191019 ปาริสุทธิ4ประการ-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt

โฟลเดอร์2519 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์160 KB
วันที่แก้ไข27 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้พ่อท่านได้ทุกๆวันวิบัติและปฏิทิน 4 ประการดังที่จะได้รับฟังต่อไปนี้ถ้าทำวัตรกันต่อวันเราได้พูดถึงวิบัติอาจารย์ทั้งศาสนาตัวมันเองสูงเราก็พอรู้ จะรักก็โทรก็รู้ถ้าตื่นก็ดีอาจจะรักก็ดีหรืออาจจะรักที่มีไปโดยสมบูรณ์โดยเรียกว่าสัมมาจาระหรือสมาจารย์อาจารย์ภาษารักเพชรประพฤติสิ่งหนึ่งควรสิ่งหนึ่งควรเริ่มที่ 1 ควรทำเป็นอย่างนั้นก็เริ่มมาแต่ทุกทีคือความเข้าใจได้ความเห็นได้เมื่อเรามีความเห็นผิดมันก็จะเป็นความเห็นถูกมันก็จะไปอย่างถูกเพราะฉะนั้นถ้าความเห็นเกิดอุบัติเกิดไม่เป็นไปอย่างนั้นเขียนแล้วเราก็จะไม่เป็นไปอย่างที่เราเห็นแน่นอนแต่เห็นอย่างไรเราจะเป็นอย่างนั้นความ ไม่ใช่ภาษาพูดความเข้าใจที่มันเข้าใจจริงๆมันไม่ใช่ภาษาพูดมันด้วยความเข้าใจจริงๆเพราะฉะนั้นเราจะต้องทำความเข้าใจให้เห็นแจ้งความคิดถึงให้เห็นแจ้งจะแจ้งให้ชัดมันอยู่ไหนๆเราก็ต้องให้ชัดเมื่อเราพึงเห็นอย่างไรได้แล้วเราก็จะพึงเป็นไปอย่างมีหลักประพฤติมีการกระทำเพื่อที่จะให้ไปสู่จุดนั้นมีอาจจะรักที่เราเองเราก็พยายามไปตามที่เราเห็นแน่นอนเข้าใจอย่างไรมันมีเป้าหมายอย่างไรอยากทราบถึงขั้นเข้าใจแก้ มันจะไปไปช้าไปเร็วก็ตามมันจะไปเขาก็น่าจะถือว่าเป็นไปแล้วแล้วแต่เราก็มีศีลเธอมีอาจจะรักเพิ่มพยายามพากเพียรมันก็จะเป็นอาวันเพราะเหตุใดไม่มีทิฐิไม่มีความเข้าใจถูกกล่าวถึงไม่มีจริงเราจะไม่มีอาจจะรักเมื่อเราไม่มีชีวิตความเป็นอยู่ความยังชีพซึ่งมีบัตรคุณไม่เป็นสมบัติจึงไม่เกิดใหม่ไม่เกิดสมบัติไม่เกิดใหม่มันเป็นไปอย่างกล่าวอย่างเดิมอย่างวน อย่างที่เราเคยเป็นชาติแล้วชาติเราดูแล้วขี้เหล้าเดือนแล้วเดือนเล่าวันแล้ววันเล่าก็คงอย่างนั้นเป็นอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนไปเมื่อเปลี่ยน

อ่านต่อ

ไปเราก็บ่นอยู่ในโลกของเราอยู่อย่างเก่าโลกเราอาจจะแคบๆเช่นนั้นแต่เราก็ยังไม่คลี่คลายขยายตัวจากความแคบนั้นโลกเราอาจจะกว้างขึ้นมันน้อยแต่เราก็ไม่คลี่คลายในพัฒนาจากโลกมันกว้างขึ้นมาหน่อยนั้นเกิดขึ้นทุกชนิดอีกมันเป็นอยู่อย่างนั้นถ้าเราพูดได้เห็นแล้วว่าโลกนี้กว้างเท่านี้อย่างนี้เราจะไปที่โลกเก่าไปอยู่โลกใหม่หรือว่าทำโลกใหม่ที่เราทำความวนความเดินความเป็นไป ชีวิตอยู่อย่างใหม่ๆซะอีกมึงอย่างที่เราได้เป็นจริงเรามีชีวิตอยู่อย่างใหม่ๆขึ้นไปอีกเมื่อไหร่ผู้ใดมีผู้ใดเป็นผู้นั้นก็จะเห็นของจริงจะได้สัมผัสรู้สัมผัสเองเป็นเองนี่เองเหตุการณ์ทั่วๆไปเก็บตังค์จนเต็มจนทำได้จิตเรารับทราบเป็นประจำมันจึงเป็นปัจจัยสำคัญ ปาริสุทธิถ้าพูดได้ปฏิบัติไปถึงจุดแล้วก็จะถึงปาริสุทธิซึ่งอยู่ในปาริสุทธิศีลน้ำตาลชีววิทยา สกู๊ปรูปปริสุทธิ์โดยรอบความบริสุทธิ์โดยรอบสัปดาห์ที่สุดคือท่านก็ให้พยายามประพฤติหรือเปล่ามีแต่ปลาสีม่วงโคตรเท่รวมหมู่ไว้สำหรับมาเป็นครอบครัวมึงก็ไปเป็น 2007 ข้อที่เราใช้กันอยู่ 27 ข้อพระอาจารย์ การรวบรวมมา 37 ข้อพอดีหรือจะเป็นปาฏิโมกข์อื่นๆเป็นโอวาทปาฏิโมกข์ใดที่เป็นทั้งศีลเป็นทั้งสมาจารย์เป็นสิ่งที่ควรรู้ควรพึงเป็นผู้เรียนจะมาในนวโกวาทเนี่ยเฮ้ยกูไปวัดเขาเรียกว่าเป็นศีลถึงเธอเหมือนกันก็คือสิ่งที่ อาทิขอเป็นต้นอาทิแต่ว่าต้นเป็นต้นเป็นเบื้องต้นเป็นขั้นต่ำมันง่ายอาทิพรหมจรรย์จะบริสุทธิ์ได้เป็นต้นไปด้วยพระปฏิโมกข์ 150 บาทฟังแล้วว่ามันมีความแตกต่างกันอยู่ว่าที่แตกต่างกันอยู่ตรงที่ว่ามันเป็นแง่ที่ทำให้ความเป็นไปในนี้ออกให้ได้โดยกรณี สมาจารย์หรือว่าอาจารย์หรืออาจารย์มุ่งหมายในทางเคลื่อนควรจะทำให้ได้อย่างนี้กูไปวัดมาเป็นสิ่งที่ควรควรกระทำให้ได้อย่างนี้จนถึงให้ได้วันละออกอันนึงควรทำให้เป็นเป็นคนหยุดไม่ได้แต่มันมีความหมายมันควรทำให้เป็นการเป็นคนหยุดคนละคนเลิกมาให้ได้มันมีความแตกต่างอะไรง่ายอย่างนี้อาจจะรักหรือเปล่า ผลบอล 3 อาชีวะปาริสุทธิมีปัจจัยเวทนาพระปาฏิโมกข์พระสังวรเพราะเราได้สังวรชุดพยายามจะทำให้มีการประกอบอยู่เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอสู่ความประเสริฐสู่ความดีสังวรอยู่เสมอให้มันร่วมสมัยขึ้นประกอบด้วยประกอบขึ้นประกอบพร้อมให้มันพร้อมให้มันเป็นเสมอด้วยความประเสริฐด้วยถ้าเราไม่สำคัญเราไม่กระทำให้ตน มันเกิดเองกันเองไม่มีไม่มีตัวเองเป็นเองไม่มีแม้คุณจะนั่งฟังธรรมผมอยู่เนี่ยถ้าคุณไม่พยายามสังวรคุณนั่งเฉยๆคุณนั่งอยู่เนี่ยคุณนั่งอยู่ต่อหน้าผมคุณไม่พยายามประกอบพร้อมเด็กด้วยความประเสริฐคือไม่พยายามที่จะรับเอาสิ่งดีนี้ไปคุณเองคุณไปคิดใครอยากไปอเมริกา สถานะซื้อได้แต่คิดในข้อสงสัยนั่งงงสงสัยอยู่นั่นแล้วอธิบายอะไรไปอื่นก็นั่งคบอยู่นั่นแหละไม่รู้จักรับสัมผัสรับฟังแล้วจะรับรับทราบไปโดยจะเป็นกลางมัวแต่มานั่งย้อนแย้งขบคิดสงสัยไอ้ปัญหานั้นปัญหานี้จะเอาปัญหาอื่นมาตกทุกข์ในขณะที่กำลังฟังในขณะนี้อยู่ใกล้กันใหญ่แล้วคุณก็นั่งฟังหรือเปล่าคุณไม่มีทั้งวอนอะไรคุณก็ไม่มีการประกอบพร้อมในสิ่งที่แกควรไม่เป็นควรได้รับทั้งหมดเพราะในขณะนี้ที่ผมกล่าวถึงผมเอาปลาคุณโง่มาฝากคุณโง่คำสอนพระพุทธเจ้าตรัสสอนเอาไว้ปาฏิโมกข์ค่ะแปลว่าความรู้ความหมายคำว่า คำสอนหรือความรู้ที่เราจะรู้โดยการทบทวนไปทบทวนมาแล้วแล้วเราย้อนไปย้อนมาย้อนอีกยอดอีกยอดอีกยอดอีกชนอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าชวนไปทวนมาโรคทางความรู้อธิษฐานต่อความรู้จริงๆลูกค้าตามความรู้ที่นี่ก็มีอีกแต่เราจะรู้ความรู้ที่จะพาเราไปวิมุตหรือไปสู่อะไรเราก็จะต้องรู้เรียนรู้ตามธรรมชาติโดยการฟังโดยการรับแล้วก็สังวร จังหวัดประกอบไปพร้อมวาระให้มันไปเกิดขึ้นให้มันดีขึ้นให้มันก้าวหน้าขึ้นให้มันเจริญขึ้นถ้าเราไม่ทำไม่มีสังวรไม่มีประโยชน์อะไรเพราะแม่คุณจะอ่านหนังสือเองคุณจะฟังจากผู้รู้ผู้คุณจะรับฟังจากอาจารย์หรือเพื่อนจะทำให้เกิดการทำนิติต่ำกว่าเขายังสามารถทำให้เรารู้เพิ่มได้ไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้เพิ่มโดยเฉพาะแต่สิ่งที่เป็นออกมาจากปากออกมาจากของผู้ที่เป็นอาจารย์เป็นครูที่เรายกไว้ตรงนั้นตรงนั้นใช่ที่ใครๆก็คือเป็นได้ที่จะให้ประโยชน์แก่เราถ้าเราฉลาดรับรู้อันนี้เอาปัจจุบันโลกที่พระพุทธเจ้าห้ามทำตามข้อที่พระองค์ท่านอนุญาต มีคำแปลอยู่ในนี้ในไม่ว่ากูว่าเนี่ยแต่พยายามอธิบายขยายความพอสมควรให้เข้าใจดีๆก็จะเกิดผลจริงผมรู้ว่ารับทราบปาฏิโมกข์คำสอนไม่รู้ว่าข้อที่ให้ทบทวนอะไรต่างๆแล้วก็เอามารู้เรามาเข้าใจแล้วเราก็เพิ่งไปสังสรรค์คุณครูต่างๆก็คือตาหูจมูกลิ้นกายใจอีก 4-6 ถ่ายทอดสดทางตาแล้วเราก็ถูกเขาภาพ ถูกปรากฏการณ์ที่กระทบทางตายแล้วก็ทำให้เราอ่อนปวกเปียกเป็นทาสเขาอยู่นั่นมันไม่มีแรงมันไม่มีอินทรีย์เราเป็นทาสสิ่งนั้นอยู่กระทบหูทางหูแล้วก็ปลายจมูกทางลิ้นทางกายหรือแม้แต่ใจจะรับจ้างก่อไว้เองหรือเปล่าใจของเราเองกระทบสภาวะในใจเองและเราก็อ่อนแรงเป็นธาตุอินทรีย์อ่อนแรงเป็นทาสอยู่มันแปลว่าความแข็งความแรงความกล้าพละเป็นสิ่งที่ได้สะสมขึ้นมา มีความกล้าแถมมีความแรงเราก็ต้องให้อินทรีย์ทางตาหูจมูกลิ้นกายโดยตัวเราเองนี่แหละประกอบขึ้นสังวรประกอบขึ้นให้ไปเกิดขึ้นในปลาที่มีแรงขึ้นและทิศทางที่ควรจะกล้าจะแรงไม่จำเป็นรักแรงไปโรงแรมอยู่กับสิ่งที่เราผิดหวังเพราะอะไรที่เราเป็นหนองในจะละความเจ็บความคิดขึ้นมาและความหลงชอบหลงทางรักสิ่งที่เราเป็นใคร ตกตะกอนเข้าไปข่มขืนนักวิทยาศาสตร์และสิ่งที่จะกระจายฟุ้งเป็นอุปสรรคและทำให้จิตของเราไม่รู้แล้วกังวลกังวลอย่างนี้อะไรอยู่ในใจจนกระทั่งเป็นทุกข์โทมนัสอุปายาสเราก็ไม่เอาเราจะต้องแก้ไขขึ้นมาให้มันมีแรงอีกอย่างนึงเป็นแรงที่อยู่ได้โดยง่ายอยู่ได้โดยอิสระอยู่ได้โดยวางเลยว่าไม่ต้องให้มีอะไรควรได้ภาระจะให้มันเกิดเราจะโกงเราจะยกจิตขึ้นมาจะทำร่วมด้วยจะรักเราก็เป็นผู้ที่มีแรงเปิดรับจะไม่รับแล้วก็มีแรงที่จะตามแม้จะมากวนมากระทบสัมผัสมากระแทก แรงขนาดไหนสัมผัสจากกระแทกมันสัมผัสต่างๆหูจมูกลิ้นกายใจสัมผัสอย่างแรงกระแทกเราก็เฉยเราก็ไม่ให้มันเข้ามาที่เราได้เราไม่กระเทือนถ้าเราจะไม่รับเราบอกว่าเราจะไม่รับก็ไม่รับไม่ไหวน่าจะคืนจริงๆจึงเรียกว่าแรงมีดนตรีจึงได้อินทรีย์อย่างมีพลังงานจนตาสามารถรู้ได้รับสัมผัสได้แจ๋วแจ่มเห็นพระครูกำหนดหมายได้สำคัญแต่รู้แล้วจิตใจของเราแยกได้รับรู้และกษัตริย์แต่ละรูปไม่ให้มาจน ให้มาวุ่นวายอะไรเราก็แยกอยู่ว่ามันเป็นอย่างนั้นจะเอาเรื่องทำด้วยแล้วก็รับร่วมทำให้เห็นว่าควรทำด้วยปรุงด้วยคิดด้วยแต่ก็รู้ว่าไม่ใช่ว่าเราจะทำมาอย่างหลงอย่างมัวเมายังติดยึดอะไรไม่มีเพราะการหักค่าแล้วก็การสำรวมระวังในสิ่งที่มันจะรู้แล้วว่าอย่างนี้ขนาดนี้เรายังเป็นภาพและรูปนี้ในรถอย่างนี้กลุ่มนี้สัมผัสนี้เสียอย่างนี้ต่างๆเป็นตัวเกิดอยู่ที่ใจใจอะไรมันยึดมั่นยึดหมายจะต้องเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนั้นอยู่เราก็จะต้องรู้ไปถึงใจเราไม่ต้องเป็นอย่างนั้นมันเป็นอย่างนี้มันเป็นยังไงอีกแล้วมัน ทำไมเราไม่มีอะไรกระทบไม่มีอะไรสัมผัสแล้วก็อยู่กับใจว่างๆว่างๆกลางๆต้องหัดดูซิอ่านจิตใจของเราเองโดยเฉพาะอินทรีย์ทางด้านจิตทำอารมณ์เราเรียกว่าอารมณ์ที่ส่งไว้ที่จิตพระบวกมากจงไว้ 17 ทำอารมณ์ก็คือสิ่งที่มันเป็นสภาวะจิตของเรามันมีธาตุที่รับรู้รับรู้ที่ทรงไว้ว่าจิตของเราเนี่ยขณะนี้เราส่งไว้โดยตรงวางเป็นอากาศเพราะว่าเฉยๆถ้าหลับตาดูก็บอกว่าถ้าดูมืดติดผนังตาของผนังตานั่นแหละเป็นที่ที่สำคัญอยู่ไม่มีอะไร จะให้มันมีพบคุณมาให้มันมีค่าไม่มีความเกิดอะไรขึ้นมาเป็นแสงเป็นสีมีสีม่วงมีสีแดงมีสีเขียวอะไรเกิดขึ้นมาก็เกิดได้จริงๆมันไม่มีสีนี้หรอกไม่ต้องปิดตาดับๆเข้าไปแล้วมันก็มืดอีกทีไม่มีแสงอะไรคือถ้าจะให้มันเกิดจริงๆมีแสงก็เป็นสภาพที่มีแสงเกิดขึ้นมาได้เป็นภาระกับสัญญาสร้างโลกที่ไม่ใช่โลกร้อนได้มีก็ได้ไม่มีก็ได้อารมณ์ที่จริงแต่เราสร้างโลกขึ้นมาเป็นอารมณ์กับสัญญากำหนดหมายขึ้นมาเป็นโรคจะสร้างให้มีแสงสว่างและ ที่จริงมันไม่มีมันมืดๆจะเจอยังไงแล้วจะให้มันสัญญาเป็นโรคเป็นอารมณ์กับสัญญาเป็นแสงสว่างเป็นโอภาสเป็นแสงเป็นโอภาโสเป็นโอภาก็จะได้รู้แจ้งสว่างขึ้นมันก็มีมือถือมันก็บันทึกภาพความรู้สึกว่าจิตที่โปร่งก็รู้ว่าเราจะทำให้เกี่ยวกับโพรงให้มันมีสว่างสว่างขึ้นมาก็ได้หรือไม่สว่างจนกระทั่งถึงเจ้าขาวไปหมดจะมีแสงเขียวแสงแดงสีแดงสีเขียวอะไรก็รู้ว่ามีสีมีแสงอย่างโลกสร้างขึ้นเราสร้างและฟังให้ดีนะที่เราเคยรู้สีเขียวสีแดงสีแสงอะไรต่างๆนานามากมายไม่รู้กี่ชาติ เพราะว่ามันกำหนดสร้างขึ้นความจริงมันไม่มีอะไรเพราะเราจะหัดดูว่างๆเฉยๆก็หาดูที่ต้องวางถ้าผู้ใดสร้างเป็นอาสามีแสงสว่างเป็นโรคโปร่งไม่มีที่สิ้นสุดก็เอาใครจะรู้ตัววิญญาณที่แท้จริงมาเป็นเพียงธาตุรู้จะสร้างแสงขึ้นมาด้วยแสงก็รู้ว่าอาสาเป็นอรูปมันจะโล่งๆว่างๆก็ว่าจะอยู่ไม่อยู่ว่างๆนะไม่เอาอย่างอาสาอยู่กันแบบอาศัยมีแบบมืดไม่มีอะไรแต่มีวิญญาณและไม่มีกิเลสหากินกันกินกันเยอะไม่มีไม่มีอะไรไม่มีอากาศไม่มีแสงมีแต่ความดับไม่มีโลภะ อะไรก็ไม่มีแต่ว่ามีก็มีความมืดๆเฉยๆความคิดอ่านอะไรก็ไม่มีวิญญาณก็ไม่มีไม่มีความลับความรู้อะไรอื่นอีกจะมีลูกอยู่จุดหนึ่งไปแอบกับสัตว์ป่าเป็นความดำมืดตื๋ออยู่ก็เอาแล้วจะปรุงเป็นแสงสว่างก็ได้เป็นอาการสาหัสได้ก็เอานี่พูดชวนไปอีกหรือจะเอาแต่ว่าเออเรามีธาตุรู้น้อยถ้ารู้นี่ว่าจะให้รู้มืดถ้ารู้งี้เราจะให้ดูแสงสีทารู้ใจรู้แสงสว่างจะหลับตาแล้วพิจารณาเล่นอย่างนี้เป็นที่สุดในประเทศไทยแล้วไม่ใช่ทานกันต้นๆเพราะอนุญาตใครเป็นใครมีได้แต่นั่งฟังดูแล้วก็เอาไปทำดู ฝรั่งเฉยๆจะพิจารณาแล้วก็รู้ในสมาธิรู้ๆในจิตของเราที่จะว่างได้มันเฉยมันก็เฉยจริงๆมันไม่วุ่นมันหมดตัวมันก็มือถือจริงๆแต่ทำไมมันสว่างพอมันก็สว่างโพลงออกไปจริงๆทั้งนี้แสงสีม่วงสีเขียวสีเหลืองสีแดงมันก็มีแสงแค่นั้นความคิดที่อยู่ในเขตจำกัดความปรุงอยู่ในเขตจำกัดสังขารทั้งหลายอยู่ในความสามารถเราสามารถปรุงหรือเราสามารถกำหนดสังขารกำหนดความปรุงอย่างยิ่งจึงให้เราวิสังขารเป็นผู้สูงอายุสังขารรู้ได้อย่างยิ่งจะปรุงให้มันมืดอยู่แค่นี้แคบๆหน่อยๆแต่ถ้ามันกว้างขึ้นก็ได้แล้วแต่เราจะทำพูดทำได้ทำได้ พูดทำไม่ได้ย่อมทำยังไม่ได้เพราะว่าเวลาเราอยู่ในที่สงัดจะอยู่ในคนเดียวหรืออยู่ในที่เปลี่ยวหรืออยู่ในตัวเองจะเล่นไปจนกระทั่งถึงภพของจิตเป็นชาติของจิตใครมีอินทรีย์ประเสริฐให้เกิดความประเสริฐจงรู้ได้จะให้คิดนิดนึงไม่คิดนิดนึงเป็นไงวะสัญญานะสัญญาจะคิดความคิดใหม่หรือจะให้มีแต่ความคิดเก่าๆเดิมๆอยู่ตามที่เรากำหนดได้ถ้ากำหนดได้ก็เป็นฌานเนว่าสัญญานะสัญญาเจตนาฌานก็นอนลงไปเลยเป็นสัญญาต่างๆจะกำหนด ยังไงก็เอาที่แกจะกำหนดใหม่ขึ้นมาอีกหรือว่าจะจ้องอยู่ที่เก่ามืดตึ๊ดตื๋อเลยดังกล่าวซึ่งกำหนดได้กรณีว่าสัญญานะสัญญาโดยแง่ที่อธิบายซ้ำแต่อย่างเก่านะเป็นอย่างนั้นแหละมืดๆๆๆๆๆๆสว่างๆอย่างเก่าแล้วเป็นสีเขียวสีแดงสีเขียวสีแดงอ่อนมากเรื่องแล้วเขียวแดงสีม่วงสีอะไรทำอะไรสมควรให้มีแสงสีขึ้นมามันเก่ายังไม่มีอยู่ก็ได้หรือจะให้มาคุยกับพี่เขากำหนดอยู่ตามที่เรากำหนดได้จึง ถ้ากำหนดยังไม่ได้ไม่เรียกว่าชาญรุ่นไม่อยู่ในอำนาจไม่เป็นว่าสวัสดีถ้ามันอยู่ในอำนาจเรียกว่าไม่วุ่นรักกำหนดเป็นอัจฉราตามที่เรากำหนด 1 ไม้นี่เป็นสันตะวิหารนี่เป็นฐานรายการขั้นสูงสุดถ้าพูดได้ก็ทำทานปลาผู้ใดกำหนดได้ในอินทรีย์อินทรีย์สังวรไปถึงขนาดนี้เป็นสิ่งสูงกำหนดได้อย่างแท้จริงก็ลองดูคุณนั่งอยู่ว่างๆก็ทำเพราะอาจจะไม่สอนคนหลับตานั่งหลับตาอย่างนี้แหละเป็นชั้นสูงแต่ไปนั่งหลับตายแล้วมันด่ากดผิดลงไปให้เป็นหนึ่งเดียว มันเป็นฌานแบบขั้นต้นก็เอาซ้อนกันให้รู้ย้ายไปลงทุนสร้างเรื่องนั้นภาพนี้ซึ่งมันเกิดมาเองด้วยอำนาจความยึดติดกับประธานนั่งไปแล้วก็ปรากฏมีภาพปรากฏมีรูปมีนิทานมีตัวเทวดาเทวดามีนรกสวรรค์มีอะไรจะใดเกิดขึ้นมามันก็เรื่องอุปทานของเราทั้งนั้นถ้าเราไม่รู้อุปทานเหล่านั้นก็คือสิ่งที่มันปรากฏด้วยจิตของเรายึดหมายแล้วมันก็ปรากฏขึ้นมาแล้วเราก็ไปลงเป็นเรื่องเป็นราวเป็นตัวเป็นตนของคณะเรากฎหมายกำหนดหมายมันเกิดแสงก็ให้เกิดไม่ให้เกิดแสงก็ไม่เกิดเราจึงจะเรียกว่าเราอยู่เหนือมันอยู่เหนือภพชาติอยู่เหนือความสวยอยู่เหนือโลกแต่ไม่ต้องให้มันเกิดสิ่งที่จะเรียกว่าเป็นผู้อยู่เหนือแท้ เป็นจันตาวิหารเป็นที่อยู่ขั้นปลายมันมายุ่งมันยากคนที่จะเป็นได้นะมันยากเขาจะเป็นอย่างนี้ได้ยาเขาจะทำอย่างนี้ได้ยากคนที่ยังไม่ถึงจุดก็ยากพอได้ถึงจุดแล้วมันสบายมันมายุ่งกันเลยมันสบายกว่ากันจะพักผ่อนสักพักผ่อนครับทีนี้จุดมืดมืดก็มืดๆแล้วมืดนั่นแหละสบายอาจกินจากแล้วก็เป็นไงว่าสัญญานาสัญญาตรงที่เรียกว่าเขามีแต่สัญญาอย่างนั้นเราไม่ต้องครบกำหนดสัญญาใหม่ไม่มีว่ะสัญญาไม่ต้องกลัวตำรวจสัญญาใหม่แล้วไม่ต้องทำสัญญาใดเอาไปอีกนาน นานะแปลว่าใดๆอาจจะไม่ต้องมีอัตราใดอีกนานนับจากสัญญานะเนวสัญญานาสัญญาไม่ต้องกำหนดไปใดๆอีกนานเทวดาไปเพราะเลวก็หมายความว่ากำหนดใหม่แล้วก็มีกำหนดกล่าวอยู่อย่างนี้ไม่ต้องไปกำหนดใหม่อะไรอีกก็ได้เราอยู่เหนือมันจึงจะเหนือกว่าสัญญานาสัญญาจะชนะเป็นฌานขั้นปลายถ้าผู้ใดทำได้โดยทานก็หมายความว่าอยู่เหนือมันหรือว่าสามารถเผาไหม้มันไม่ให้มันเป็นไปโดยมันวุ่นวายอะไรไปอีกแต่จะวาดรูปก็ไม่รู้จะว่าไม่รู้ก็ไม่รู้ความหมายกันว่างั้นเราก็จะสามารถเป็นเงินได้แล้วก็พยายาม ไม่ถึงทำให้ได้สุดคือทำอินทรีย์สังวรแต่อย่างอื่นๆที่วิเคราะห์อธิบายปาฏิโมกข์ทั้งวันเพราะเราได้สังวรระวังสำเนียงก็ทำตัวให้ดีเสมอฝึกปรือต้นเสมอปลายทั้งวันจนถึงรากภาษาให้ฟังแล้วตอนนี้แปลทั้งวันง่ายๆก็คือพยายามระวังระมัดระวังให้ตามปฏิโมกข์ตามคำสอนตามกฎตามหลักตามกรรมฐานที่อาจารย์ให้ถ้าบอกว่านี่ไปทำงานระวังหน่อยเดินให้ระวังขารองเท้าเป็นคำสอนตัดสินโง่เป็นคำสอนทำให้ทบทวนคำ ชวนนักศึกษาให้ซ้ำย้ำทำและพิจารณาประกอบไปให้เกิดปัญญารู้ว่าทำอย่างนี้ทำได้แล้วมันจะเบาง่ายยังไงมันจะไม่เกิดผลเสียหายยังไงมันจะเกิดผลดียังไงคำสอนต่างๆก็ไปทบทวนไปตามเขาเรียกว่าตำรวจอินทรีย์ได้ทั้งวันได้ยินเสียงให้มันมีแรงให้มันมีฤทธิ์ให้มันมีความกำหนดหมายให้มันเกิดผลได้เรียกว่าทำอินทรีย์ให้แข็งกล้าทำสิ่งนั้นให้มันรวมกันมั่นตั้งมั่นเป็นไปด้วยความแกร่งความเกาะกลุ่มความมั่นคงระหว่างอินทรีย์สังวรและเราก็ทำตามหูจมูกลิ้นกายในเร็วอินทรีย์ทั้งสิ้นแม้แต่ใจก็เรียกว่าอินทรีย์ด้วยให้เก่งไปจนถึงจ่าย พยายามระวังจะหมดตาระวังตานะทีนี้ถ้าบอกปาฏิโมกข์หรือบอกหลักเกณฑ์ไประวังตาเห็นรูปนั้นรูปนี้อย่าไปรักถ้ายิ่งกำหนดไปได้ว่าลูกศิษย์หรือว่าคนนี้กำหนดนะนี่ตายไปสัมผัสรูปนี้เราติดรูปอย่างนี้เราติดสีอย่างนี้เราติดเป็นอย่างนี้แล้วติดรถอย่างนี้เราปิดเสียงอย่างนี้ร้อนและบอกเราดีๆเราจะรู้ยิ่งกว่าอาจารย์รู้กับเราด้วยซ้ำไปว่าเราเองมันไปติดอย่างนี้เราแก้ไขมันไม่ง่ายๆสบายๆอย่างนี้แล้วก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นสัญญาที่บอกมาอย่างต้นขนาดไหนตื้นขนาดไหนจะค่าปรับนะอย่าลักทรัพย์ของเขาไปสังวรให้กลายเป็นปลานีโม่ปลามันจะเห็นของของเขามันอยากได้มัน ขโมยระวังเป็นรูปแต่บอกว่าเราไประวังนะนับจากคีตะวาทิตะวิสู ดูดดึงไม่ถูกทิ้งไม่ถูกยุ่งเปล่าอิสระนี่เรียกว่ามาถึงจุดสภาวะที่มันเป็นความเกี่ยวข้องกันเพราะมีปลาสีม่วงสังวรเพราะมีสีสังวรจึงเกิดอาชีวะปาริสุทธิอาชีวะประดิษฐานเพราะเราไม่รู้เราจึงเกิดอาชีวะวิบัติอยู่ที่ของเรามันแย่ที่ของเราไม่เกิดปีเพราะอะไรจะต้องให้มันมีสมบัติในการเป็นอยู่ผู้เป็นอยู่ถ้าจะแปลเอาอย่างลึกแล้วก็มีการเกิดติดต่อ 1 อยู่ด้วยสิ่งที่เป็นชีวะที่ดีเรียกว่าอาชีวะสมบัติและก็บอกว่าใช้คำอธิบายแล้วก็อาชีวะบริสุทธิ์และอธิบายสูตรน้ำมันสะอาดมันดีนะมันไม่ลบไม่ลบไม่วุ่นไม่เยอะไม่มองไม่ดำไม่ทำไม่เสียหายไม่เน่าไม่เหม็นอธิบายกระจายความไปก็เป็นอย่างนั้นไม่ชั่วไม่อยากเป็นสิ่งมีชีวิตของเราเราจะให้มีชีวะทรงอยู่มันเป็นไปอยู่แล้วเขาใช้คำว่าเลี้ยงตนหรือเลี้ยงชีวิตหรือเลี้ยงชีพอาชีวะนี่ เขาเรียกว่าเลี้ยงเขาใช้ภาษาแปลว่าเลี้ยงพี่หรือว่าเลี้ยงตนอยู่เลี้ยงหมายความว่าจะต้องบำรุงมันไว้ถ้าไม่บำรุงทุกอย่างมันเสื่อมไปเป็นธรรมดาทุกอย่างคือมันเป็นธรรมดาเพราะฉะนั้นเราจึงใช้คำว่าเลี้ยงหรือบำรุงรักษาอย่างน้อยรักษาดูแลไว้จะหลุดออกอย่าให้หลุดจะเสี่ยงย้ายเติมไว้ด้วยอินทรีย์เติมไว้ด้วยพลังของเราที่สามารถจะหามาเติมไม่ได้จะหามาเติมจริงๆมันจึงจะเกิดผลจากสาวไว้ได้หรือ คันนาไม่ได้อนุรักษ์คณาไว้ได้เป็นอนุรักษ์ขนานประธานหรืออาราธนาประธานเมื่อสิ่งนั้นดีแล้วเมื่อสิ่งนั้นบริสุทธิ์แล้วเป็นปาริสุทธิแล้วจึงเรียกว่าเลี้ยงชีพอย่างบริสุทธิ์หรือมีสมบัติให้ไม่เป็นสมบัติอยู่ราชวงศ์รู้สมบัติเราเพิ่งรู้สิ่งที่เป็นที่มีอยู่โดยธรรมอย่าให้วิบัติจะให้เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดไม่น่าเป็นวิบัติไม่น่าเกิดไม่น่าเป็นจงให้เกิดให้เป็นที่ดีอยู่เสมอมีความหมายที่เราจะรู้ความหมายของมันแล้วเราก็กระทำตนอย่างนั้นเรามาถึงอาชีวะเลี้ยงชีวิตเดินทางที่ชอบไม่หลอกลวงเขาเลี้ยงชีวิต พูดง่ายๆอธิบายง่ายๆไม่หลอกลวงเขาไม่อยู่อย่างไม่เกิดประโยชน์อยู่อย่างเลี้ยงชีพซะจนพึ่งตนได้แต่เรื่องที่ตนด้วยการงานการงานที่ดีเป็นกำลังโตเป็นวาจาก็เป็นการงานวาจาผู้กล่าววาจาดีก็เป็นงานดีแล้วผู้มีอากาศกริยากายดีก็ดีแล้วกายที่เป็นตัวอย่างในโลกได้ถ้าเป็นครูเขาแล้วกายกรรมต่างๆตั้งแต่การเคลื่อนไหวและท่าทางนั้นจะคีตะพูดออกไปวารีจะส่งเสียงออกไปไม่เป็นข้าศึกแก่ใครที่จะได้รับสภาพที่จะได้เห็นมีสูงก็พัฒนาไม่เป็นไม่เป็นข้าศึกแก่การรู้การเห็น สิ่งที่เป็นครูเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่จะย้อมให้คนอื่นด้วยซ้ำไปเป็นความดีที่คนอื่นควรจะได้รู้ได้เห็นในสมัยทั้งนั้นจากคีตะวาทิตะวิสู หมดไป 9 คน 9 องค์แล้วก็ไปเที่ยวทั้ง 9 องค์แต่คนนึงแค่เด็กเสียงอีกคนนึงเทศน์ได้รับจากนิทานเราจะสะดุดกระดิ่งเราจะนั่นก็มีจังหวะจากคนมีสติสัมปชัญญะมีอะไรไม่ใช่รูปนี้รูปกลอนเป็นคนปลูกผักปลูกอะไรต่ออะไรต่ออะไรยิ่งสงบอยู่เป็นมิตรมากเพราะฉะนั้นผมไปกับพวกคุณสมเทพคนเดียวแล้วคุณบอกว่าคุณไม่ได้ทำอะไรเลยคุณไปทำต่างหากล่ะถ้าคุณไปทำไม่ดีคุณก็ไม่ได้ไปช่วยผมแต่ถ้าคุณไปด้วยคุณไปทำดีคุณอยู่ในสัมมาคารวะอยู่ในอาจารราชบุรีมีพฤติกรรมที่ดีควรกระทำในกายสงบเป็นปันปันปัญจะไซนาชะนังไม่ได้หมายความว่าไปอยู่ในที่อยู่ทุกคนอยู่แต่คนเป็นอยู่ ที่อยู่ที่อยู่ที่เรียกว่าพญานาคทั้งนั้นแหละเราเป็นอยู่ดีเรามีอากัปกิริยามีอาการอยู่จะขยับตัวเคลื่อนตัวมีจังหวะจะโคนมีนัดจากที่ดีไม่รู้พี่รู้ตัวไม่เหมือนอย่างกับคนที่ไม่ได้เคยรับการอบรมถ้าทุกคนทำถึงค่อยทำท่าจะไม่ควรทำไม่ทำถ้าได้ไม่งามไม่ทำถ้าได้ไอ้งามอยู่เป็นความสงบระงับเรียบร้อยดีขยับขยับก็รู้จักการขยับจะเคลื่อนไหวหรือจัดการเคลื่อนไหวการวางมือวางเท้ากันไขมันไขว่เท้าจากขยับมือขยับแขนขยับท่าทางมีลูกมีแบบมีพฤติกรรมที่ถูกตัดถูกส่วนหมดมันเป็นอภิสมาจารจริงๆมันเป็นอาจารย์ พระที่มีอยู่ได้ต่อเนื่องกันไปติดต่อจะขยับหน่อยก็ต่อเนื่องมาจากนี่ก็ขยับไปเป็นอภิเป็นยิ่งเป็นไปอย่างยิ่งเป็นไปอย่างดีอยากได้อบรมอย่างได้รับคำสอนอยากได้รับการฝึกหัดได้รับการฝึกปรือมาคุณนั่งอยู่นิ่งและสัมผัสของคนมันหลอกเรามันรับรู้หมดแหละฟังผมพูดก็จริงตาเขาก็เห็นคุณนั่งผมเองผมอาจจะขยับมากพูดไปมีอะไรต่ออะไรประกอบขึ้นเยอะมีการปรุงปรุงมือปรุงไม้ปรุงภาพตรงทางแต่เราก็รู้ว่ามันก็อยู่ในแนวเดียวกันไม่มากมายแตกต่างจากการคุณจะอยู่ในสงบท่าทางเรียบร้อยหมดทุกอย่างที่เราไปเผยแพร่ธรรมะเพราะๆนิมนต์พระไปหลายๆรูปที่มีน้ำหนักมากถ้าพระเหล่านั้นไม่เป็น ฆ่าตัวเองไม่ได้ฆ่าตัวเองคือไปทำมีแฟนไปทำวุ่นวายไปทำความไม่สงบระงับไปทำสิ่งที่ไม่น่าจะทำถ้าเราไปทำอย่างนั้นเสียนี่เราไปทำสิ่งที่ดีไปทำสิ่งที่น่าจะทำไปมีอภิสมาจารไปมีศีลไปมีวินัยจะมีความสงบระงับไปมีท่าทางที่ดีมีนับจากนี้คีตะดีมีวาทิตาก็ไม่เป็นไรมึงจะนัดจัดมันจะไปไหนเสียท่าทางต่างๆเข้าไปด้วยแล้วก็เป็นประโยชน์เป็นที่พึ่งเป็นผู้ได้ร่วมไม้ร่วมมือร่วมการงานสอนสั่งสอนเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วยอย่างนี้เราก็มีอาชีวะแม้เราจะต้องฝืน ปฏิเสธคุณในสิ่งนี้อยู่อย่างอธิบายสัญญาต้องกดฝืนกลั้นทนพระบารมียังปริวัตรชนะได้น้อยยังไม่พิจารณายังไม่บรรเทาต่อไปก็อาจจะต้องได้ฝึกเขียนว่าเราได้ปฏิบัติธรรมด้วยอ่าเราไปต่อหน้าคนเราก็ต้องพยายามไม่มีอภิสมาจารให้อยู่ในศีลในวินัยให้อยู่ในสีเขียววัดต่างๆไม่อยู่ในลักษณะและลักษณะทางปรือรู้ตัวอยู่เสมอปรับปรุงตนอยู่เสมอเป็นผู้ปรับปรุงตนเป็นผู้ปรับปรุงตนอ่าปฏิบัติงานให้รู้จักใครรู้จุดนี้ดีจุดนี้ดีจุดที่ดีและปรับปรุงดีดีเจริญอยู่เสมอเสียหายอะไรแล้วคุณก็จะมีอาชีพเพราะคุณสังวรทั้งวันตั้งแต่ต้นตั้ง การตั้งแต่อยากไปแล้วก็ไปขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นละเอียดขึ้นแล้วเราก็ได้ช่วยเหลือเขาสัจจะเวทะหาปัจจัยต่างประเทศขณะนั้นก็ทุกข์ขนาดเราควรสิ่งที่จะรู้เป็นเอกสัจจะบอกว่าพฤติกรรมบุคคลแจ้งความสว่างให้ได้เกิดลงไปเรื่อยๆอย่างลงไปเรื่อยๆสัจจะและห่วงตัวเองแจ้งอะไรเอาแต่แสงเฉยๆไม่เอาแจ้งเป็นแสงสว่างเฉยไม่ใช่แสงสว่างนั้นจะต้องรู้ในพฤติกรรมสัมผัส มีพฤติกรรมปัจจะเวกขะณะปัจจะเวกขณะทุกขณะทุกช่วงทุกตอนและให้รู้อยู่ไปจนกระทั่งองค์ประกอบเป็นปัจจัยแม้ปัจจัยที่เกิดแต่เราเองหรือปัจจัยที่อยู่นอกตัวเราปัจจัยทุกสิ่งที่เป็นเหตุประกอบเป็นองค์ประกอบเป็นสิ่งที่มนุษย์รู้แล้วเราก็ทำให้มันใจดีศิลปกรรมพิจารณาชนะและ ไม่บริโภคด้วยปัญหาเราจะต้องเอาพิจารณาถ้าเขาอธิบายนี้ก็ถูกก็อธิบายอะไรถูกหมดไปในโลกพิจารณาเป็นปัจจัยพิจารณาจีวรบิณฑบาตที่อยู่ยารักษาโรคเป็นปัจจัยแค่ถ้าพิจารณาเป็นแค่ 4 อย่างนี้อย่างนี้พิจารณาคนหยาบก็ไม่รู้เรื่องพิจารณาทุกอย่างปัจจัยทุกอย่างอะไรที่เราสัมผัสและอินทรีย์ทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายพิจารณาทุกอย่างเป็นปัจจัยทุกอย่างโดยที่เรียกว่ามันจะต้องเกี่ยวข้องกับเราทุกอย่างเมื่อเราโง่เราไปหลงมันหมดเหล้าจะเป็นปัจจัยที่เฮโรอีนก็เป็นปัจจัยเมื่อเราโง่การ Code ไปสัมผัสถ่ายหีเป็นปัจจัยชีวิตมันดีแต่สัมผัสก็ได้เหล้ายาบุหรี่ดีทั้งนั้นแหละแม้แต่ไม่สัมผัสที่ตามือไม่สัมผัสใจก็เกิดภพชาติมานึกถึงบุหรี่นึกถึงเหล้านึกถึงยานึกถึงของให้มันไม่มีที่เราจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะเอามาปรุงเป็นตนเท่านั้นต้องพิจารณาว่าเราควรปรุงหรือเราควรเอามาสังขารกับตนหรือเราควรที่จะเป็นที่เรียกว่าเราจะต้องเป็นสุขเพราะเหตุใดสิ่งสิ่งนั้นเอามาร่วมกับตัวเองหรือถ้าไม่ควรแล้วตัดออกก็ไม่มีวันนั้นก็ไม่ต้องเป็นปัจจัยทีนี้ถ้าอธิบายก็แค่พิจารณาปัจจัย 4 และอย่างอื่นคนอย่าไป คนที่จะพิจารณาถึงปัจจัย 4 เนี่ยอย่างอื่นก็ต้องเข้าใจด้วยเข้าใจมาก่อนว่าได้รับไอ้สิ่งที่ไม่ใช่ไม่ใช่ปัจจัยสิ่งอื่นใดๆพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอะไรหรอกในการยังชีวะในการยำชีวกเราเองเราจะรู้แม้แต่พิจารณาในปัจจัย 4 เราก็ต้องเข้าใจออกสื่อมาก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน