป็นการกระทำที่เหมาะเจาะที่เรียกว่าปฏิรูปการีเรามีจริงๆปฏิรูปการงานการกระทำกิจกรรมอะไรแล้วแต่เราต้องมีการปฏิรูปมีการพัฒนามีการทำให้ดีให้เจริญมีการเอาใจใส่เอาการเอางานไม่ทอด รักมีธุระว่ามีการไม่ถอดธุระมีการเอาการเอางานจริงๆมีความเพียรมีอุทานอุฏฐาตัดมีความขยันมีความหมั่นเพียรถ้าเรามีอย่างนี้จริงแล้วเราจะย่อมได้อริยทรัพย์ย่อมได้คุณสมบัติหรือแม้แต่วัตถุสมบัติวัตถุทรัพย์ก็ได้ได้ด้วยถ้าทำถูกต้องที่กล่าวนี้เป็นผู้ที่ไม่โลภโมโทสันสะสมไปขยันหมั่นเพียรวิชัยวิจารณ์ทำให้เหมาะทำให้เจาะพยายามไม่ถอดธุระเอาการเอางานขยันหมั่นเพียรจริงๆสมบัติทั้งโลกก็ได้โดยเฉพาะสำคัญที่สุดก็คือสมบัติทางธรรมที่เราจะสามารถทำได้เป็นผู้เจริญ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จะต้องศึกษาซ้ำซ้อนให้เห็นและให้เป็นและให้มีเป็นสัจจะแล้วเราจะได้เกิดศรัทธาในสัจจะต่างๆเหล่านั้นมันทรงขึ้นมาตั้งมั่นแล้วมันได้สละได้ล้างไปได้จากสิ่งที่เราควรละล้างออกนั่นเองอะไรละได้ล้างได้เราก็จะไม่ได้หวงแหนเราก็จะยินดีด้วยซ้ำว่าเราปรับปรุงระบบปล่อยเราได้สละได้การสละแล้วเรายินดีการสละแล้วเราเกิดเชื่อมั่นในการสละนั้นๆว่าสละออกได้แล้วมันเป็นความพิเศษเพราะล้างปลดปล่อยจางคลายหมดไปจากต้นจากตัวได้มันเป็นความวิเศษมันเป็นเรื่องที่จะต้องศึกษากันจริงๆอบรม คนจริงๆแล้วคุณจะได้ศรัทธาในสัจจะที่คุณเป็นคุณมีจริงๆแต่การปฏิบัติก็อย่างที่สรุปแล้วดังที่พระพุทธศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้สรุปว่าเราจะปฏิบัติให้เกิดสัจจะนั้นจะต้องมีการฟื้นการคมจะต้องมีการสู้ทนจึงจะสละได้ถ้าผู้ใดสู้ไม่ถอยอดทนสู้จริงๆไม่ใช่สู้อยู่ด้านๆดื้อๆเฉยๆแล้วไม่ได้มักได้ผลอะไรนะยิ่งฟังมากรู้มากเข้าใจมากแต่ไม่ได้ปฏิบัติมีธรรมะมีขันติมีจาคะอะไรไม่มีการสละได้ล้างได้ละได้มันก็มันก็ไม่ถอยอยู่อย่างนั้นเฉยๆมันไม่มีสัจจะแท้และมันก็ไม่มีจาคะจริงเพราะเราไม่มีธรรมะเราไม่มีคนไม่มีการ พื้นคงสู้ไม่มีการอดทนอะไรมันอ่อนแอเยอะแยะกิเลสนิดกิเลสน้อยก็แพ้มันแพ้มันผู้นั้นตายเปล่าๆไม่ได้สัจจะอะไรจะกินนานขี้ช้านานยังไงก็แล้วแต่ก็จะเล็งๆลบๆก็จะล่องๆแรงๆอยู่ไปอย่างนั้นเองมันขอให้พวกเราได้สอดส่องดูกันคนที่เป็นตัวอย่างก็มีอยู่เห็นได้เห็นจริงๆเป็นคนเยอะแยะไม่เอาการเอางานไม่เอาธุระไม่แข็งแรงไม่สู้ทนไม่คมไม่ฟื้นไม่กล้าหาญรอบๆแรงๆลอยๆล่องๆอย่างนั้นน่ะจะเห็นได้เลยเราไม่ได้จ้างเราไม่ได้วานหรอกเราจะเห็นเป็นตัวอย่างซึ่ง อยากไปในทางไม่ดีเป็นตัวอย่างเป็นประโยชน์แก่เราอยู่ไปลอยๆแล้วก็สั่งสมสิ่งที่อ่อนแอของตัวเองทำผิดทำกรรมทำกิริยาทำอะไรต่ออะไรให้เห็นซึ่งมันเหยาะแหยะเต็มทีขณะที่เราสู้ทนข่มขืนการอกตัดใจสู้มีธรรมะมีขันติขันติปรมังตะโกตีสิกขามีความเพียรพยายามที่จะมีการสู้ไม่ถอยมีการอดทนมีการข่มขืนมีการพากเพียรอุตสาหะวิริยะมันยังได้กันขนาดนี้ขนาดนี้และผู้ใดได้กระทำให้แก่ตนจึงมีความพากเพียรกินอุตสาหะวิริยะจริงพยายามไม่แพ้ต่อกิเลสง่ายๆชนะคุณจะเป็นผู้พบ a และคุณนั่นแหละจะเป็นคนศรัทธาและศรัทธานี้ศรัทธาในสัจจะในธรรมะที่มีจริงเป็นจริงเห็นด้วยตนมีปัญญารู้แจ้งรู้ชัดไม่ใช่งมงายเลยผู้พิสูจน์เท่านั้นและผู้มีจริงเท่านั้นจึงจะพบความจริงเหล่านี้ [ไม่สามารถถอดข้อความได้]