191109-072 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 9 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราพิจารณาปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกประโยชน์อย่างสูงหรือประโยชน์อย่างต่ำอย่างต้นอย่างกลางอย่างไรทุกๆประโยคเราจะต้องพยายามมีความละเอียดกำหนดหมายให้ถูกตัวถูกตนมันก็เป็นการคาดคะเนหรือดาวบ้างแต่ก็ไม่มีข้อมูลให้มีหลักให้มีหลักฐานหรือว่าให้มีสัจจะมีของจริงมีเนื้อหาของมันลงไปจริงๆนั่นแหละที่จะเป็นของจริงอย่าเพิ่งฝีผลาญอย่าเพิ่งด่วนตัดสินอย่าเพิ่งด่วน ทำอะไรกันหลงตัวหลงตนอดทนเป็นตนมีตนเข้าชายตัวไหนตายเพราะว่าผีหลอกมันเยอะอันนี้โดยเฉพาะจิตของเราหลอกเราเองเยอะเหมือนกันแต่อันใดที่แน่นอนที่แน่ใจแล้วก็มั่นใจแล้วก็อาศัยเวลาบ้างแน่ใจแน่ใจแน่ใจยิ่งขึ้นและมันก็จะเป็นผลสำเร็จเพราะฉะนั้นในการมาเรียนรู้มากระทำเนี่ยเราได้จุดเป้าหมายที่เราต้องการเรียนรู้การเรียนรู้ว่าเราเองเป็นอยู่มีชีวิตถูกทิศทางและเราต้องการอย่างนี้มันเป็นความเบาความง่ายความสบายและก็เป็นประโยชน์ด้วยเราจะได้เสียซึ่งประโยชน์โดยเราเองเราได้สบายท่าเดียวนะไม่ใช่ศาสนาพุทธที่เดียวไม่ใช่อุดมคติที่เต็มเพราะศาสนา อุดมคติที่เต็มของศาสนาพุทธนั้นได้ทั้งประโยชน์ตนคือเบาสบายง่ายโดยไม่ลำบากนักแต่ลำบากก็รู้ลำบากสู้ความลำบากได้อย่างเก่งพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสว่าอรหันต์ของเรานั้นเป็นผู้ที่ทนได้ต่อสัตว์เสือกลิ้นคลานแบบน้ำลมฝนการกระทบต่อความเจ็บแสบเผ็ดทนได้อรหันต์ของเราต้องทนได้ด้วยกับสิ่งที่กระทบอย่างแสบอย่างเจ็บอย่างเผ็ดร้อนพระพุทธเจ้าท่านยืนยันอย่างนั้นด้วยแล้วก็เป็นเรื่องจริงเพราะเรารู้สิ่งเหล่านี้เราเรียกโดยสมมติว่าแต่เจ็บมันหนักมากแต่เราหมดถือสาเรา เราจะรู้ว่าเราวางเราหมดถือสาแล้วเราสบายนอกนั้นก็เหลือแต่องค์ประกอบหรือเหลือแต่กรรมหรือแตกต่างกันแล้วแ
อ่านต่อ
ต่เหตุปัจจัยที่มันทำงานของมันเองถ้ามีอะไรทับอยู่บนบ่ามันก็ต้องหนักก็เป็นเรื่องของความหนักของวัตถุสองสิ่งนั้นควรทำไหมลงท้ายที่สุดมันอยู่ที่ว่าควรหรือไม่ควรไอ้คนที่รู้ว่าควรหรือไม่ควรนั่นแหละเรียกว่าผู้มีปัญญาโดยมีปัญญาวิเคราะห์จริงเอาหลักสัตบุรุษ 7 เอาหลักความเหมาะสมที่เราเองเราทนได้หรือไม่ได้ถ้าทนไม่ได้มันแย่มันหนักมากไปเราถึงสุขภาพกายก็เสียให้จิตมันยังไม่ต้องพูดถึงเพราะถ้าเราทรมานจนกลายก็เสีย แล้วถ้ากายจะบุบสลายบ้างแล้วก็ไม่ได้ถือสากายกายมันจะต้องให้บังแล้วก็ไม่ได้หวงกายจนเกินไปเรารู้ได้ว่าเราจ่ายกายไปขนาดนี้เราได้ประโยชน์ทดแทนมามากคุ้มกันเราก็เสียเสียกำลังกายบางทีเสียงจะเสียไปบางทีร้อนจะร้อนจัดไปบางทีเท้าจะแตกเท้าจะพองบางทีผิวจะเกรียมจะอะไรมันก็ไม่มีปัญหาถ้าเราทำแล้วเราเกิดผลให้แก่นโลกให้แก่ผู้อื่นแล้วก็เป็นการเสียสละที่เป็นสัจธรรมที่แท้ว่าเป็นคุณงามความดีและเป็นค่าของมนุษย์เพราะเมื่อเราเข้าใจอย่างแท้จริงแล้วคนนั้นก็ทนได้ใจก็วางเบาแล้วก็ทำงานนั้นไปโดยที่ว่าให้ตายที่เกิดทุกข์ เป็นทุกสภาวะเป็นทุกข์ของร่างกายจิตของเราวางเบาแล้วเจอแต่สิ่งกระทบก็หมดไปเมื่อเจอแต่สิ่งกระทบหมดไปเหลือแต่กายแล้วก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงตามสภาวะแท้เหตุปัจจัยมันจะต้องมีปฏิกิริยามีการขัดกันมีการทำลายกันมีการมีส่วนที่จะอันเป็นสูญไปอันนึงตั้งขึ้นอันนึงก่อขึ้นเหมือนกับเราเอาปืนไปเผาฟืนก็สลายไปแต่เราได้ความร้อนมากเกินความร้อนก็เป็นเผาไอ้นี่เป็นหลอมหรือว่าไปสร้างอันนี้ขึ้นมาอีกใหม่มันก็เปลี่ยนย้ายกันไปทดแทนกันไปอย่างนั้นเราก็รู้ว่าส่วนหนึ่งเสียและมีส่วนหนึ่งเกิดขึ้นส่วนหนึ่งได้ขึ้นและดีกว่าสมควรกว่าดีควรจะเกิดอยู่ในโลกด้วยซ้ำไปอย่างนั้นก็ไม่ใช่ความทำลายหรือความสูญเสียอะไร เราก็เป็นการจ่ายและเราก็เป็นการสร้างความเกิดอยู่ในตัวนี่เป็นหลักสัจธรรมเป็นเรื่องของธรรมดาของโลกไม่ใช่ความประหลาดอะไรเราพ้นทุกข์เพราะเจอแต่สิ่งกระทบหมดไปส่วนกายิกส่วนด้วยรูปทางวัตถุมันก็เป็นไปตามดำเนินไปตามความเป็นจริงผู้ใดรู้เท่าทันผู้ใดเข้าใจซึ่งผู้นั้นก็สบายมีชีวิตที่สบายหมดทุกข์เร็วกว่าหมด 70 ก็ทุกข์มันเองแล้วก็ทำตามที่เราจะสามารถทนได้สามารถรู้รายละเอียดชั้นเชิงและจุดที่สุดก็คือมีสัปบุรุษจะทำ 7 ประการมีสติสัมปชัญญะในไตร่ตรองในธรรมะวิจัยและพิจารณาโดยไม่เข้าข้างตัวตนไม่มีแล้วทำไปโดยปัญญาของเรารู้ดีที่สุดเท่าที่เราทำได้ก็เป็น เพลินที่สุดแล้วมันจะไหลอย่างเทเมื่อเราทำเราจะฉลาดเราจะรู้และประชาชนได้มากขึ้นมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้คำว่าทนมันทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากมากขึ้นเพราะฉะนั้นจะทนต่อความเจ็บแสบเผ็ดร้อนสัตว์เสือกลิ้นพรานหรือแม้แต่ลมแดดน้ำฝนอะไรเราจะทนได้เท่าที่พระพุทธเจ้าตรัสอย่างแท้จริง