191202-083 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข1 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคมพุทธศักราช 2519 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำเพชรเวชปัจจัยณพุทธสถานสันติอโศกพูดได้พยายามพิสูจน์สัจธรรมตั้งแต่เบื้องต้นพยายามเลิกละเหมือนอย่างพรากมาประชุมในยางออกมาจากน้ำแล้วไกลห่างสิ่งที่เราเคยติดและสิ่งที่เราติดนั้นเป็นสิ่งชั่วเข้าใจด้วยเหตุผลเข้าใจด้วยปัญญาว่ามันตามมันเลวโลกเขาก็รับคนเลวเราก็รู้ด้วยน่าอายขายหน้าถ้าไปเกี่ยวข้องเมื่อรู้แล้วสิ่งนั้นส่วนนั้นเราก็ลดละออกมาให้ได้แม้จะหามาเหมือนพรากมาประชุมยาวๆออกมาจาก ใจของเรามันยังร้อนๆยังมีอารมณ์ยังมีอะไรก็ต้องปราบมันกำราบมันรู้จิตของเราที่มันดิ้นรนไปหาให้จริงตั้งแต่อบายมุขตั้งแต่ต่ำๆเมื่อได้พิสูจน์แล้วว่าขาดจากอบายมุขแล้วก็เบาก็วางทำงานจะเห็นความสิ้นภาระหมดจิตแห่งตนเห็นชัดเมื่อหมดจิตแห่งตนพ้นภาระในส่วนสัตว์นั้นเหตุนั้นปัจจัยนั้นเราละเลิกมาได้ล้างไม่ได้จริงถ้าเราก็จะรู้จักวิมุติรู้จักความหลุดพ้นรู้จักภาระอันสิ้นความดับสนิทแห่งโลกเรียกว่าโรคอะไรชัดเจนเห็นจริงโลกที่หยาบสูงขึ้นมาอีกเป็นโรคกามารมณ์โลกกามคุณหรือว่าโลกสรรเสริญที่เรายังเหมือน เกี่ยวข้องมันอยู่ขาดเสียไม่ได้แต่เราก็ลองขาดมันดูฉลาดมากครับทานหวงรากหัดทานห้วงยศหักลดตัวลดต้นหัดใช้อำนาจการงานทำความเข้าใจโดยยศโดยฐานะเพราะเราทำการงานให้สมกับฐานะโดยไม่ถือยศถือศักดิ์ยาเสพติดในสรรเสริญเป็นต้นเสียงสัมผัสรหัสรถหัดน้อยลงหัดไม่เกี่ยวข้องพรากมาในช่วงหยุดยาวออกจากสิ่งเหล่านี้ด้วยอีกเราก็จะรู้จักธรรมะโดยนัยเดียวกันลักษณะเหมือนโรคอบายเพราะโรคกามหรือโรคกระทำ 8 ก็โดยนัยคือกันแต่อาจจะไม่คล้ายบางอย่างอาจจะตีกลับบางอย่างอาจจะย้อนแย้งเป็นฐานที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีกก็ต้องรู้ชั้นเชิงรู้ความจริงของมัน ขาดมันหลุดแล้วมันก็จะเหมือนกันกับเราหลุดจากโลกระบายใจมันว่างมันวางมันพ้นมันไม่ม

อ่านต่อ

ีภาระมันหมดสิทธิ์มันวิมุตมันเย็นสนิทมันสุขุมอยู่ไม่ต้องเกี่ยวต้องเข้ามันก็หมดทุกข์หมดสุขไม่ต้องรอพระไม่ต้องโทรสั่งแล้วแม่ที่สุดเรื่องของสภาพของจิตหยุดได้หมดก็มาติดหยุดขี้เกียจจะเกิดขึ้นกลายเป็นผู้ที่จะรักสงบรักหยุดรักนิ่งไม่อยากทำอะไรที่สุดอยากฆ่าตัวตายไปเลยไม่ต้องการตายก็ได้อยู่ในโลกนี้ก็เท่านั้นไอ้นั่นก็เรียกว่าเราไม่รู้ความจริงว่าสิ่งประเสริฐสุดก็คือคนโลกสร้างคนขึ้นมาได้และโลกจะรู้จักคนคนนี่แหละจะช่วยโลกเป็นยอดปัญญาเป็นยอดคนเครื่องจักร ของดีที่สุดมีทั้งการประมาณการประเมินค่าการรู้ความจริงชั้นเชิงของโลกได้สูงสุดเมื่อได้รู้แล้วและเราไม่ช่วยโลกกลับทำลายสิ่งที่เราได้รู้ทำลายสูญหายไปเสียไม่เป็นประโยชน์ย้อนทวนมาให้แก่โลกโลกก็เลยไม่ต้องได้สร้างสิ่งที่ดีที่สุดมาให้แก่โลกเพราะฉะนั้นมนุษย์นั้นยังไม่ใช่มนุษย์ประเสริฐยังไม่ใช่มนุษย์ของโลกเป็นมนุษย์ปลอมปลอมเป็นมนุษย์เห็นแก่ตัวพอมาได้รู้อะไรนิดหน่อยก็ฆ่าตัวตายไปเสียทิ้งเสียไม่เป็นประโยชน์ให้แก่โลกได้ใช้โลกจึงไม่มีแต่เศษมีแต่เศษขยะเพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่มนุษย์ที่แท้จะไม่ใช่สิ่งประเสริฐของโลกที่แท้มนุษย์จะเป็นสิ่งประเสริฐของโลกที่แท้เราได้รับความว่างความเบาความง่ายและเราก็อยู่บนมันเหนือมัน ถึงแล้วแล้วเราก็อนุโลมกับโลกย้อนมารู้สมมุติแล้วก็ใช้สมมติให้กับโลกเขาแล้วก็ดึงลุกขึ้นมาตั้งฐานร่ายก็ขึ้นมาเป็นชั้นเชิงชั้นตอนให้เขาพยายามกระเถิบสถานะระหว่างด้วยอุบายด้วยปัญญาอันยอดจึงจะเรียกว่าเป็นสมบัติของโลกหรือเปล่าเป็นสิ่งประเสริฐของโลกให้ช่วยชนเป็นอันมากช่วยสังคมช่วยมนุษย์ชาติตัวเองนั้นแสนสบายแล้วเถอะแล้วเราตอนที่ไม่สบายเนี่ยมันเป็นเพียงสมมุติเมื่อยืนยันรู้สมมติฐานแล้วก็ไม่มีอะไรของใครเราก็เป็นแต่เพียงสมบัติสิ่งประเสริฐชิ้นประเสริฐของโลกเท่านั้นเองและจะทำหน้าที่ให้แก่โลกไปถึงที่ตายหรือถึงที่หมดกำลังหมดแรงงานหมดพลังและธาตุดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมจะแย่เป็นชิ้นสุดท้ายก็จะถึงวาระนั้นโดยสิ่งที่มันเป็นสิ่ง นี่เรียกว่าเป็นผู้ที่รู้ตามลำดับมาไล่เรียงจนถึงโลกอาบน้ำมันโลกแห่งจิตซึ่งลึกซึ้งมีอุปกิเลสมีสิ่งที่เราเรียนกันอยู่นี้เราจะรู้ว่าเราได้ลึกซึ้งขึ้นเราได้เข้าใจขึ้นและเราได้ปล่อยวางอัตราทำลายเป็นอนัตตาไปเรื่อยๆเรื่อยๆตามลำดับแล้วจะถึงที่สุดจนรู้ที่จบว่าอย่างไรคือความปล่อยขาดอย่างไรคือความพอดีที่เราจะอยู่กับโลกอย่างปรุงอยู่อย่างโรคเหมือนจะอยู่กลางเตาหลอมเด็กเราก็เป็นน้ำแข็งเหมือนเราทอมทำงานเราก็ว่างเหมือนเรามีแต่เราก็ไม่มีเหมือนเราไม่มีเลยและเราก็ไม่มีเลยได้จริงๆเป็นที่สุด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน