260517-652 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ031.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2526 อภิณหปัจจเวกขณ์ (53 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์35 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ตะวันคืนก็ผ่านไปพระอาทิตย์ขึ้นแล้วพระอาทิตย์ตกเราเองซึ่งเป็นคนก็อยู่ในแวดวงของวัฏสงสารเหล่านี้เหมือนกันเราถ้าเกิด ได้เป็นผู้ที่มีสำนึกมีความเข้าใจในความรู้แล้วเราก็เดินทางไปทุกอย่างก็เป็นไปแล้วเราก็เป็นมนุษย์มีจิตมีวิญญาณเป็นคนเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกมันก็จะต้องเป็นไปเราก็จะต้องผ่านวันผ่านคืนไปเมื่อเรามีปัญญามีจิตวิญญาณอันดีเราได้รู้ว่าเมื่อเราเกิดมาก็เพิ่งเป็นประโยชน์แก่คุณค่าเป็นอะไรที่มันดีที่สุดที่มันก็เพิ่งเป็นไปได้เมื่อเราเข้าใจแล้วแต่ละวันแต่ละคืนที่มันผ่านไปพร้อมกับตะวันขึ้นแล้วก็ตะวันก็ตกเราก็พัฒนาทุกขณะเป็นไปด้วยดี ใจเบิกบานแจ่มใสนี่เป็นกำไลเบื้องต้นได้แนะนำไว้เสมอความหมองหม่นใจความไม่สบายใจความอึดอัดใจสลัดทิ้งไม่มีข้อแม้เราจะต้องทำตนให้เป็นคนสบายสบายปลอดโปร่งเพราะอะไรที่มันกระทบทำให้เราไม่ชอบใจทำให้เราไม่สนใจไม่อะไรก็ตามแต่เราสลับอารมณ์นั้นออกแล้วพิจารณาทุกอย่างไม่เที่ยงทุกอย่างไม่ใช่ของใครทุกอย่างไม่ใช่ของเราทุกอย่างเป็นสิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไปเพราะฉะนั้นเราจะไปยึดไปถือเอาอะไรมาเป็นของเรานั้นไม่ได้เรื่องแม้ที่สุดเราทำสิ่งที่ดีที่สุดเป็นคนดีที่สุดสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้คนไม่มีความ การสร้างสิ่งวิเศษที่สุดได้สิ่งวิเศษที่สุดนั้นก็จะเป็นคุณค่าแก่มนุษย์ถ้าเราได้อาศัยเราก็ได้อาศัยสิ่งพิเศษนั้นถ้ามันยังมีคุณค่าและก็มีคุณประโยชน์ต่อผู้อื่นต่อไปอีกผู้อื่นก็จะได้อาศัยคุณวิเศษนั้นแล้วเราก็จะตายจากมันหรือมันก็จะต้องพลัดมือเราไปเป็นของผู้อื่นถ้าไปเป็นของผู้อื่นผู้อื่นได้อาศัยได้ประโยชน์ได้คุณค่ามันก็ดีแล้วมันน่าดีใจมันเป็นความดีถ้าเราได้สามารถสร้างสิ่งดีและก็ลื่นไหลให้คนอื่นเขาได้ใช้ไปจะเป็นประโยชน์คุณค่าด้วยชีวิตเราก็มีค่าเกิดมาไม่เสียชาติเกิดไม่หนักแผ่นดิน มีประ

อ่านต่อ

โยชน์ที่ได้ย้ำด้วยซ้ำสิ่งเหล่านี้เห็นชัดเจนก็คิดว่ามันเป็นความสำคัญที่คนเราเนี่ยกลัวเหนื่อยไอ้เนยมันก็หายเป็นมันไม่เที่ยงฉันเหนื่อยแล้วมันได้สร้างสรรค์มันก็ไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไรตัวตนความเห็นแก่ตัวของเราอยากจะเสวยอยู่เฉยๆล่องๆแรงๆหรือเศษเศษสภาพเสพอาการเสพอารมณ์ที่เราชอบเราก็เสพมันแล้วมันก็เดินไปหาตายเราไม่ต้องเสพเราไม่ต้องลิ้มอะไรเราไม่ต้องไปเสวยอะไรเลยในโลกอะไรมันเป็นความดีงามมันจะเหน็ดจะเหนื่อยจนเมื่อยจะล้าแต่พอเป็นไปได้บางทีก็ทรมานตัวทรมานจนเกินการอุตสาหกรรมวิริยะแล้วก็เป็นไปแล้วเราก็จะตาย เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจไตรลักษณ์ที่ว่าจะเป็นอนิจจังทุกขังอนัตตามันไม่ใช่ตัวมันไม่ใช่ตัวมันเป็นสิ่งที่เลื่อนไหลไปมันไม่ใช่ของใครมันไม่เที่ยงแล้วมันก็เป็นตัวที่ตั้งอยู่ไม่ได้เรียกว่าทุกข์มันตั้งอยู่ไม่ได้ถาวรหรอกมันก็ทรงค่าเท่านั้นเป็นของมีค่ามันก็ส่งค่าส่งคุณแล้วก็ให้เขาอาศัยได้ที่สุดเท่านั้นเองแล้วมันต้องมีเหตุปัจจัยที่จะช่วยยังศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าสร้างไว้เป็นของที่มีค่าเลิศลอยนักหนามันก็ยังไม่เที่ยงอาศัยเหตุปัจจัยอาศัยลูกศิษย์อาศัยผู้รู้อาศัยผู้ที่กตัญญูกตเวทีได้ซ่อมแซมอาราธนาบูรณะรักษาให้ศาสนานี้มี สำหรับเพื่อประโยชน์มนุษย์ต่อไปมนุษย์ได้รับศาสนานี้ต่อทอดกันไปกันไปเราก็ได้อาศัยความรู้อาศัยศาสนานี้เพื่อเป็นคนดีคนประเสริฐเพื่อความอยู่เป็นอยู่สุขสำราญของเราสร้างสรรค์ไปสุขสำราญไปได้เท่านี้ความจบพยายามสรุปให้ชีวิตให้ได้และเราจะรู้ความจริงว่าเรารู้แสนรู้แต่กิเลสที่มันมีตัวจริงมันมีตัวจริงที่ดึงถ่วงเราเอาไว้ให้ตกต่ำให้อืดอาดเชื่องช้าไม่พัฒนาไปไม่เจริญไปเนี่ยกิเลสทั้งสิ้นเสาเถียงไม่ได้ต่อเหตุผลที่ชัดเจนและเราก็อยากได้ถ้าเราไม่ทำมันก็ไม่ได้ถ้าเราทำไม่อยากได้มันก็ได้เมื่อเรารู้ว่าดีเราควรได้เราก็ทำเข้า พัฒนาข้าวเป็นปลายข้าวมันก็ดีมันก็เดินไปสู่สภาพที่มันดีขึ้นเพราะงั้นอะไรอื่นที่จะพาเราไปสู่สิ่งสูงสุดไม่มีเลยนอกจากความเพียรนอกจากความข่มขืนเราจะมีธรรมะเราจะมีความของความฝืนฝืนไปสู่ดีไม่ใช่ดีนี่มันไม่ฝืนมันฝืนฝืนฝืนจนกระทั่งสุดท้ายเราได้ชำนาญเราได้สามารถและมันก็ไม่ฝืนมันได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากและสุดท้ายก็ได้เป็นอัตโนมัติมันก็มีรูปหล่ออย่างนี้พิสูจน์เถิดไม่ว่าจะเป็นความดีย่อยความดีกลางความดีใหญ่ความดีที่สุดอะไรก็ตามแต่เราจะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจด้วยปัญญาแล้วก็สู้ไม่ถอยเป็น เอาจริงเป็นผู้ที่จะไม่ถดถอยหลังเลยที่เราจะเดินหน้าเรื่อยไปเพราะฉะนั้นก่อนอื่นแม้เราจะต้องผมต้องฟื้นแม้เราจะต้องอดต้องทนต้องสู้เราก็ทำใจเบิกบานเข้าไว้ทำใจให้ปลอดโปร่งอย่าอับเฉาอย่าเศร้าหมองทำปัญญาให้แจ้งจริงๆว่าดีแน่ดีจริงเถียงไม่ได้หมดทางที่จะเถียงเด็ดขาดแล้วเรื่องอะไรเราจะไม่เดินไปในทางดีนี้เราจะมีวาสนาเท่าไหร่มีบารมีเท่าไหร่เราจะต่ำต้อยแค่ไหนถ้าเราได้เดินเข้ามาเห็นเข้ามาพบเข้ามามีทิศทางที่พานำกันไปได้จนป่านนี้แล้วไม่มีทางอื่นที่จะดีไปกว่าหรอกที่เราจะเดินหน้าพยายามไป สุริยันไปตัวเราก็เท่านี้หนอแล้วก็ภาคเรียนไปมันก็จะได้มันก็จะเดินวันคืนก็ผ่านไปพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตกเราก็เดินทางไปสวนหลวงฝังศพเรื่อยไปเรื่อยไปถ้าเกิดว่าเราอุตสาหะวิริยะมากเราก็พึ่งได้มาอุตสาหะวิริยะน้อยเราก็คงได้น้อยก็เป็นความเชื่องช้ามันผู้ใดได้รับผลอยู่แม้จะได้มากได้น้อยก็สะสมเดินทางไปเมื่อใจเรารู้ว่าเราเองเราทำใจเราให้เบิกบานร่าเริงเป็นอยู่สุขไม่อับเฉาไม่หม่นหมองมันก็ร่าเริงเบิกบานไปกับจิตกิจการงานเบิกบานร่าเริงไปกับกรรมทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมผ่านวันผ่านคืนไปไปส่วนดีหรือไม่ดี จะเป็นคนให้ค่าโลกเขาจะให้ค่าเองดังเราเคยเห็นประวัติศาสตร์ผ่านมามากผู้ที่ทำดีแล้วคนก็ริษยาในเวลาเป็นเป็นคนเขาไม่ยกย่องสรรเสริญเชิดชูเท่าไหร่แต่เวลาตายไปแล้วก็ต้องทำอนุสาวรีย์ให้ก็ต้องยกย่องฉันสรรเสริญเชิดชูก็ไม่รู้จะทำยังไงดีกว่านั้นเพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์หรือว่าสิ่งที่มีอย่างนี้มันเป็นตัวอย่างให้แก่เรามากแล้วเราก็พยายามระลึกถึงคนเราก็เท่านั้นเองถ้าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดถ้าจะกินอยู่หลับนอนลองๆแรงๆไปนะชีวิตมันไม่ยากหรอกทำเอาง่ายๆเมื่อไหร่มันก็เสร็จแต่ว่าจะเป็นคนที่เกิดมาไม่เสียชาติเกิดไม่โม้หลุดทางไปสร้าง ไปมีอะไรที่ดีแม้ใจเราเองเราก็ทำใจเราเป็นเพราะใจเราก็เบิกบานร่าเริงแม้มันจะต้องขัดเกลาตนเองที่เหลืออยู่บารมีเราน้อยอยู่เราก็ได้ชื่อว่าเรามีฐานอาศัยมีสิ่งที่เราได้พักพิงและเราก็จะพัฒนาตัวเองไปตามบารมีของของแต่ละคนแต่ละคนทุกคนเราก็จะได้พ้นได้ภาวะปัจจัยและฉลาดที่มีฐานอาศัยโดยไม่อึดอัดขัดเคืองไม่อับเฉาสิ่งใดบกพร่องแก้ไขภาพแล้วก็แก้ปรับปรุงสิ่งใดดีและเจริญขึ้นเจริญขึ้นเราก็ได้ชื่อว่าเกิดมาเป็นคนได้เดินทางไปด้วยความเจริญและได้อาศัยสิ่งที่เรียกว่าเป็นอยู่สุขด้วยความสบายใจไปตลอดเพราะชีวิต จะต้องการอะไรอีกนอกจากการพัฒนาตัวเองให้เจริญและได้ฐานอาศัยสิ่งอาศัยที่สบายแก่ชีวิตของเราไปจนกระทั่งสาวตายคนนับวันการปฏิบัติธรรมของเราก็มีลักษณะคำที่ชัดเจนขึ้นมาเสมอๆลักษณะสำคัญของธรรมะที่เรียกว่าพระพุทธศาสนานั้นเคยเน้นเคยย้ำก็ขอสรุปให้ฟังว่าพุทธศาสนาสอนคนในคนประพฤติปฏิบัติบำเพ็ญแล้วบรรลุธรรมมีความเจริญ มีความถึงธรรมได้แล้วจะเกิดสมานัตตตาโตสมานัตตตาหรือจะเกิดความสมานฉันท์จะเกิดสามัคคีธรรมจะเกิดสันติของมนุษยชาติขยายความอีกจะเกิดพหุชนะเหตุตายะจะเกิดสมุทัยชนะสุขาภิบาลอนุกรรมปายะคือสามารถจะเกิดการเป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติส่วนรวมได้อย่างจริงจะเกิดความเป็นสุขในมนุษย์ส่วนรวมชนะแล้วก็จะเกื้อกูลเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ โลกเขาเรียกว่าโลกกำปังอนุกรมปายะเพราะผลที่มันแสดงออกซึ่งเกิดจากพฤติกรรมเกิดจากสิ่งที่เห็นได้เป็นจริงของมนุษย์เราสามารถอ่านออกได้แม้จะไม่ต้องฉลาดเฉลียวจนเกินการแล้วก็สามารถดูความสามัคคีความสมานฉันท์ความเบิกบานร่าเริงเป็นสุขความมีคุณค่าประโยชน์ซึ่งเสียสละเกื้อกูลให้แก่ผู้อื่นตัวเองนั้นได้น้อยหรือเป็นแต่เพียงอาศัยส่วนการสร้างสรรค์เห็นได้ดูได้มีพฤติกรรมได้และความจริงที่จะเกิดจริง ก็อยู่ที่เวลาเวลาจะเป็นเครื่องยืนยันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผู้ที่ทำนั้นเป็นจริงได้โดยการบรรลุโดยการเป็นจริงได้ก็เพราะว่ามันไม่ต้องอดมันไม่ต้องทนมันไม่ต้องฝืนมันไม่ต้องสกัดกั้นการสะกดสกัดกั้นนั้นคนจะมีความสามารถสะกดสกัดกั้นได้ประมาณ 1 เมื่อพ้นการกดสะกดสกัดกั้นแล้วสุดทนสุดกลั้นมันก็จะคลายเปลี่ยนสภาพกลับไปสู่ความที่เป็นอย่างอย่างของตัวเองแท้ๆเพราะฉะนั้นผู้มาปฏิบัติธรรมหรือถึงขั้นมาบวชก็ดีถ้ามีแต่ตัวสะกดสกัดกั้นมันก็จะกดสกัดกั้น ได้เท่าที่เรามีความสามารถในการสะกดสกัดกลั้นเอาไว้ในระยะหนึ่งเวลาหนึ่งช่วงหนึ่งมันเลยเลยเวลาเลยระยะนั้นแล้วมันก็จะสะกดสกัดกั้นไปไม่ไหวแล้วมันก็จะกลับเปลี่ยนผู้ที่ทำได้ไม่ต้องสะกดไม่ต้องสกัดไม่ต้องการมันเป็นของธรรมดาหรือเป็นของง่ายเป็นของพอใจยินดีเห็นจริงเวลาต่อให้อีกนานเท่านานเท่าไหร่เท่าไหร่มันก็ไม่มีปัญหามันก็จะยอมยังทรงอยู่อย่างนั้นเป็นอย่างนั้นยิ่งเป็นวิมุตหลุดพ้นแล้วด้วยก็ยิ่งไม่ต้องเปลี่ยนไม่ต้องแปลงไม่ต้องแปลงไม่ต้องกลัวจะเป็นคนขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์จะเป็นคนเสียสละจะเป็นคนเป็นประโยชน์ต่อมนุษ ถ้าจะเป็นคนรักษาสามัคคีจะเป็นคนสมานประสานกันอยู่อย่างสงบสันติถ้อยทีถ้อยเกื้อกูหน้าใสกันหนักนิดเบาหน่อยอะไรแม้ว่าเราเองเราไม่เป็นตัวเหตุเราก็เป็นตัวที่จะต้องพยายามประสานให้เหตุนั้นๆที่คนอื่นเขาเป็นเหตุคนอื่นเขามีอะไรขึ้นๆลงๆยังไม่แน่นิ่งยังไม่สงบอย่างดีมันยังมีบทบาทหวั่นไหวมันมีปฏิกิริยาก็จะคอยคอยประสานด้วยความสามารถด้วยความฉลาดความรู้จะค่อยๆประสานกันจะเข้าไปสมานกันแล้วก็จะเกิดสามัคคีธรรมอยู่ได้เราจะให้ทุกคนมีความเรียบร้อยเรียบราบไม่มี สุริยาไม่มีอะไรหวังอะไรไว้นั้นเราทำไม่ได้ไม่ว่าในสังคมหมู่ไหนนอกจากจะเป็นคนน้อยคนแล้วก็อยู่กันกระจงกระจิ๋ม 2-3 คน 5 คนคัดเลือกมาได้อยู่แค่นั้นแล้วไม่ขยายออกไปเลยมันก็อาจจะทำได้แต่มันไม่เป็นประโยชน์อะไรในสังคมมนุษย์โลกมันควรจะขยายออกให้ได้มามากยิ่งขึ้นและให้มีคนชนิดนี้สอดประสานสอดร้อยเข้ามาถูกขัดเกลาถูกปรับปรุงกลายเป็นเหมือนอย่างกับแก่นแกนที่ผู้ที่ได้นั่นแหละเป็นตัวหลักที่จะยึดยืนแก่นแกนนั้นแล้วก็ค่อยๆแบ่งเพิ่มให้คนอื่นหรือให้คนอื่นเกิดเป็นอย่างเราเป็นเราได้แล้วมันก็จะขยายตัวแผงออกไปเพราะฉะนั้นแก่นแกนของศาสนานั้นจึงอยู่ที่ สามัคคีธรรมหรือความสมานประสานกันเป็นกัลยาณมิตรเป็นภราดรภาพเป็นหมู่มิตรสหายที่สันติสร้างสรรค์กันเป็นไปอย่างจริงและสุดท้ายก็ลงตัวกันอยู่ที่สังคหวัตถุซึ่งแปลว่าเป็นเรื่องวัตถุนี้แปลว่าเรื่องเป็นเรื่องของการสังเคราะห์ในโลกนี้จะอยู่ด้วยกันสังเคราะห์เมื่อมีชีวิตหรือมีบทบาทหรือมีการยังไม่ตายความยังไม่ตายในโลกนี้ต้องมีการสังเคราะห์เพราะฉะนั้นการสังเคราะห์ที่ราบรื่นมีทานเป็นปลายทั้งๆที่ทานตัวต้นมีสมาธิตัวปลายมีตัวประสานสมานเป็นตัวปลายก็ตามแต่ขอยืนยัน ประธานเป็นตัวปลายเพราะเริ่มต้นด้วยทานและก็จะต้องเก่งไปจนกระทั่งสามารถสมานกันได้ประสานกันได้ก็จะอยู่อย่างผู้มีความสร้างสรรค์แล้วก็ทานแล้วก็เกื้อกูลแจกจ่ายเอื้อเฟื้อผู้อื่นเป็นต้นและเป็นปลายอยู่ในตัวเป็นอนุโลมปฏิโลมขึ้นต้นแล้วก็จนกระทั่งเราสามารถประสานกันได้มีหมู่มีกลุ่มมีสมานัตตามีการมีผู้ที่เป็นอย่างเดียวกันสมานัตตาบอกว่ามีตนอันเสมอหรือมันเสมือนมีสิ่งที่เหมือนกันเป็นเอกกระทำเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันถ้าจะแปลเอาความชัดๆกับสมานัตตาก็คือเรามีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมีตัวมีตน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ได้เน้นได้ขยายได้อธิบายมามากแล้วเสมอๆคือความที่ไม่มีกิเลสหมดความถือตัวหมดความยึดติดหมดความเห็นแก่ตัวเป็นคนเสียสละเจือจางหรือทานนั่นเองเป็นส่วนสำคัญจึงอยู่ที่สามัคคีและทานเป็นตัวหลักส่วนองค์ประกอบนั้นได้แก่ปิยวาจาหรือปิยะวัชริยาอัตถจริยาที่เรียกว่าพฤติกรรมก็เป็นพฤติกรรมที่มีลักษณะของฐานและการสมานวาจาก็เป็นวาจาที่จะต้องมีลักษณะของการพูดให้พูดสละไม่ใช่พูดเอาพูดเพื่อ พูดเพื่อสละและพูดเพื่อสมานพูดเพื่อประสานรวมความแล้วแก่นจันทร์ของศาสนาที่เราประพฤติปฏิบัตินี้ก็คือเป็นไปเพื่อความสามัคคีสันติอุดมสมบูรณ์เรียบร้อยสร้างสรรค์กันอยู่พวกเราได้พยายามพากเพียรประพฤติเป็นไปได้อย่างสามัคคีธรรมมีการมีงานสร้างสรรค์มีความสงบระงับเห็นแก่ตัวก็ลดลงของเราล้างของเรารักของเราแต่ละคนแต่ละคนควบคุมดูแลและเราก็สร้างสรรค์เป็นไปกันอยู่คนละนิดคนละหน่อยที่มีไอ้นั่นมันแพลมออกมาไอ้นี่มันกระดูกกระเดกออกมาเราก็ปราบของเราปรามของเราจัดการของเรากันการประสานการสมานจึงอยู่ได้อย่างเห็น แม้จะมีจำนวนไม่มากนักแต่เป็นแก่นเป็นแกนดังนี้ขอให้รักษาให้เป็นไปได้ดีและเราก็ระลึกตรวจสอบของตัวเองดูว่าเราเองสบายไหมเราเห็นความจริงดังกล่าวนี้ไหมว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไรถ้าเราเกิดมาเพื่อการเป็นอยู่ในสังคมหมู่กลุ่มนี้มันประสานได้สมานได้มันทานได้สร้างสรรค์ได้ไม่ต้องเห็นแก่ตัวเสียสละได้ดังนี้แล้วเราก็อยู่กับหมู่กลุ่มนี้สร้างสรรค์กันไปก่อความเจริญงอกงามแม้จะแผ่ขึ้นจะขยายขึ้นจะมีผู้ที่เป็นไปอย่างนี้เพิ่มขึ้นมีอันหนึ่งอันเดียวกันมีความเห็นเหมือนกันและก็สร้างสรรค์กันได้มาอย่างนี้เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นมันเป็นความผิดหรือว่ามันเป็นความ ต้องแล้วถ้าถูกต้องแล้วทุกคนก็คงไม่มีปัญหาก็คงจะมั่นใจยังเหลือแต่ว่าเราเองเท่านั้นเองที่เราเองยังมีเศษเสี้ยวมีสิ่งที่มันสะดุดมันมีสิ่งที่ยังขัดแย้งขว้างยังต้านยังทานยังฝืนยังไม่ราบรื่นยังไม่เรียบร้อยยังไม่เก่งในการประสานจะมีไอ้นั่นดูกระดูกกระเดกยังมีสะดุดกันยังมีกระทบกระทั่งและยังมีจะต้องหลบต้องเลี่ยงกันบ้างอะไรพวกนี้อยู่เราก็จะต้องมาปรับเมื่อปรับได้มากๆนะคือความเจริญคือความเป็นไปศาสนามีความมุ่งหมายอย่างนี้เราก็ได้ประโยชน์โลกนี้ก็ได้ประโยชน์จากที่เราเป็นอย่างนี้กันได้นะสภาพที่เป็นจริงของพวกเรามีขึ้นมาเป็นรูปเป็นร่างขอให้สังเกตขอให้อ่านและขอให้เห็นดี คดีชื่นชมในเป้าหมายที่ว่านี้และเราเองจะอยู่ได้นานไม่ใช่นานเพราะเราอดทนหรือว่าฝืนทนแต่เราจะอยู่ได้นานเพราะเราเข้าใจจริงด้วยปัญญาศรัทธามั่นในความจริงที่กล่าวนี้ที่พูดนี้ไม่ได้ล้างสมองหรือไม่ได้บังคับให้เห็นว่ามีจริงแต่ขอให้ใช้ปัญญาของทุกคนฟังแล้วก็พิจารณาตัดสินไม่เห็นแท้แล้วเราก็ดำเนินไปได้บอกแล้วว่าเราเหลือแต่ที่เราเท่านั้นเองที่เราจะทำส่วนการดำเนินไปนั้นก็ดำเนินไปพัฒนาตนเองไปสังคมหมู่กลุ่มมันก็จะโตขึ้นขยายขึ้นความสมานความประสานที่แนบเนียนสงบสงัดเป็นภราดรภาพอันวิเศษสันติภาพอันวิเศษ ภาพอันวิเศษจะเกิดขึ้นเกิดขึ้นได้ด้วยการเข้าใจความจริงและเราก็ได้พากเพียรกระทำสิ่งจริงอันนี้ให้มันลงตัวให้มันเป็นไปได้อย่างจริงจังเราจึงจะประกาศความจริงนี้และนำความจริงนี้ไปได้ชั่วกาลนาน [ไม่สามารถถอดข้อความได้]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน