สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน จิตวิญญาณไม่กินเนื้อที่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.90 KB
วันที่แก้ไข2 มีนาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน จิตวิญญาณไม่กินเนื้อที่ ดวงวิญญาณจะเอาจากไหนมาเกิดขึ้นอย่าไปคิดเลย เริ่มต้นเป็นสัตว์เรียกว่าเป็นจิตนิยาม จะไม่จบไม่ตายไม่หมดอัตภาพง่ายๆมันจะสั่งสมวิบากวนเวียน ก็จะเป็นเดรัจฉาน หมุนเวียนขึ้นมาแล้วจะมีคู่วิบากกัดกันรักกัน แล้วก็จะมีการติดยึด จะติดอะไร ภาษาศัพท์ไทเรียกชัดเจนว่า ติดสัด ติด กับ พยาบาท เรียกว่าติดสัดนี่แหละ มันจะติดเรื่องสมสู่ แล้วก็ต่อเผ่าพันธุ์ แล้วยึดถือลูกยึดถือตระกูลของตัวเองอีกมากมาย คุณอย่าไปนับเลยว่าเอามาจากไหน มันอยู่ในสิ่งที่ว่าง จิตวิญญาณมันไม่กินเนื้อที่ คุณจะไปนับมันทำไมว่ามาจากไหน จะมาจากไหนไม่รู้มาจากไหนก็ช่างหัวมัน คนมาเรียนรู้จิตวิญญาณของคุณนี่แหละไม่สำคัญ พระพุทธเจ้าสอนอย่าไปทำนาคนอื่น ให้ทำนาตนเอง ทำนาตนเองแล้วก็จบ นาของคนอื่นก็ของคนอื่นอย่าไปวุ่นวายกับนาของคนอื่น เขาเรียกว่าเป็นพวกที่ ส.ใส่เกือก เมื่อคุณจบแล้วรู้จักวิญญาณดีแล้ว จิตวิญญาณที่จะดับให้ดับหมดได้พระพุทธเจ้าเองท่านก็ยังไม่รู้ที่เกิดที่ต้น แล้วคุณจะไปรู้เกินกว่าพระพุทธเจ้าทำไมจะไปถามทำไม ไปถามสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านก็บอกแล้วว่าเราไม่รู้ที่ต้น แต่เรารู้ที่ดับที่จบ เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงเรียนสิ่งที่ดับไม่ใช่เรียนสิ่งที่เกิด เทวนิยมเรียนแต่สิ่งที่เกิดและสิ่งที่ดับไม่รู้ก็เลยเป็นนิรันดร นักข่าวก็คิดว่ามีแต่ชาติเดียวแล้วไปอยู่กับพระเจ้าจบเลย จริงๆแล้วตายไปแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสไว้ตายไปแล้วจะกลับมาเกิดเป็นคนอีกหรือจะขึ้นสวรรค์ได้นั้นเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่แล้วลงนรก ที่เกิดเป็นสวรรค์นั้นเป็นมนุษย์เท่ากับขี้เล็บที่ทิ่มลงไปในแผ่นดินเท่านี้แหละ ที่ได้มาเกิดเป็นเทวดาและมนุษย์มีเท่านี้ นอกนั้นในปฐพีนรกทั้งนั้นเลย แล้วนรกก็ไม่มีเต็ม นรกของใครของมัน อีกอย่างจิตวิญญ

อ่านต่อ

าณไม่กินเนื้อที่ไม่ซ้อนกัน มันไม่มีที่อยู่ก็เลยไม่เต็ม สัตว์ที่จุติ*(เคลื่อน)จากมนุษย์แล้วกลับมาเกิดในภูมิแห่งมนุษย์ มีส่วนน้อย ..ส่วนที่จุติจากมนุษย์ไปเกิดในนรก เกิดในภูมิเดียรัจฉาน เกิดในปิตติวิสัย (เปรต) ย่อมมีมากกว่าโดยแท้ (*สัตว์ที่จุตินั้นหมายถึง โอปปาติกสัตว์) (พตปฎ. เล่ม 20 ข้อ 206)

อย่าไปอยากรู้เกินกว่าที่ควร มันเป็นโลกจินตา คิดไปได้ไม่รู้จบแล้วไปคิดทำไม เอาสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้วจบได้ในตัวเองดีที่สุด เมื่อคุณมีความรู้มีปัญญาว่าชีวิตสูงสุดเช่นนี้จบเป็นพระอรหันต์แล้วนั่นแหละเป็นที่สุด เมื่อคุณอยากเกิดอีก คุณอยากจะรู้มากกว่านี้ในโลก อยากจะรู้ว่าอัตตาอย่างคนอื่นๆเป็นอย่างไรคุณก็เกิดได้อีก แต่มีฐานรองรับแล้ว เป็นฐานอรหันต์ คุณจะไม่ตกต่ำอีกเป็นธรรมดาเลย คุณก็เกิดสิ อาตมาเป็นอรหันต์แล้วเกิดอีกจนเป็นโพธิสัตว์ปาง 7 มีสูงได้กว่านี้อีก คุณเข้าใจสิ่งที่อาตมาพูดให้ทันก็แล้วกัน จะรู้ขนาดอาตมาได้ไหมล่ะ อาตมาไม่อยากอวดรู้แต่พูดไปอธิบายไปตามที่ควรจะอธิบาย ขนาดนี้ยุคใกล้กลียุค คนที่จะไล่อาตมาได้ทันนั้นไม่มีแล้ว ก็พูดให้ฟังเป็นสัจจะ เหมือนพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าไม่มีใครไล่ตามท่านทันหรอก อาตมามาถึงระดับนี้ใครก็ไล่ไม่ทันหรอก เพราะฉะนั้นคนที่จะไล่มา ก็จะค่อยๆเข้าใจมา จะชัดเจน แล้วจะไม่อวดดิบอวดดี ผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิแล้วจะรู้ว่าอาตมาเป็นผู้พี่ อาตมาก็ไม่มีปัญหา ถ้าผู้ที่เป็นโพธิสัตว์ผู้พี่แสดงตัวแล้วก็พิสูจน์ตัวเอง แน่นอนโพธิสัตว์ผู้ใดเป็นที่เกิดมาในยุคนี้ ยิ่งอายุเท่ากันกับอาตมาก็จะต้องมีผลงานมีมวล มีการแสดงตัวมากชัดเจนเทียบกันได้ มันก็ยืนยันได้ เราไม่มีงานอื่นหรอกสำหรับพระโพธิสัตว์มีแต่งานสร้างมวลมนุษยชาติที่เป็นชุมชนเป็นระบบอยู่ในสังคมประเทศชาติอย่างนี้ไม่มีอย่างอื่นหรอก เป็นเรื่องของมนุษย์กับสังคม ซึ่งอาตมาก็เคยพูดซ้ำซ้ำซากว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ศึกษาอะไร มีแต่ศึกษาเรื่องความเป็นคนกับเรื่องความเป็นสังคม เท่านั้น แล้วท่านก่อนปรินิพพานเป็นปริโยสานแล้ว ท่านเกิดมาทำงานนี้อย่างอื่นท่านก็ศึกษาได้ อาตมาก็ศึกษา ศึกษาไปเป็นช่างเทคนิคตามที่โลกเขามีตามที่ควรจะเป็น แต่ละชาติไม่รู้กี่ล้านชาติ ก็ต้องมีสิ่งเหล่านี้ เก่งทางนั้นทางนี้ ชาตินี้อาตมาไม่เก่งทางเรื่องของเทคนิคเลย ขันน็อตก็ยังไม่เก่ง ชีวิตนี้อาตมาถ้าเป็นงานกับพวกนี้ อาตมาทำกับข้าวเก่ง ซักผ้าก็เก่ง อาตมาใช้อันนี้ในชีวิต ไปรับใช้เขา เหมือนแม่บ้าน เลี้ยงลูกให้เขา ชุนกระโปรงให้น้องก็มี 630219_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาผ่าอายตนะนิพพาน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน