560814_เทศน์กัณฑ์พิเศษ ณ ที่ชุมนุม ณ สวนลุมฯ เรื่อง Go on and see out เข้าสู่ธรรมาธิปไตย.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์345 KB
วันที่แก้ไข15 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

560814 เทศน์กัณฑ์พิเศษ ณ ที่ชุมนุม ณ สวนลุมฯ เรื่อง Go on and see out (ดูไป) เข้าสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

พ่อครู เริ่มเทศน์ วันนี้วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2556 ตอน 17 . 15 น. ณ สวนลุมพินี กทม. อาตมา เดินทางมาจากอุบลฯ ตั้งใจมาร่วมกับพวกเรา ในฐานะประชาชนคนไทย เห็นเหตการณ์ว่าน่าจะมาร่วมจริงๆ ใครจะเข้าใจอย่างไร ว่า การออกมาชุมนุมประท้วงเป็นเรื่องการเมือง แล้วผู้เป็นนักบวชหรือภิกษุไม่ควรมายุ่ง เป็น concept ของประชาชนทั่วไป อาตมา ได้พูดมามากแล้ว ในหลายครั้งที่ไปชุมนุม หน้าสหประชาชาติ ถ.ราชดำเนิน ก็ไปมาแล้ว หรืออยู่ข้างสวนลุมฯ ตั้งแต่ประท้วงการนำเหล้าเบียร์เข้าตลาดหลักทรัพย์ จนมาถึงข้างทำเนียบ สะพานชมัยฯ ก็ทำมาแล้ว เป็นต้น อาตมา เชื่อมั่นว่า … การที่เราจะมาช่วยประชาชนให้มีความรู้ความจริงสัจธรรม ไม่ใช่ข้อละเว้นของนักบวช เป็นเรื่องควรอย่างยิ่งด้วย เป็นเรื่องที่นักบวชต้องมาช่วยประชาชน โดยเฉพาะศาสนาพุทธ มีแก่นแท้ที่ พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปายะ เป็นเนื้อแท้เป้าหมายสำคัญเป็น เนื้อของศาสนาเลย เมื่อเข้าใจอย่างนี้ก็ต้องปฏิบัติ ส่วนใครจะเห็นต่างไปก็อยู่ที่แต่ละคน เหตุการณ์ครั้งนี้ อาตมา เห็นว่าเป็นหัวเลี ้ ยวหัวต่อของสังคมไทย ไม่มั่นใจว่าเราควรทำอย่างไร ก็เลยต้องมาแสดงความเห็นในฐานะคนในประเทศประชาธิปไตยที่จะแสดงความเห็น ในฐานะที่ทำได้ พอมาแล้วเขาก็บอกว่าขึ้นบรรยายได้เลย ก็แจ้งบอกชาวอโศกที่เป็นลูกๆ ว่าเหตุการณ์ที่เราได้มากปักหลักชุมนุมประท้วงที่สวนลุมพินีแห่งนี้ เป็นการชุมนุมเรื่อง ประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้องที่สุด เป็นธรรมาธิปไตย เพราะการมาชุมนุมคือ การมาแสดงเสียงของประชาธิปไตย ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจในระบอบประชาธิปไตยทุกประเทศ เมื่อประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจก

อ่านต่อ

็มาแสดงความเป็นเจ้าของอำนาจ แต่ว่าคนไม่ค่อยเข้าใจ ว่าตนมีอำนาจอย่างไร และจะแสดงอำนาจเมื่อใด ไทยเราให้นักวิชาการ นักรัฐศาสตร์ สอนว่าประชาธิปไตยคือ ต้องไปลงคะแนนเสียงเลือกผู้แทน แล้วให้เขาไปใช้อำนาจแทนเรา แล้วก็จบ เอาอำนาจให้ผู้แทนไปปู้ยี้ปู้ยำอย่างไรก็ได้ จึงเป็นเช่นนี้ แล้วล้มลุกคลุกคลานมา 80 กว่าปี ไปเข้าใจว่าการเลือกตั้งผู้แทนไปทำหน้าที่แทน คือประชาธิปไตย อ้างนักอ้างหนา อาตมา ก็อธิบายมามากแล้วว่านั่นคือประชาธิปไตยขั้นที่ 5 ไม่ต้องไปพูดเลย ว่าการเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งที่เลว ใช้ไม่ได้ ใช้เล่ห์เหลี่ยมซื้อเสียงมีกลโกง อำนาจ สารพัด มันผิด และเรื่องของการเลือกตั้งได้ผู้แทนแล้วผู้แทนก็คือ อำนาจอธิปไตยขั้นที่ 5 ขั้นที่ 1 อำนาจเป็นของประชาชน 1 คน 1 เสียง ขั้นที่ 2 คือในหลวง ที่พูดเช่นนี้เป็นการอธิบายอธิปไตยที่แท้จริง ขั้นที่ 3 คือกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือองค์รวมของกฎหมายแล้วปฏิบัติตาม มาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญ มาตราที่ 2 บอกว่า อำนาจเป็นของประชาชน เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยสองขาคือ มีกายกับใจ ส่วนประเทศที่เป็นประชาธิปไตยขาเดียวคือ ไม่มีพระมหากษัตริย์ ยืนยันตาม s upreme law พระมหากษัตริย์เป็น s upreme law แม้ท่านจะไปในประเทศไหนๆ จะปกครองระบอบใดก็ยอมรับว่าท่านเป็นรัฐาธิปัตย์มีอำนาจสูงสุดในประเทศ ในรัฐธรรมนูญมาตรา 2 ก็บอกว่าประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย (รวมประชาชนกับอำนาจแล้ว) ส่วนอำนาจประชาธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนั้นผ่านรัฐสภา ครม. (บริหาร) และศาล (ตุลาการ) ผ่าน 3 สถาบัน ท่านใช้อำนาจของประชาชนผ่าน 3 สถาบัน นี่คือหลักฐานความจริง พูดถึง ความจริงใน 3 สถาบัน นั้น สถาบันบริหารเป็นไง? ไหวมั้ย? อาตมา ก็ว่าล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ส่วนทางสภาล่ะ เละยิ่งกว่าขี้แพะแหลกเลย เละยิ่งกว่าขี้ที่มันท้องเสีย พูดให้มันน่ากลัว จะน่าเกลียดบ้างก็เถอะ เหลือสถาบันตุลาการ ก็ถูกเลื่อยขาเก้าอี้กันอย่างหนัก จะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่แล้ว แล้วจะไปหวังอะไร ประชาชนก็ต้องออกมาแสดงอำนาจอธิปไตยของตนเอง เป็นเวลาที่ต้องออกมาแสดง บอกว่าไม่เอานะการบริหารแบบนี้ แสดงความเห็นร่วมกัน ไม่ต้องออกมา 15 ล้านเสียงก็ได้อย่างที่เขาคุยนักคุยหนา เขาก็อ้างอิงอันนี้อยู่ทุกวันที่ได้รับเสียงเลือกตั้ง แต่ว่าประชาชนที่เป็นอำนาจแท้ ไม่รู้เลยว่าเขาจะบุกรุกเอาทรัพยากรประเทศของตัวเองไปทำอย่างไรก็แล้วแต่ ท้วงอย่างไรเขาก็ดูดาย พอปล่อยเขาทำ ก็ฉิบหายสิค่ะคุณพี่ ก็หมดสิจะเหลืออะไร ประชาชนควรตื่นรู้เสียทีว่าเขาบริหารอย่างไร ที่เขาโฆษณานั้นถูกต้องหรือไม่ ปรากฏการณ์จริงเป็นอย่างไร ใช้ปัญญาตรวจสอบบ้าง ตอนนี้จะเอาเงินอนาคตไปใช้ 2 . 2 ล้าน ๆ บาท เอาเงินที่มีในคลังไปใช้ไม่ว่า แต่นี่ไปกู้เงินในอนาคตที่จะต้องใช้หนี้ไปอีก 50 ปี จะบ้าหรือ? นี่ก็ทบทวนเท่านั้นนะ สรุปคือ ประชาชนต้องออกมาดูแลประเทศอย่าปล่อยให้เขาปู้ยี้ปู้ยำประเทศ จะปล่อยไปหรือออกมายับยั้งบ้าง จะมีกี่กลุ่มมาช่วยกันก็ออกมา เราก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่จะออกมาแสดงสิทธิหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่าประชาชนมีสิทธิหน้าที่ในมาตรา 70 เป็นหน้าที่จะต้องออกมาส่งเสริมสนับสนุนประชาธิปไตย ผู้ใดไม่ออกมาก็แย้งได้อย่างเดียวว่าฉันมีอิสระเสรีภาพไม่ออกมาก็ได้ แต่ว่ามีมาตราที่ 157 บอกว่าไม่ทำหน้าที่ก็ผิด เป็นแต่เพียงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่เป็นหน้าที่ของประชาชนตามมาตรา 70 นั่นแหละ “บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุ ข ส่วน ม. 71 บอกว่าบุคคลมีหน้าที่ป ้ องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ชาติตามกฎหมาย แต่นี่เขากำลังทำ ล ายทรัพยากรของชาติใช่ไหม แล้วประชาชนที่ไม่ออกมาผิดกฎหมาย ม. 70 กับ 71 อาต มา ว่า … อยู่ภายใต้กฎหมาย แม้จะเป็นภิกษุอาศัยอยู่และกินอาหารในประเทศไทยนี้ ไม่ใ ช่ที่ลาว ถ้าจะปล่อยปละละเลยไม่กตัญญูก็เลวแล้ว ก็ต้องออกมาทำงาน ส่วนใครจะเข้าใจว่าศาสนาไม่เกี่ยวก็อธิบายว่า คนนั้นเข้าใจว่าศา ส นาเป็นส ิ่ งบริสุทธิ์แต่การเมืองเป็นเรื่องสกปรกไม่มีสิ่งดี เพราะฉะนั้นคนธรรมะอย่าเอาตัวมาแปดเปื้อนนั้น อาตมา ก็เข้าใจเขา แต่ว่า อาตมา เป็นลูกพระพุทธเจ้า เมื่อปฏิบัติก็มีภูมิธรรม มีฤทธิ์อำนาจ ที่จะเข้าไปแล้วไม่ให้อำนาจการเมืองมามีอำนาจเหนือกว่าเรา คนก็เข้าใจว่าการเมืองมีฤทธิ์แรงกลัวธรรมะจะเสียก็เป็นความเข้าใจปรารถนาดี แต่ว่า อาตมา ว่า อาตมา ไม่ใช่คนเช่นนั้น คือไม่ถูกเขาเอาอำนาจมาเล่นงาน และสองคือไม่กลัวตกอยู่ในอำนาจการเมือง อาตมา ทำงานการเมืองคือ การรับใช้ประชาชนที่แท้จริง มาช่วยความเดือดร้อนของประชาชนจริง ไม่มีใครจ้าง ไม่ได้มาหาเสียง หรือเพื่อแย่งชิงอำนาจรัฐบาล มาทำงานการเมืองแต่ไม่ต้องการอำนาจทางการเมืองเลย ทำงานเพื่อให้ประชาชนได้สิ่งที่ดีกว่าเก่า ได้เท่าไหร่เท่านั้นไม่ตะกละ ไม่ได้เราก็รู้ว่าเราไม่มีฝีมือ ขอบอกโดยเฉพาะลูกๆ อโศก จะเป็นศิษย์เก่าแม้ไม่ใช่น ักเรียน ก็ตาม แยกไปอยู่ข้างนอก ตอนนี้นี่อโศกต้องการ ที่จริงก็ชาติต้องการ อโศกต้องการมาช่วยกันหน่อย ตั้งใจว่าเมื่อมาประท้วงนี่คือจิตของประชาธิปไตย ย ้ำ อีกหมื่นแสนล้านครั้งพูดว่า ประชาธิปไตยคือ ออกมาชุมนุมกันประท้วงหรือ protest เมื่อมีเหตุการณ์ที่ต้องประท้วง นี่คือเนื้อแท้ประชาธิปไตยแสดงเมื่อไหร่คืออำนาจประชาธิปไตย รวมตัวแสดงสิทธิ์ว่าเราไม่เอาอย่างนี้ที่เป็นข้อบกพร่อง ขออ่าน บทความของศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ว่า ในแนวหน้า 13 เม.ย. 56 บทเรียนผู้นำ 3 คน แธตเชอร์, ทักษิณ, คิม จอง อึน จาก 8K’s 5K’s สัปดาห์นี้จะขอยกตัวอย่างผู้นำ 3 คน มาเปรียบเทียบให้ผู้อ่านศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง โดยใช้แนวคิด 8K’s 5K’s ของผม และนำไปวิเคราะห์ดูว่าจะเป็นผลเสียอย่างไรต่อคนไทย คนแรกคือ มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ จุดแรกที่เด่น คือ ทุนทางจริยธรรม และทุนทางปัญญาใน 8K’s คือมองอนาคตอังกฤษว่าต้องปฏิรูปวิธีการบริหารประเทศ ลดบทบาทของสหภาพแรงงาน มองอนาคตไกลว่าอังกฤษต้องมีระบบเศรษฐกิจเสรี พึ่งการตลาด สร้างศักยภาพการแข่งขัน และที่สำคัญก็คือมองผลประโยชน์ในระยะยาวของประเทศเป็นหลัก มีการพูดถึงภาวะผู้นำของแธตเชอร์ในหลายด้าน แต่ 2 เรื่องที่สำคัญมากๆ ก็คือ ด้านแรกคือ กล้าทำอะไรที่รุนแรงและอาจเสียคะแนนแต่ทำและยอมรับผลที่เกิดขึ้น เช่น ยอมเสี่ยงต่อการแพ้การเลือกตั้งแต่โชคดีที่ได้รับเลือกกลับมา เพราะปัจจุบันนักการเมืองในโลกส่วนมากกลัวเสียคะแนน จึงเน้นประชานิยม เอาใจผู้เลือกตั้งไม่สร้างนโยบายที่เสียคะแนนนิยม ตัวอย่างของแธตเชอร์ คือถ้าแพ้ก็ต้องยอมเพื่อแลกกับนโยบายปฏิรูปเพื่อผลระยะยาวของอังกฤษ อีกด้านหนึ่งที่สำคัญคือ มีความมุ่งมั่นสูง กล้าหาญ อดทนและแข็งแกร่ง แธตเชอร์ ถูกขนานนามว่าหญิงเหล็ก “Iron Lady” อย่างการจะลดบทบาทของสหภาพแรงงานในอังกฤษทำได้ยาก แต่แธตเชอร์ก็ทำได้สำเร็จ ในทางวิชาการ วิธีการแบบนี้ เรียกว่า Conviction Style คือ เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและเดินหน้า ถึงจะมีคนคัดค้านหรือเสียคะแนนก็ตาม แต่ในโลกการเมืองปัจจุบันส่วนมากยังเน้นแบบ Consensus Style คือ จะทำอะไร กลัวเสียคะแนน ทุกๆ ฝ่ายเห็นชอบได้มากกว่าเสีย แต่อาจจะเสียหายในระยะยาว ส่วน คิม จอง อึน ผมคิดว่า … การเป็นผู้นำของเขา น่าวิตกตรงที่ว่า เขาขาดทุนทางปัญญา คือยังอายุน้อยและขาดประสบการณ์ คือเน้นที่ประเทศของเขา มองมุมเดียว การขาดทุนทางปัญญานำไปสู่ความหายนะระดับโลกได้ จากความไม่รอบคอบ และไม่แตกฉานของเขา จึงนำมาซึ่งการตัดสินใจผิด แบบเข้าข้างประเทศของตนมากเกินไป ประเด็นที่สอง ก็คือ ขาดปัญญาเรื่องการบริหารความเสี่ยง ไม่รับผิดชอบว่าอะไรจะเกิดขึ้น ที่ขาดอีกทุน คือทุนทางจริยธรรม เพราะมีการลงทุนทางการทหารมากที่สุดแต่ประชาชนชาวเกาหลีเหนือกว่า 2 ล้านคนอดอยาก ส่วนคนสุดท้าย คุณทักษิณ ผมพูดหลายครั้งว่าเป็นคนเก่งมากๆ ใน 2 ทุน คือ - Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์ - Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม เพราะมีความคิดใหม่ๆ ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ แต่ขาดทุนทางจริยธรรม เพราะทำทุกอย่างไม่โปร่งใส เพื่อตัวเขาและครอบครัว และขาดทุนทางอารมณ์ คือ เป็นผู้นำที่ขาดสติในการควบคุม อาจจะมีความแค้น และอาฆาตต่อคู่ต่อสู้ ไม่ปล่อยวาง หากถูกกระตุ้นจากคู่แข่งจะขาดการควบคุมทางอารมณ์ จากมุมมองในเรื่องดังกล่าวข้างต้นผมหวังว่า จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย และหวังว่าผู้อ่านจะนำส่วนดีๆ ของผู้นำมาใช้ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ดี เช่น ประชาธิปัตย์ เขานำนโยบายบางอย่างของคุณทักษิณมาใช้บริหารความหลากหลาย ของคนเก่งในหลายๆ กลุ่มให้พรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนในภาคอีสานและภาคเหนือด้วยโดยเน้นเรื่องความโปร่งใส ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีมากกว่า ส่วนคุณทักษิณ ก็คงต้องเอานโยบายบทเรียน คุณมาร์กาเร็ต แธตเชอร์มาใช้ เช่น นโยบายจำนำข้าว คือ หายนะแน่ๆ ก็ควรเลิกตอนนี้ ดีกว่าเลิกเมื่อชาติล่มจมแล้ว หรือหยุดกู้ 2 ล้านล้านบาทก่อนที่จะหายนะด้วยหนี้ท่วมประเทศ “คุณทักษิณ ฟังหรือเปล่า” _ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ[email protected] ส่วนประชาธิปไตยแบบพรรค พฟด. นี้ไม่เหมือนใคร แม้นักรัฐศาสตร์จะว่าเพ้อฝันเราก็จะทำพิสูจน์ว่าเราทำได้ ตอนตั้งพรรคเราเป็นพรรคที่ 46 ตอนนี้เลื่อนมาเป็นพรรคที่ 7 แล้ว เพราะพรรคอื่นล้มละลายไป ถูก กกต.ยุบพรรคไปบ้างคนไม่รู้จักเรา เพราะเราไม่หาเสียง แต่คนที่เราทำงานด้วยเขาก็รู้จัก เราไม่บอกชื่อพรรคเรา แต่เราทำงานรับใช้ประชาชน อันนี้ก็คืองานหนึ่งของพรรค พฟด. หัวหน้าพรรคก็มาทำงานช่วยคน ไม่บอกชื่อปล่อยให้งงเท่านั้นไม่ใช่ ไซโ คโลยี่ด้ ว ย ประกาศต่อประชาชนว่าเราจะมาทำงานการเมืองคือการออกมาชุมนุม นี่คือก ารใช้ อำนาจขั้นที่ 1 เลย อำนาจขั้นที่สองคือ พระมหากษัตริย์ อำนาจขั้นที่สามคือพระมหากษัตริย์ใช้อำนาจผ่าน 3 สถาบัน อำนาจขั้นที่ 4 คือกฎหมายให้ประชาชนใข้สิทธิ์เลือกตั้งผู้แทน ฯ ส่วนผู้แทนเป็นอำนาจขั้นที่ 5 อย่ามาทำกร่าง ส่วน นายก ฯ เป็นอำนาจลำดับ 6 ต่อจาก สส. ที่ไปโหวตนายก ฯ แล้วนายกฯ ก็ไปตั้ง รมต. อีก เป็นอำนาจลำดับ 7 แล้วมาทำกร่างทุกวันนี้ อะไรกันกร่าง ไม่เข้าเรื่อง อำนาจระดับล่างแล้ว ประชาชนต้องรู้ว่าเรามีอำนาจลำดับเท่าไหร่?...ลำดับ 1 แล้วก็ปล่อยให้เขาปู้ยี้ปู้ยำอยู่มันก็ไม่เหลือ จะมาชุมนุมแสดงความเป็นประชาธิปไตยลำดับหนึ่ง ณ สวนลุมฯ แห่งนี้ แล้ว “ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆ หมดๆ” ดังนั้นทุกคน go on and see out แปลเป็นไทยว่า “ดูไป” ไม่ใช่ดูไบนะ อย่าไปตัดหางตัว ป.นะ หรือใช้ see through จะไปให้ถึงที่สุดเลยไม่ใช่แค่ครึ่งซอย เราจะดำเนินไปเรื่อยๆ เราจะชุมนุมต่อไปเพื่อทำงานประชาธิปไตย ขอบอกว่าที่นี่เราจะร่วมมือกับคณะเดิม คือ กองทัพประชาชนกับกองทัพธรรมจะร่วมชุมนุมไปเรื่อยๆ “ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆ หมดๆ” ที่จะไขคือความรู้ประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยเหลวแหลกอย่างทุกวันนี้ ป ระชาธิปไตยไม่ใช่มาล่าโลกธรรมคือ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข แต่คนทำงานการเมืองประชาธิปไตยที่แท้จริง คือผู้มาเสียสละ ซึ่ง อาตมา มีนิยามประชาธิปไตยไว้ 10 ข้อ ประชาธิปไตยที่แท้จริงคือ 1. งานการเมืองต้องมีคุณธรรมและเป็นกุศล 2. นักการเมืองต้อง “รู้จัก” ประชาธิปไตยที่แท้ 3. นักการเมืองต้อง “สอน” หรือเผยแพร่ประชาธิปไตยให้กับประชาชน (ประชาชนก็ใส่ใจขวนขวายเรียนรู้ ไม่ใช่รู้แค่ว่าไปเลือกตั้งเท่านั้น) 4. นักการเมืองต้องเป็นผู้พึ่งตัวเองได้แล้ว 5. นักการเมืองต้องเป็นผู้มักน้อยสันโดษ 6. นักการเมืองต้องไม่ทำงานการเมืองเป็นอาชีพหากิน 7. งานการเมืองต้องเป็นงานอาสาเสียสละ 8. นักการเมืองจะต้องไม่มีอคติ (ต้องพ้น อคติ 4 ) 9. นักการเมือง คือ ผู้มีอิสระแท้จริง ไม่เป็นทาสโลกธรรม 10. งานการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่งานเพื่อตัวเรา เพื่อครอบครัว เพื่อหมู่พวก เพื่อพรรค แต่เป็นงานเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชนทั้งมวล เพื่อผู้อื่นที่พ้นไปจากตัวเอง พ้นไปจากครอบครัว พ้นไปจากหมู่พวก แม้แต่พ้นไปจาก “พรรค” ของตน

ก็มาช่วยกันผู้มีความรู้เรื่องการเมืองก็มาให้ความรู้กัน เราก็จะค่อยๆกระจายกันไป ในวันเวลาสถานที่อย่างที่ทำนี้ แล้วเราออกโทรทัศน์ และเพื่อนๆ ที่จะเกี่ยวสัญญาณไปช่วยกันเผยแพร่ความรู้ความจริงสู่สังคม เราจะทำ go on and see out แปลเป็นไทยว่า “ดูไป” ไม่ใช่ดูไบนะ อย่าไ ปตั ดหางตัวป.นะ หรือ ใช้ see through จะไปให้ถึงที่สุดเลยไม่ใช่แค่ครึ่งซอย เราจะดำเนินไปเรื่อยๆ เราจะชุมนุมต่อไปเพื่อทำงานประชาธิปไตย ขอบอกว่าที่นี่เราจะร่วมมือกับคณะเดิม คือ กองทัพประชาชนกับกองทัพธรรมจะร่วมชุมนุมไปเรื่อยๆ “ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆ หมดๆ” ชาวอโศกเราจะทำงานนี้เป็นหลักก่อน มาทำงานเลี้ยงกันทุกวันๆ เรามีความชำนาญพอสมควร เรายืนยันว่าเราไม่รุกรานรบรากับใคร เราทำตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ แม้แต่เจ้าหน้าที่จะมาทำร้ายเราเราก็จะฟ้องร้อง ขอเชิญทนายมาร่วมมือกับเราใครเห็นด้วย เพื่อทำงานการเมืองนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เราไม่เกี่ยวเรื่องฝนเรื่องหนาวเรื่องร้อนเหนื่อยเรามีความอดทน เราไม่ได้ตั้งเป้าว่าเพื่อให้เกิดความรุนแรงมาล้มคว ่ำ ใคร แต่ถ้าประชาชนจะออกมาร่วมกันแสดงมวลให้เห็นว่านี่คือคะแนนเสียง มวลนี่มีคะแนนหนึ่งหัวหนึ่งเสียงหนึ่งคนหนึ่งเสียง ถ้ามุ่งหมายว่าประชาชนออกมา วันนี้เราจะร่วมกันไปยื่นว่า เราต้องการอย่างนี้นะ รมต. คนนี้ หรือแม้แต่ข้าราชการคนนี้ ระบุชื่อเลยนะ ข้าราชการนี่คือนักการเมืองประจำ แล้วอยู่ประจำเลย ชั่วไม่มีดีไม่ปรากฏก็ได้ปีละหนึ่งขั้น นี่คือนักการเมืองประจำ ส่วนนักการเมืองจรมาได้รับเลือกตั้งชั่วคราว ส่วนข้าราชการก็กินเงินเดือนไปตลอดชีวิตกินเงินเดือนประชาชนทั ้ งชีวิต เราไล่ออกได้ คนไหนผิดเรารวมตัวไปไล่ออกได้ ตามกฎหมาย ไม่ใช่เราไล่ได้แต่นักการเมือง ข้าราชการคือคนทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง

ผู้รู้มาให้ความรู้กันได้ เราก็ขอดูแลตามเห็นควรให้ดีที่สุดที่ควรเป็น ขอย ้ำ ถึงลูกหลานอโศก เราต้องการแรงงาน เพราะเราทำงานฟรีไม่มีค่าจ้าง โดยเฉพาะทางด้านสื่อสา ร ต้องการอยู่มาก ทางเทคนิค ลูกหลานอโศกที่เคยช่วยกันก็มาได้ อื่นๆ หลายด้านก็มี ที่จะช่วยกัน อย่างน้อยมาช่วยเก็บกวาด อโศกมีฝีมือเรื่องเก็บกวาดเช็ดถูนะ ขนาด ดร. ก็เก็บกวาดเก่ง แต่คุณไม่รู้หรอกว่าที่กวาดอยู่นี่เป็น ป.โท ป.เอก ดร. หรือซีห้าซีแปดซีสิบ เขาไม่ติดป้ายติดเบอร์ พวกเรามาทำงาน ช่วยอะไรได้ก็ทำ เป็นส ิ่ งที่เราภาคภูมิใจ ไม่มีศักดินา เราเป็นธรรมะอยู่แล้วเราไม่อยู่ในข่ายศักดินาด่าไพร่ หรือไพร่ด่าศักดินา ก็เห็นแต่ไพร่ด่าศักดินา แล้วเสร็จแล้วไพร่ก็กลายเป็นศักดินาเสียแล้ว สรุปว่า...จริงๆ แล้ว อาตมา ขอพูดเรื่องส่วนตัวว่า อาตมาออกมาทำงานตั้งแต่ออกบวชอายุ 36 ตอนนี้ก็อายุ 80 ปีแล้ว หลายคนก็ไม่เชื่อว่าอายุ 80 แต่ไปตรวจแล้วหมอบอกว่า หัวใจนี่อายุ 18 ปี จริงๆ นะ วัดตามเครื่องไม้เครื่องมือ รพ.ใหญ่นะ เห็นหัวใจเลย เขาวัดตั้งแต่ตอนเริ่มไม่ออกกำลังกายหัวใจทำงานเท่าไหร่แล้วให้ออกกำลังกายไปจนเหนื่อยแล้วก็วัดไปตลอด เทียบระหว่างหัวใจตอนพักกับเริ่มต้นแล้วเขาบอกว่า หัวใจเท่ากับอายุ 18 ปี แต่ อาตมา บอกว่าอายุ อาตมา นี้ ย่าง 80 ปีนะ นี่ไม่ได้มาคุยโม้นะ คุยเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่บวชมาก็เพื่อทำงานให้สังคม ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง มีแต่เสียสละพาลูกๆ ทำ จนเป็นรูปร่างชาวอโศก จนเป็นพฤติกรรมหมู่กลุ่ม มีพฤติภาพว่าอโศกเป็นอย่างนี้ ผู้ที่รู้จักชาวอโศกเป็นคนเช่นนี้ๆๆ ส่วนคนไม่เชื่อเลยก็ไม่มี บางคนเห็นว่าบ้าบอทำร้ายสังคมก็มี คนเห็นว่าดีใช้ได้ก็มี เป็นจริงตามบุคคล ใครเห็นดีหรือไม่ดีก็แล้วแต่ แต่เราทำอย่างจริงใจปรารถนาดีเราไม่มาเอาจากสังคม อาตมา มีหลักเกณฑ์ 4 ข้อว่า

1 . ไม่เป็นหนี้ แต่ละชุมชนนะ ส่วนตัวก็ปลดหนี้ให้หมด บางคนไม่หมดก็พยายาม พระพุทธเจ้าว่าการเป็นหนี้เป็นทุกข์ 2 . พึ่งตนเองให้รอด ทำงานทำการด้วยสุจริต อนวัชชะพละ เป็นงานที่ผู้รู้ไม่เห็นดีด้วย เป็นแรงงานพึ่งตนรอดไม่เบียดเบียนใคร 3 . ทำให้มากเหลือเกินกินเกินใช้ 4 . แจกสงเคราะห์ผู้อื่น นี่คือหลักตายตัวอโศกทำ จะว่าดีก็ยังไม่ดีพอ สำเร็จ ข้อ 1 กับ 2 ส่วน 3 กับ 4 ก็พอเป็นไป อโศกทุกชุมชนไม่เป็นหนี้ธนาคาร มีส่วนเกินจริงมากหรือน้อยก็พอเป็นไป เรามาชุมนุมเปิดตลาดอาริยะก็มีผลดี เราทำมา 30-40 ปี เราก็ดำริว่าจะทำอีก แต่ก็เกี่ยวกับทุน จะไหวไหมเพราะเราไม่สะสม เราไม่เอาเปรียบแล้วเราเสียสละอีก เราจะไปรวยได้อย่างไร เราขาดทุนให้สังคมแล้วเราไม่สะสมอีก เราก็มีทุนสะสมน้อย แต่เราก็ดำริกันว่า จะทำซักเดือนละสองครั้งนะ แต่ขอไปคุยกันก่อน เอาวันพระใหญ่ อาทิตย์เว้นอาทิตย์ คนอื่นจะมาร่วมมือร่วมไม้บ้างก็ทำได้ แต่เราไม่เรี่ยรายบอกบุญอย่างโลกเขา น่าเกลียดเราไม่ทำ ใครจะมาร่วมก็ได้ …เอวังเกลียดเราไม่ทำ ใครจะมาร่วมก็ได้ …เอวัง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน