170000-H มหาปรินิพพานสูตร ตอน08(ปลงอายุสังขาร)-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์198 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

นั่งในคืนวันเพ็ญฟ้าเด่นชวนใจศึกษาของเมืองพนมอภิวันหันหน้าสู่ท่านผู้ชมก็จากนี้ไปเป็นการบรรยายมหาปรินิพพานสูตรที่พุทธสถานแดนอโศกเมื่อปีพุทธศักราช 2517 ในช่วงเข้าพรรษา เดือนดวงเดียวกันนี้ 2500 ปีก่อนนานยาวองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าถ้าเราได้ฝากมาถึงจนกระทั้งโดยประการทั้งปวงเข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ หมวกขอบ 18 แล้วก็จนกระทั่งพระพุทธเจ้าท่านเล่าถึงว่าสมัยที่แรกตรัสรู้นั้นพักอยู่ที่ต้นไม้อนุบาลแทบฝั่งแม่น้ำเนรัญชราก็มีมารหัวใจมีมารมารผู้มีบาปได้เข้าไปนิมนต์ให้ท่านปรินิพพานเลยบริษัทจะดูแล้วอ้าวพระพุทธเจ้าก็ตัดความหมายเรายังไม่มีภาระเราจะต้องให้ภิกษุผู้เป็นสาวกของเราเฉียบแหลมซะก่อนได้รับแนะนำแก้วกาทรงธรรมปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมปฏิบัติชอบประ ทำจนกระทั่งยังจนกระทั่งบอกแสดงต้องแต่งตั้งเปิดเผยจำแนกก็ทำให้ง่ายแสดงธรรมมีปาฏิหาริย์ข่มขี่ปรับวาทะที่มันเกิดขึ้นให้เรียบร้อยโดยสหธรรมให้ได้เสียก่อนถ้ายังไม่ได้อยู่เพียงใดเราจะยังไม่ปรินิพพานเพียงนั้นแม้สาววิกาภิกษุภิกษุณีภิกษุณีสาวิกาก็ดีอุบาสกอุบาสิกาคดีถ้ายังไม่พร้อมเพียงใดเราก็ยังจะไม่ปรินิพพานเพียงนั้นท่านก็ยืนยันว่าพระพรหมอาจารย์หรือว่าศาสนาหรือว่าสิ่งที่เป็นธรรมะหรือความประพฤติที่เป็นพรหมธรรมทั้งหลายแหล่นี้ที่ท่านได้ศึกษามาจากตรัสรู้มา ยังไม่ตั้งลงยังไม่สมบูรณ์กว้างขวางแพร่หลายรู้กันโดยมากเป็นปึกแผ่นจนกระทั่งเทวดามนุษย์ประกาศได้ดีแล้วเพียงใดเราจะไม่ปรินิพพานเพียงนั้นพระพุทธเจ้าท่านก็ยืนยันอย่างนี้นี่ก็แสดงให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าก็มีภาวะตัณหาที่ว่าตัณหาดังที่ใดเคยอธิบายไว้แล้วในหนังสือคนคืออะไรแต่ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องหรอกยังไม่เคยอ่านพระไตรปิฎกเพราะงั้นก็ไม่รู้ถ้ารู้ก็คงจะเอาพวกนี้เข้าไปอ้างเข้าให้ใส่ประกอบเข้าไปในหนังสือนั้นทีเดียวนี่ก็พระพุทธเจ้

อ่านต่อ

าทรงตรัสรู้ใหม่ๆและท่านก็ตั้งใจอย่างนี้ต้องคิดดูซิว่าท่านมีวิเคราะห์ปัญหาหรือเปล่าท่านก็สร้างภพสร้างชาติสร้างอะไรซึ่ง เป็นคุณธรรมมันเป็นของดีเพราะฉะนั้นโดยภาษาคนเราเนี่ยไม่เข้าใจเราจะแนวมีแนวโน้มคิดอ่านอะไรต่ออะไรไปพอสมควรทำได้แต่เราไม่ได้ไปยึดมั่นถือมั่นอะไรหรอกแต่ว่าเราก็คิดว่านี่ทำได้โดยมีไม้ลายมือขนาดไหนขนาดไหนเราจะทำขนาดใดเราทำได้ที่เราจะทำก็เพราะเกื้อกูลโลกท่านทำในเน็ตเหนื่อยเหน็ดเหนื่อยถ้าท่านทำในเน็ตเลยทีเดียวแต่ว่าถ้าท่านไม่ทำก็ไม่มีใครมาบังคับท่านถ้าจะปรินิพพานเสียทีเดียวก็ยอมได้เพราะฉะนั้นท่านถึงเรียกว่าผู้ที่มีแนวโน้มมีใจคิดว่าจะต้องตาย สบายแล้วล่ะผมก็อย่าอยู่เลยตายซะเถอะอารมณ์จิตอย่างนั้นจึงเรียกว่ามารผู้มีบาปจึงเรียกว่ามารผู้มีบาปอารมณ์จิตที่จะต้องเห็นแก่ตัวเพิกถอนไม่เห็นแก่โรคการที่ไม่เห็นแก่ลูกก็เพราะว่ามันมันทนเหนื่อยทนทุกข์มันไม่รู้ทุกข์มันเหนื่อยมันทุกข์แล้วมันก็ไม่อยากสู้ทุกข์ก็เรียกว่ายังมีตัวตนมันยังไม่หมดสิ้นละเอียดจริงยังปล่อยวางไม่ได้ถ้าเราปล่อยวางได้จริงเรารู้ทุกข์ก็รู้กำหนดรู้สมุทัยก็รู้อยู่เหตุแห่งทุกข์นั้นก็รู้อยู่เสมอจะทำนิโรธเมื่อใดเราก็รู้แล้วเราก็ทำได้อยู่เพราะเราเป็นผู้ที่สมุดเขตแล้วเป็นผู้สามารถดับทุกข์ ต้นเหตุมันถูกเรื่องตัดปล่อยที่ 7 วางที่จิตเลิกเรื่องนี้หยุดเรื่องนี้พับเรื่องนี้ทันทีเมื่อใดเราก็ทำได้จริงผู้นั้นจึงจะไม่เดือดร้อนอะไรกับทุกข์ทุกสภาวะเราก็รู้ว่าทุกสภาวะที่มันเป็นไปโดยจริงเมื่อมีการปรุงมีการทำงานมันก็ต้องมีบทบาทมีอะไรต่ออะไรเมื่อขันมันมีมันก็ต้องรับรู้สึกกันอยู่จะว่าเวทนาไม่มีนะก็ไม่ได้แต่ว่าไม่ดับเวทนาในเวทนาก็ไม่ได้ดาวเวทนาในเวทนาแต่ว่าก็ยังคงมีเวทนาจะว่าไม่มีเวทนานั้นก็หามิได้ก็มีอยู่อะไรอย่างเงี้ยที่ได้เคยอ่านผ่านมาแล้วที่พูดกันมาแล้วเราก็มีรับรู้รับเข้าใจรู้สึกเป็นอย่างนั้นแหละแต่เราไม่ยึดมั่น อ้วนแล้วไม่มีตัวไม่มีตนไม่ยึดเข้าหาตนไม่เห็นแม้กระทั่งน้อยนิดเป็นกำไรเพราะฉะนั้นเราไม่ได้อยู่อย่างอยู่กำไรแต่เราอยู่อย่างเป็นผู้ที่ปฏิบัติให้มีประโยชน์กำไรก็เป็นกำไรของลูกไม่ใช่กำไรของเราถ้ากำไรของเราเราก็ยังมีตนน่ะสิกำไรนี้จึงไม่ใช่กำไรของเราแต่เป็นกำไรของโลกเป็นประโยชน์ของโลกเป็นสิ่งที่โลกได้รับก็เมื่อเครื่องยนต์เครื่องกลเครื่องนี้มันหลงสร้างมาจนป่านนี้แล้วเป็นเครื่องยนต์ชั้นยอดที่สุดแล้วก็ให้มันทำประโยชน์ให้แก่โลกไปจนกว่ามันจะถึงวาระมันคร่ำคร่าเก่าแก่สลายไปเสื่อมโทรมไปตายไปก็ช่างมันเท่าไรมันจะไปที่นั่งข้างขอบอะไรกับมันถ้ายังเป็นห่วงอยู่แม่เนื้อตัวของเราอย่าให้มันมีโดยมันมีแล้วเราก็เจ็บก็ปวดก็เมื่อยนั่นแสดงว่าเราไม่ได้วาง อุปทานขันธ์ 5 ข้างในแท้ถ้าเราวางอุปทานขันธ์ 5 ข้างในแท้แล้วมันจะเหน็ดจะเหนื่อยไม่เจอทุกข์จะยากมันจะเป็นอะไรก็ช่างมันสิมันก็เป็นความรู้สึกเพราะฉะนั้นเราก็ดับความรู้สึกมันแล้วทุกอย่างมันก็เป็นไปของมันหัดวางความรู้สึกนั้นแล้วก็รับรู้ความจริงเมื่อทำจะไปแย่งย้อนว่าไม่ได้ทำไม่มีความมืดความร้อนไม่มีปฏิกิริยาไม่มีอะไรนะไม่ได้มันต้องมีเหมือนมันมีเราก็รู้ในความมีนั้นถึงความพอดีปานกลางลงตัวแล้วขนาดใดขนาดใดเท่าที่เราสามารถทนได้หรือจะทนไปอีกให้มันได้อีกยิ่งขึ้นมันก็ดียิ่งขึ้นเก่งยิ่งขึ้นสามารถปรับจิตสามารถที่จะทำจิตให้สูงยิ่งขึ้นไปได้อีกก็เป็นโพธิญาณ หน้าเป็นโพธิญาณเป็นความแคล่วคล่องเป็นความแกร่งของโพธิสัตว์นั้นๆขึ้นไปอีกเป็นธรรมดาส่วนเราเองเราจะหยุดเมื่อไหร่เรารู้แจ้งแน่นอนเลยเราจะวางเมื่อใดเราจะเลิกเมื่อใดเราก็วางได้จริงๆจบมันอยู่ที่นี่อยู่ที่เรานี่ระหว่างเราปล่อยเลิกจบรู้ตัวอันนี้ให้ได้และถ้ารู้ตัวอันนี้ไม่ได้พวกคุณก็ไม่รู้อรหันต์รู้ความพอดีความลงตัวหรือเอกภาพนิพพานะปัจจะกะระณีถ้ารู้อันนี้ไม่ได้ไม่มีอรหันต์เราต้องรู้ความลงตัวความพอดีพอแล้วความที่ทำให้ได้แก่ตนพอดีแล้วก็อยู่ไปทำงานไปอะไรต่ออะไรไปดับเมื่อไหร่เราก็ดับความลงตัวนี้อันนี้จะเอาเท่านี้อันนี้จะมีเท่านี้อันนี้จะต้องปรุงเท่านี้จะต้องเป็นเท่านี้เป็นไปโดยควร เราก็รู้ตัวเองเมื่อใดพักก็ควรพักก็พักถ้าพักเกินแล้วเราก็ต้องรู้ตัวอีกอ่ะพักเกินนะต้องทำงานมีเพียรมีพักมีเพียรมีเพียรมีพักสำหรับตัวเราเองหมดสิทธิ์เราไม่ต้องรู้อะไรอีกหรอกแล้วมันจะรู้เองมันจะเพิ่มความเข้าคลองภาษีข้าวคลองญาณปัญญามันจะแทงทะลุมันจะเกิดผลอะไรต่ออะไรของมันไปเองเมื่อเรามีบทบาทเมื่อเรามีงานเรามีอะไรต่ออะไรสิ่งเหล่านั้นมันจะทำให้เรารู้เองระหว่างสนิทวางเสียปล่อยเสียทำไปทำอะไรไปได้ก็ทำไปเพราะฉะนั้นเราหยุดอยู่ได้เมื่อไรเราทดสอบของเราจนแน่ใจพ้นวิกฤติอิจฉาแน่นอนแล้วก็การวางจิตปล่อยใจของเราเป็นอย่างนี้เองเราจะทำก็ทำเราจะไม่ทำก็ไม่ทำเรารู้ตัวมีอาการเป็นอยู่ของเรา แม่อายตนะน้อยๆนิดๆแต่แค่เสพอสัญญีสัตว์ตายนะเราก็รู้ว่าเออนี่เราไม่เสพและมากไปแล้วเราก็รู้ว่าเราไม่เอาหรอกมากไปมันก็กลายเป็นพักมากไปเพราะฉะนั้นต้องมีเพี้ยนก็เพี้ยนก็ทำอะไรก็ทำงานอื่นเสียอันที่ทำได้ควรทำได้พระพุทธเจ้าท่านใหม่สรรเสริญแม้แต่ผู้หยุดอยู่ในกุศลธรรมเพราะฉะนั้นจะเป็นกุศลธรรมเล็กๆน้อยๆอะไรถ้าเราเองเรารู้แล้วว่าเราพักพอแล้วเราก็ควรจะเพี้ยนมาพักผ่อนแล้วเราพักผ่อนแล้วสบายแล้วหายเหนื่อยแล้วเมื่อพักพอแล้วหายเหนื่อยแล้วสบายแล้วก็เพียรเพราะว่าคำว่าพระพุทธองค์ไม่สรรเสริญแม้การหยุดอยู่ซึ่งกุศลธรรมก็จะพยายาม จะให้ลึกซึ้งทีเดียวถ้าไม่สรรเสริญแม้การหยุดอยู่ซึ่งกุศลธรรมพระป่วยการกล่าวไปใยกับการที่จะเป็นผู้เสื่อมด้วยกุศลธรรมที่มีอยู่แล้วแล้วก็ทำให้ตนเสมอถ้าตนเองไม่ไม่เพิ่มกุศลธรรมกุศลธรรมก็จะเสื่อมเหมือนกันนะกุศลธรรมก็จะเสื่อมเพราะไปสั่งสอนในสิ่งใหม่ที่มันไม่เข้าเรื่องเพราะฉะนั้นสิ่งเก่าที่เป็นอยู่มันไม่เที่ยงอะไรก็ไม่เที่ยงมันก็จะเสื่อมมันก็จะตกเพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจอันนี้แล้วเสร็จเราจะไปเข้าใจอันนั้นต่างได้ดีทีเดียวว่าเราจะควรทำอะไรแล้วจะเข้าใจไปถึงว่าไม่พักไม่เพียงของพระพุทธเจ้าคืออะไรพระพุทธเจ้าก็ไม่พักแล้วก็ไม่เพียรพระพุทธเจ้าขนาดเป็นพระพุทธเจ้าแล้วท่านยังมีพรรคและท่านยังมีเพียรเลยถ้าไม่พักจะเกิน แล้วถ้าเกิดรู้จักพอแล้วพอดีแล้วท่านก็รู้จักเพียงนั้นเองคือคำว่าไม่พักไม่เพียรถ้าไม่พักหมายความว่าท่านเพียรอยู่แล้วท่านไม่เปลี่ยนก็เพราะท่านรู้จักพักก็เหมือนกันมันจะเข้าใจจะรู้รอดไปไม่ใช่แต่ไม่ใช่แต่ภาษาจะเข้าใจชัดเจนจนกระทั่งถึงตลอดแล้วก็จะเข้าใจอนันตังได้ทีเดียวอันนั้นตามตัวนี้จึงมันก็ไปของมันตามรูปการตามเรื่องราวที่มันจะลงร่องลงช่องไปเราก็ทำงานของเราไปอะไรควรเป็นอะไรควรได้อันใดที่ให้ผลแก่เราการเขียนได้ประโยชน์ก็เขียนการอ่านได้ประโยชน์ก็อ่านการทำงานอื่นได้ประโยชน์ที่เป็นสืบต่อเราช่วยผู้ที่ช่วยเบื้องหน้าช่วยใน เราส่งเสริมช่วยเหลือเฟือไฟล์ในเรื่องที่ควรจะเป็นตัวอย่างอันดีงามในหมู่เราบ้างเพราะบางทีเราบางคนก็ไม่ค่อยจะทำงานไอ้ที่จะค้นรู้ควรทำในบางสิ่งบางอย่างในหมู่ก็พูดที่เข้าใจแล้วก็บอกเอาเถอะผูกกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องก็ทำซะให้เป็นตัวอย่างไปเลยก็ทำอันนั้นก็เป็นการอนุเคราะห์เป็นการเพียรเหมือนกันการทำงานที่ช่วยหมู่ช่วยฟื้นให้เป็นตัวอย่างเป็นการสอนไปในตัวผู้ใดที่ทำผู้ใดที่ทำก็เป็นตัวอย่างผู้ใดไม่ทำจะว่าผู้ใดไม่ทำถ้าถึงรอบในการที่ไม่ทำคนนั้นก็ยังมีภูมิอยู่แค่ที่ว่าจะศึกษาตนถ้าไม่ทำงานเกี่ยวกับงูไม่ทำงานเกี่ยวกับการใดที่จะเป็นประโยชน์ผู้อื่น ออกจากตัวจากตนไปแล้วเราจะหยุดอยู่เฉยๆก็จะกลายเป็นคนเสพเพราะฉะนั้นแม่จะหยุดอยู่โดยมีศีลสิกขาจิตสิกขาปัญญาสิกขาของตนกระทำอยู่ก็ไม่เป็นไรอันนี้รู้ยากอันนี้รู้ยากเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าผู้ใดทำกิจนั้นอยู่โดยตนโดยรู้ด้วยแจ้งเลยว่าเขียนอยู่แม้แต่นั่งอยู่เฉยๆก็ไม่ได้อยู่เฉยๆเราก็พยายามที่จะทำเป็นยาพิษสังขารปรุงเพื่อชำระล้างสิ่งที่ควรรู้ควรเห็นเช่นบุพเพนิวาสานุสติญาณศัตรูปะปาจะยานอันใดหรือว่ายังอยู่ในพยายามทำจิตให้เป็นสมาธิเพื่อที่จะได้วิปัสสนาธรรมวิปัสสนา อยู่ก็เป็นผู้กระทำจริงโดยที่ไม่ต้องไปทำอะไรนั่งเฉยอยู่ในที่สงบสงัดอยู่ในที่คนเดียวหรือว่าจะทำโดยที่เรียกว่ามาอยู่ในที่คนเดียวแต่จะต้องมีอุปกรณ์อื่นมีคนมีการผัสสะมีการกระทบสัมผัสและก็จับจิตของเราทำอย่างนั้นคนถนัดอย่างนั้นก็ทำอย่างนั้นก็ได้ในขณะนั้นจะไปทำคนเดียวก็ได้แต่ต้องให้รู้ถ้าเราไปอยู่คนเดียวแล้วก็เอาแต่เศษๆๆๆๆเสพแล้วก็เอร็ดอร่อยสบายคนนั้นอยู่ก็คือภูมิแพ้กำลังหลงติดความอยู่เท่านั้นเองภูมิไม่ได้สูงอะไรหรอกสูงขึ้นมาจากกา John หน่อยนึงคือไม่ติดกามคุณแล้วก็มาหลงเสพความหยุดเสพเอาๆโดยไม่มีภูมิอันนี้ก็ต้องพยายามให้รู้นะพญายมให้รู้ตัวเองจริงๆถ้าไม่รู้ตัวเองแล้วใครจะช่วยใครได้ใครจะช่วยใครได้ผมเองเจโตปริญญายังไม่แก่กล้าจนกระทั่งจะส่งจิตจะได้ไปตรวจสอบดูมันยังพระพุทธเจ้าทรงจิตไปตรวจสอบดูเห็นพระโมคคัลลานะแย่แล้วนั่งหลับเอาหลับเอาท่านก็เลยไปโปรดถ้าอย่างนี้แล้วก็ท่านได้พระพุทธเจ้าทรงญาณไปตรวจนี่ไปนั่งหลับอยู่คนเดียวแย่เลยพระพุทธเจ้าก็ไปปรากฏการหลับต้องแก้ไขอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอย่าง ห่วงเศรษฐีท่านก็ไปโปรดได้เพราะฉะนั้นการไปอยู่คนเดียวจึงช่วยตนให้มากแต่ผมสามารถต่อไปผมก็จะต้องช่วยเหมือนกันแหละอย่างพระพุทธเจ้าท่านช่วยอย่างนี้ก็จะสามารถจะช่วยได้แต่มึงถึงรอบความเก่งมีถึงขนาดว่านั้นแต่ทีนี้ตอนนี้มันไม่มีก็ปรามกันโดยปริยัติไม่บอกไม่ให้เตือนตนถ้าตนไม่เตือนตนตนไม่ทำตนก็ไม่เจริญด้วยกุศลธรรมทั้งหลายตนก็จมอยู่ในอกุศลนั่นแหละมากขึ้นเพิ่มขึ้นและความเจริญก้าวหน้าโดยแท้จริงมันก็ไม่มีอันนี้ก็พยายามเอาผมคิดว่ามีหน้าที่ให้มีหน้าที่บอกมีหน้าที่เพิ่มให้ไประลึกรู้ตัวก่อนจะก้าวหน้าของเพราะตัวตนจะไม่ก้าวหน้าก็เพราะตัว ไปถามเอาเรียนรู้ให้จริงให้ชัดให้เห็นในสิ่งเหล่านั้นมาผู้ใดไม่ทำอย่างนั้นก็อย่างที่กล่าวแล้วจะมาเพียรมันมีเพียรช่วยเหลือเฟือควายเพื่อนฝูงสร้างกรอบสร้างบุญสร้างกลุ่มไม่ได้อย่างอีกทางนึงไปก็ได้หรือใครได้ทั้ง 2 อย่างเวลาอยู่คนเดียวก็มีนี่ไม่ใช่มาอยู่คนเดียวไม่มีถ้าได้ทั้ง 2 อย่างก็ยิ่งเก่งหมู่เราก็ไม่ทิ้งช่วยทั้งหมู่เวลาอยู่คนเดียวเราก็ช่วยทั้งคนเดียวตัวเราเองก็เป็นประโยชน์ช่วยตนในขณะอยู่กับหมู่กระทบสัมผัสกับหมู่เราก็ได้ประโยชน์อยู่คนเดียวเราก็ได้ประโยชน์งานกับหมู่แล้วก็ได้ซะด้วยแต่เป็นตัวอย่างอันดีงามเพื่อคุณหมู่คนนั้นก็เจริญมากเจริญมากทำได้ทุกมุมทุกเหลี่ยมช่วยหมู่อันควรไม่เกิน เขตหมู่บอกว่าเอาแค่นี้ไอ้คนนี้ไม่เอาแล้วก็รู้เป็นอภินิหาริย์ทำเป็นธรรมที่ไม่พาให้เสื่อมโทรมไปตามขอบเขตตามการประชุมตามการที่ได้ตกลงกันเราก็ทำอย่างดิบดีไปงานที่อยู่ในขอบเขตของเราก็พร้อมพร้อมกระทบสัมผัสกับหมู่เราก็ได้ประโยชน์แม้ในขณะสัมผัสใดเราก็ได้ปฏิบัติวิปัสสนาไปอยู่คนเดียวปฏิบัติจิตอย่างอยู่คนเดียวเราก็ได้ของเราทุกเมื่อทุกเมื่อเราก็เป็นผู้เจริญทุกเมื่อจะอยู่ในสภาพในสภาพไหนไม่จำเป็นต้องเลือกที่นี่ก็เป็นผู้กล่าวว่าเป็นผู้องอาจเป็นผู้ที่มีจิตแข็งกล้ามีอินทรีย์พละได้ประโยชน์เห็นประโยชน์อยู่ตลอดเวลาแต่ว่าประโยชน์นั้นก็ไม่ใช่ว่าทำเพื่อ แต่ต้นมันต้องมีผลตอนมีผลตลอดเวลาจริงๆเราไม่ได้ยึดว่าเราได้เป็นไม่ได้เป็นศุภกรรมไม่ได้เป็นเวหาพรมเราเป็นผู้ได้ได้ดีแล้วหนอสูงขึ้นหนอมีปัญญารู้ยิ่งขึ้นจิตวางได้ยิ่งสูงขึ้นก็เป็นของจริงที่เราได้ที่เราเองสูงขึ้นดีขึ้นเก่งขึ้นแต่ไม่ใช่เก่งขึ้นอย่างสุขก็กินอาหารปรุงแต่งขึ้นอย่างเวหาพรพรหมยิ่งใหญ่ยิ่งหลงตัวหลงตนซ้อนก็ไปอีก 2 ตัวซ้อนเข้าไปอีกทำให้ตัวเองยิ่งมืดใหญ่เลยกลายเป็นผู้ใหญ่คับฟ้าไปเลยก็ไม่เป็นก็จะต้องรู้สิ่งนี้อีกถ้าไม่รู้สิ่งนี้มันก็ล้มตัวลงตัวจริงๆมันจริงๆมัน อยากจะคิดได้พอเวลาเราเข้าไปแล้วเราจะคิดได้เราจะเห็นสภาพธรรมเวลาผู้ใดรู้ปริยัติมาก่อนเป็นสัมมาทิฏฐิเข้าใจถึงสภาพทำอย่างนี้พอมีสภาวะอย่างนี้เราก็รู้ตัวรู้ตนได้ไวถ้าไม่รู้ตัวรู้ตนได้ไว้เพราะปริยัติมันชำชองมันเข้าใจจริงแล้วนะมันไปเลยจิตมันเป็นเองจิตมันไม่มันไม่ใช่ของที่บอกมันได้ง่ายๆเหมือนมันเป็นเองมันจะใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้นมันจะเป็นอย่างนี้งั้นถ้าเราได้อย่างนี้เราก็จะไม่ไปหลงสร้างอัตลักษณ์ไม่ใช่ต้องมีเชื้อโรคจิตเอารูปป้าจิตรหรือมีเชื้อเป็นพระพรหมอยู่จนทำให้เราเองทำงานให้ศาสนาหรือทำงานให้ประโยชน์ผู้อื่นไม่ดีขึ้นเพราะเรายังเหลือเชื้อตัวตนเห็นแก่ตน ยุทธอัตตาเป็นศุภกิจผลาเมื่อเราไม่ยึดเราก็เป็นประโยชน์เป็นพี่เป็นน้องเป็นสันติภาพเป็นภราดรภาพเป็นความอยู่เย็นไม่มีความเดือดร้อนไม่มีความเศร้าหมองไม่มีความทะเลาะเบาะแว้งไม่มีการขัดแย้งไม่มีการขัดการแยงมีแต่การอนุโลมปฏิโลมมีสัจจานนท์ยานมีการกระทำที่เป็นไปโดยลงตัวดีแล้วก็ช่วยกันขึ้นมาช่วยกันขึ้นมาขัดเกลาอุ้มชูกันขึ้นมาได้อย่างดีมันจะเป็นบทบาทอย่างนั้นไปทีเดียวไม่ใช่ขัดกันซะจนไม่มันแรงไปแล้วมันก็ไปยึดผู้ใดที่บางทีทะเลาะเบาะแว้งกันมากแล้วก็เจ็บมาก ประยุทธ์โรงพยาบาลเข้าไปติดอยู่ในใจแล้วมันก็เลยแชทมันก็เลยถ้าพวกเขาไม่เอาก็ไม่กล้าก็ไม่เข้าอ้าวถ้าผู้ที่เอาวางได้ปล่อยได้กลับมาก็ได้ไอ้วางไม่ได้ไม่กล้าไอ้จิตมันเป็นจริงๆนะจิตมันเป็นจริงๆไม่กล้าไม่เข้าเข้ามาแล้วก็มากระทบทนไม่ได้ก็ไม่เข้าไม่กล้าเป็นอย่างนี้เป็นจริงๆงานนี้เป็นจิตมันไม่ใช่คำพูดไม่ใช่คำพูดเป็นจิตเพราะฉะนั้นอันใดเราจะขัดจะกล่าวกันก็ขัดเกลากันโดยประมาณโดยพอดีทำมันแรงไปเกินไปแล้วเข็ดเจ็บแสบก็ขยายท้อถอยอันนี้เกินมาเกินสัมมนาเกินพอดีมันก็เกิดการแตกแยก แบ่งออกไม่รวมไม่ลงนี่เป็นของจริงเพราะฉะนั้นการประมาณพวกนี้ถ้าเรายึดมั่นถือมั่นเอาดีเอาเด่นของเรามาทำเกินแรงเกินไปมันก็แตกลำบากถ้าเราสามารถที่จะจัดทำงานอะไรต่ออะไรที่จังหวัดเล่นว่าไม่แคร์มันก็ไม่มีอะไรแต่ถ้าบอกว่าแคร์มันก็ต้องดูแลที่จริงมันก็ต้องให้มันลงตัวด้วยงานที่สุดนั่นแหละทำได้ดีถ้ามันไม่งามมันก็ไม่เต็มรูปไม่เต็มร่างมันเป็นไปได้ยากเป็นไปได้ช้าถึงว่าวัดที่มาหรือสัมมนาเนี่ยสูงลึกละเอียดลำบากในการที่จะทำให้ลงตัวมาด้วยซ้ำมาแม่ผมเองผมก็ทำงานนี่ก็ต้องพยายามรักษาผมยังไม่ได้ ให้มัชฌิมาในการที่สร้างศาสนาฤดูกาลที่จะกระทำดำเนินไปนี้ให้ดีงามพร้อมผมก็ยังไม่ได้ทำไม่ได้บริบูรณ์ดีหรอกยังไม่งามพร้อมยังมีการดูวิวาทะแบ่งแยกแตกแยกกับหมู่กลุ่มที่ควรจะเป็นไปงามกว่านี้อยู่บ้างแต่ก็ได้สำนึกได้ประโยชน์ได้ความรู้ที่เราเองนี่แหละได้เสมอเสมอมันละเอียดละออลึกซึ้งจนกระทั่งบางทีเนี่ยต้องผ่านมาพบเป็นสภาพให้เราเห็นซะก่อนบางอันก็รู้เท่าทันด้วยญาณปัญญาบางอันยังไม่ทันเกิดหรอกเราก็รู้ทันก่อนไม่ให้เกิดบางอันก็ต้องให้กับสภาพที่เกิดก่อนแล้วก็มาไว้ก่อนเป็นปัญญาญาณย้อนให้เรารู้เราเห็นอย่างนี้พอถึงเป็นไปโดยจริงแล้วก็คอยทำไปตามลำดับตามลำดับ ลำดับสลึงรู้ก็ฉลาดขึ้นเรื่อยไปงานนี้ก็ขอให้พวกเราพยายามพากเพียรเพิ่มขึ้นณที่นี้ก็ต่อไปดูกระอานนท์วันนี้เมื่อกี้นี้เองมารผู้มีบาปได้เข้ามาหาเราที่ปลาวาฬเจดีย์แล้วก็ยืนอยู่ณที่ควรส่วนข้างหนึ่งได้กล่าวกับเราว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอพระผู้มีพระภาคทรงปรินิพพานในบัดนี้เถิดมารผู้ลามกนี่มาพูดมีบาปตอนนี้ก็มาอีกแล้วก็คือจิตก็บอกแล้วว่าถ้าเผื่อว่าจิตในการตายของพระพุทธเจ้าเนี่ยเป็นการเสียหายของปวงชนเพราะฉะนั้นจึงเรียกว่ามารขอประสบความสำเร็จภายในบัดนี้เถิดบัดนี้เป็นเวลาปรินิพพานของพระ สภาพภูมิภาคได้ตัดพระวาจานี้ไว้ว่ามาทวนทวนตั้งแต่ก่อนที่จะตรัสรู้ใหม่ๆก่อนที่จะตั้งศาสนานั้นก็บอกว่างี้นี่ตอนนี้พร้อมแล้วนี่ก็มาตัดเพราะวาจานี้ว่าดูกะมันผู้มีบาปอ่าไม่ใช่เพราะพรุ่งนี้ก็ได้ตัดอาจารย์นี้ไว้ว่าดื่มน้ำมันพรุ่งนี้บาปภิกษุผู้เป็นสาวกของเราจะไม่เสียบแหลมเพียงใดอุบาสกสาวกของเราจะไม่เจ็บแล้วอยากย้อนอย่างเมื่อกี้เนี่ยเหมือนกันหมดจนกระทั่งถึงเราจะไม่ปรินิพพานเพียงนั้นจนกระทั่งเราจะไม่ปรินิพพานเพียงนั้นข้าแต่พระองค์ผู้เจริญก็วันนี้พรหมจรรย์ของพระผู้มีพระภาคสมบูรณ์แล้วกว้าง แพร่หลายรู้กันโดยมากเป็นปึกแผ่นจนกระทั่งเทวดาและมนุษย์ประกาศได้ดีแล้วก็ขอพระผู้มีพระภาคจงปรินิพพานณบัดนี้เถิดขอพระสุคตจงปรินิพพานในบัดนี้เถิดบัดนี้เป็นเวลาปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคตอนนี้ก็บอกว่าอ้าวก็เป็นจริงแล้วนี่ที่ท่านตั้งเป้าหมายเอาไว้ก็ได้บริบูรณ์แล้วศาสนาหรือพรหมจรรย์นี้ตั้งลงแล้วอย่างดีแล้วนี่สาวกสาวิกาต่างๆกับพรั่งพร้อมภิกษุภิกษุณีพรหมจรรย์ก็มีผู้ปฏิบัติได้ผู้ที่จะเขียนธรรมจักรต่อไปได้อะไรใดๆก็บริบูรณ์แล้วนี่ถึงเวลาแล้วท่านควรปฏิบัติตัวนี้ก็มาทวงของเก่าดูกะรนเมื่อวานกล่าวอย่างนี้แล้วเราได้ตอบว่าดูก็ประมาณผู้มีบาปท่านจงมีความขวนขวายน้อยเถิด ความปรินิพพานแห่งตถาคตจักมีไม่ช้าโดยล่วงไปอีก 3 เดือนแต่นี้ตถาคตจากปรินิพพานพระพุทธเจ้าก็เลยปลงอายุสังขารตกลงมาแล้วตอนนี้ไปกับมันซะด้วยนะคิดดูให้ดีนะการไปก็มานี่มันเสียหายนะให้ติดภาษาแล้วก็ผ่านเพราะถ้าไม่เข้าใจสภาวะถ้าจิตอาสาแล้วก็พังพระพุทธเจ้าเล่นเชื่อมันไปก็มานี่ตกลงกับงานมาขอร้องก็เอาถ้าพระพรหมมาขอร้องทำตามพระพรหมก็ยังไม่ว่าเพราะพระพรหมคือผู้อนุเคราะห์โลกพรุ่งนี้เมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาสงครามโลกอันนี้ไม่ใช่ไปๆกับพรมซะด้วยจะไปกับมันมามันบอกให้ตายก็จะตายตามมารขอพระพุทธเจ้านี่ฉลาดน้อยซะแล้วหรือ แต่บอกแล้วต้องดูมุมเดียวไม่เห็นชัดจิตนั่นเองจิตเห็นว่าการตายเนี่ยสมควรแล้วโดยเหตุที่ลงตัวแล้วเข้าใจในเอกภาพแล้วเข้าใจในนิพพานะศักดิ์สิทธิ์กรนะดีแล้วมันพอดีแล้วมันพอแล้วลงตัวแล้วเป็นความลงตัวแล้วทุกสิ่งทุกอย่างเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านตัวเองก็กล่าวคร่ำคร่าจนเต็มทีแล้วนึกสภาพที่จะต้องตัดต้องต่ออะไรแล้วต้องมีการตัดการต่อการวางการปล่อยหรือว่าการยังยึดยังทำอยู่รู้อย่างจริงแล้วพระพุทธเจ้าย่อมรู้ถึงจุดควรตัดควรต่อควรปล่อยควรวางตอนนี้ก็ควรปล่อยได้แล้วหมู่พรหมจรรย์ตั้งมั่นแล้วก็ควรปล่อยได้แล้วและตัวเองก็เหมาะสมด้วยตัวเองก็ทำขาแย่เต็มทีแล้วด้วยเหมือนเกวียน เวลาที่จะต้องดาวน์ด้วยไม้ไผ่เหมาะสมแล้วเพราะฉะนั้นก็ตกลงกันมารเอาไปมันก็คือพูดให้เข้าใจชัดๆเลยว่ามันๆอาราธนาให้พระพุทธเจ้าจากไปการสูญเสียพระพุทธเจ้าในโลกมันเป็นการเสียหายจริงๆนั่นแหละจึงเรียกว่ามารแต่ถ้าจะเรียกด้วยจิตของพระพุทธเจ้าแล้วก็ควรเรียกว่าพระพรหมพระพรหมมาทูลเชิญพระพุทธเจ้าท่านตอนนี้นิพพานเถอะอุเบกขาสิปล่อยสิวางสิเลิกเถอะถ้าเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้ถ้าเราเข้าใจสภาวะไม่จำเป็นจะต้องใช้ภาษามาขัดแย้งอะไรต้องการถ้าเข้าใจต้องเปลี่ยนมุมทั้งสองด้านอย่างนี้เรียบร้อยหมดเลยนะ ใครมาพูดอย่างนั้นอย่างนี้เราอธิบายได้ใครจะบอกว่าพระพุทธเจ้าก็แย่สิเชื่อมาแล้วก็เป็นไปตามมาทำไมไม่อยู่ต่อไปอีกล่ะก็ไหนว่าทำให้อายุยืนต่อไปอีกก็ได้นี่คุณไม่ได้เคยเห็นจิตใจเลยเธอไม่เห็นจิตใจคนเลยคุณเอาเปรียบท่าเรือก็เพราะพระพุทธเจ้าคร่ำคร่าจะแย่อยู่แล้วก็ให้แต่พักซะบ้างที่เวลาพ่อแม่คุณเลี้ยงคุณมาจนกระทั่งแก่เฒ่าแล้วคุณก็จะบอกว่าไม่ได้พ่อแม่หยุดเลี้ยงฉันไม่ได้ต้องเลี้ยงฉันต่อเราทำงานต่อเรียกต่อไปอีกไม่หยุดไม่ต้องหยุดต้องเลี้ยงต่อไปทำงานต่อไปอีกเรียกฉันมาแต่เล็กแต่น้อยจะโตขนาดไหนก็ต้องทำต่อไปอีกอย่าหยุดนะคุณจะทำถึงขนาดนั้นหรือถ้าที่พ่อแม่ก็ควรจะปลดระวางได้แล้วปล่อยได้แล้วต้องวางมือซะตอนนี้ไม่เป็นไรลูกเลี้ยงเองพ่อแม่หยุดไม่มีรอบอย่างนี้เลยหรือในโลก เราก็อธิบายได้ถ้าเกิดใครมาตีตีแย่งปู่แย้มอย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นความรู้รอบความลงตัวความพอดีมัชฌิมานี่ยากมากยากยากถ้าคนเพ่งอันนู้นอันนี้แล้วก็จริงเป็นประโยชน์เราก็ไม่เถียงพระพุทธเจ้าอยู่เราก็ไม่เถียงท่านจึงใช้คำว่าเรียกว่ามาเข้าใจคำว่ามานี่ดีนะที่จริงถ้าเรียกเอาจิตใจของพระพุทธเจ้าใส่แล้วพระพุทธเจ้าก็ล้มเองไม่ได้ทางนี้นี่เห็นดีเห็นชอบในการตายใช่ไหมจะเห็นว่าการที่ท่านเห็นดีเห็นชอบในการตายนี่เป็นอกุศลไม่ได้เป็นกุศลที่นี้เป็นกุศลก็ไม่ใช่มารทำมันไม่ได้ทำกุศลมันต้องทำอกุศลว่ามาบอกให้ตายเนี่ยเป็นอกุศลไม่ใช่อกุศลเป็นกุศลอย่างหนึ่งเป็นความดีเป็นความพอดี ความลงตัวความตะกร้อความควรแล้วลงแล้วเหมาะแล้วล่ะพระพุทธเจ้าจึงตกลงอ่างตกลงอีก 3 เดือนข้างหน้านะเราจะปรินิพพานดูก็อานนท์วันนี้เมื่อกี้นี้ตถาคตมีสติสัมปชัญญะลงอายุสังขารแล้วคุณรู้จักกับชัดๆบอกว่าเราอยู่ในสภาวะมีสติสัมปชัญญะดีรู้ทั่วๆไม่ใช่ละเมอเพ้อเพราะไม่มีอะไรแต่ปลงอายุสังขารแล้วได้คิดจะต้องจากไปซะแล้วเมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้วท่านพระอานนท์ได้กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอพระผู้มีพระภาคจงทรงดำรงอยู่ตลอดกลับขอพระสุคตจงทรงดำรงอยู่ตลอดกลับเพื่อประโยชน์ของชนเป็นอันมากเพื่อความสุขของตนเป็น มากเพื่ออนุเคราะห์โลกเพื่อประโยชน์เพื่อเกื้อกูลเพื่อความสุขของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายพระผู้มีพระภาคตรัสว่าพระนอนทูลต่อขอต่อเหมือนกันครับเมื่อกี้เนี่ยที่ว่าลูกบังคับพ่อแม่บอกไม่ได้พ่อแม่หยุดไม่ได้นะอย่าเพิ่งหยุดต้องทำงานต้องอยู่ต่อไปก็อยู่ต่อไปมันมีอะไรไม่มีนอกจากมีแต่ทำงานคันนี้ของพระอรหันต์ทั้งหลายเพราะเป็นพระอรหันต์แล้วมันไม่มีอะไรมีแต่ทำงานเพราะฉะนั้นถ้าทำงานเหมาะสมแล้วก็ควรจะไปมันไม่มีอะไรมันก็เหมือนกันโดนทูนพระพุทธเจ้าก็เหมือนอย่างที่ยกตัวอย่างเมื่อกี้ว่าลูกให้พ่อแม่เลี้ยงจนกระทั่งแก่แล้วก็ไม่รู้จักพ่อแม่แก่สักทีไม่ว่างไม่ได้ต้องเลี้ยงกันต่อไปอีกเลี้ยงฉันต่อไปอีกนะอย่าเพิ่งตายเป็นประโยชน์กับฉันต่อไปก็ อย่าเพิ่งตายนะพระพุทธเจ้าต้องอยู่นะเพื่อจนเป็นอันมากเพื่อประโยชน์มีความสุขความจนเป็นอันมากต้องเผื่อคุณชวนไปไหนมากอีกต่อไปเพราะยังไม่รู้หรอกไม่เข้าใจนิพพานะสัจธรรมไม่เข้าใจความลงตัวไม่เข้าใจความพอดีหรือพอแล้วเหตุลงตัวเป็นมัชฌิมายังไม่รู้เพราะผู้มีพระภาคก็จัดว่าดูก็ได้เวลานี้อย่าเลยอย่าวิงวอนจะถามยามาวิงวอนซะให้ยากเลยเราขณะนี้เราได้ตรงอายุสังขารไปแล้วเพราะแม่ครั้งที่ 2 แม้ครั้งที่ 3 ถ้าเกิดพระพุทธเจ้าเลยถ้าพระอานนท์ก็ได้กราบทูลข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกกูอยู่ภาคจงทรงดำรงอยู่ตลอดกราบขอบพระคุณทรงดำรงอยู่ตลอดกักเพื่อประโยชน์ของชนเป็นอันมากเพื่อความสุขของชนเป็นอันมากเพื่ออนุเคราะห์โลกเพื่อประโยชน์เพื่อเกื้อกูลเพื่อความสุขของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายท่านก็มีแต่จะทูลขอร้องอยู่อย่างเก่าด้วยพระพุทธเจ้าก็เลยบอกเธอเชื่อความตรัสรู้ของตถาคตหรือพระพุทธเจ้าก็เลยเอาไม้ตายแล้วเพราะว่าดันทุรังนี่จะทำธุระต่อเลยไม่ยอมให้ตายไม่ยอมให้ตายพระพุทธเจ้าจะตายนี่มันเป็นการเสียหายอะไรต้องให้กุศลดังกล่าวแล้วเมื่อกี้นี้แต่พระพุทธเจ้าไม่รู้จะอธิบายยังไงพระพุทธเจ้าก็บอกว่าเป็นมารมันถูกขอให้ตายสิ่งที่พ่อโน้นไม่รู้ไม่รู้เรื่องนี้ถ้ารู้ว่าที่จริงไม่ใช่มาหรอกถ้าจะเรียกว่าของพระพุทธเจ้าก็ เรียกว่าพรหมมุมกลับไปอีกทางหนึ่งแต่นี่ไม่รู้เมื่อไม่รู้ก็พระพุทธเจ้าก็ต้องเล่นไม้ตายเธอเชื่อความตัด

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน