230912 ลักษณะของพระอาริยะเจ้า-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ024.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์206 KB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เราก็มาเรียนกันต่อในฐานะของนักเรียนหรือเสขบุคคลจะใช้ภาษาเรียกเราเรียกว่าเสขะบุคคลคือบุคคลผู้ยังศึกษาอยู่ที่จริงคำว่าตำแหน่งคำว่าศึกษาบุคคลนี่มันสูงกว่าตำแหน่งพระพุทธนั่งพุทธชนนี่มันศึกษาต้องศึกษาเลยทีเดียวคือมันยังไม่รู้อีหนูอีนี่อะไรยังไม่มีมรรคมีผลอะไรเลยถ้าท่านเสขะบุคคลแล้วท่านนับเอาคนที่มีมรรคมีผลบ้างแล้วแต่ยังไม่จบจิตสิ้นภาระยังไม่เป็นพระอรหันต์ว่างั้นเถอะไม่มีหลายขนาดบุคคล ผู้หญิงมีหลายขั้นตอนในฐานะที่เรายังเป็นเสขบุคคลเราก็จะต้องศึกษาพากเพียรเรียนไปหรือแม้ที่สุดเราจะจบจิตเป็นพระอรหันต์แล้วเราไม่ได้เรียนเพื่อตัวเราแต่เราเรียนเพื่อที่จะรู้เพิ่มเรียนที่เพื่อที่จะทั้งจำแม่นทั้งมีความรู้ที่เติมมาของเก่าที่รู้แล้วก็ได้พยายามปรุงพยายามฟื้นพยายามซ้ำเข้าไปมันก็จะทำให้จำแม่นรู้ได้แม่นสัญญาก็ทำงานกำหนดหมายลงไปให้มีความ คงทนเพิ่มขึ้นในสิ่งที่ก่อควรรู้เพราะเราไม่ไปรู้สิ่งเหลวไหลอะไรหรือแม้แต่รู้สิ่งเหลวไหลพระอรหันต์เจ้าก็ไม่มีปัญหาเพราะทหารเจ้าไม่ได้หวั่นไหวต่อสิ่งที่จะกระทบรู้ใดๆแล้วเพราะฉะนั้นท่านก็จะรู้เพิ่มรู้เข้าใจไปอีกในเหลี่ยมโลกรู้เท่าทันเงื่อนแง่ของโลกรู้เท่าทันความหลากหลายของโลกที่จะรู้เพิ่งรู้เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่ท่านรู้ใหม่รู้แปลกรู้สิ่งที่ไม่เคยได้เคยได้เคยสัมผัสไม่เคยรู้ท่านก็จะรู้ใหม่รู้แปลกเพิ่มขึ้นสิ่งใดที่ท่านได้รู้แล้วเข้าใจ จะซ้ำจะเน้นจะให้ทำให้มั่นคงในความรู้สัญญาจะกำหนดแม่นจำได้นานขึ้นได้ถาวรสถิตย์เสถียรขึ้นก็ได้รู้อย่างนั้นยิ่งได้รู้ทั้งความใหม่ก็ตามเงื่อนแง่ที่สำคัญเป็นอุบายโกสนเป็นเชิงฉลาดที่จะเอามาใช้แก่คนอื่นที่จะทำมาทำประโยชน์ให้แก่คนอื่นได้อีกเพราะอรหันต์เจ้าก็จะพึงรู้ได้จะเพิ่มเติมได้จะฟังธรรมก็เป็นการรุ่นเรืองในทำไปตลอดเวลาจะฟังธรรมจะฝึกอะไรไปกับเขาได้

อ่านต่อ

ฝึกอย่างโน้นฝึกอย่างนี้ พระอรหันต์เจ้าจะเรียนอะไรจะฝึกอะไรงูจะพาฝึกอะไรฝึกสิ่งที่เป็นเดรัจฉานวิชาซะด้วยพระอรหันต์ท่านบอกว่าหมู่เอาละนะว่างั้นนะหมู่ตกลงว่าจะทำแล้วนะก็อยู่กับหมู่นี้บอกว่าสิ่งนี้เป็นเดรัจฉานวิชาบ้างแต่หมู่จะฝึกทหารก็ไม่มีปัญหาถ้าทหารจะไม่มีปัญหาอะไรเลยก็จะฝึกตามด้วยกันไปก็ว่าเราจะลองเรียนดูนี่เรียนรู้นี่หมู่เห็นสมควรประธานเห็นสมควรแล้วว่าให้ฝึกกันให้ทำกันก็ทำเดรัจฉานวิชานั้นแต่แท้จริงแล้วก็จะไม่ทำหรอกที่มันต้องทำก็เพราะว่าหนึ่งประธานที่แก้ไม่รู้เรื่อง 2 หมู่ก็ขี้เก๊ไม่รู้เรื่อง ก็เรื่องนั้นเข้าสู่หมู่แล้วหมูก็ตกลงตกลงกันว่าเอาทำอย่างนี้แล้วผู้เป็นพระอรหันต์รู้แล้วไอ้นี่ไม่เข้าท่าท่านก็รู้ในความเห็นของท่านเห็นว่าไอ้นี่เป็นเดรัจฉานวิชาหรือไอ้นี่ไม่สมควรเป็นอับกับปิยะเป็นสิ่งไม่สมควรท่านรู้แล้วแต่ท่านก็จะคล้อยตามท่านก็จะรู้ว่าเพื่อความเป็นไปได้ดีเป็นความบริหารที่จะทำไปทำตามนั้นแล้วท่านก็ไม่มีทิศทางที่จะดีกว่านี้ 1 ท่านจะคลานแย้งจะยืนยันเพื่อขัดเกลาเพื่อจะทำความเสถียรใหม่หรือว่าจะยืนยันหลักใหม่หรือว่าจะทำอะไรให้เกิดความแย่ให้เกิดความขัดเป็นสำลีขาดธรรมขึ้นมาถ้ารู้แล้วว่าท่านทำไป การทำไปแล้วไม่เกิดผลอะไรทำไปแล้วแตกแล้วทะเลาะเบาะแว้งไม่เป็นอยู่ผาสุขแล้วไม่ได้ดิบดีๆอะไรหมดเกลี้ยงหมดแรงหมดสิทธิ์ที่จะทำแล้วพระอรหันต์นั้นก็จะจำอยู่เป็นไปตามตามธรรมเท่านั้นไม่สร้างสรรค์อะไรขึ้นมาอีกเท่าที่พอเป็นไปได้ก็เป็นไปได้พรานพระอรหันต์ที่รอดตัวมาได้แล้วก็อยู่กับหมู่ได้เป็นไปอย่างนี้ศาสนาก็เป็นแต่เพียงว่าไปอย่างนั้นเองไปกับหมู่ที่อันใดดีถ้าสามารถที่จะยืนยันกับเขาไปได้จะแข็งขันขึ้นมาบ้างแข็งขืนขึ้นมาเป็นทะเลกระทำขึ้นมาได้บ้างก็จะเป็นเนื้อหาสาระของศาสนาที่จะเพิ่มขึ้นตามควรส่วนผู้ที่จะมาทำอย่าง เป็นพระอรหันต์ที่มีภูมิสูงมีฤทธิ์แรงจนกระทั่งเข้าขั้นเป็นพระโพธิสัตว์ที่จะทำอะไรแข็งกล้าชัดเจนตั้งมั่นสามารถที่จะยืนหยัดสัลเลขกระทำขัดเกลาแหวกตั้งจับยืนหยัดยืนยันแล้วก็พยายามที่จะแสดงสัจธรรมนั้นจนกระทั่งได้ไปเรื่อยๆเขายอมรับแล้วก็เป็นจริงเป็นจริงคือเรื่อยๆสิ่งนี้จึงจะทวนกระแสกลับจึงจะมีธรรมะยืนยันขึ้นมาได้นี่เป็นลักษณะของสภาพที่เป็นอยู่หรือเป็นไปในโลกคร่าวๆ ขอวิถีทางของศาสนาเพราะฉะนั้นตัวเราพวกเราเนี่ยเราจะอยู่ในฐานะของผู้ที่มีคุณธรรมผู้ที่สั่งสมภูมิก็โพธิสัตว์บ้างผู้ที่สั่งสมภูมิของอรหันต์ธรรมดาบ้างเพราะฉะนั้นผู้ที่มีอรหันต์ธรรมดานี่ไม่ค่อยมีฤทธิ์มีแรงอะไรนักแต่ก็จะเป็นประโยชน์ไปตามควรตามธรรมเมื่อเวลาเป็นจริงแล้วมันจะอาจหาญแก้วกล้าพอได้ทีเดียวถ้าเรารู้ว่าเราจะอนุโลมเราก็จะรู้ว่านี่เป็นสัจจานนท์โรมของเราเป็นการอนุรักษ์การอนุโลมด้วยความเป็นจริงที่ว่ามันเปิดการแล้วมันก็ได้เท่านี้ก็เท่านี้ไปเพราะฉะนั้นอันนั้นก็เพราะอรหันต์เจ้าที่ยอมยอมตามท่านจะรู้อยู่ถ้ามาถามท่านถ้ามาพยายามที่จะให้ท่านให้เหตุผลท่านก็บอกว่ามันไม่ดีแต่ไม่ดีทำไมทำท่านเองท่านไม่มีแรงมาก ถ้าไม่สามารถที่จะขัดขืนได้ในหมู่ในกลุ่มแล้วท่านก็เป็นอยู่ผาสุขท่านไม่สามารถที่จะเป็นไปได้ 1 1 ทีนี้พระอรหันต์ผู้ที่มีปฏิภาณมีปฏิภาณเนื้อกับพระอรหันต์ที่ไม่มีเรื่องมีแรงอะไรจะขัดขืนหมู่เลยเพราะร้านที่มีปฏิภาณฉันจะมีปฏิภาณที่จะไม่ร่วมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ถ้าจะใช้ปฏิภาณไม่ใช่หรอกไม่ใช่ลวงไม่ใช่โกหกมดเท็จแต่มีปฏิภาณที่ท่านจะทำให้ตัวเองสะอาดขึ้นมาร่อนขึ้นมาไม่ต้องไปรวมไปร่วมกับกรรมที่มันไม่ควรคำที่ไม่สมควรกรรมที่ไม่เข้าท่าท่านจะมีปฏิภาณถ้าจะทำได้ทีนี้เมื่อทำได้ที่ตัวท่านก็เป็นพระอรหันต์ที่สำคัญเป็นพระอรหันต์ที่แข็งแรง เฝ้าร้านที่สะอาดบริสุทธิ์ 100% ขึ้นมาทีเดียวจึงจะเรียกอรหันต์แท้พระอรหันต์ที่เรียกว่าเป็นตัวที่จริงก็อนาคามีนั่นแหละแต่ยังไม่ถึงอรหันต์แท้ก็จะเป็นอย่างนั้นไปกะล่องๆไปตามธรรมดาด่างบ้างพลอยบ้างยอมบ้างอะไรไปจนกว่าจะเป็นอรหันต์บริสุทธิ์บริบูรณ์แข็งแรงและก็จะเป็นผู้ที่สะอาดได้เอาตัวรอดได้โดยที่ยังอยู่กับหมู่กับกลุ่มจนกระทั่งเขาสามารถที่จะเข้าใจท่านได้เขาจะยกสติวินัยยศสติวินัยคือรู้ว่าท่านเป็นทหารน้อยองค์นี้ยกไว้ตรงนี้ท่านไม่ทำเหมือนหมู่ก็ไม่ใช่ความผิดของท่านยกไว้คนอื่นทำไม่ได้อย่างนั้นก็จะไปทำอย่างท่านต้องยกไว้ให้ท่านเป็นผู้ที่จะยกสมมุติเรียกว่าสมมุติ สมมุติที่ยกไว้ก็ต้องยกท่านไว้เพราะว่าท่านก็จะทำของท่านอยู่ในหมู่ในกลุ่มเป็นอย่างนั้นท่านก็เป็นไปของท่านได้นี่เรียกว่าพูดสะอาดบริสุทธิ์เป็นพระอรหันต์บริสุทธิ์ไม่ต้องไปร่วมทำในสิ่งที่ไม่เข้าท่าเข้าท่าให้สิ่งที่ยังผิดศีลผิดธรรมอะไรถ้าไม่ทำเลยจริงๆท่านก็ทำได้เพราะฉะนั้นผู้ใดที่จะมีปฏิภาณจนกระทั่งไม่เกิดการเขม่นไม่เกิดการแตกแยกไม่เจอการลำบากลำบนยังเป็นอยู่ผาสุขรวมกับหมู่ได้ทั้งๆที่ท่านก็ไม่ทำด้วยถ้าไม่ร่วมด้วยถ้าไม่เป็นไปและทุกคนก็เข้าใจท่านยกให้เป็นสติวินัยจริงๆว่าอ๋อนี่ยกไว้ท่านบริสุทธิ์บริบูรณ์ท่านซื่อสัตย์ท่านจริงจังจริงใจอยู่แล้วยกท่านไว้เป็นไปของท่านไม่เหมือนเราเราเองจะต้องทำอย่างนี้อยู่ก็เรื่องของหมู่ที่ต้องอนุโลมที่ต้องทำอยู่ ถ้าเขาทำไปนี่เป็นลักษณะที่เป็นไปจึงจนกว่าจะนอกจากจะไม่ทำตามหมู่แล้วยังจะมีฤทธิ์มีแรงให้หมู่มาตามเราอีกนะมาตามเราอีกมีนโยบายมีอะไรต่ออะไรจนกระทั่งสามารถผู้มีฤทธิ์มีแรงทำให้เขากลับคืนมาในทิศทางที่ดีมิได้ที่ถูกต้องนี้ได้นั่นก็เรียกว่าเป็นพระอรหันต์ที่มีฤทธิ์มีแรงมีโพธิจิตมีโพธิสัตว์คุณสามารถรื้อสัตว์ขนสัตว์ไม่ใช่เอาแต่ตัวรอดส่วนเดียวไม่จำเป็นไปได้แต่ตัวตนคนเดียวก็จะเป็นไปได้สูงขึ้นตามขั้นตอนจริงๆอย่างนี้อาทิตย์นี้ก็อยากจะอธิบายอะไรเกี่ยวกับ เอานี่บ้างว่าคนที่มีสายสายแห่งสภาพที่ทำงานมีการปรุงสร้างกับสายแห่งผู้ที่สงบรำงับไม่ค่อยทำงานมีลักษณะของมันเองอันนี้เป็นรายละเอียดที่ละเอียดหน่อยต้องตั้งใจฟังดีๆนะคือการแสดงตัวด้วยการที่จะมีตัวอย่างเป็นพระตัวอย่างบุคคลที่เป็นเพราะตัวอย่างเนี่ยจะเห็นได้ว่าท่านเองท่านเป็นคนเบิกบานเป็นผู้รู้เป็นผู้ตรวจแจ่ม นี่เป็นหลักง่ายๆหลักตื้นๆที่เราเคยแปลพุทธะไม่ใช่จะเห็นว่าเป็นผู้ที่ดีๆหลบๆหลบๆซ่อนๆเซ่อๆไม่ใช่อาทิตย์นี้มีอยู่ลักษณะหนึ่งลักษณะที่คล้ายๆเป็นคนชักช้าเป็นลักษณะช้าเป็นลักษณะสุขุมแม้จะมีลักษณะท่าไม่ใช่เรื่องเซอร์ๆเหนื่อยๆแล้วก็ง่วงๆเหงาๆพวกหดหู่รีบๆหลบหลบไม่ใช่นะฟังภาษาหลายๆคำที่พูดลงไปขยายกันให้รู้ลักษณะเนี้ยไม่ใช่ลักษณะนั้นแต่เป็นคนที่ช้าก็จริงอยู่ มีเรียกว่ามีพฤติกรรมหรือมีคาแรคเตอร์มีบุคลิกแล้วแต่จะเรียกอะไรก็ได้อาตมาเคยแปลเป็นภาษาคู่กับภาษาอังกฤษเนี่ยถ้าประสิทธิภาพและอาตมาแปล connector ถ้าบุคลิกและอาตมาแปล personnel personality แปล Apple Reality นี่ว่าบุคลิกแบบแปลพฤติกรรมไม่ใช่ตัวภาษาอังกฤษตัวเดียวกันคนละตัวอาตมาว่าอาตมาแปลอย่างนั้นนะมีความหมายอย่างนั้นคือบุคลิกนี่คือเป็นสภาพที่เรียกว่าเป็นวัตถุธรรมหรือเป็นรูปประธรรมชัดขึ้นกว่าบุคลิกเนี่ยเป็นสภาพที่เป็นบุคลิกเป็นบุคลิกนี่แปลว่าเป็นลักษณะ เด่นกว่าโตกว่าพฤติภาพหรือโตกว่า character ประสิทธิภาพเนี่ยมันเป็นพฤติกรรมซึ่งยังไม่เห็นรูปชัดเท่าบุคลิกถ้าบุคลิกและกลายเป็นบุคคลที่มีอันนี้ชัดเด่นเลยเป็นรูปประธรรมเป็นพฤติกรรมที่เด่นชัดกว่าส่วนพฤติกรรมนี้เป็นสภาพที่ยังต้องใช้ความสังเกตต้องใช้การอ่านต้องเป็นส่วนที่ยังไม่เป็นรูปประธรรมที่ชัดมากแต่ทีนี้ในตัวบุคคลที่ใช้กำลังกล่าวถึงนี้จะมีประสิทธิภาพช้าหรือแม้จะมีบุคลิกช้าจะเรียกอย่างนั้นก็ตามนะจะเรียกถึงบุคลิกที่ช้าหรือพฤติกรรมที่ช้าแต่ก็ ลักษณะแจ่มใสมีลักษณะเบิกบานมีลักษณะเป็นผู้รู้แม้จะไม่ปราดเปรียวเหมือนอย่างสายวัดปัญญาส่วนมากลักษณะช้านี่จะเป็นลักษณะของผู้ที่เป็นลักษณะของเจโตลักษณะของสายศรัทธาช้าแม้ช้าก็จะเบิกบานแจ่มใสและนักแสดงลักษณะที่รู้ลักษณะที่รู้ไม่ใช่ลักษณะที่กลัวไม่ใช่ลักษณะที่หลบไม่รู้ซ่อนบางไม่มีเป็นลักษณะที่เปิดเผยและจะช้าก็เปิดเผยสู้โอกาสไม่ใช่ ไม่ใช่หรือยังว่าจะหาอะไรอำพรางปิดบังเปิดเผยซื่อๆน่าเอ็นดูซื่อตรงเปิดเผยง่ายๆไม่มีอะไรซ่อนพรางไม่มีอะไรแฝงไม่มีอะไรพยายามจะอธิบายสิ่งที่ยากให้ฟังนะตั้งใจฟังดีๆนะเป็นบุคลิกหรือว่าเป็นพฤติกรรมของบุคคลที่แม้จะช้าก็ไม่ได้มีลักษณะอกุศลไม่ใช่มีลักษณะเสียหายไม่ใช่มีลักษณะเสื่อมไม่ใช่ลักษณะดังกล่าวแล้วไม่พูดซ้ำอีกเป็นลักษณะที่เปิดเผยเป็นลักษณะที่เนียนเบิกบานร่าเริงเป็นพวกผ่องใสอยู่เป็นลักษณะของสายอยู่นะโดย เฉพาะจะบอกว่าเป็นผู้ที่ยิ้มแย้มก็ยิ้มแย้มยิ้มอาจจะไม่ยิ้มล่าช้าเหมือนอย่างบางคนหรืออาจจะยิ้มง่ายก็ได้หรือบางคนอาจจะเป็นคนยิ้มยากก็ได้แต่ถึงยิ้มยากก็จะเห็นยิ้มเห็นเป็นลักษณะเบิกบานเป็นลักษณะมีประสิทธิภาพบาทมีลักษณะรากเริงอาซิสทุกบทบาทหมายความว่าความร่าเริงบทบาทของความร่าเริงที่มีหลายขั้นตอนซึ่งเขาแบ่งกันมีพระอริยเจ้าพยายามแบ่งไปถึง 6 ระดับ 50 กว่าบาทคือความร่าเริงต่างๆร่าเริงจนกระทั่งไม่ได้อยู่ในรูปรอยของพระอริยะเลยมันเกินการไป 2 ระดับหมายความว่าหัวเราะหรือว่าเบิกบานร่าเริงหรือว่าชื่นใจแบบ ลักษณะ 2 ลักษณะนั้นนอกเขตของพระอริยะถ้าอยู่ในเข้าเขตของพระอริยะแล้วจะไม่เช่นว่าหัวร้อนตื่นเต้นดีใจปรบมือปรบไม้ดีดๆเต้นๆประเภทที่เคยใช้ภาษาแรงๆด้วยว่าขนาดดีอกดีใจแต่ขี้ราดเยี่ยวราดอะไรอย่างนี้เป็นต้นใช้ภาษาแรงๆน้ำหูน้ำตาน้ำหูน้ำลายอะไรไหลมันมากเกินไปอย่างนั้นไม่มีลักษณะเรียกว่าแรงจัดชุดใหญ่จนกลายเป็นสภาพที่ดีใจจนกระทั่งไม่ไหวแล้วมันเต้นจนเกินขนาดนี้ท่านไม่รับอย่างนี้ไม่ใช่ลักษณะของพระอริยเจ้าหรือลักษณะดีใจ หัวเราะเออกากๆของลูกคอดังๆติดต่อคืออะไรอย่างนี้ก็ไม่ใช่พระอริยะเกินการพระอริยะไม่ปล่อยถึงขนาดนั้นอย่างนั้นเรียกว่ามันมันเกินการแล้วมันเลยเถิดไปแล้วเป็นกามสุขัลลิกานุโยคเป็นรถอะไรล่ะรสอร่อยแล้วไม่มีความยั้งเพราะฉะนั้นในขณะพระโสดาบันหรือว่าผู้ที่เป็นอริยะเริ่มต้นขึ้นมาแล้วนี่ไม่ปล่อยถึงแม้จะเผลอปล่อยก็จะรู้สึกตัวได้แล้วก็จะระงับระงับลงมาเรื่อยๆก็จะควบคุมตนมากขึ้นเพราะฉะนั้นการหัวเราะลงลูกขอโอกาสเราจะเห็นเลยอาตมาพูดนี่จะพูดอย่างเหยียดๆอยู่ด้วยซ้ำรอย มันไม่ไหวอ่ะหัวเราะติดต่อมีระรื่นระลึกหัวเราะร่วนเลยอย่างนี้หัวเราะร่วนๆเลยเนี่ยแหมมีลูกคอมีอะไรกะดึกๆๆอย่างเงี้ยไม่ใช่พระอริยะเกินไปเพราะฉะนั้นพระอริยะธรรมดาพระอริยะแม้แต่ขั้นต้นก็จะแม้จะหัวเราะพอเผลอๆมันจะมีเหมือนกันพระโสดาบันเผลอหัวเราะอย่างนั้นได้บ้างแต่รู้ตัวพอเราไปสักพักเดี๋ยวรู้ตัวแล้วถ้าไม่ได้ศึกษามาก็อีกเรื่องนึงนะไม่ศึกษามาก็ไม่รู้เรื่องปล่อยปละละเลยหัวเราะอะไรไม่รู้เรื่องแต่รสชาติใหม่แล้วถ้าเป็นพระโสดาจริงก็จะประมาณแล้วก็ลดหย่อนลงมาแต่ถ้าเผื่อว่ามันมีรสชาติอยู่มากๆแล้วหัวเราะมากเกินการอยู่นั้นมันไม่ใช่โสดาไม่ใช่เลย ที่นี่ในรังสิตเกินกันอย่างมากมายจนกลายเป็นมีลักษณะแปลกๆผสมมามีน้ำหูน้ำตาน้ำลายไหลอะไรต่างๆนาๆหรือแม้แต่น้ำตาก็เถอะหัวเราะจนน้ำหนูน้ำตาไหลอะไรต่างๆนานๆนี่ก็เถอะเรื่องที่กูเพลงขาดปิติที่ปิติแรงไปจัดจ้านแล้วนะเพราะการดีใจถึงขนาดหัวเราะลงลูกคอติดต่อหัวเราะร่วนๆอย่างนี้ก็ยังไม่นับว่าเป็นอริยะอริยะจะต้องประมาณ 10 กว่าบาทมีการสำรวมสังวรแม้จะหัวเราะมีเสียงดังก็จะไม่ลากยาวติดต่ออะไรก็เดี๋ยวจะสำรวมหยุดได้ระงับได้พอสมควรแต่หัวเราะเสียงดังหัวเราะมีลูกคอก็อยู่ในประมาณหนึ่งของพระอริยะโซดา ระยะนี้เรียกว่าระดับของระดับที่ 4 ระดับที่ 4 กับระดับที่ 3 ในระดับของพระเสขบุคคลจะเบาบางลงมาตามระดับโสดาสกิทาอนาคามีขนาดค้ายิ่งอรหันต์แล้วท่านก็จะยิ่งหัวเราะเบาจนกระทั่งเป็นระดับที่ 2 กับที่ 1 นี่คือ 1 มีลักษณะยิ้มในหน้ายิ้มในหน้าไม่รู้จะบอกว่าไงยิ้มในหน้ามันเป็นเองมันมีลักษณะไม่ใช่เพลงไม่ใช่บูดบึ้งเป็นหน้าตาปล่อยไม่เครียดหน้าตาปล่อยไม่เครียดเมื่อไม่เครียดแล้วเรายังมีสำนึกว่าเบิกบานแจ่มใสเนี่ยผู้ใดที่มีบารมีหน้าตามันจะออกรอยยิ้มมันจะยิ้ม มันจะยิ้มปนมันก็ถ้านั่งอยู่เฉยๆก็มีสภาพยิ้มสัมผัสแต่แล้วคนนี้สัมผัสรูปแล้วก็หน้าเข้าใกล้แล้วทีนี้บางคนนั้นน่ะอาจจะมีมีวิบากกรรมกลายเป็นยักษ์เดิมคือนัดเคร่งเครียดดูเงินมาสายโทรศัพท์จริตเพราะฉะนั้นหน้ามันจะงงๆหน้ามันจะไม่พอมันจะไม่มีริ้วรอยแห่งความยิ้มแย้มเพราะหน้าคนนี้จะเคร่งเครียดไม่ต้องไปฝึกกับชาติหน้าเราฝึกชาตินี้บ่อยๆก็ได้นะให้เป็นยักษ์เป็นมารหน้าเขียวหน้าเข้มหน้าเครียดอยู่คนเดียวไม่ช้าหรอกมันก็จะติดที่หน้าที่ตาที่ตัวนี่แหละแต่ถ้าเรารู้ แล้วเราฝึกเพี้ยนนะหน้าตาเราจะไม่เคร่งเครียดปล่อยคลายมันผ่องใสเบิกบานแม้หน้าเราจะดำปากแล้วจะไม่งามตาเราจะไม่สวยจมูกเราจะไม่งามก็ช่างมันก็จะรู้ได้ว่าเป็นรูปที่หน้าตาที่เบิกบานผ่องใสมันเชิงยิ้มแย้มเชิญยิ้มอย่าพยายามไม่ได้หมายความถึงตาไม่ใช่หมายความถึงจมูกปากไม่ใช่มันจะเห็นลักษณะเบิกบานนะเป็นรูปที่เรารู้ว่าอย่างนี้เป็นรูปลักษณะความร่าเริงเบิกบานน่ะวางหน้าวางตาอยู่ในรูปร่างอย่างไรเราจะรู้ได้อย่างงั้นเรียกว่าลักษณะปกติหรือถ้ายิ้มในหน้าก็จะมีรอยยิ้มในหน้าขึ้นมาธรรมดาเป็นได้ง่ายๆไม่ยากไม่เย็นอะไรเพราะว่ามันอยู่ที่ทิศทางที่ เบิกบานร่าเริงอยู่แล้วนี่ง่ายยิ้มสบายๆน่ะบางคนแล้วไปนึกบอกว่าพระพุทธเจ้านี้คงจะเป็นพระพุทธรูปนางแข็งหน้าทื่อเพราะความเคยชินในพระพุทธรูปเรามีมากเราก็เลยจะนึกว่าพระพุทธรูปถ้าไม่ได้ยิ้มนี่เธอก็นั่งบึ้งได้ยิ่งไปเรียน 50 บาทมาด้วยก็นึกว่าอ๋อพระพุทธเจ้าก็จะมีลูกเดียวลูกบึ้งไม่ใช่พระพุทธเจ้าไม่ใช่ลูกมึงท่านมีปฏิสันถารท่านมีปกติปฏิสันถารก่อนทักทายผ่องใสเบิกบานร่าเริงเป็นลักษณะที่ไม่ทำให้คนผลักไสลักษณะต้นรับลักษณะชี้ชวนเรียกร้องให้เข้า ลักษณะพระพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นในรูปของ 1 อิทธิพลที่ 1 นี่ก็คือยิ้มในหน้ามันมีง่าย 2 ก็ยิ้มเปิดปากลักษณะ 2 ยิ้มเปิดปากสูงสุดมีเสียงหัวเราะน้อยน้อยสูงสุดมีเสียงหัวเราะน้อยๆนี่เป็นลักษณะของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์เจ้าก็หย่อนลงมากอดกันหน่อยนึงถ้าจะหัวเราะน้อยๆก็อาจจะมีเสียงบางครั้งบางคราวก็จะดังขึ้นมานิดนึงได้แต่ก็จะรู้ว่าท่านมีสติสัมปชัญญะท่านมีความสำรวมระวังไม่ได้ปล่อยปละละเลยเพราะธาตุอาหารท่านจะรู้จักควบคุมดูแลฉันจะปล่อยอนุโลมบ้างเป็นไปเพื่อสงเคราะห์ปรุงร่วมกับเขาด้วยว่าสมพรเกี่ยว ป้องกันก็มีการตอบรับปฏิสันถารโต้ตอบรับกันเป็นไปเพื่อที่จะให้รู้เป็นสัญลักษณ์เป็นสิ่งแสดงเป็นสัญลักษณ์หรือว่าเป็นรูปรูปรูปรูปที่โต้รับตอบรับสื่อความรู้ให้ได้รู้กันเข้าใจกันได้ง่ายๆเป็นสิ่งประถมองค์ประกอบในกริยาพฤติกรรมมีพฤติกรรมที่แสดงสื่อแทนอาศัยเป็นเครื่องอาศัยท่านก็จะใช้พอสมควรอยู่ในระดับ 1 กับ 2 อันนี้พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ส่วนพระเสขะก็อยู่ในระดับ 3 กับ 4 อยู่ในระดับยืดหยุ่นห่างมากมีหัวเราะมากๆหัวเราะน้อยๆอะไรอยู่ในนั้นอยู่หลายชั้นหลายตอนสำหรับพระอริยะที่เป็นระดับต่ำสูงขึ้นไปก็น่าจะเข้าใจด้วยสามัญสำนึกได้ง่ายๆว่าก็พอ สูงขึ้นทางเก่าสำรวมระวังมากขึ้นไม่หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอะไรหนักขึ้นเพราะฉะนั้นก็หัวเราะมีเสียงพระอริยะสูงขึ้นสูงขึ้นก็จะรู้แล้วก็สังวรสำรวมจะมีเสียงน้อยลงน้อยลงจะหัวเราะน้อยลงหัวเราะเบาลงแต่จะเห็นร่าเริงอยู่จนกระทั่งแม้ที่สุดขนาดเบาแล้วก็ยังเห็นความเบิกบานร่าเริงของท่านอยู่นะวันแม่กำลังพูดถึงพระตัวอย่างผู้ที่เป็นพระอริยะชั้นสูงขึ้นมาแล้วท่านจะเป็นพระตัวอย่างแม้ท่านจะช้าพระอริยะชั้นสูงนะหมายความถึงถ้าชั้นสูงนี่ก็หมายถึงความอนาคตมีขึ้นไปถึงอรหันต์ โพธิสัตว์ขึ้นไปเรื่อยๆท่านจะช้าพูดถึงลักษณะผู้ช้าขณะนี้กำลังเน้นลักษณะช้าแม้ท่านจะช้าท่านก็จะเป็นคุณธรรมชนิดหนึ่งที่จะสงบสำรวมเป็นรูปแบบที่น่าดูไม่เหมือนพระสายปัญญาหรือพระนักสร้างสรรค์พระที่เป็นสายเกจโตนักสร้างสรรค์มีอีกเดี๋ยวจะอธิบายไม่ช้าพยายามจะทำแต่แข็งๆแรงๆปิ้งปังๆเดี๋ยวจะพูดเดี๋ยวจะพูดเดี๋ยวจะอธิบายเพราะฉะนั้นพระที่เป็นตัวอย่างที่ช้านี่ถึงแม้ท่านจะไม่มีกิจกรรมที่ทำงานปราดเปรียวทำงานมากๆใหม่ๆอะไรอยู่ก็ตามท่านก็จะมีคุณธรรมอันนึงที่เป็นคุณธรรมตัวอย่าง เพราะฉะนั้นบางคนไม่รู้ก็จะบอกว่าโอ้พระองค์นี้ท่านไม่ได้เป็นตัวอย่างอะไรเลยมีนะตัวอย่างอันงามๆอย่างนี้เป็นพระอริยะชั้นสูงโสดาเอ้ยเป็นพระอนาคามีอรหันต์ท่านจะแสดงธรรมโดยรูปลักษณะของการเคลื่อนไหวพฤติกรรมพฤติกรรมอยู่ทีเดียวเป็นประโยชน์ในการเอาอย่างเป็นประโยชน์ในการที่จะมีท่าทีพฤติกรรมมีธรรมะจริยามีธรรมะจริยาอันดีมีพฤติกรรมพฤติกรรมคืออิริยาบทหรือความประพฤติของพระอริยเจ้าองค์นั้นองค์นั้นท่านเป็น อยู่มีอยู่อย่างนั้นแน่ใจมั่นคงเข้าใจและท่านก็ทรงอยู่ก็ทำเพื่อเป็นตัวอย่างอยู่มีได้แล้วท่านก็ไม่เก่งงานพระอย่างนี้ไม่เก่งงานแต่ท่านก็จะสังสรรค์เปิดเผยเป็นไปไม่ใช่คนหลบไม่ใช่พระหลบบอกแล้วว่าลักษณะไม่ใช่พระหลบพระเลี่ยงพระหลีกลี้หนีไปแอบไปเสพอะไรไม่ใช่เป็นพระปฏิสันถารแม้จะมีอะไรตอบได้ช้าๆถ้าเกิดตอบปฏิสันฐานจะคุยก็คุยเราจะได้รับสัมผัสซึมซาบในกิริยาทางกายจะทำท่านองค์นี้ก็แสดงกายจะทำได้มากและเด่นชัดพูดไม่ค่อยเก่งไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจางเพราะฉะนั้นเรามาปฏิบัติธรรมกันแล้วเนี่ยเราอย่า หลงผิดว่าพระอรหันต์เจ้าหรือพระอนาคามีหรือพระอริยะแล้วจะต้องตอบเป็นไฟต้องพูดเก่งอธิบายสภาวะธรรมได้จ้อยจ้อยเลยต้องพูดพอแตะเข้าก็ต้องพูดติดเครื่องระวังนะเนี่ยสายอโศกเนี่ยอาตมาโดยเฉพาะอาตมาพูดเป็นไฟแล้วจะมาเหมาเข่งว่าพระอริยะจะต้องมีลักษณะอย่างอาตมาพูดเป็นไฟลูกเดียวไม่ได้นะวันนี้ไปจับจงเอาพระอริยเจ้าเข้าบางองค์ท่านไม่ได้พูดเป็นไฟแล้วก็ไม่นับถือท่านจะต้องนับถือแต่ลักษณะเลยเอาลักษณะเอกเป็นเอกกับคุณของอาตมาไปเทียบค่าพอก็ต้องบอกกันให้เข้าใจซะก่อนนะยังมีภาพพวกเราที่อยู่เยอะแยะหลายรูปโดยจะเห็นเด่นชัดว่าท่านไม่มีนิสัย อาตมาแล้วแต่พูดไม่คล่องไอ้ผู้ปกครองไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายไม่ใช่หาได้ง่ายนะส่วนมากพูดไม่ค่อยคล่องไม่ค่อยเก่งหรอกแต่ก็พอพูดได้พอพูดได้ฝึกลืมมันก็จะเก่งขึ้นเพราะท่านยิ่งองค์ไหนไม่มีนิสัยเลยนี่กำลังพูดถึงในแนวโน้มที่ว่าเป็นองค์ที่ไม่มีนิสัยจะพูดคล่องแคล่วอะไรเนี่ยเราก็จะต้องรู้ว่าท่านมีกายจะทำแม้ท่านไม่มีว่าจะทำท่านจะมีกายจะทำมีพฤติกรรมพฤติกรรมอันนั้นแหละเป็นสิ่งที่แสดงถึงสภาพเบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้แสดงถึงความเป็นผู้รู้อยู่แม้จะตอบได้ช้าแม้จะพูดได้ช้าอธิบายไม่ลึกซึ้งสุขุมเกินไปนักท่านก็จะถามองค์นั้นองค์นี้ท่าน ปรึกษาพระผู้ที่ช่างคิดช่างพูดช่างมีนิรุตติมีปฏิภาณอย่างที่ไม่ดูเก้อเขินไม่กลัวตัวเองโง่ไม่กลัวใครเขาจะมาว่าโง่จะละอายจะมีมานะที่ถือตัวอยู่ไม่เปิดเผยเปิดเผยน่ารักพูดสำนวนภาษาโลโก้ก็น่ารักน่าเอ็นดูชื่อตรงง่ายๆฉันไม่รู้ฉันก็บอกว่าไม่รู้ถามคนนั้นคนนี้อย่างโน้นอย่างนี้มีกิริยามีพฤติกรรมมีประสิทธิภาพที่เป็นไปได้ง่ายๆเรียบร้อยไม่ Google ยากไม่ดูเก้อเขินไม่รู้เธอก็บอกไม่รู้ไม่เข้าเอ๊ะนี่พูดไม่เป็นพูดไม่ถูกเข้าใจไม่ได้เข้าใจอยู่พูดไม่ออกก็จะปรึกษาหารือผู้ที่น่าพูดอะไรจะมีลักษณะนี้อยู่ขอให้พวกเราได้รับรู้พระในรูปร่างพฤติกรรมพฤติ หรือมีบุคลิกอย่างนี้บ้างวันนี้จะเข้าใจว่าพระอริยะนั้นมีแต่ลักษณะแบบที่จะต้องหวือๆว้าวๆๆหรือไม่ก็ต้องพูดเป็นไฟแม้แต่ลักษณะแต่ว่าเรื่องของบุคลิกของท่านวาสนาของท่านเป็นอย่างนั้นแล้วเป็นผู้ที่ไม่ใช่พูดเก่งอะไรอธิบายก็ไม่เก่งปฏิภาณความรู้ในตัวปฏิภาณตัวนี้รู้สึกภาษาท่านก็ไม่เก่งจริงๆจะไปให้ท่านเป็นนั้นไม่ได้แต่ถ้าจะมีอะไรดีๆดังกล่าวนี้ให้ฟังขอให้สังเกตกายจะทำให้สังเกตกายจะทำกายจะทำอย่างนี้ก็เป็นตัวแสดงอยู่จะมีจะไปหลงผิดพระบางองค์ท่านเป็นตัวท่านเอง เป็นผู้ที่มีวาสนาอย่างนี้เป็นผู้ที่มีจริตอย่างนี้แล้วก็เลยไม่รู้ตัวแล้วก็จะมามุ่งเพ่งทำเหมือนอย่างที่ผมทำจะต้องเป็นพระนักพูดให้ได้จะเป็นพระนักสาธยายจึงจะเป็นแสดงถึงความสามารถแสดงถึงเป็นพระอริยะไม่ใช่นะอย่าหลงผิดแต่ถ้าพูดได้มันก็ดีแสดงได้ทั้งกายจะทำแสดงได้ทั้งวจีทำมันก็ดีพระผู้ที่แสดงว่าที่ทำเก่งเก่งมากๆกายจะทำบางทีก็ไม่งามประกายจะทำจากพระสารีบุตรอย่างนี้เป็นต้นการกระทำของท่านก็ไม่ค่อยงามปกป้องท่านจึงบอกว่าแม้เรานี่ไม่ค่อยเรียบร้อยไม่เหมือนพระอาทิตย์ถึงบูชาพระอาทิตย์เอากายจะทำจากพระอัสสชิเป็นครูเอาพฤติกรรมเอา บุคลิกของพระอัสสชิเป็นครูสำหรับพระสารีบุตรที่เป็นต้นซึ่งใครก็รู้อยู่แล้วประวัติเพราะฉะนั้นเวลาแม้แต่จะนอนก็ระลึกถึงจะไม่ใช่ระลึกถึงแต่เฉพาะรูปธรรมว่าพระอัสสชิหยุดนอนอยู่ไหนหนออยู่ที่ไหนหรอไม่ใช่คำพูดน่ะมันเป็นการอธิษฐานจริงๆอ่ะระลึกถึงท่านว่าเรามีแม้แต่การจะนอนหรือการจะมีอิริยาบถที่ง่ายลงไปที่สุดแล้วมีอารยาบทที่จะเอ่อมันย้อนแย้งอยู่ในตัวอยู่เหมือนกันมีอริยบทที่จะต้องไม่ควบคุมกันมากที่สุดและจะปล่อยมากที่สุดแล้วคำว่านอนนี่นะจะปล่อยควบคุมไม่มีบทมากที่สุดแล้วเนี่ยก็ยังจะต้องระลึกถึงหลักว่าไม่ใช่ปล่อยหมดนะต้องปล่อย ความสงบเรียบร้อยเพราะฉะนั้นถ้าในสภาพตีซ้อนหรือตีกลับแล้วแม้พระสารีบุตรกำลังจะทำงานอย่างหวือหวาที่สุดเลยจะทำงานอย่างหวือหวาที่สุดเลยตีกลับนะท่านก็จะต้องให้รู้สึกตัวว่าระลึกถึงว่าเราจะต้องมีคาแรคเตอร์ของจะต้องมีพฤติกรรมมีประสิทธิภาพมีบุคลิกของพระอาทิตย์นะอยู่เสมอนี่เป็นธรรมชาติหรือเป็นลักษณะธรรมในธรรมพระลักษณะของบุคลิกฐานง่ายๆก่อนท่านจะนอนเมื่อไหร่ท่านก็จะระลึกถึงพระอาทิตย์จะหันหัวไปทางเชิดชูหันหัวหมายความถึงความเชิดชูเชิดทูนบูชายกย่องคุณลักษณะอย่างนั้นอย่างเร็วอาหาร โทรไปทิศทางที่พระอัสสชิอยู่ก็เอาก็จะทำรูปตรงๆว่าจะนอนเมื่อไหร่แล้วพระอาทิตย์อยู่ที่ไหนหนอแล้วก็ LINE ว่าอยู่ทางทิศไหนก็หันหัวไปทางนั้นก็ไม่แปลกอะไรเราก็ไม่สงสัยแต่ในนามมาทำนั้นลึกละเอียดถึงขนาดที่อธิบายสู่ฝั่งนี้อันนี้ก็อธิบายซ่อนลงมาเพื่อไปเดี๋ยวจะไปเพ่งโทษผิดพลาดอะไรว่าแม่พระผู้ที่ทำงานนั้นก็จะไม่มีพฤติกรรมพฤติกรรมทางด้านกายจะทำเรียบร้อยนักก็ได้อยู่นะก็ขอให้รู้ด้วยเพียงก็เช่นนั้นจะไปเพลงโทษเกิดการแต่ถ้าจะให้ดีแล้วเราก็ต้องรับในอุดมการณ์หรือเป้าหมายที่สำคัญว่ากายจะทำเราก็จะงามวจีทำเราก็จะงามหรือกระทำการงานแล้วก็จะทำ อาทิตย์นี้ก็จะอธิบายถึงบุคลิกหรือประสิทธิภาพของพระอริยะที่ช้าเป็นสายเจโตแต่ว่ามีความขยันหมั่นเพียรชอบจะทำงานแต่ถึงทำงานก็ยังไม่เร็วร่วมอุดปากไม่แคล่วคล่องอะไรเหมือนก็ยังมีทั้งปฏิภาณมากมายและก็มีการกระทำที่รวดเร็วอะไรต่ออะไรต่างๆนักหนาหรอกเออแต่ก็จะทำจะเห็นได้ว่าท่านทำแม้แต่ท่านทำนี่แหละพระอริยะประเภทที่เรียกว่าเอ่อสายเปย์โตหรือสายชัยชาญจะรู้สึกว่าไม่ค่อยคุ้มประณีตเรียบร้อยมันจะรู้สึกว่าปลงๆปังๆกระดก นักๆไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรบ้างมันจะกระดุกกระดิกอะไรอยู่ไม่เนียนไม่เนียนไม่เนียนจะเป็นอย่างนั้นอยู่เสมอนะนี่สำหรับพระที่มีบุคลิกลักษณะอย่างนั้นก็ให้เข้าใจเออท่านก็จะมีบ้างแหละแต่ก็ทำขยันทำทำแล้วก็

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน