140504 ประกายธรรม 19 พุทธ สอนให้เรียนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์.pdf

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2514
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์169 KB
วันที่แก้ไข18 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ห น้า 1 ประกายธรรม เรองที 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! 4 พฤษภาคม 2514 เมืองไทยเราเรยกกันว่า "เมืองพุทธ" เพราะมีพุทธศาสนิกชนมากมาย และ ยังดําเนินครรลองของพุทธได้ตรงแท้อยู่กว่าประเทศใดๆ แต่นันแหละ แม้จะได้ตําแหน่งชนะเลิศอันน่ายินดีออกอย่างนัน แต่ พุทธศาสนิกชนสมัยพุทธศักราช 2500 ปเศษมาแล้วนี ก็หาได้เรยนเพือ "รู้" พุทธศาสนากันไม่ นอกจาก พอคลอดออกมาจากท้องพ่อ-ท้องแม่ ทีเปนพุทธแล้ว ก็ได้รับ ตําแหน่งเปน "พุทธศาสนิกชน" ไปเองโดยอัตโนมัติ แล้วเด็กคนนัน หรอ คนผู้นัน ก็จะได้รับการเสียมสอนอบรมแต่ในทาง "โลก" (โลกียะ) ได้รับการประคบประหงม ยัดเยียด ให้ไปรําเรยนเสาะหาก็แต่ "วชา" ทางวัตถุกันเท่านัน (ในหลักสูตรการเรยน ไม่มีวชาพุทธศาสตร์อันน่ายินดี 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 2 มาก สมกับทีควรยินดีเลย ซึงแตกต่างกับโรงเรยนทีศาสนาอืนๆ เขาเข้ามาตังอยู่ ในเมืองไทยแท้ๆ) - ความเจรญ..ทีควรเปน เราไม่เจรญได้อย่างถึงทีสุดทาง "วัตถุ" ตามทีควรจะเปน (อยากจะเปน "นิกส์" NICs : Newly Industrialized Countries ประเทศอุตสาหกรรมรุ่น ใหม่) แต่เราเจรญอยู่แล้วทาง "ธรรม" (จิตใจ) ก็ทําไมไม่เอา"จุดเด่น" อันนีมาใช้ หรอ "ส่งเสรม" ให้มากกว่า กลับไพล่ไปปะติดปะต่อทางทีเปนไปไม่ได้ ก็ขอให้ ลองคิดกันดู ? - คารวะ อะไร? ใครรู้ จนแม้บางคน ทีเกิดมาในชือว่า "พุทธศาสนิกชน" แต่ไม่รู้จักกระทังคําว่า "คารวะ" หมายความว่าอย่างไร? ไพล่ไปรู้แต่ ยศ-เกียรติ-ฐานะทางวัตถุ และรู้ดีในคําว่า "ประจบประแจง" เพือยศ-เกียรติ "จิตใจบรสุทธิ" อันเรยกว่า "คารวะ" ไม่มีเลย! หาได้ยาก! 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อ

อ่านต่อ

ท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 3 - อะไร คืออะไร? น่ารู้ และทีสุด "พุทธศาสนิกชน" ไม่รู้จักแม้คําว่า "พระ" หมายความว่าอย่างไร ? "ความดี" ทีแท้จรง (อรยสัจ) คือ อย่างไร ? จึงไม่รู้ว่า "ชีวต" แท้ ๆ คือ อะไร ? - รู้ รู้ รู้แต่อะไร ? รู้แต่ "โลก" (โลกีย์) รู้แต่ "สมมุติ" แล้วก็ดําเนินชีวตไปอย่างไม่เปนชีวตทีดี คือ มีแต่การบังเบียด แก่งแย่ง แต่เขาก็ยังหวังกันอย่างลม ๆ แล้ง ๆ อยู่ตามโลกหลอกเสมอว่า เขาจะพบ "สันติสุข" ในทีสุดด้วย "วัตถุ" มันจะเปนไปได้หรอไม่? ขอให้คิดด้วยเหตุผลเอาเองเถิด - พุทธแบบไหน? ทีแพร่หลาย ดังนัน "พุทธ" ทีเขาทังหลาย ซึงเปนพุทธศาสนิกชนดังกล่าวนี ได้รู้ได้ เข้าใจมากทีสุด ก็แต่เพียงเห็นจารต-เห็นประเพณี ที "คน" ส่วนใหญ่แสดงออก กัน "ทางกาย" กับ "ทางวจี" เพือทํากิจนอก ๆ กิจกระพี ๆ ทีแฝงอยู่ในพุทธ 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 4 ศาสนาเท่านัน เช่น สวดมนต์ ทอดกฐิน สร้างโบสถ์ สร้างพระเครอง พรม นํามนต์ ..ฯลฯ แต่เขาจะไม่รู้ในทาง "ใจ" (กิจทีเปนแก่นแท้) เลย ว่า ทีเขาแสดงออก "ทาง กาย" อย่างนัน หมายความว่าอะไร? แสดงออก "ทางวจี" อย่างนัน หมายความ ว่าอย่างไร? - พุทธศาสนา คือ... "ศาสนาพุทธ" คือ "ใจ" (นามธรรม) และทุกอย่างมุ่งเอาที "ใจ"เท่านัน ดังนัน แม้จะทําอะไรอย่างอนุโลม เอาวัตถุ เอาจารต เอาประเพณี ร้อย แปดพันประการอย่างไรมาประกอบ ก็เปนการอนุโลมแสดงออกในรูปแบบของ "กายกรรม" หรอ "วจีกรรม" ทีจะให้เลือนไหล หรอ โยงใยชักจูงให้เข้าไปสู่ "ใจ" ทังสิน ด้วยเหตุนัน ถ้าใครผู้ใดเข้าใจได้ชัดเจนดังนี จึงจะมี "กาย" มี "วจี" ทีถูก คือ จะแสดงออก "ทางกาย" อย่างไร? ก็ยังเชือมโยงอยู่กับ "ใจ" จะแสดงออก "ทางวจี" อย่างไร? ก็กลันกรองออกมาจาก "ใจ" ให้ "ใจ" เปนใหญ่ "ใจ" เปนประธาน "ใจ" เปนผู้แสดง แม้ "กายกรรม" แม้ "วจีกรรม" อย่างไร? ก็กลันกรองจาก "ใจ" ออกมาแล้วทังสิน 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 5 ไม่ให้! กายกรรมของโลก วจีกรรมอย่างโลก ๆ มาเปนผู้นํา มาเปน ตัวอย่าง - ผู้มี "ใจ" เปนประธาน ต้องฝก "ใจ" "กายกรรม" และ "วจีกรรม" ของผู้ใช้ "ใจ" (ทีดี) เปนประธานได้ จึงเปน "กรรม" ทีดี เปนการกระทําทีแสดงออกมา เปนไปในทางดี-ทางสูง-ทางถูก เพราะ "ใจ" ได้ควบคุมให้ทํา โดยก่อนทํา ใจได้กลันกรองแยกแยะ เลือกสรรแล้ว จึงสังออกมา แต่นันแหละ ก่อน "กาย" กับ "วจี" จะอยู่ภายใต้อํานาจของ "ใจ" คนผู้นัน จะต้องได้รับ "การฝกอย่างดี" มาแล้ว ไม่เช่นนัน จะไม่มีทางเปนไปได้เปนอัน ขาด นีแหละคือ คนผู้จะ "บรรลุ" จะต้องได้ "ปฏิบัติ" เสียก่อน คือ คนผู้ "บรรลุธรรม" นัน จะต้องผ่านการลงมือ "กระทําจรง ๆ จัง ๆ" จนได้รับสัมผัส ได้รับกระทบ จนแจ้ง "รสธรรมชาติ" ในตนจรง ๆ เสียก่อน จึง จะเรยกว่า "รู้แจ้งแทงทะลุ" เรยกว่า "ปฏิเวธธรรม" "นักธรรมะ" ทังหลาย จึงควรรู้และซาบซึงในหลักเกณฑ์อันนีให้ได้ จึงจะ ได้เปน "ผู้บรรลุแท้ ๆ" เปน"ผู้รู้จรง ๆ" ไม่หลง ไม่ปลอม ไม่กึง ๆ กลาง ๆ อยู่ เพียงเปลือกกระพี 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 6 - ทําให้ "จรง" เพียงหนึงเดียว ดังนัน ถ้า "นักธรรม" ผู้ใด ได้ยินคําสังสอนใด ๆ มาแล้ว เพียงหัวข้อเดียว แล้วก็นํามา "ปฏิบัติตาม" จนถ่องแท้ รู้แจ้งแทงทะลุเข้าไปเรอยๆ ใน "ธรรมะ" ข้อนันๆ แล้วผู้นันแหละจะเห็นสภาวะธรรม ทีลึกลงไปได้เรอย ๆ จากธรรมะ เพียงหัวข้อเดียวนันเอง แล้วเขาก็จะพยายามแทงทะลุ "ธรรมะ" นัน ลงไปจนสุด ลึก ผู้นันก็จะบรรลุสุดยอดได้ ("มโนปุพพังฺ คมา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา" ธรรมทังหลายมีใจเปนใหญ่ มีใจเปนประธาน สําเร็จแล้วด้วยใจ) - ความรู้ท่วมหัว... แต่ตรงกันข้าม ถ้า "นักธรรม" ผู้ใดมัวแต่ไปฟง ไปอ่าน ไปท่อง เอาคําสัง สอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามา แล้วก็ "จํา ๆ ๆ" ไว้ ให้ได้มาก ๆ ยิงมากก็ยิง ดีใจ ได้รู้มาก รู้ทุกมุมทุกเหลียม ทุกหัวข้อทีเปน "พระธรรม" ต่อให้ท่องมาได้หมด 84,000 พระธรรมขันธ์ แต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติจรง ๆ จัง ๆ ให้เกิดผลแจ้ง แล้วแทงทะลุต่อ ๆ และ ต่อ ๆ ลงไปในสภาวะธรรมนัน ๆ เลย คนผู้นันแหละ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรยกขานว่า "ตัวคัมภีร์เปล่า" (ปทปรม) เช่น มหาเปรยญทังหลาย เปนส่วนมากนันเอง 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 7 "ปรยัติ" หรอ การเรยนรู้หัวข้อธรรม จึงไม่ใช่การเรยนเพือท่องจําเอา หัวข้อธรรมให้หมดทัง 84,000 - ปรยัติ สําคัญไหม ? "ปรยัติ" นัน มีความหมายเพียงว่า ให้รู้จักหัวข้อธรรมทีพระพุทธเจ้าทรง สอนไว้บ้างเท่านันเอง แม้รู้เพียงข้อเดียว ก็ได้ ก็เพียงพอในการจะนํามาค้นคิดพิจารณาและวจัย (ธัมมวจัย) จนเกิด "ศรัทธา" แล้วก็ลงมือนํามา "ปฏิบัติ" จรง ๆ จัง ๆ มันไม่จําเปนเลยทีจะไปท่อง "สมมุติบัญญัติ" (ชือสภาวะธรรม และ อาการ ธรรม) อยู่แล้ว ๆ เล่า ๆ แต่ไม่นํามาใช้เปน "ศีล" (กฎทีกําหนดให้ตนเองประพฤติ) บังคับตนเองให้ลงมือดําเนินการกระทํากับตน อย่างมีสติควบคุมซักที - ศีล สมาธิ ปญญา - "ศีล" : ห้วข้อ "ธรรม" ข้อใด ๆ ก็ตาม คือ "ศีล" เมือ นํามาพิจารณาจน เข้าใจว่า "ธรรม" ข้อนี จะลงมือ "ปฏิบติ" ได้อย่างไร แล้วก็ตังใจ "ปฏิบัติ" จรง ๆ - "สมาธิ" : โดยมี "สติ" ควบคุมกํากับ ให้ตนทําให้ได้ ตาม "ศีล" หรอ หัวข้อ "ธรรม" นัน (คือ บังคับตน หรอ ตังใจให้ตนเองกระทําตามนัน นันเอง) 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 8 การมี "สติ" ควบคุมตนให้ทําให้ได้ ตามกฏ หรอ กติกา ทีตนตังให้แก่ตนไว้ ได้ นีเอง คือ "สมาธิ" (อย่าไปหลงเข้าใจความหมายของ "สมาธิ" ว่า นังหลับตา) - "ปญญา" : เมือทําได้เปนแน่แท้ถูกต้องขึนมาทีใด มันก็จะมี "ผล" เกิด ออกมาทีนัน "ผล" นันเรยกว่า "ปฏิเวธธรรม" ถ้า "ผล" มันเกิดทีเราจรง ๆ แต่เรายังอ่านไม่ออกในเหตุและผลของมัน เช่น เราไม่กินข้าวเย็น หรอ ลดอาหารลงมากินเพียงวันละ 2 เวลา เราปฏิบัติดังนี ตามห้วข้อธรรม แม้จะทําไปแล้ว ก็ยังมองเห็น "ผลดี" ไม่ได้ ก็เรยกว่า "ปญญา" ยังไม่เกิด ยังไม่ถ้วน "ปญญาบารมี" เราก็จะต้องคอยอ่าน คอยสังเกต ในการกระทํา การปฏิบัติของเราเรอย ๆ ไป สักวัน เราก็จะแจ้งใน "ผลดี" นัน จนได้ และ พร้อมกันนัน "ผลเสีย" ทีมีอยู่ใน การปฏิบัตินัน ก็จะมีด้วย ก็จงให้เลือกเอา "ผลดี" นันไว้ ทิง "ผลเสีย" นันไป แล้วเพ่งค้นหา "ผลดี" กับ "ผลเสีย" ในส่วนเล็กทีเราเลือกไว้นันต่อไปอีกเรอย ๆ มันจะยังมีปนเปกันอยู่ในนันเสมอ นีแหละคือ "การปฏิบัติธรรม" ทีแท้จรง ทีถูกต้อง - เรยนรู้ศาสนาทําไม? การเรยนพุทธศาสนา คือ การเรยนรู้ "ค่า" ของรูปธรรม (วัตถุ) และ นามธรรม (พลังงานอํานาจ) 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 9 เมือรู้ "ค่า" ของอะไรได้ ว่า สิงใด "สูง" สิงใด "ตํา" เราก็ "เลือก" เอาส่วน "สูง" ให้ถูก สิงใด "ดี" สิงใด "ชัว" เราก็ "เลือก" เอาส่วน "ดี" ให้ถูก และสิงใด "ถูก" สิงใด "ผิด" เราก็ "เลือก" เอาส่วน "ถูก" ให้เปน เมือ "เลือก" เปนแล้ว เราก็ "ทิง" หรอ "ละ" ส่วนที "ตํา"- ส่วนที "ชัว" - ส่วนที "ผิด" เสีย ยึดเอาส่วนที "สูง" ส่วนที "ดี" ส่วนที "ถูก"ไว้ ปฏิบัติต่อไป นันคือ เราทําตามพระพุทธพจน์ โอวาทปาฏิโมกข์ ข้อทีว่า "ละชัว ประพฤติดี" โอวาทปาฏิโมกข์ 3 ผลจากคําสอนหลักของพระพุทธเจ้า (เปนทรัพย์แท้หรอหลักประกันของพระอรหันต์) 3 ประการ ได้แก่ การไม่ทําบาปทังปวง (สัพพปาปสสะ อกรณัง) บําเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม (กุสลัสสูปสัมปทา) ความชําระจิตให้ผ่องแผ้ว (สจิตตปรโยทปนัง) (พตปฎ. เล่ม 25 ข้อ 24) โอวาทปาติโมกข์ 3 คือจิตอรหันต์ 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 10 - ทําใจให้บรสุทธิผ่องใส และในส่วนหลังทีเรากลันกรองแล้ว และเข้าใจว่าเปนส่วนที "สูง" ส่วนที "ดี" ส่วนที "ถูก" นัน ก็ให้เราเพ่งและมองให้ทะลุใน "ผล" ทีเรายังประพฤติอยู่ให้ ได้ มันจะ "เกิดผล" (ปฏิเวธธรรม) ทังสูง-ทังตํา หรอ ทังดี-ทังชัว อยู่ในส่วนที กลันกรองแล้วนันอยู่อีกนันแหละ เราจงเรยนรู้ "ค่า" ของ "สภาวะธรรม" อันนีให้ออก แยกให้เปน เห็นให้ได้ อีก เมือเห็นได้ แบ่งแยกออกว่า การยังประพฤติอยู่อย่างนัน ก็ยังมี "ส่วนดี-ส่วน ชัว" ปน ๆ กันอยู่ ก็ให้แยกเอาส่วน "ชัว" ทิงอีก คงเหลือไว้แต่ "ส่วนดี" ซึงจะ เล็กลง จะละเอียดเข้า จะบรสุทธิยิง ๆ ขึน นีเอง คือ เราปฏิบัติตนตามโอวาทปาฏิโมกข์ในข้อทีว่า "ทําใจให้บรสุทธิ ผ่องใส" คือการกระทําอย่างนีเอง คือเจียมใจตัวเองให้เล็กให้ละเอียดเข้าด้วย การกระทําอย่างนี จะยกตัวอย่างให้ฟงง่ายๆ เช่น คนสองคน นาย ก. กับ นาย ข. มีฐานะและ สภาพเท่าเทียมกัน เหมือนกันทุกอย่าง ไปได้รับเงินมาจากนาย ค. ตัวนาย ก.ได้ 10 บาท นาย ข. ได้ 20 บาท ลองคิดดูซิว่า ท่านจะเปนคนเช่นนาย ก. หรอ นาย ข. ดี? 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 11 ถ้าท่านเปนคนโลกๆ อยู่ในโลกีย์ ท่านก็จะเลือกเปน นาย ข. เพราะได้ 20 บาท มันก็ต้องดีทางโลก สูงทางโลก แต่ในทาง "ธรรม" มันผิด มันเปนความชัว มันเปนความตํา มันผิด หรอชัว-ตํา อย่างไร ? ก็คือ การเอา 20 บาท มาให้ตนนัน ก็เท่ากับ เรายึดครองสมบัติ (สภาวะรูปธรรม) มาแบกไว้ก้อนโต แทนทีจะเปนคนละโลภ ( อโลภะ) เราก็ได้ชือว่า "โลภ" จึงเปนผู้ตกอยู่ในฐานะ "คนตํา" (ทางธรรม) บางคนจะนึกแย้งออกมาทันทีว่า เราไม่ได้ "โลภ" นี ก็นาย ค. เขาให้เอง ถ้าใครคิดอย่างนี จงลองตังใจพิจารณาให้ดี โจทย์ข้อนีข้าพเจ้าทดสอบคนแบบวางกล 2 ชัน คือ ข้าพเจ้าสมมุติ นาย ก. นาย ข. ซ้อนขึนมา เพือทดสอบ "ความอยาก" ของคนแบบจิตละเอียดขึน แทนที ข้าพเจ้าจะถามตรงๆ ว่า "คุณเอาเงินไหม จะเอา 10 บาท หรอ 20 บาท" ถ้าถาม อย่างนี คุณก็จะตอบกับข้าพเจ้าตรง ๆ ได้ง่าย ๆ ว่า "เอา 10 บาท เท่านันแหละ" เพราะคุณจะนึกรู้ทันที ว่า ถ้าต้องการ 20 บาท จะเปน "โลภะ" แต่นีข้าพเจ้าสมมุติ นาย ก. นาย ข. ซ้อนขึนมาอีก เมือคุณไปเลือกเปนนาย ข. ผู้ได้ 20 บาท ก็เท่ากับคุณแสดง "จิตโลภ" ของคุณออกมาว่า "เอา 20 บาท" นันเอง คิดให้ดีอย่างเดียวกันแท้ ๆ นีแหละคือ แง่คิด แง่พิจารณาธรรม เมือ พิจารณาออก เข้าใจได้ เ ห็นแจ้งอย่างถูกต้อง ดังนี 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 12 คนฉลาด คนทีฉลาดอย่างโลก หรอ เปนคนอย่างโลกๆ จึงเลือกเปนนาย ข. ผู้ได้ 20 บาท จะไม่หันไป "ทําตนให้น้อยลงอย่างบรสุทธิใจ" เลย สักโอกาส ดังนัน ผู้แจ้งธรรม หรอยึดการปฏิบัติธรรม จึงจะเลือกเปน นาย ก. ทิง การประพฤติอย่าง นาย ข. เสีย ฝกฝน-หัดตน ละ-วาง-ทิงการกระทําทีจะได้มา "มาก" (อันเรยกว่า โลภะอยู่ทุกขณะ ทีเรยกว่ามาก) เสีย จรงๆ เราก็จะเปน "ผู้ ถูก-ผู้สูง" ถ้าเรากระทําเปน "ผู้น้อยลง ๆ" อยู่ ดังนีเสมอ แม้จะมีโอกาสได้มากอย่าง บรสุทธิ อย่างไรก็ตาม ก็พยายาม "น้อย" ลงเสมอ ๆ เราก็จะ "บรรลุ" สูงขึน (ทางธรรม) เสมอๆ แต่ถ้าใครยังไม่ได้ทําอย่างนีจรง ๆ "จิต" ของคนผู้นันจะเข้าใจ "สภาวะ ธรรม" ทีสูงขึนกว่านี อันเรยกว่า "ว่าง-เบา-สงบ-ไม่เดือดร้อน" นัน ไม่ได้ ! ต้องลองทําจรง ๆ เดินเข้าสู่สนามแห่งความเปนอย่างนัน จรง ๆ (กล้าจน) จึงจะเข้าใจสภาวะธรรมทีสูง ทีละเอียดได้จรง เมือทําได้ขันนีแล้ว ขันต่อไปก็จะคัดเลือก วจัย "ค่า" ของ "ความดี-ความ ชัว" หรอ "ค่า" ของ "ความผิด-ความถูก" ทีเปนธรรมถูกแท้ ทีเปนโลกุตตระได้ จรง ๆ 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 13 คนไม่ทําดังนี เพราะเขากลัวอดตาย - ใคร? กล้าจน ! แต่ถ้าผู้ใดไม่กลัวตายและกล้าทํา อย่างไม่สะทกสะท้านได้จรง ๆ ผู้นัน แหละ จะเห็นความ "ไม่ตาย" เกิดในตน (อมตธรรม) - พุทธสอน... โลกุตตระ พอเข้าขัน "โลกุตระ" นัน มันเปนเรองของพลังงาน หรอ อํานาจ ทีแสดง ฤทธิออกมา อย่างมองไม่เห็นตัว มันเปน "นามธรรม" (ใจ) ดังนัน คนธรรมดา ๆ ทีมองทุกสิงทุกอย่างด้วย "ตาเนือ" จึงจะเห็น พลังงาน-อํานาจ หรอ เห็น "ค่า" อ่านความแตกต่างของพลังงาน-อํานาจทาง นามธรรม (ใจ) นีออกไม่ได้ง่าย ๆ จึงจะเดาถูกต้องตรงแท้ไม่ได้จรง ๆ ฉะนัน ต้องลงมือ "ทํา" กับตนเอง โดยตนเอง "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อย่างนี ให้ปฏิบัติอย่างนี ให้ดําเนินชีวตอย่างนี (อรยมรรค 8) ไม่ใช่สอนให้ท่องตํารา ให้ฟงเขาเฉย ๆ แล้วหลงดีใจว่า เรา "ได้รู้" แล้ว อยู่ เท่านัน 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ห น้า 14 และ "พุทธ" สอนให้อ่าน "ค่า" ของพลังงาน อ่าน "ค่า" ของอํานาจทาง นามธรรมให้ออก ให้ทะลุ "พุทธ" ไม่ได้สอนให้อ่านแต่เพียง "วัตถุ" ไม่ต้องไปมัวงมอยู่กับ "รูปธรรม" นอกตัวเรา ให้เสียเวลามากกว่า "นามธรรม" จงหัด "ละชัว-ประพฤติดี" อย่างทีว่านีเสียเถิด และทํา "ใจ" ให้ บรสุทธิผ่องใส ตามนัยดังกล่าวนี คือ อ่าน "นามธรรม" (ใจ) ให้ออกว่า อย่างไรคือค่าสูง? อย่างไรคือค่าตํา? แล้ว "ละทิง" สิงทีเปน "ค่าตํา" นัน ๆ ลงไปเรอย ๆ ๆ ๆ (คือ ละชัวทีละเอียด อันอ่านเห็นได้ยากลงไปเรอย ๆ) แล้วคุณจะถึงทีสุด หยุดลงตรง…แดน(ภพ) แห่งความนิง แดนว่าง แดนอิสระ แดนนิพพาน เอง อย่างแน่นอนแท้จรง. — ⃠ — หมายเหตุ : ตัดมาจาก 13-140000 ประกายธรรม เล่ม 1-2 (รวมบทความเก่า ๆ ของพ่อ ท่าน) 140504 ประกายธรรม 19 "พุทธ" สอนให้เรยนรู้อะไร เมืองพุทธ ชาวพุทธ ?! บทความโดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน