สื่อธรรมะพ่อครู(ป่ากับศาสนาพุทธ) ตอน ออกป่าหลับตาอยู่แต่ผู้เดียวนั้นไกลจากวิเวก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ป่ากับศาสนาพุทธ) ตอน ออกป่าหลับตาอยู่แต่ผู้เดียวนั้นไกลจากวิเวก _น้อมยอดธรรม...วิเวก 3 อย่างกายวิเวก ดิฉันคิดว่าของดิฉันเวลาทำงานก็อดทนมีขันติ เวลาเจอผัสสะ ณ ปัจจุบัน ก็คิดว่ามันก็เห็นเป็นทุกข์แต่ดิฉันคิดว่ามันอยู่ในถ้ำ ดิฉันก็จิตวิเวก อารมณ์ลดละจางคลายจากกิเลส พ่อครูว่า...ก็ใช้ได้ประมาณหนึ่ง ก็ขอสรุปวิเวก 3 กายวิเวก หมายถึงระดับภายนอกระดับหยาบ จิตวิเวก ก็หมายถึงเข้าไปหาจิต วิเวกคือสงัดสงบ สงบปัสสัทธิ หากปฏิบัติผิดทางก็ไกลจากวิเวก คนที่มิจฉาทิฏฐิปฏิบัติไกลจากวิเวกไม่มีสิทธิ์ที่จะเกิดปัสสัทธิ ไม่มีสิทธิ์ที่จะบรรลุผลเลย จะไปด้วยความสงบแบบสมถะ เป็นโลกียะหยุดนิ่งไม่ได้อุปธิวิเวก คือ คุณต้องมีปัญญา 1.รู้จักตัวกิเลส 2. รู้จักความเป็นขันธ์ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ต้องแยกแยะสภาวะเมื่อไหร่เป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร ขันธ์ ต้องเข้าใจจริงๆ มีสภาวะรู้ของตน ขณะนี้เรียกว่าเวทนา อย่างนี้เป็น สัญญา สังขาร วิญญาณ เราก็จัดการมันได้อย่างถูกหน้าที่ ยิ่งอภิสังขาร เป็นได้ทั้งความผิดเป็นได้ทั้งความถูก เป็นทั้งโลกีย์เป็นทั้งโลกุตระ เป็นการสังขารอย่างยิ่ง แต่เป็นอภิสังขารอย่างโลกียะเละดึงไปหาทางต่ำ ปรุงแต่งเก่งสร้างเก่งเหมือนโจร ธัมมชโยทักษิณเป็นอภิสังขารไปทางชั่วเละ แต่อภิสังขารที่เป็นโลกุตระ รู้ว่าอาการอย่างนี้รู้จักเหตุดับเหตุได้ คือกายกลิ เหตุปัจจัยที่เกิดรูปนามของกิเลส แล้วก็กำจัดกิเลสทำให้เกิดพลังงาน ฌาน มาสลายกิเลสนั้นได้ ก็เรียกว่าเกิดปุญญาภิสังขาร ฌานคือพลังงานไปเผา มีอำนาจมีฤทธิ์เหนือกว่ากิเลสที่เป็น ราคะ โทสะ โมหะ คนนั้นก็มีความสามารถที่จะทำการอภิสังขารที่เป็นบุญญาภิสังขาร ความเป็นอุปธิ ผู้ใดทำให้สามอย่างนี้เป็นผลสำเร็จฆ่ากิเลสได้ด้วยอภิสังขาร ฆ่า
อ่านต่อ
กิเลสในรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณ ให้เป็นขันธ์ที่สะอาดปราศจากกิเลสคุณก็เป็นอุปธิวิเวกเป็นผู้สะอาดปราศจากกิเลส เป็นจอมยุทธ์ทำให้กิเลสตายได้จริงเกิดนิพพานที่เป็นอมตะ อุปธิวิเวกคือนิพพานหรืออมตะ ทีนี้ คนมาปฏิบัติจิตสังขาร จะเกิดอุปธิวิเวกก็ทำที่จิต คนที่มิจฉาทิฏฐิปฏิบัติหลับตาไกลจากวิเวก นั่งหลับตาไม่มีภายนอกเท่านั้นแหละไกลจากวิเวกแล้ว ไม่สำเร็จ หรือกายวิเวกก็ออกมาเอาตัวเองมานอกเรียกว่าวิเวก สงัด เอาแต่ร่างแต่รูปนำตัวเองไปอยู่ป่าเขาถ้ำ ป่าช้าที่ห่างจากโลกีย์หนีสัมผัส แล้วดันไปอยู่แต่ผู้เดียวอีก เดินผู้เดียวไปผู้เดียวนั่งผู้เดียวอยู่แต่ผู้เดียวอีกไม่มีมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี ไม่มีผู้ช่วยเลยอวดเก่ง คนนี้ยิ่งไกลจากวิเวกไกลลิบเลย เขาเป็นมิจฉาทิฐิแล้วออกจากป่า ไปเข้าถ้ำ จิตวิเวกมิจฉาทิฏฐิก็ไปไกลเลย การพิจารณากิเลสในขันธ์ทั้ง 5 ทิ้งไปหมดเลย ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจก็ทิ้งหมดเลย มันจะไปรู้ขันธ์ได้อย่างไร รู้แต่ขันใส่น้ำ เรื่องผู้ที่ไกลวิเวกที่อาตมาอธิบายวนไปวนมา ผู้เอาร่างตัวเองออกป่าเขาถ้ำไม่มีมิตรดีแล้วไปสะกดจิตตัวเองให้ไม่มีสัมผัสภายนอก ขาดจากภายนอกก็เป็นปัจจุบันแบบมิจฉาทิฏฐิเป็นเดียรถีย์ แม้แต่อานาปานสติ พระพุทธเจ้าก็เตือนว่าให้เหลือลมหายใจอยู่เป็นสิ่งสุดท้ายอย่าให้ขาด พระพุทธเจ้าตรัสว่าจะต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 ด้วยกาย การไม่มีกายก็เป็นมิจฉาทิฐิไม่มีสิทธิ์ที่จะบรรลุธรรมของพระพุทธเจ้าเลยอย่างนี้เป็นต้น สรุปแล้วคนที่เอาตัวเองออกจากหมู่ ไม่มีผัสสะ โดยไม่ได้แบ่งทำตามลำดับ ศีลสมาธิปัญญาเป็นหมวดหมู่เป็นปริเฉทไป ก็เข้าใจกันศึกษาปฏิบัติธรรมไม่ได้ก็เลยเป็นมิจฉาทิฐิเละเทะไปหมดเลย ผู้ที่ออกป่าโดยไปเข้าใจผิด ตั้งจิตทำจิตวิเวกอย่างมิจฉาทิฐิไม่มีภายนอก ก็ปิดประตู อุปธิวิเวก ไม่มีทางรู้จักกิเลส ไม่มีทางจะทำอภิสังขารได้ ก็ปิดประตูอมตะปิดประตูนิพพานเลย นี่แหละคือคนที่ไกลแสนไกลจากวิเวก ฟังดีๆท่านผู้ที่หลับตาที่หลงผิดมาเป็นล้านชาติทั้งหลาย ฟังให้ดีแล้วเอาไปพิจารณาเป็นแปลงแก้ไขเสีย อาตมาเปิดดูช่องธรรมดาต่างๆมีแต่สอนนั่งหลับตานี้ไปเข้าป่ามีแต่พระป่าทั้งนั้น พระบ้านสอนกันก็มีบ้าง แต่อย่าพูดถึงเลยพระบ้านประเดี๋ยวก็ไปเถียงกันอีกเพราะเขามีพยัญชนะภาษา พระป่าไม่มีพยัญชนะภาษาเถียงไม่ค่อยเก่งแต่พระบ้านเถียงเก่งจริงๆอาตมาสู้ไม่ค่อยไหว มันจะพาเราเข้าป่าเข้ารกด้วย อาตมาไม่เสี่ยงถูกดึงเข้าป่า621021_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 76