140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเป็น ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์.pdf

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2514
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์194 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ห น้า 1 ประกายธรรม เรองที 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน จงตังใจอ่าน โดยใช้ความตรกมาก ๆ แล้วเปรยบเทียบกับปจจุบัน ทีใจ ของตนเองเสมอ ๆ ก็จะทราบสภาพความจรงของจิต เรยกตามพุทธบัญญัติว่า "ปรมัตถ์" คือ เปนอาการของสภาพจิต มีอยู่ดังนีคือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน มี เบญจขันธ์เปนฐาน คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วญญาณ (คือ นาม-รูป) ขอย่อข้อความให้สัน ๆ โดยย่อพอเข้าใจบ้าง เปนแนวทางเท่านัน ขัน ละเอียดสงสัยให้ถามไป จะตอบให้ทราบภายหลัง นรก คือ กายของมนุษย์ทุก ๆ คน ทียังเปนปุถุชนอยู่ อันยาววา หนาคืบ กว้างศอก มีสัญญาและใจเปนทีสุด พระยายม คือ "จิต" นายนิรยบาลคือ เจตสิก (อาการของจิต) สัตว์นรก คือ จิต+เจตสิก ทีประกอบด้วยราคะ โทสะ โมหะ แล้วกําหนด เปนรูปจิตยึดเอาไว้ เรยกว่า "อุปาทานจิต" คือ ยึดในอนุพยัญชนะของวัตถุ 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 2 ภายนอกเอาไว้ในใจของตนเองว่า เปนของตน พอใจในสิงนันแล้วก็ทุกข์ร้อน เพราะสิงนันเปนเหตุปจจัย ผู้ยังแวะชมสวนดอกไม้อยู่ จึงต้องหลงอยู่ใน "อบายภูมิ" ตลอดกาลนาน... 512) เครองจองจําสัตว์ นันคือ นิวรณ์ 5 คือ กามฉันทะ (ความพอใจ) ในกามหยาบ ๆ อันมี กามคุณ 5 คือรูป รส กลิน เสียง สัมผัส, กามตัณหา ( ความใคร่อยาก) ชอบคิดไว้ในใจของตนคนเดียว หรอฝนไป ประเภทเผลอใจ ห่างใจ, กามเมถุน (ผู้หญิง-ผู้ชาย) หลงกันมากเรองนี คิดดูเอาเอง ไม่วจารณ์ พยาปาทะ (พยาบาท) ปองร้ายเขา คิดฆ่า ตี นินทา ใส่ร้าย แม้แต่อิจฉาเขานานาประการ อันมา จากจิตของตนเองเสมอ ๆ คุณละ! มีบ้างไหม? จรงหรอ! อย่ามุสาตนเองนะ บาปแท้!! ถีนมิทธะ คือความง่วงนอน ซึมเซา หลับใหล เหม่อลอย ปล่อยใจขาดสติบ่อยๆ เปนกุสีตะ (ขีเกียจมาก) 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แป

อ่านต่อ

ลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 3 อุทธัจจะ กุกกุจจะ (ความฟุงซ่าน) คิดอยู่ตลอดเวลา ไม่ยอมหยุด แม้เวลาพักผ่อน นอนไม่หลับเลย อาการ ของโรคเส้นประสาทแท้ ๆ เบืองต้นน่ะ ระวังให้ดีนะ คิดมาก ๆ เดียวไปอยู่ บ้านสมเด็จเจ้าพระยา คลองสาน ธนบุรแน่ ๆ วจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) มีหลายประการ ข้อใหญ่คือ สงสัยในไตรสรณาคม (พุทธ ธรรม สงฆ์) ว่า จะช่วยตนได้จรงหรอไม่ สงสัยการปฏิบัติของตน จะถูกต้องหรอไม่ และอืนๆ อีกมากมาย คิดเอาเองเถอะคุณ อนันตัง (มากมาย) 513) พอปฏิบัติธรรมแล้ว คุณย่อมพยายามฆ่ากิเลสออกจากใจ คือ เจตสิก อันเปนในด้าน "กุศลธรรม" ประหารจิตทีเปน “อกุศลลามก” ยกตัวอย่างเช่น คุณชอบแต่งตัวสวย ๆ แต่พอแต่งตัวเชย ๆ ก็อายใจตนเอง ปวดใจ เพราะจิตอกุศลมันมากนันเอง ภูเขาถ่านเพลิง คือกามราคะในจิตคุณ หม้อทอง คือกามคุณ 5 รูป รส กลิน เสียง สัมผัส มีอยู่ในใจของปุถุชน ธรรมดา 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 4 มหา แปลว่าใหญ่ มีประตู 4 มุม คือ โลกธรรม 8 หยาบ ๆ ลาภ ยศ สรรเสรญ สุข ณ ภายในจิตของแต่ละบุคคล มีไหม ใจของตนเอง ดูสิ! นันแน่ มีใช่ไหมล่ะ!! น้อยแต่น้อยนัก ทีใคร ๆ จะเอาออกจากมหานรกนีได้ตลอดไป เพราะมันใหญ่ อาตมามิได้ประมาทผู้ใดหรอกนะ จิตใครเปนอรยะละก็สบายมาก พ้นจากมหานรกแท้ ๆ จรง กําแพงเหล็ก คือความพอใจในโลกธรรมหยาบ ๆ 8 ประการนีอยู่ ใคร ก็ตามตกอยู่ในสภาพจิตอย่างนี ย่อมเร่าร้อน ดุจต้องเพลิงผลาญตลอดกาลนาน คําว่า ร้อยโยชน์ คือมากมายนัน ไม่หมด ประมาณไม่ได้ หรอประมาณจิต อันมีกิเลสได้ บอกหน่อยซิ ใครนะ ขอตอบรวมเลย ข้อ 515-516 คือ สภาพจิตของบุคคลธรรมดา ย่อม เปลียนไปตามกาล พอวันใด มีปญญารู้ทุกข์ได้ ก็พยายามละออกจากทุกข์นัน แต่จิตของตนเอง ยังไม่แจ้งพอ หรอยังตัดภาระไม่หมด ก็เหมือนตกอยู่ในนรก คือ "ปญญาเจตสิก" เกิด ก็ปรารถนาจะออกไปเลย แต่จิตอกุศลมันแรงกว่า ปญญาเจตสิกดวงนัน ก็ต้องตกอยู่ในอํานาจของมันอีกตลอดกาล ไฟไหม้ นันคือ จิตเศร้าหมองตลอดเวลา โศกะ ปรเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุ ปายาส จิตไม่ตายหรอก คุณจงพิจารณาดูอีกสักเล็กน้อยนะ คือ มนุษย์เรานี จะ ดํารออกจากกามคุณ 5 นัน ต้องออกทีละอย่าง และทีละทวาร คือ ตา หู จมูก 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 5 ลิน กาย ฉะนัน การตัดใจจากลาภ ยศ สรรเสรญ สุข อันดุจประตูนอก 4 ทิศ พอปญญาเกิดขึนในจิตคุณ (จิต) ต้องการออกไปให้พ้น...สภาวะอันนัน อย่างนัน โดยเร็ว แต่โมหะยังมากอยู่ อุปมาเหมือนจอก หรอแหน พอเราโยนก้อนวัตถุ ใดๆ ลงไปในนํา จอก แหน ย่อมกระจายออก แต่พอคลืนละรอกหมดไป ก็มาปด ผิวนําไว้ดุจเดิมอีก ตลอดจนกว่าปญญากล้า จิตแข็ง (เจโต) ก็หมดทุกข์ออกไป ได้ตลอด เหมือนหมดบาป ออกจากนรกพ้นไป พอจะทราบนรกไหมคุณ ใช่สินะ นรกในคนเปน ๆ นีแหละ พอตายไป ย่อมไปตามพระพุทธเจ้าพยากรณ์แน่นอน คุณ เปนจรง ๆ มีจรง ๆ อย่าเมา อย่าหลง 517) มหานรก เต็มไปด้วยคูถ (อุจจาระ) คุณพอจะทราบ ไหมนะว่า นรกคูถ คือกามนานาประการอันลามกนัน ใคร ๆ (อรยชน - พระอรยเจ้า) มองเห็นกามตัณหา กามคุณ กามกิเลส อบายมุข โลกธรรม 8 หยาบและละเอียด เหล่านีดุจมองอุจจาระในเว็จ แต่ผู้ใด เสพกามอยู่ จะมองดูกามดุจอาหารอันโอชะ อร่อย สุข ในนรกคูถนีตลอด บาปกรรม (หมายความว่า ไม่ปฏิบัติตนให้พ้นออกมาอย่างแท้จรง) หมู่สัตว์ ปากแหลมดุจเข็ม คือ "มัจฉรยะ" ความตระหนี หรอ "อภิชัปปา" ความกระสันอยาก มันคอยเชือดเฉือนจิตของเราตลอดเวลา ให้หลงไปกับ 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 6 ”โลกียคุณ” อันแสบเผ็ดนานาประการ ใช่ไหมล่ะ! อันใดเราปรารถนาแล้วไม่ สมใจตน ต้องครําครวญ โทมนัส อุปายาส มีจรงหรอไฉนหนอ… อุปกิเลส 16 ดือกิเลลทีทําให้จิตเคร้าหมอง 16 อย่าง 1.อภิชฌาวสมโลภะ (ละโมบเพ่งเล็งอยากได้) 2.พยาบาท (ปองร้าย) 3. โกธะ (โกรธ) 4. อุปนาหะ (ผูกโกรธ) 5. มักขะ (ลบหลู่คุณท่าน) 6. ปลาสะ (ยกตนเทียบเท่า ตีเสมอท่าน) 7. อิสสา (รษยา ไม่อยากเห็นคนอืนได้ดี) 4. มัจฉรยะ (ตระหนี) 9. มายายะ (มารยา มารยาทเสแสร้งแกล้งทํา) 10. สาเฐยยะ (โอ้อวด การโอ่แสดง) 11. ถัมภะ (หัวดือ เชือมันตัวเองมาก) 12.สารัมภะ (แข่งดี เอาชนะคะคาน) 13. มานะ (ถือดี-ยึดดี จนถือสา) 14. อติมานะ (ดูหมินเขา) 15. มทะ (ม้วเมาหลงระเรง) 16. ปมาทะ (ประมาทเลินเล่อ) (พระไตรปฎก เล่ม 12 วัดถูปมสูตร ข้อ 93) 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 7 518) นรก เต็มด้วยเถ้า คือ ความร้อนใจ กลุ้มใจอยู่ตลอดเวลา หาความสบายใจมิได้เลย แม้ใบหน้าจะแกล้งทํายิมแย้ม แต่จิตเศร้าหมองอยู่ ตลอดเวลาเลย เหมือนเถ้าถ่านเก็บความร้อนได้ฉันใด เหมือนจิตของปุถุชนย่อม มีความเจ็บปวดทีใจมาก แต่ถ้าผู้ใดมีปญญาพอจะรู้เหตุของอกุศล ก็ย่อมพ้นออกมาบ้างตามควร โดยการปฏิบัติจรง ๆ จะทราบผลของการสงบจากนรกของมนุษย์ในโลกียะ คุณจงพิจารณาดูใจ เวลารับผัสสะอารมณ์ของโลกธรรม คือ นินทา เสือม ลาภ เสือมยศ จิตทุกข์ไหม? เจ็บปวดมาก หรอแสดงออกมาเปน อุปนาหะ (ผูก โกรธ) ในใคร ๆ อันอยู่ในจิตของเราตลอดเวลา สมมุติเช่น ใคร ๆ นินทาคุณ คุณโกรธเขาไหม ถ้าไม่โกรธคือ พระอรหันต์เจ้า หรออีกประเภทคือ โมหะจัด ( คนบ้าดี ๆ นีเอง) พิจารณาดูสภาพโลกก็ได้นะคุณ ทุกคนเดือดร้อนวงแย่งลาภ ยศ สรรเสรญกันวุ่นวาย แม้แต่บรรพชิต ทีสุดคุณก็หนึงคนละหรอมิใช่ การพิจารณาธรรม ต้องมองสองด้าน คือ สมมุติโลกียะ ปรมัตถ์ คือ จิต ของตนเอง หรอเนืองด้วยกาย-จิตของเราเอง 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 8 519) นรก เร้ารง อันประกอบด้วยต้นงิว หนามยาว 16 องคุลี ต้นงิว คือ ปมาทะ (ความประมาท) หนามงิว คือ อุปกิเลส 16 ประการ มัน คอยทิมแทงจิตเราอยู่ตลอดเวลา หรอ โลกธรรม 8 อันหยาบและละเอียด ทีมา ผัสสะกับกายใจของแต่ละบุคคล อุปมาคุณถูกใครตําหนิคุณ ด้วยบัญญัติที รุนแรง เช่น "คุณเชย!" "เลวมากคุณ!" เปนอย่างไรล่ะ จิตแทบระเบิดออกมา นําตาไหล (ดู อุปกิเลส 16 ประกอบ) อุปกิเลสตัวต้นเลย คือ อภิชฌาวสมโลภะ ตัวแรก จนถึง ปมาทะ ตัว สุดท้ายเลย คิดดูดี ๆ ล่ะ บางครัง จิตก็ทุกข์มาก บางครังก็ทุกข์น้อย ขึน ๆ ลง ๆ ดุจนายนิรยบาล ทรมานสัตว์ให้ขึนลงต้นงิว คือ เจตสิกอันมีญาณประกอบ ฆ่าเจตสิกอันประกอบด้วยอวชชา สติดุจอาวุธคอยประหารกิเลส เราเปนมนุษย์ ควรมีหิร (ความอาย) โอตตัปปะ (ความเกรงกลัว) ต่อบาปทัง มวล… 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 9 520) มีต้นไม้ใบเปนดาบใหญ่ ประกอบอยู่รอบด้าน ถูก ลมพัดย่อมตัด เท้า มือ หู จมูกขาดหายไป อุปมาง่าย ๆ คุณต้องการจะเดินไปฟงธรรมะ พอ กิเลสขึนจับจิต ก็ไม่ฟงละ ย่อมไม่เกิดไปวัด มือก็ไม่น้อมนมัสการ จมูกก็มิได้ กลินศีลของพระอรยเจ้า คุณมาพิจารณาดูใจบ้าง เมือจิต "ปาปจฉา" (ปรารถนาลามก) แล้ว จิต ย่อมเศร้าหมอง มิอาจจะเกิดญาณอันละเอียด เพือจาคะ(หลุดออก) ได้เลยจรงๆ ถูกตัณหา โมหะ คอยตัดรอนอินทรย์ของตัวเอง คือ จิตกุศลธรรมอยู่ตลอดเวลา ตรวจดูซิ มีไหมล่ะ จงหากุศโลบาย ดํารโดยการไม่ยอมเปนทาสของจิต อันมีโมหะเปนเจ้า เรอน อย่าเผลอใจ ลงไปเทียวนรกบ่อย ๆ นะ ควรเผลอใจไปชมพระอรยเจ้าบ่อย ๆ ดี หรอนรกดีล่ะ? 521) นําด่าง คือหยาบ ๆ นําเหล้า นําสาโท หรอนํา กระแช่ อันนีทาง นอกกาย แต่ใจบุคคลชอบใช่ไหม นําด่าง อันภายในจิต คือ โลภะ โทสะ อันนี แหละคุณ ใคร ๆ ชอบลงไปลอยคอในนีดีนักละ เช่น ไปแถวสยามสแควร์ แหล่ง ช็อปปง ไปบ่อย ๆ ไปซือ เปล่าหรอก ไปเสพทางตา แล้วกลับมานังฝน นอนฝน เพ้อ(วปลาส) อีกประการก็คือ ไม่สมใจ ก็โกรธเปนการใหญ่ ณ ภายในจิตของ ตนเองจรงไหม่ล่ะ ส่วนบุรุษเพศ ก็ชอบไปเหมือนกันละ แถว ๆ ทีใคร ๆ ชอบ 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 10 ฉายาว่า "คณิกา" หรอเศษขยะหมอเพียรอันน่าเศร้า เขาไม่รู้หรอกว่า มันคือนํา ด่าง (นํากรดสมัยนี เปรยบเทียบน่ะ) เจ็บแสบถึงตายมามากนัก คงจะทราบดี เพราะใจไปหลงอยู่ และบางทีเก็บมาเพ้อฝนนานาประการ โยม...เมือยจะสาธยาย วจารณ์เอาเองเถอะ ในสังคมปจจุบันนีแยะ โดยเฉพาะ ทีตัวเราเองน่ะ มีมาก น้อยเท่าใดล่ะ อย่าประมาท หมายเหตุ : หมอเพียร หรอ แพทย์หญิง ดร.คุณเพียร เวชบุล (พ.ศ. 2441-2527) ผู้ทีอุทิศตนเพือช่วยเหลือเด็กและสตร. ท่านเปนแพทย์หญิงคน แรก ๆ ของไทยทีเชียวชาญด้านกามโรค และเปนผู้บุกเบิกงานด้านสุขภาพสตร รวมถึงการช่วยเหลือเด็กกําพร้าและสตรทีตังครรภ์ไม่พร้อม. 522) คุณปฏิบัติธรรมพอสมควร ก็ย่อมมีสติ สามารถจับอาการ ของ เจตสิก ทีเปนโลภะ โทสะ แล้วจึงใช้ปญญาอ่าน และปลดออกจากอาการอันโง่ เง่านันเสีย แล้วจะมาพูดในมุมของโลกุตตระดูกันบ้าง คือ ธรรมะเหมือนก้อนทองแดงนะฮะ ใจเย็นๆ คุณอย่าเอะอะไปเลย ฟง ก่อน คุณเองเคยชินกับลาภ ยศ สรรเสรญ สุข พออาตมาบอกอย่าไปหลงลาภ มันโง่นักล่ะ หลงยศ คืออาการของคนวกลจรต หลงสรรเสรญ คืออาการของคน เมาแท้ หลงสุข ก็คืออาการของคนตายแล้ว เปนอย่างไรคุณ ยิงกว่ากินก้อน 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 11 ทองแดงเสียอีกหลายร้อยเท่า มันเจ็บแสบร้อนรนอยู่ ณ ภายในจิตของคุณเอง ใช่ไหมล่ะ อย่าปฏิเสธความจรง ใครก็ตาม ถ้าไม่เคยได้ยินอบายภูมิ 4 ประการมาก่อนละก็ สะดุ้งทุก คนจรง ๆ คุณจงทราบเถอะว่า อบายมุขก็ดี โลกธรรม 8 กามคุณ 5 อัตตา คือก้อนทองแดงทังนันแหละ ใครกินเข้าไปแล้ว คุณเอ๋ย มันทรมานนักแล อธิบายแบบปฏิโลมออกมา คุณเองก็พอจะทราบสภาวะของตนเองกันอยู่บ้างแล้ว ระวังไส้ใหญ่ ไส้น้อย ออกมาทางทวารเบืองล่าง เพราะเราแสดงกิเลสออกมา ทางกาย คือ ไส้ใหญ่ วจีคือไส้น้อย บุคคลอืนมองให้ได้ เขาสามารถฟงนําเสียง ของเราออกว่า มีกิเลสมากน้อยเท่าใด ๆ โบราณว่า สาวไส้ให้กากินไงล่ะ เคย ได้ยินมาบ้างไหม? อบายภูมิ 4 (ภูมิทีปราศจากความเจรญ — planes of loss and woe; unhappy planes) 1. นิรยะ (นรก, สภาวะหรอทีอันไม่มีความสุขความเจรญ, ภาวะเร่าร้อนกระวนกระวาย - hell; woeful state) 2. ติรัจฉานโยนิ (กําเนิดดิรัจฉาน, พวกมืดมัวโง่เขลา - the animal kingdom; realm of beasts) 3. ปตติวสัย (แดนเปรต, ภูมิแห่งผู้หิวกระหายไร้สุข - realm of hungry ghosts) 4. อสุรกาย (พวกอสูร, พวกหวาดหวันไร้ความรนเรง - host of demons; the unrelenting and dejected; frightened ghosts) ทีมา : พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พิมพ์ครังที ๑๒ พ.ศ. ๒๕๔๖; สมเด็จพระพุทธ โฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 12 อธิบายข้อ 523) ด้วยกัน เพียงแต่แยกเปนนําทองแดง คือ กามราคะ ใคร ๆ ได้ลองลิมแล้ว ย่อมมิอาจจะสุขสบายได้เลยในชาติปจจุบัน หรอไม่เชือว่า เปน ไม่จรง ... เชิญ อาตมาจะขอวจารณ์เปนกุศลธรรม ผู้ใดก็ตาม ถ้าจิตยังไม่ถึงขันอรยเจ้า แล้ว ต้องเจ็บปวดต่อธรรมะพระพุทธเจ้า เพราะท่านแสดงให้หน่าย คลาย ละ ออกจากกามคุณ กามตัณหา กามราคะ (โลภ) คุณคิดดูเถอะ เขาจะทนฟงได้ล่ะ หรอ ไม่มีอะไรจะตอบแทนเขาเลย นอกจากความไม่มีอะไรเลย (นิพพาน) อาตมา ว่า ยิงกว่านําทองแดงเสียอีกน่ะนะคุณ อาจจะกระอักโลหิตตายก็ได้ หรอไม่ก็ แสดงโทสะ ปฏิฆะ บางทีเผลอใจออกมาเปนวาทะ(ด่าเอาจรง) เพราะเขาเจ็บปวด มากไปน่ะ 524) คุณเคยบ้างไหมหนอ จิตดํารจะหาความสงบจากนิวรณ์ กิเลส นานาประการ เพือพบกับความจรงของสภาพความเย็นสนิท "นิพพาน" คงจะ จําได้ดีนะ พระยายม คือ "จิต" (เจโต) นายนิรยบาล คือ เจตสิก ฝายกุศล (ปญญา) มนุษย์คือจิตรู้กุศล กับอกุศลธรรม ตลอดเวลาในช่วงต่อนีแหละ สามารถเข้าใจ ธรรมะได้ละเอียดโดยตลอด คือ รู้สมมุติกับปรมัตถ์ได้แท้จรง ขอจงเข้าใจนะว่า 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 13 "พุทธ" คือ สภาพจิตรู้กิเลสและตัดได้ เปนจิตตืนจากโลภะ โทสะ พ้น อุปกิเลส 16 ประการจรง ๆ มีญาณเรยกตามบัญญัติว่า "ฌานโต ปสสโต" รู้อยู่ เห็นอยู่ พ้นโมหะได้จรง ๆ เด็ดขาด จิตก็จะเบิกบาน ปราศจากโลกียธรรมทัง ปวง และ จิตพุทธคือ ผู้รู้ ผู้ตืน (หรอสํานวนพ่อท่าน เบิกบาน แจ่มใส มัธยัสถ์ สุภาพ สงบ หมดความอยาก สินความเสพ) สรุปความ อันใดสงสัยถามตนเองก่อน คือจิตว่า เราพ้นจากนรกแล้วหรอ ธรรมะของพระพุทธเจ้าเปนไปเพือหน่าย คลาย ละ มีมาในบาลี คือ วขัมภนะ-กด ข่มใจ ตทังคะ-หลุดพ้นชัวขณะ นิสสรณะ-หลุดออก เลิกออก สมุจเฉท-พ้นได้ เลย ไม่เวยนมาอีกเด็ดขาด ในชาตินี โดยเฉพาะ กิเลส-ตัณหา-อุปาทาน ต่อๆ มา โดยประมาณนีแล ปทาน 5 ปหาน 5, วมุติ 5, นิโรธ 5 คือการละกิเลสให้หมดสินไป การละกิเลสให้จิตมีผลสงบแท้ 1. วกขัมภนปหาน (ละด้วยการข่มฝนกิเลส ละด้วยการข่มใจ-ใช้เจโตนําหน้า) 2. ตทังคปหาน (ละกิเลสได้เปนคราวๆ ละได้เปนครังคราว-ใช้ปญญาอบรมจิต) 3. สมุจเฉทปหาน (ละด้วยการตัดขาดก็เลส ละด้วยการตัดขาด สลัดออกได้เก่ง) 4. ปฏิปสสัทธิปหาน (ละด้วยการสงบระงับกิเลส ทวนไปมา) 5. นิสสรณปหาน (ละด้วยการสลัดกิเลสทิงทันที สลัดออกได้เองทันที เก่งจนเปนปกติ) (พระไตรปฎก เล่ม 31 “มหาวรรค ญาณกถา” ข้อ 65) 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 14 ขอจบการแสดงธรรมาธิษฐาน เอวัง กาลฉะนี — ⃠ — หมายเหตุ : ตัดมาจาก 13-140000 ประกายธรรม เล่ม 1-2 (รวมบทความ เก่า ๆ ของพ่อ ท่าน) คําศัพท์ : จากชือเรองบทความว่า “จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน” อธิฏฐาน : ตังใจ (จากทางเอก ภาค ๓ หน้า ๒๙๘) อธิษฐาน : ตังจิต (จากพุทธเปนอเทวนิยมอย่างนี หน้า ๑๓๘) บุคลาธิษฐาน : ธรรมะทียกเอาบุคคลหรอรูปธรรมมาเปนหลักในการอธิบาย (จากพุทธเปนอเทวนิยมอย่างนี หน้า ๙๙) ธรรมาธิษฐาน : ธรรมะทียกเอาเนือแท้ของธรรมมาเปนหลักในการอธิบาย (จากพุทธเปนอเทวนิยมอย่างนี หน้า ๙๙) ทีมา : อภิธานศัพท์อโศก 140700 ประกายธรรม 24 จากบุคลาธิษฐาน แปลเปน ธรรมาธิษฐาน บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน