170000-G มหาปรินิพพานสูตร ตอน07(เหตุ8ประการแผ่นดินไหว)-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์183 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

นั่งในคืนวันเพ็ญฟ้าเด่นชวนใจศึกษาของเมืองพนมอภิวันหันหน้าสู่ท่านผู้ชมก็จากนี้ไปเป็นการบรรยายมหาปรินิพพานสูตรที่พุทธสถานแดนอโศกเมื่อปีพุทธศักราช 2517 ในช่วงเข้าพรรษา เดือนดวงเดียวกันนี้ 2500 ปีก่อนนานยาวองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าฟังฟังกันเอาไว้เพราะว่าการที่จะได้มีโอกาสมานั่งอธิบายกันโดยเฉพาะเอาพระไตรปิฎกมานั่งอธิบายรายละเอียดเป็นบทๆๆไปนี้ซึ่งได้เจตนาตั้งใจว่าจะให้มันเป็นตัวอย่างในอนาคตถ้าผู้ใดจะทำได้ก็จะได้กระทำเช่นนี้บ้างเพราะว่าเรา เดี๋ยวนี้เราเรียนเราไม่ได้เรียนในหลักใหญ่เราไม่ได้เรียนในหลักเกณฑ์พระไตรปิฎกเป็นหลักใหญ่เป็นหลักเกณฑ์เป็นธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านได้ตราเอาไว้พยายามมีตัวอย่างมีข้อศีลข้อวินัยต่างๆไว้เพื่อให้เราได้ใช้เป็นมาตรการหรือเป็นมาตรฐานที่จะพึงยังศาสนาเอาไว้ให้ได้แต่แล้วเราก็ได้เพียงเรียนหนีห่างเว้นไม่พยายามทำความเข้าใจที่ไม่พยายามทำความเข้าใจนี่แหละเป็นรากเหง้าไปหาทำแต่สิ่งที่ตนเองเข้าใจได้ง่ายๆ หรือตัวเองได้พยายามปรับปรุงใหม่สร้างใหม่สิ่งที่ Facebook ใหม่สร้างใหม่เพื่ออนุโลมให้แก่ตนนั้นเราเรียกว่ากิเลสผู้ใดอนุโลมให้แก่ตนเข้าไปหาโลกผู้นั้นก็เดินเข้าไปหาลูกโดยทางธรรมแล้วจะต้องเดินให้มันพ้นออกมาจากโลกจึงเรียกว่าพ้นโลกแต่เมื่อเข้าไปหาสิ่งที่มันไม่เป็นไปในทางนั้นมันจึงเดินกลับเข้าไปหาโลกกันหมดสุดท้ายพระธรรมพระวินัยหรือพระไตรปิฎกก็จึงกลายเป็นของยากที่ยากก็เพราะว่าตัวเราไม่เข้าใจธรรมตัวเราเดินทางออกจากถ้ำไปสู่โลก ใบจากธรรมะแล้วมันจะกลายเป็นของใช้ไม่ได้พระไตรปิฎกนี่ก็จะพิมพ์ขึ้นมาก็จะใช้ต่อไปต่อไปเขาก็จะไม่พิมพ์กันตอนนี้กำลังเห่ออยู่นี่บอกไว้ก่อนได้ตอนนี้ยังเห่อยังจะมีพิมพ์พระไตรปิฎกกันอีกมากยิ่งมีศาสนาแพร่หลายมากคือบุคคลที่จะเข้ามาโดยเฉพาะบุคคลที่ไม่เคยพบ

อ่านต่อ

พระพุทธเจ้าพระพุทธศาสนาเขาก็จะเข้ามาพบคนทางด้านตะวันตกคนทางด้านอื่นใดๆที่เขาไม่เคยเรียนรู้เขาจะมาเรียนรู้พอเข้ามามีคนหมู่มากกลุ่มใหญ่ขึ้นคนที่จะรู้มากรู้ซึ้งเข้าไปมีน้อยเขาก็ไม่มีบทบาทที่จะมาโชว์อะไรมากได้เขาก็จะเอา เป็นดอกหรือว่าคัมภีร์หรือว่าวิชาเหล่านี้แหละออกมาพิมพ์หรือว่าเอาออกมาแสดงเอาออกมาเป็นตัวชูโรงออกมาอวดมาแจกกันแล้วเขาก็อธิบายกันไม่ได้หรอกหาผู้ที่เขามีปัญญาเขาก็จะพยายามอ่านกันก็รู้ว่ามันลึกซึ้งลึกซึ้งลึกซึ้งแต่ก็หาได้ตีแตกรู้ทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ลงไปได้ไหมแต่ถึงกระนั้นก็ยังทำให้เขาทึ่งวันนี้เป็นตำราเก่าแก่ออกป่านนี้มีปรัชญาออกสูงอย่างนี้มีความลึกซึ้งออกจากนี้เขาจะทึ่งทึ่งๆๆก็ช่วยความทึ่งของคนอีกหมู่นึงที่เขาสามารถสนใจมาหลงไหลมาเข้าใจว่าสิ่งนี้ดีหนอ ใกล้เสร็จแล้วเขาก็ไปไม่รอดเขาก็ได้แต่ดีหนอดีหนอเพราะไม่มีใครช่วยที่จะทำความเข้าใจให้ได้ด้วยสื่อภาษาเป็นภาษาบาลีก็ตามภาษาไทยก็ตามเมืองไทยเนี่ยจะเป็นเจ้าของพวกนี้เอาไว้อีกเยอะมึงไม่พยายามกระจายความไปให้เข้าใจได้จนเป็นสภาวะปัจจุบันที่จะเอาออกมาใช้ออกมารู้กันได้เข้าใจได้ถึงกันมันก็ไม่แพงทะลุเรียกว่าไม่แพงทะลุไม่เป็นปฏิเวชปฏิวัติคำว่าแทงทวนย้อนไปย้อนมาเวทะแปลว่าแทงแต่ว่าเจาะมันก็ไม่เจาะลึกเข้าไปได้มันก็ไม่แทงลึกออกไปได้เพราะฉะนั้นจึงไม่รู้ได้รู้เหมือนกันแต่รู้ไม่ทะลุรู้ไม่หรอก อยากรู้ว่ามันลึกซึ้งแต่ว่ามันแทงเข้าไปสู่ความลึกนั้นไม่ได้เจาะเข้าไปสู่ความลึกนั้นไม่ได้ไม่จอดไม่ได้แทงไม่ได้มันจึงไม่เกิดผลอะไรทีนี้คนก็จะได้แค่นั้นเองเพราะว่าหลงคือหลงเห่อหมวดหมู่มีหมู่ 1 หมู่ 1 ใหญ่เพิ่มขึ้นใหญ่โตทีเดียวศาสนาพุทธจะกว้างขวางด้วยรูปโดยคนโมโหหลายเยอะแล้วก็จะมีอย่างนี้ไว้แต่แทงไม่ทะลุพากันไม่แทงทะลุเมื่อหมดชุดนั้นไปแล้วพระไตรปิฎกก็จะถูกทอดทิ้งพระไตรปิฎกเนี่ยจะถูกทอดทิ้งเพราะว่าต่างก็ไม่รู้ต่างก็ไม่มีใครจะบรรยายใครก็บอก อย่าเลยนะมันยากมันยากไม่มีใครรู้หรอกไม่มีใครรู้ไม่มีใครรู้ก็ต่างช่วยกันเหมือนเดี๋ยวนี้แหละพวกคนไทยแล้วเนี่ยไม่มีใครรู้หรอกต่างก็ไม่แล้วก็ไปเรียนอีกที่ง่ายๆหมดทิ้งพระไตรปิฎกไปหมดไปเลี้ยงง่ายๆง่ายๆง่ายๆกับฉันใดก็ฉันนั้นในอนาคตต่อไปมันก็จะขึ้นอีกพักนึงจะพิมพ์ว่ากว้างขวางจะทำกันอีกขึ้นมาเยอะแยะแต่เสร็จแล้วก็จะต้องพักไม่มากหรอกเพราะว่าตะวันตกก็อ่านหนังสือไทยไม่ค่อยเก่งแต่ก็จะทำขึ้นมาอวดเขาเท่านั้นเองทำขึ้นมาอวดเขาเท่านั้นเองพักนึงเสร็จแล้วก็จะเศร้าไปซาไปเลิกไปต่อจากนั้นไปพระไตรปิฎกก็ถูกทอดทิ้งไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆจนกระทั่งที่สุดในอนาคตไม่มีพระไตรปิฎกคนจะ กล่าวถึงพระไตรปิฎกคนจะไม่กระทำกันขึ้นคนจะไม่สร้างขึ้นคนจะไม่ต่อขึ้นพระไตรปิฎกสูญหายไปมีแต่อาคมมีแต่คำสอนมีแต่คำพูดที่เป็นคัมภีร์ของอาจารย์รุ่นใหม่หมดต่อไปจะมีแต่คัมภีร์ของอาจารย์รุ่นใหม่ทั้งหมดและเรียนกันอยู่แต่คัมภีร์ของอาจารย์รุ่นใหม่รากเหง้าคือพระไตรปิฎกนั้นสูญหายไปเกลี้ยงไม่เหลือเลย 0 0 ไปกับเวลาเวลานี้จะพาให้ศูนย์ศูนย์จริงๆศูนย์ไม่เหลือเลยไม่เหลือซากดึกเมื่อพระไตรปิฎกแก่นหลุดลอยออกไปเมื่อใดเมื่อนั้นศาสนาก็ตีลังกา ตีนกาเลยหัวดิ่งปากเลยรถจอดหมดแล้วต้นไม้ต้องถอดแก่นเอาแล้วก็เลิกพังเริ่มพังกันเมื่อนั้นแหละเพราะไม่มีเชื้ออันยืนหยัดได้ไม่มีหลักอันแท้จริงอยู่แล้วก็ไม่มีทางที่จะทำให้ตัวตนหรือเกาะกลุ่มของอันนี้ยืนยาวไปได้อีกจบมีทางมีแต่ทางสุดท่าเดียวอเมริกาทางสุดท่าเดียวเพราะฉะนั้นที่เอามาทำไว้เนี่ยเอามาพยายามอธิบายพยายามแจกแจงอะไรต่ออะไรสู่กันฟังพรุ่งนี้มันก็จะมีความรู้ความเข้าใจ อะไรเพิ่มเติมให้พวกเราไม่ได้ช่วยรับจะช่วยพยายามเข้าใจไว้รู้ไว้เราจะได้ใช้มันแล้วเราก็จะได้เอามันมายืนหยัดใช้อยู่ให้เห็นเป็นประโยชน์ถ้าเมื่อเราไม่เอามายืนหยัดมาใช้ให้เห็นเป็นประโยชน์แล้วมันก็ดูของเขามีค่าแต่มันก็เกินค่าที่จะเป็นลูกไปทำเราก็เลยไม่ต้องได้ใช้อะไรกันมันซึ้งๆมันก็จะกลายเป็นของที่ต่ำฆ่าไปในที่สุดหรือว่าไม่เอาใจใส่ละทิ้งปล่อยวางไปเพราะงั้นจึงพยายามตั้งใจหน่อยสนใจแล้วก็ทำความเข้าใจอย่างที่ว่านี้ไว้ให้มากๆแล้วต่อ วานนี้เรากำลังพูดถึงเหตุ 8 อย่าง 8 ประการที่เป็นปัจจัยในการทำให้แผ่นดินไหวใหญ่แผ่นดินไหวใหญ่นี้ซึ่งเป็นไปโดยรากเหง้าพระพุทธเจ้าท่านก็จัดไว้ประการที่หนึ่งคือมหาปฐพีหรือดินนี้ก็อยู่บนน้ำน้ำตั้งอยู่บนลมลมตั้งอยู่บนอากาศซึ่งมันก็เป็นชั้นเป็นเชิงกันอยู่อย่างนี้แหละโดยเฉพาะถ้าเราเห็นได้ชัดลูกโลกเรานี่ก็ตั้งอยู่บนลมบนอากาศสั้นๆแต่แท้จริงมันก็ยังมีน้ำมันก็อยู่ในระหว่างไอน้ำอยู่ในระหว่างหมู่เมฆเมฆนี่ก็คือน้ำซึ่งลอยฟ่องกันอยู่แล้วก็มีช่วงของลมมีช่วงของอากาศอะไรรองรับกันเป็นชั้นๆเชิงเชิงอยู่สมัยที่ลมใหญ่พัดเมื่อลมใหญ่พัดอยู่ ยังให้น้ำไว้น้ำไว้แล้วย่อมยังให้แผ่นดินให้ไหวอันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 1 เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏที่เป็นเรื่องของธรรมดาธรรมดาของดินแท้ๆเป็นปลุกเวลาที่ฐานชัดๆแผ่นดินย่อมไหวได้ด้วยเหตุประการดังนี้ประการที่สองคือสมณะหรือพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ถึงความเป็นผู้ชำนาญในทางจิตหรือเทวดาผู้มีฤทธิ์มากมีอานุภาพมากเขาเจริญปฐวีสัญญาเพียงเล็กน้อยเจริญอาโปสัญญาอย่างแรงกล้าเขาย่อมยางแผ่นดินนี้ให้สะเทือนสะท้านหวั่นไหวได้ในปฐวีกสิณก็ดีอาโปกับสินก็ดีคือกสิณน้ำก็สินดินอะไรพวกนี้จนกระทั่งมีแรงพอที่จะเคลื่อนย้ายมีแรงพอที่จะ ยายมีแรงพอที่จะมีกำลังอำนาจที่จะทำความกระทบกระเทือนได้เรียกว่าผู้มีฤทธิ์มากจริงๆเป็นคนชำนาญในทางจิตจริงๆมีอานุภาพจริงๆเขาก็ย่อมจะให้แผ่นดินนี้สะเทือนสะท้านหวั่นไหวได้ด้วยอำนาจของคนตอนนี้เข้ามาหาคนแล้วแผ่นดินเข้ามาหาคนในโลกนี้อะไรอะไรมันก็ใหญ่ที่สุดโดยวิญญาณก็คือคนนี่แหละเป็นตัววิญญาณของโลกคนเนี่ยเป็นตัววิญญาณของโลกเพราะฉะนั้นมันใหญ่ที่สุดแผ่นดินมันใหญ่มันก็ใหญ่ของแผ่นดินว่าร่างกายของเราในร่างกายมันใหญ่กับจิตเพราะจิตมันไม่เห็นตัวจิตไม่เห็นมีตัวมีตัวอะไรกายมันใหญ่แต่มันก็ ยายก็เรื่องของด่านของกายอีกอันนึงคือไม่เห็นตัวไม่เห็นตอนที่อยู่ในร่างกายของเราคือจิตหรือกำลังงานหรือพลังงานมันก็ใหญ่มันก็ใหญ่เหมือนกันเพราะฉะนั้นอำนาจของจิตหรือพลังงานของจิตมึงเอาเข้าแท้ๆแล้วมันบันดาลให้กายทั้งกายนี้เป็นไปได้แล้วก็กลายร่างกายนี่ก็เป็นไปได้หรือเป็นไปอยู่อันมาแต่จิตด้วยซ้ำไปฉันใดก็ฉันนั้นโลกนี้จะสั่นสะเทือนเคลื่อนไหวแผ่นดินจะไหวได้ก็เพราะคนเพราะฉะนั้นคนที่ได้สะสมกำลังรวมกำลังกันทำเต็มที่แล้วโลกนี้ก็เคลื่อนไหวได้แผ่นดินนี้ก็เคลื่อนไหวได้ถ้าคนหมู่ใหญ่ๆรวมกัน ข่าวไฮโลกันมาเอียงมาอยู่ทั้งโลกฝ่ายนี้กันข้างโลกก็เอียงอย่าว่าแต่จะพูดเอาคนไปยกภูเขาออกสักรูปเอาไปขนทะเลเปลี่ยนย้ายน้ำเปลี่ยนย้ายดินโลกนี้ก็เคว้งคว้างลอยลอยกระทงหรือการหมุนติดขัดทันทีโรคนี้ก็เคลื่อนย้ายแปรเปลี่ยนไปได้ไหวหวั่นไปหมดได้ทันทีซึ่งเป็นเรื่องจริงทุกอย่างมันอยู่ในระดับที่เรียกว่าทุกอย่างหมุนเวียนแล้วก็อยู่กันไปค่อยๆเคลื่อนค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยทีละน้อยจึงดูไม่รู้สึกว่ามันเคลื่อนทุกอย่างมันเสื่อมโทรมทุกอย่างมันก็ค่อยๆเคลื่อนแปลไปๆๆเรารู้สึกว่ามันไม่เคลื่อนผิวหนังของเราก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปสู่ความ เราไม่รู้เพราะมันค่อยๆเคลื่อนแต่ถ้าเกิดอากาศเกิดฤดูเปลี่ยนแปลงมีอากาศเปลี่ยนมาเร็วร้อนเร็วหรือว่าเย็นเร็วเราก็จะรู้สึกทันทีว่าเออเราชักจะไม่ไหวแล้วร่างกายเราไม่ไหวแล้วปวดเมื่อยเจ็บเป็นอะไรต่อไปนั่นจงให้รู้ว่านั่นแหละแผ่นดินของเรากำลังไหวแผ่นดินของเรากำลังไหวร่างกายของเรากำลังถูกแผ่นดินไหวใหญ่เกิดขึ้นเพราะลมเปลี่ยนเพราะลมใหญ่เพราะว่าอากาศฤดูมันเปลี่ยนแล้วมันก็มาทำความกระทบกระเทือนให้แก่ร่างกายเรามันเกี่ยวพันกันอยู่อย่างนี้แหละร่างกายเรา เปลี่ยนการเปลี่ยนเครื่องไปเป็นแผ่นดินไหวนั่นเองเราเรียกภาษาตรงๆเลยก็คือร่างกายเราเปลี่ยนเคลื่อนไหวกันแรงไปเร็วไปใหญ่ไปจึงทำความรู้สึกให้ชัดเจนว่าปวดมันเจ็บรู้สึกนะหนักตรงนั้นหน่วงตรงนี้เป็นอย่างนั้นปวดตรงนี้ชัดๆเจนๆอันเดียวกันเพราะงั้นสิ่งที่จะเชื่อมโยงการจากโลกก็คือคนคนเป็นวิญญาณของโลกเมื่อวิญญาณนี้รวมกำลังได้มากทำน้ำหนักได้มากทำแรงทำฤทธิ์อะไรได้มากโลกก็เปลี่ยนได้แผ่นดินไหวได้ฉันใดก็ฉันนั้นอากาศเปลี่ยนมาเนื้อกลายร่างกายก็เปลี่ยนไปได้เร็วในข้อที่ 2 เขาก็คือคนทีนี้ก็เข้ามาหาอำนาจที่สูงส่งอีกสูงขึ้นประการ พระโพธิสัตว์จุติจากดุสิตมีสติสัมปชัญญะลงสู่คันพระมารดาเพราะการเปลี่ยนจิตออกจากภพพระโพธิสัตว์คือผู้ที่อุบัติเกิดแท้เปลี่ยนพบเปลี่ยนภูมิจริงๆการเปลี่ยนพบเปลี่ยนภูมิที่ใหญ่ขนาดถึงขั้นจิตโพธิสัตว์นี่คือจิตถ้าพูดเป็นศักราชที่ฐานก็คือพระโพธิสัตว์นี่เหมือนมีตัวมีตนเหาะลอยมาจากท้องฟ้าพอร้อนมาจากสรวงสวรรค์แล้วก็มาพึ่งดิ่งลงสู่คันมารดานั้นเรียกว่าอย่างไรที่ฐานถ้าเราอธิบายกันมาจนป่านนี้แล้วเราเข้าใจกันจนมากมายขนาดนี้แล้วเราก็จะคิดจะเห็นได้ว่าอย่างนั้นน่ะยากเต็มทีเป็นยากเหลือเกิน ที่จะมีพระโพธิสัตว์แต่งเครื่องทรงพุ่งหลาวลงมาจากเมืองดุสิตชั้นเทวดาและก็พุ่งดิ่งเข้าสู่ครรภ์มารดาและบุคลากรที่ถามอย่างนั้นน่ะคงมันไม่มีแน่ๆเป็นไปได้ยากที่สุดถ้าเราเข้าใจจนกว่านี้แล้วเพราะงั้นการที่ว่าพระโพธิสัตว์จุติสู่ขวัญมารดานั้นจึงเป็นเรื่องของนามธรรมซึ่งจะมีจริงเป็นนามธรรมก็ตามซึ่งไม่ได้เป็นตัวเป็นตนอะไรซึ่งเป็นเศษเหลือของพลังงานหนึ่งที่จะมาจุติเข้าผสมกระแสเข้าไปร่วมกับการก่อเกิดในการจะเป็นมนุษย์ขึ้นมาสักคนนึงก็เป็นได้ คงไม่ใช่อุปราอธิษฐานตัวตนเป็นอย่างเขาวาดแน่อย่างที่เขาเขียนกันแน่แล้วเขาปั้นเหล้ากันเป็นตัวตนอย่างนั้นแน่แต่มันก็อยู่ในดินแดนนี้แหละอยู่ในโลกอยู่ในภพนี่แหละล่องลอยอยู่ในอากาศได้อยู่อย่างนี้แหละแล้วมันก็เข้าสู่กันมันด่าอย่างนั้นก็ได้ถ้าอย่างนั้นแล้วเราก็เป็นเรื่องของบุคคลตัวตนเหมือนกันไกลโดยจริงแล้วตรงกันที่สุดก็คือจิตของเราเองนี่แหละเมื่อเคลื่อนจุตินี้แปลว่าการเคลื่อนและพระโพธิสัตว์จุติจากดุสิตชั้นดุสิตมีสติสัมปชัญญะมีอันนี้ประกอบด้วยนะมีอันนี้ประกอบด้วยพระโพธิสัตว์นี่จะจุติก็ต้องมีสติสัมปชัญญะเพราะฉะนั้นก็เหมือน โพธิคือจิตตรัสรู้เมื่อเรารู้แล้วเห็นแล้วแจ้งแล้วเข้าใจแล้วว่าโอ้จิตอย่างนี้หนอคือจิตที่ตรัสรู้จิตอย่างนี้หนอคือวิมุติจิตจิตเป็นอย่างนี้จิตที่เป็นอดีตเป็นยานเป็นปัญญาที่เข้าใจสิ่งนี้เป็นอย่างนี้หนอเราได้เริ่มรู้แล้วอย่างที่เคยอธิบายให้ฟังว่าทำไมโพธิสัตว์เกิดตรงไหนรอยต่อหรือรูปร่างของบริษัทแท้เป็นอย่างไรที่อยู่ที่ดุสิตทำไมไปอยู่ที่ดุสิตอธิบายให้ฟังมาแล้วอย่างชัดเจนก็เริ่มรู้อยู่รูปภาพเริ่มรู้จักการที่จะตัดโลกจะต่อความวนไม่ต่อความวนตัดโรคที่มันต่อความวนไม่ ตำบลต่อไปเรารู้เห็นรอยนี้รูปร่างนี้ลักษณะอย่างนี้อาการอย่างนี้นั่นแหละเราเรียกว่าตรัสรู้คือโพธิจิตเกิดหรือโพธิสัตว์เริ่มเกิดเมื่อเกิดแล้วมีสติสัมปชัญญะจะลงสู่ขันธ์พระมารดาหรือหมายความว่าจะเริ่มอุบัติใหม่ภาษาคำว่าเริ่มสืบพันธุ์มารดาก็หมายความว่าจะเริ่มอุบัติใหม่เจริญอุบัติใหม่จะเริ่มเกิดใหม่ปฏิสนธิจุติก็เคลื่อนเคลื่อนจากรู้มาเป็นต่อเคลื่อนจากรู้น้อยๆมาเป็นโตขึ้นใหญ่ขึ้นเพิ่มรูปเพิ่มร่างขึ้นนี่เรียกว่าเกิดใหม่ เราอธิบายแบบโบราณที่ถามว่าเริ่มสืบพันธุ์มารดาก็เหมือนกันอธิบายเป็นหลักธรรมาภิบาลก็คือเริ่มเคลื่อนมาก่อเกิดใหม่จะทำความโตขึ้นให้แก่โพธิสัตว์หรือว่าจิตที่เป็นโพธินี้จะเริ่มโตขึ้นใหญ่ขึ้นมาซึ่งโพธิสัตว์ก็คืออธิบายให้ฟังแล้วว่ามีถึง 4 ระดับโพธิสัตว์ชั้น 1 ก็คือผู้ที่เป็นปุถุชนโตมาเป็นพระอริยะภาษีบุคคลนั้นเป็นรอบที่ 1 รอบที่ 2 จากพระเสขะบุคคลก็สูงขึ้นไปอีกหากมี 3 ชั้นรอบที่ 2 สูงขึ้นไปเป็นพระอรหันต์ในพระโพธิสัตว์มันเป็นจากปุถุชนมาเป็นพระอริยะ บริษัทบำเพ็ญจากพระอริยะขึ้นไปจนกระทั่งบรรลุเป็นอรหันต์ก็เป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญจากอรหันต์ขึ้นไปสู่ความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นโพธิสัตว์ก็เป็นประวัติศาสตร์ตามลำดับใหญ่ขึ้นต้นกลางปลายจะเห็นได้ชัดเจนเพราะฉะนั้นจะเริ่มต้นระดับไหนก็ตามเราก็ต้องรู้ตัวเราให้ได้ว่าเรามีโปรที่จิตหรือว่าจิตโพธิแบบไหนแบบไหนจะเคลื่อนเข้าสู่คันหรือว่าจะเริ่มเติบโตเข้ารอบรอบหลายรอบหลายรอบไหนก็ต้องให้รู้อยากอธิบายท่านอธิบายไว้เยอะๆเป็นคาถายังเคยเยอะไม่ได้ขยายความอะไรมากมายผมก็มาขยายให้เป็นคัมภีร์พระให้ละเอียดลึกซึ้งให้เข้าใจหรือทวนรอไปมากขึ้น แว่นขยายไปจนกระทั่งถึงเป็นสมาธิฐานชัดๆก็ต้องให้เข้าใจให้จริงเพราะว่าทำมาที่ฐานเท่านั้นเราจะถึงธรรมในธรรมแล้วถึงแค่บุคคลใดบุคคลมันไม่มีอะไรหรอกมันเป็นสมมุติถ้าเราถึงทำในธรรมมันก็เป็นยอดปรมัตถ์เป็นยอดสูงสุดละมันก็เคลื่อนลงสู่คันมารดาก็คือการกระทำตนให้สูงขึ้นทำตัวของอันนั้นให้โตขึ้นเมื่อโตตัวตรัสรู้นั้นมีก็เริ่มต้นทำให้ตัวตรัสรู้นั้นโตขึ้นโตขึ้นมีการก่อเกิดเพิ่มขึ้นจึงเรียกว่าลงสู่การมารดาการจะก่อเกิดสิ่งดีอย่างนี้ต้องใช้กำลังใช้อำนาจใช้ความสามารถทีเดียวที่จะพรากเพียรเพิ่มภูมิขึ้นมาให้ได้จริงๆเนี่ยจึงเป็นปัจจัยที่จะสามารถพลิก หรือทำให้แผ่นดินไหวใหญ่ขึ้นไปได้ในตัวเราเราก็จะเปลี่ยนสภาพตัวเราก็เปลี่ยนสภาพสรีระร่างกายก็จะเปลี่ยนสภาพสรีระร่างกายเมื่อกี้บอกไว้แล้วว่าเหมือนดินของเราเหมือนท่อนบนแท่งของเราเป็นธาตุดินก้อนนี้ก็จะเริ่มเปลี่ยนร่างกายร่างกายจะเปลี่ยนแผ่นดินก็จะไหวซึ่งเป็นธรรมดาธรรมดาเพราะฉะนั้นบางทีก็เบาไปเลยก่อนจะรู้สึกว่ากายเบาเพราะจิตมันทำงานออกจากจริงก็หายก็เริ่มเมาทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนแม้แต่สรีระในเรื่องนี้ถ้าดินน้ำไฟลมก็เริ่มเปลี่ยนไปหมดเราไม่ต้องไปแปลกใจอะไรเป็นเรื่องจริงประการที่ 4 พระโพธิสัตว์มีสติสัมปชัญญะประสูติจากครรภ์พระ ดาเมื่อนั้นแผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหวนี่เป็นเหตุข้อที่ 4 เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏงั้นเราอธิบายตั้งแต่ทำอธิษฐานไปก่อนเพราะว่าจะไปสะเทือนถึงขนาดถึงแผ่นดินไหวจริงๆเป็นบุคลิกฐานแท้ก็ช่างเถอะไม่เป็นไรถ้าตัวพระโพธิสัตว์นั้นเหาะลอยลงมาสู่คันมารดาและคลอดจากครรภ์มารดาออกมาล้วนแล้วแต่เรื่องเป็นรอบถึงซึ่งความครบรอบแต่ละรอบแต่ละรอบแต่ละรอบเราเองพยายามสั่งสมโพธิจิตหรือจิตตรัสรู้หรือจิตที่มันสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นจิตที่เป็นไปในทางหน่ายคลายตัดกิเลสตัณหาอุปทานไปเรื่อยๆเมื่อมากเข้ามากเข้ามากเข้าครบรอบเต็มรอบมันก็จะเป็นสภาพที่เกิดจิตที่เรียกว่าจิตรู้หรือธาตุรู้หรือ ตรัสรู้มันมากขึ้นมันจะโพรงสว่างมันจะบอกมันไม่ออกธรรมดาธรรมดาทำไม่ติดวิญญาณเนี่ยมันเกิดสั่งสมขึ้นไปทีละน้อยทีละน้อยทีละน้อยเหมือนใส่กระป๋องเพราะใส่กระป๋องใส่กระป๋องไปแล้วพอเต็มกระป๋องมันล้นชาที่นิ้วโป้งมันจะบอกเราอย่างนั้นเต็มแล้วรอบเป็นรอบเป็นรอบครบแล้วกลับมาจากความกระป๋องออกเพื่อใส่ใหม่อะไรก็เรียกว่าตีกลับเนี่ยลักษณะอธิบายเหมือนกันวัตถุก็พอเข้าใจได้เพราะมันถึงรอบแล้วจะเต็มรอบอะไรต่ออะไรทีนึงก็จะเปลี่ยนรอบขึ้นไปทีนึงเปลี่ยนรอบเพราะเต็มครบชั้นทีนึงจึงเรียกว่าทวนรอบหรือปฏิวัติแล้วมันก็จะ ตัวใหญ่ๆจะเป็นไปจะเกิดแผ่นดินไหวก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงจิตเปลี่ยนแปลงกายเปลี่ยนแปลงตัวเราเปลี่ยนแปลงมาเรื่อยๆโลกสั่นสะเทือนไปด้วยเพราะการเปลี่ยนแปลงของตัวผู้ที่มีกำลังมีฤทธิ์มีเดชมีสิ่งที่เกิดขึ้นจากตัวเราจากตัวคนซึ่งมีสัมพัทธภาพมีการเกี่ยวโยงไปกับโลกหมดเลยทุกจุดในโลกนี้ไม่มีอะไรไม่เกี่ยวโยงกันเกี่ยวโยงกันไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างอาศัยซึ่งกันและกันแม้แต่ลมอันนู้นมีแต่อันโนอันโนปรมาณูปรมาณูนึงก็อาศัยเกี่ยวโยงกันทุกสิ่งในโลกไม่มีขาดตอนนี้มันกระเทือนไปได้แค่ไหนมันไปไกลได้แค่ไหนก็แล้วแต่อำนาจอันนี้ท่าน ถึงขั้นโพธิสัตว์จะเอาโพธิสัตว์ขนาดไหนถ้าโพธิสัตว์ขนาดใหญ่มหาโพธิสัตว์ผู้ที่จะเคลื่อนจากอรหันต์มาเป็นพระพุทธเจ้าก็ต้องแรงหน่อยแหละผู้จะเคลื่อนแค่พระเสขบุคคลมาเป็นพระอรหันต์ก็เบาลงไปหน่อยยิ่งกว่าจะเคลื่อนแค่ปุถุชนมาเป็นพระเสขะหรือว่าเป็นพระอริยเฉยๆมันก็ยิ่งเบาลงไปอีกเป็นธรรมดาไม่ธรรมดาตามลำดับไอ้นี่เราก็ต้องรู้เขตรู้ขอบของมันเหตุประการหนึ่งเมื่อใดพระตถาคตตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณอันนี้ยิ่งเป็นสภาพละเอียดย้ายอธิบายลักษณะของพระพุทธเจ้าชัดของแต่ละของแต่ละช่วงช่วงที่ 1 เริ่มตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณยิ่งกว่าโพธิสัตว์เริ่มรู้ด้วยซ้ำไปเพราะฉะนั้นอย่างนี้แน่นอนเลยก็จะต้องยิ่งเกิดผลสะเทือนสะท้านหรือเกิดผลที่จะมีความเกี่ยวโยงเป็นสัมพัทธภาพไปสู่โลกก็ได้เรียกว่า Google อธิษฐานหรือสู่จิตสู่ใจของพระอริยะท่านพระอรหันต์โพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์ที่ท่านจะกระทำพึงจะได้รับการเกิดอย่างไรอย่างไรเป็นอุบัติเหตุชั้นสูงสุดเป็นอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหวอันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 5 เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏเมื่อเกิดแล้วก็เป็นการ เรียกว่าปฏิสนธิหรือเคลื่อนขึ้นมาใหม่เคลื่อนมีอันใหม่เคลื่อนมาใหม่จุติปฏิทินถึงเรียกจุดเดียวกันเกิดตายเกิดตายจุดเดียวกันการตายจากสิ่งหนึ่งก็ไปสู่อีกสิ่งหนึ่งเพราะฉะนั้นการตายอย่างเพราะโพธิสัตว์ตายแล้วเกิดมาเป็นพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณสัมพุทธเจ้าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นก็เป็นการเกิดและเป็นการตายอย่างใหม่ก็คือการปฏิสนธิหรือจุติอันเดียวกันนั่นแหละถ้าเข้าใจจุดเดียวกันแล้วไม่มีปัญหาเขาใช้ภาษามาอธิบายช่วงที่จะเอนไปในฝั่งนึงจุติก็คือจากอันนี้มาอันนี้ปฏิสนธิก็คือจากอันนี้เป็นอันนี้เท่านั้นเองหรือปฏิสนธิก็คือจากอันนี้มาอันนี้แล้วก็เครื่องจักรอันนี้เป็นอันนี้ถ้าเราเข้าใจแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรเมื่อพระพุทธเจ้า เหรียญพ่อเปลี่ยนภูมิเกิดขึ้นมาใหม่มีอะไรขึ้นมาใหม่ก็เป็นการเต็มรอบอย่างใหม่มันก็จะต้องแรงแต่ต้องแรงมีพระพุทธเจ้าเกิดเกิดในจิตเป็นแผ่นดินไหวอย่างที่ 5 แผ่นดินไหวอย่างที่ 6 อีกประการหนึ่งเมื่อใดพระตถาคตให้อนุตราให้อนุตรธรรมมาจากเป็นไปเมื่อนั้นแผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหวอันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 6 เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏเมื่อพระพุทธเจ้าเริ่มทำความเกิดใหม่อีกตอนนี้เมื่อเกิดอยู่ในตนก็เป็นอยู่ในตนตัดรอบออกจากตัวตนออกไปเกิดใหม่เริ่มต้นมีธรรมมาจากกัปปวัตตนะขึ้นมาเขาก็เริ่มแผ่พระธรรมนี้ออกไปสืบสานออกไป เกิดที่ใหม่ออกจากตัวเราไปสู่ที่อื่นอีกก็เป็นเรื่องที่จะต้องเปลี่ยนโลกโลกนี้จะต้องถูกเปลี่ยนแล้วโลกนี้จะต้องขยายใหม่แล้วจะต้องทำรูปใหม่แล้วจะต้องมีสิ่งใหม่อุบัติขึ้นแล้วเกิดขึ้นแล้วแน่นอนที่สุดโลกจะต้องเปลี่ยนเพราะบุคคลจะต้องเปลี่ยนเพราะจะเกิดอะไรต่ออะไรขึ้นมาอีกต่างหากอะไรต่างๆนานาก็ตามมันจะต้องเกิดโดยสภาพโลกมันไว้แผ่นดินหวั่นไหวเนี่ยแผ่นดินคำนี้ถ้าเข้าใจทำถึงทำแล้วมันไม่ได้หมายความเอาตัวแผ่นดินนี้ตัวแผ่นดินพื้นดินไหวไม่ใช่การเคลื่อนไหวในจักรภพการเคลื่อนไหวในสังคมการเคลื่อนไหวในความเป็นอยู่การเคลื่อนไหวในโลกล้วนแล้วแต่เรื่องของดินทั้งนั้นในก้อนดินทั้งนั้นเนี่ยคน ฆ่ากันตีกันคนเกิดบูชาสรรเสริญยกย่องทำอะไรพวกนี้ร่วมแผ่นดินไหวทั้งนั้นแผ่นดินไหวทั้งนั้นแหละว่าเกิดการคนตีกันฆ่ากันเนี่ยแผ่นดินไหวแผ่นดินไหวจริงๆนี่เรียกว่าแผ่นดินไหวอย่างที่เรียกว่าไม่ใช่แผ่นดินตัวดินใต้ดินเลยมันตัวดินแท้ๆคือคนนี่แหละตัวดินแท้ปฐวีธาตุแท้ๆมันเกิดไหวหวั่นไหวทำความลำบากทำความมีแรงแตกร้าวก็ได้มีปฏิกิริยาที่แรงขึ้นเห็นชัดๆขึ้นจึงเรียกว่าไหวแผ่นดินไหวมีชัดๆจะเกิดอย่างนั้นขึ้นได้เพื่อไปสู่ทางดี เพื่อไปสู่ทางดีขึ้นจะมีปฏิกิริยาเพราะงั้นแผ่นดินไหวนี่คือการเคลื่อนย้ายที่แตกแยกจึงจะมีการแตกแยกเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงจะมีการประสานขึ้นมาร่วมขึ้นมาจึงจะเกิดอะไรต่ออะไรขึ้นใหม่ก่อนที่มันจะเกิดอะไรขึ้นก่อนนั้นมันตั้งแต่ยุคแตกแล้วถึงมันจะไม่มันจะดีจะขาดอะไรออกทำอะไรให้มันเอี่ยมออกแล้วเนี่ยมันขัดอะไรให้แตกออกแล้วก็อันนี้มันจะใสมันจะงามขึ้นมาไม่มีได้แต่ทำให้สิ่งใดงานก็ต้องตัดสิ่งที่มันเลวออกจะต้องเกิดการแยกเกิดการขัดเกิดการแตกเกิดการทำลายสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่เกิดการดับสิ่งที่ไม่ควรจะมีค่าก็ได้ ได้ใช้ภาษารวมลงแล้วมันมีแต่ 2 ฝั่งเท่านั้นมีเกิดกับดับเพราะถ้าเมื่อดับสิ่งที่ไม่ดีสิ่งดีก็เกิดขึ้นถ้ามีแต่สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นสิ่งไม่ดีมีแต่สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นสิ่งดีก็ดับลงดับลงเพราะฉะนั้นเองภาษาในโลกนี้จะให้ภาษาขยายไปขนาดไหนมันก็มีอยู่ 2 อย่างจะเกิดก็ดับสิ่งนั้นเกิดสิ่งหนึ่งก็ดับเพราะว่าถ้าสิ่งดีเกิดก็เริ่มมีการแปลและทีนี้ก็จะขยายขยายขยายมีใช้ภาษาเป็นภาษาถิ่นฐานถ้าเข้าใจให้ดีในธรรมมันก็มีเท่านั้นแหละเริ่มแต่ทำไมต้องเห็นความแตกแล้วไม่ได้อะไรการแตกก็จะเริ่มขึ้นการแยกก็เจริญขึ้นก็ค่อยๆเป็นไปยิ่งเห็นชัดยิ่งดูชัดถ้าใครเห็นด้วย อธิปตาธรรมตาปัญญาก็จะยิ่งมองเห็นหรือละเอียดไปทันทีเดียวพระตถาคตเคลื่อนธรรมจักรก็เริ่มแล้วพอเริ่มต้นจากประกาศธรรมะขึ้นมาธรรมะนี้ก็จะเริ่มฟาดฟันเลยแผ่นดินไหวก็คือเกิดการแตกแยกขึ้นจะเริ่มขึ้นมีการแตกการผ่าเกิดขึ้นแล้วตอนนี้จะมีการผ่าตัดเกิดขึ้นแล้วผ่าตัดแยกออกให้ชัดเจนอันไหนลายไหนดีจะแยกอภิธรรมขึ้นนี่ร้ายนี่ดีนี่ดีนี่ร้ายนี่ขาวนี่ดำจับถูกชี้ชัดขึ้นเพราะพระพุทธเจ้ามาชี้ชัดจะทำสัจธรรมมันมอมเมาคนมันปนกันไปหมดคนจนหมดมันไม่รู้เรื่องมันพูดที่เป็นอริยะผู้ที่เป็นผู้ฉลาด เป็นพระพุทธเจ้าหรือผู้ที่เป็นโพธิสัตว์ก็คือผู้ที่จะมายังสัจธรรมเพราะฉะนั้นจะต้องมาแยกเริ่มจะมาชี้นำชี้ขาวชี้ถูกชี้ผิดชัดๆชัดๆเลยวันจึงจะกลับก็โลกเพราะโลกมันไปอย่างนี้เพิ่มพระอริยะกลับอย่างนี้กลับก็ต้องแตกกันแล้วเดินคิดกันคนละทิศสวนกันคนละทิศไปมันจึงต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดาธรรมดาอีกประการหนึ่งทีนี้เมื่อใดพระตถาคตมีสติสัมปชัญญะทรงปลงอายุสังขารเมื่อนั้นแผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหวอันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 7 เหตุปัจจัยข้อที่ 7 นี่ก็เมื่อพระตถาคต ดำเนินสิ่งที่เป็นไปได้ด้วยดีสร้างหมู่กลุ่มทำความเจริญให้แก่สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นมาใหม่ตอนนี้ก็สร้างใหญ่เลยพุทธบุตรโตใหญ่ขึ้นมาจนกระทั่งพุทธบุตรโตแล้วผู้พ่อก็จะตายพระพุทธเจ้าปลงอายุสังขารก็คือจิตนั้นเองปล่อยกินตอนนี้ในขณะที่ไม่ปล่อยนั้นอีกอย่างที่เขียนเอาไว้ในหนังสือคนคืออะไรก็คือท่านกำลังมีภูมิฐานสุดท้ายท่านก็วางไว้เพราะว่าตัณหาอันนี้สิ้นสำหรับพระพุทธเจ้าโรงเรียนสังขารก็คือท่านเลิกวางโลกนี้รับช่วงไปตอนนี้ตัดรอบหน้าครับเห็น รับไปเลยตอนนี้สิ่งหนึ่งก็จะผลิออกเหมือนกับกาบเหมือนกับเปลือกนอกก็จะมีกาวแก่แล้วเปลือกนอกกาบนอกก็จะร่วงโรยแล้วนะรักษาตัวไปในรูปใหม่นะรักษาแท่งรักษาท่อนของตัวเองใหม่ๆก็เหมือนกันไม่ต้องไปอธิบายยายอธิบายเหมือนต้นไม้มันก็จะแตกออกมันก็ปริกออกมันปลงอายุสังขารก็บอกว่าวางแล้วนะยึดปล่อยแล้วนะไม่อยู่แล้วนะเพชรแต่เพียงเขากำลังงานบอกว่าปล่อยไม่พยายามจะสร้างมันพยายามที่จะเติมอุณหภูมิหรือเติมกำลังเกาะรถกำลังเกาะเลยมันก็จะปิดลงจนสุดท้ายข้อ 18 ก็คือเม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน