ดีชั่วเป็นสมมุติ สุขทุกข์เป็นปรมัตถ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
ดีชั่วเป็นสมมุติ สุขทุกข์เป็นปรมัตถ์ ผู้เป็นเทวนิยมไม่ศึกษาความละเอียดละออพวกนี้ ก็หลงว่าเที่ยง พระเจ้าเที่ยง พระเจ้านี่แหละสุข พระเจ้าเป็นเจ้าของความสุข พระเจ้านี่แหละคือตัวตนที่แท้จริง อัตตา อาตมัน ปรมาตมันเลย เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่เลย ปรม กับ อัตตา จำนนอยู่ตรงนี้ พระพุทธเจ้าก็เลยไปกว่านั้นว่า อ๋อ.. อ้าวก็เลยมีประเด็นว่า 1. ถ้ามี ถ้ายังอยู่ ถ้ายังเป็นชีพ เป็นชีวิต เป็นอัตตา เป็นสัตว์โลกอยู่ ก็ต้องเป็นสัตว์โลกที่ดี เป็นชีวิตที่ดี เป็นสัตว์โลกที่ดี เป็นตัวตนอัตตาที่ดี ดี ดีคืออะไร ดี คือ สมมุติตามสังคมแต่ละกลุ่มๆ คล้ายกันตรงกัน ไม่คล้ายกันไม่ตรงกัน ได้ทั้งนั้น ก็เป็นไปตามนั้น ใครเขาจะยึดถือตั้งสมมุติว่าอันนี้ดี เราก็เข้าใจ ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วก็ต้องเข้าใจว่าเป็นอย่างนี้นะ อยู่ด้วยกันเขาอย่างนี้นะ ก็ต้องทำตาม พยายามอนุโลมไปตามกัน เพราะสมมุติมันไม่จริงมันไม่เที่ยง สมมุติกันไปได้ยึดถือกันไปได้ก็เอาอย่างนี้แหละดี เอาหัวเดินต่างตีนดีนะก็เดิน คุณเดินได้เราก็ต้องเดินได้ เอาหัวเดินได้เราก็ต้องเดินได้ ไอ้อย่างที่คุณว่าอร่อยเราก็อร่อยกับเขาได้ แต่จริงๆเราก็กลางๆ อนุโลมเป็นไปกับเขาเฉยๆ ที่จริงเราไม่อร่อยหรอก มันก็เป็นความจริงตามความเป็นจริง เช่นว่า อันนี้เขียว แหม..ลูกมะเขือเทศนี้มันงามผ่องใส สีสวยน่ากัด อร่อย เอ้า อร่อยก็อร่อย แต่แท้ ๆ มะเขือเทศมันก็มีกลิ่นมีรส มันมีสัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งอย่างนั้น สัมผัสแล้วมันก็ทุกคนสัมผัสเดียวกัน ถ้าจะว่าแล้วความรู้สึกเดียวกันหมด แต่ยึดต่างกัน ไอ้เรียกต่างกันยิ่งมากมาย แต่สัมผัสแล้ว มันก็อันเดียวกัน ก็สัมผัสอันนั้นกับธาตุจิตที่สัมผัส จิตของใครก็รู้สึกอย่างนั้น ตรงกันหมดแหละ แต่ไม่รู้จักตรงกัน เราก็รู้ว่าไม่ตรงกัน จะไปยึดให้คนมันยึดตรงกันมันไม่ไ
อ่านต่อ
ด้หรอก มันจะต่างกันนิดนึง ต่างกันมาก ต่างกันจนกระทั่ง อันนี้ชอบ อันนี้ไม่ชอบ อันนี้อร่อยไม่อร่อยเลย มันก็เรื่องของคนต่างคนต่างยึดถือ ก็เป็นอันว่า อันนี้เราก็ไปจัดการอะไรไม่ได้ใครไปยึดถืออะไรก็แล้วแต่ แต่ความจริงสัมผัสอะไรมันก็คืออันนั้นหนึ่งเดียว ตรงนี้แหละสำคัญ รู้ความจริงตามความเป็นจริงเรียกว่า ปัญญา ชัดเจนในความจริงตามความเป็นจริง นี่ภาษาไทยเรียกว่า เอาภาษาฝรั่งบอกว่าเป็นพลาสติกเอามาเป็นกระบอก OK อันนี้คือพืช อันนี้คือกระดาษเอามาใช้งาน อย่างนี้เรียกว่าปฏิทิน ก็ OK อะไรเป็นอะไรก็มีความชัดเจน ว่าสิ่งนั้นคือสิ่งนั้น แล้วเราก็ใช้ประโยชน์ได้หรือถ้าเป็นโทษก็อย่าไปสร้างมันขึ้นมา เช่นปืนผาหน้าไม้ ลูกระเบิดอะไรอย่างนี้ มันเป็นโทษนะ ไม่ใช่เป็นคุณ มันไปบำเรอความอยากใหญ่ ความจะข่มเหงรังแกปราบปรามทำร้ายผู้อื่น เพราะฉะนั้นผู้ที่คิดสร้างอาวุธ ยังเป็นคนที่โหดร้าย ยังเป็นคนที่ไม่มีความรู้แม้แต่ความเป็นสัตว์ สัตว์คือเพื่อนเกิดแก่เจ็บตาย ต้องเอ็นดูกัน ปรานีกัน แล้วก็หวังประโยชน์เพื่อกันและกันให้ได้ แทนที่จะมาฆ่ากัน มาทำร้ายกัน มาเอาเปรียบกัน ไม่ต้อง เพราะผู้ที่ไม่รู้จักกรรมวิบาก ไม่รู้จักการเกิดการตาย การเวียนเกิดเวียนตาย แล้วมีเหตุมีปัจจัย ของกรรมของวิบาก ปรุงแต่งกันอยู่ ท่านก็รู้ว่า อ๋อ.. จิตวิญญาณนี้มันลึกซึ้งละเอียดมันยึดถือยึดติดอะไรมาปรุงแต่งกัน แยกเป็นดีกับชั่ว แยกเป็นเกิดกับดับ อ้อ.. ดีชั่ว เป็นสมมติในโลก แต่ เกิดดับ นี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ถ้าทำอย่างนี้ก็เกิดอยู่ ถ้าทำอย่างนี้ก็ดับ ดับได้นานจนกระทั่งลืม แต่ไม่ดับเหตุให้ดับตลอดกาล พระพุทธเจ้าตรัสรู้อันนี้ อ๋อ.. ดับเหตุที่มันดับตลอดกาลเลย ท่านก็แยกเทวะนี้ออกได้เลย ดับเหตุที่ไม่ให้เกิด
640222_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานพุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 45 ออนไลน์