170207 เนสัชชิ-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์74 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

อ้าวฟังดูในสัตว์ชนิดนั้นภาษาบาลีคำนี้หมายความว่าถือเอาอาการนั่งถืออวกาศนั่งเป็นธุดงค์เข้าวัดอันนึงซึ่งเป็นการประพฤติธรรมได้โดยเราจะพักผ่อนด้วยนั่งแล้วจะพักผ่อนให้ได้สูงที่สุดเหมือนกับเรานอนโดยไม่เอาหลังราบไปกับพื้นไม่เอาตัวทอดยาวไปกับแนวระนาบของพื้นถืออาการที่ยังนั่งอยู่จะนั่งด้วยขัดสมาธิจะนั่งในผ้าพับเพียบอะไรที่เป็นของไทยถ้าของส่วนใหญ่เขาถ้าของทางอินเดียเขาที่เขาทำก็มีแต่ค่าสมาชิกส่วนใหญ่ขัดสมาธิขัดสมาธิสะดุ้งมารอะไรธรรมดาเมื่อเวลานั่งแล้วเรา พยายามทำจิตให้ทิ้งทวาร 5 เหมือนกันคือเราหลับหูหลับตาปิดจมูกปิดไม่ได้ปิดหรอกแต่ว่าเราไม่ให้จิตของเรามาทำงานกับตาหูจมูกลิ้นกายเอาจิตไปรวมไว้ที่ 1 ที่ 1 เท่านั้นเราจะใช้อุบายอะไรก็ตามแต่แล้วเราก็จะนั่งให้จิตมันอยู่ในองค์ของภพคืออยู่ในภวังค์นั้นจิตเราไม่รับรู้ตาไม่รู้หูไม่รู้กลิ่นที่จมูกไม่รู้ลิ้นไม่รู้กายสัมผัสอะไรมาแตะต้องทั้งกายส่วนใดๆไม่รู้ไม่รับรู้ทวารกายทั้งหมดจิตรู้อยู่แต่กับจิตเท่านั้นเองเหมือนกันกับที่ในการนอนที่อธิบายให้ฟังแล้วเวลาเรานอนเราก็คือการทิ้งทวารทั้ง 5 แล้วจิตไปอยู่กับจิต เมื่อจิตมีกิเลสจิตก็พาไปฝันอย่างที่กล่าวนั้นเหมือนกันเพราะงั้นเมื่อเวลาผู้ใดนั่งอย่างนี้เข้าแล้วแล้วก็ให้จิตไปอยู่ที่จิตจิตจิตจิตจิตจิตทิ้งทวารทั้ง 5 แล้วแล้วมันก็อยู่ยากหน่อยมันตั้งทรงอยู่สูงเพราะฉะนั้นไอ้สูงเนี่ยจึงมีแนวโน้มถ่วงที่จะลงไปหาพื้นโลกมากหน่อยเพราะนั่งส่วนใหญ่มันก็ไม่ค่อยอยู่หรอกถ้าทิ้งเสร็จก็หวานไม่มีอะไรมากแต่ถ้าไม่ทิ้งเนี่ยไม่ค่อยอยู่มันก็จะงอกมันก็จะล้มลงไปมันก็จะโอนเองอะไรต่ออะไรลงไปมากหน่อยเพราะมันในขณะที่โอนไปทีก็มีสตินิดนึงว่าเราจะโอนไปนิดนึงก่อนแล้วเรียกว่าเรากำลังจะไม่ใช่เรากำลังทิ้งเราก็ทิ้งทวารข้างนอกลงไป ก็ยังมีสิทธิ์ส่วนหนึ่ง

อ่านต่อ

ที่จะมาทรงตัวไว้หน่อยนึงก็จะโง่อย่างนี้ตลอดเวลาแต่ก็เราก็จะต้องใช้พลังงานมาดึงมันมาทำงานเรียกว่าเราทำงานอยู่ด้วยซ้ำไปทำงานกับการอยู่ด้วยหน่อยเพราะว่าใครนั่งโง่ๆงี้รับรองในสัตว์ที่รูปนี้พอตลอดคืนครับพรุ่งนี้เช้าต้องรีบนอนมันไม่หลับสนิทมันใช้กำลังกายกำลังพลังงานตั้งแยะนี่ก็เนี่ยสมาชิกก็มีแยะในสิทธิแบบนี้พอรุ่งเช้าขึ้นมาพอมานั่งสงบไปเพิ่งออกมารุ่งเช้ามันก็ตาโหลก็จะนอนแล้วน่าเสียเลยสบายดีไม่ต้องมาอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้อะไรเท่าไหร่แต่ก็เป็นความชำนาญเหมือนกันถ้าทำให้ได้พยายามอย่าให้มันโง่อย่าให้มันอย่างนี้พยายามมีจิตตั้งพยายามทรงตัวให้อยู่ให้มากจิตรักษาแนวตั้งให้ได้มากๆก็จะเก่งขึ้นเก่งขึ้นได้เหมือนกันก็เป็นการทำสมถะเป็นธรรมวัดศรี คลองในการทำจิตของเราให้รักษาตัวของเราให้ตรงให้ได้ใช้พลังงานให้ดีให้ทรงตัวให้อยู่ให้ได้ให้ส่งตัวให้อยู่ให้ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าได้ตัดกิเลสตัณหาอะไรนะจะตัดกิเลสตัณหาได้ก็คนนั้นก็จะต้องมีจิตดีจริงๆมีจิตที่สามารถทำวิปัสสนาก็ได้หรือทำนิโรธจะทำนิโรธนั้นก็เป็นแต่เพียงว่าเป็นทหารคือไม่ให้จิตมันไปปรุงกิเลสแล้วก็ดับจิตไปเลยกลายเป็นน้ำแข็งชื่ออยู่ทำนานๆเข้าเวลาเขาสามารถที่จะทรงตัวให้ได้เนี่ยเขาทำสมถะเรียกว่าเจโตสมถะก็ทำได้นั่งแล้วก็หลับไปเลยนิ่งสนิทฝันก็ไม่ฝันเป็นนิโรธไปเลยได้เป็นการทิ้ง ตั้งค่าและทวารจิตก็สงบระงับนิโรธไม่ปรุงแต่งอะไรเพราะงั้นจิตในขณะนั้นเราก็ไม่ได้ไปเสพกิเลสก็เป็นสมถะเป็นผลที่ทิ้งจังหวะไปจังหวะหนึ่งที่เราห่างจากกิเลสไปพักหนึ่งเรียกว่าเป็นนิโรธนอนก็ทำได้น้องก็เหมือนกันนั่นแหละนั่งก็เหมือนกันทีนี้พวกที่ปฏิบัติธรรมทุกวันนี้เขาหลงว่าไอ้การที่นั่งให้ดับนิโรธมิดไปเนี่ยคือการปฏิบัติธรรมเพื่อที่จะให้บรรลุเป็นพระอรหันต์ก็เป็นที่คำว่ารัฐประหารก็มีผลเหมือนกันแต่มันผลน้อยมันช่วยแต่เราไม่ได้สร้างกินเลทจริงๆสักพักหนึ่งคนลาวถ้าตัดทวารกายแล้วเหลือแต่ทวารใจก็จ่ายเงินมันยังสร้างกิเลสอยู่คือไปฝันไปเถอะใจมันไปทำงานอยู่ทวารใจก็ไปสร้างกิเลสตามอำนาจของอนุสัยหรืออัศวะมันก็วิ่งไปปรุงแต่งอะไรต่ออะไรก็เป็น เพลงชาติเอร็ดอร่อยอยู่เหมือนกันฝันบางทีนี่ไม่มันน่าดูมันก็ไปสร้างกิเลสอยู่ในทางทวารที่ 6 คือทวารใจเท่านั้นนะก็น้อยหน่อยแต่ถ้ามีทั้งกายตื่นอยู่ก็สร้างกิเลสมากหน่อยเพิ่มกิเลสตัณหาจะแก่ตนมากหน่อยเพราะถ้าใครเอาแค่หลับนั่งหลับแต่จิตไปสร้างกิเลสอยู่เขาเรียกว่าลดลงมาจากใช้ทวารทั้ง 5 ก็เหลือแต่จิตเพราะฉะนั้นนั่งอย่างนี้ได้บางคนได้เป็นหลับนะแต่ว่าทรงตัวได้ก็มีอาการของเด็กจะคิดวิธีนึงคราวหน้าเราก็หลับไปแล้วก็สงกรานต์อยู่แล้วให้สงบเงียบโอ๊ยเมื่อยรับรองเลยเมื่อยตื่นเช้าขึ้นมาตลอดก็นั่งทั้งคืนเนี่ยเขานั่งกันเนี่ยแต่คิดอะไรกันเนี่ยเมื่อยเพราะมันต้องใช้กำลังงานหยกดึงลงดึงขึ้นอะไรอย่างเงี้ยไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไหวเมื่อย แต่ถ้าส่งตัวได้ไม่ต้องใช้ไอ้นี่มันดึงพอเวลาเราจะล้มก็ใช้ได้ยืดดึงขึ้นมานอกประเทศดึงขึ้นมาเราไม่ใช้นะมันก็ไม่เท่าไหร่นั่งหลับนิ่งอย่างนี้ถึงรุ่งเช้าก็ยังไม่เท่าไหร่แต่พักผ่อนพอได้เหมือนกันเรียกว่าเราสามารถใช้จิตของเราตั้งส่งไอ้นี่รักษาควบคุมไม่ให้มีการใช้หนี้มากนักลงทุนได้แม้เราจะฝันเพราะเราไม่สามารถที่จะควบคุมจิตของเราได้กิเลสตัณหาเราก็ยิ่งแย่แม้มันจะฝันไปตามเรื่องให้แต่ทวารจิตมันมีกิเลสปรุงกันไปอยู่ไปเรื่อยๆนั่งหลับก็ยังก็ยังดีหน่อยนึงดีขึ้นมานิดนึงก็นั่งโง่ทีนี้ดีขึ้นกว่านั้นก็คือจิตของผู้นั้นสามารถทำนิโรธขึ้นไปได้ไม่ให้มีฝันไม่ให้จิตไปปรุงแต่งอะไรแล้วดับจิตลงไปเลยคมจิตดับเข้าไปติดดับก็ไปดับก็ไปวางก็ไปวางเข้าไปจนจิตมันดับไม่ปรุงแต่งอะไร ก็ได้มีวิธีคำนวณประหารเป็นสมถะอันแท้จริงนี่เรียกว่าสมถะอันแท้จริงอยู่ในนี้นั่งก็เหมือนกันนอนทำก็ได้ก็เหมือนกันนั่นแหละแต่แนวมาพูดนี่เพราะว่าที่เขานั่งปฏิบัติธรรมเขาที่มักจะเอานั่งนี้ส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ก็ถือว่าปฏิบัติธรรมนั่งหลับตาแล้วเนี่ยนิโรธเขาว่านี่ก็สั่งสมนิโรธก็จริงของเขาเหมือนกันแต่มีผลน้อยสั่งสมความประหารมีประหารเหมือนกันมีประหารกิเลสเพราะเราเลิกเราละเราได้ไม่เอาจิตไปปรุงกิเลสอยู่ช่วงนึงเท่านั้นเองโดยปริยายบนหินทับหญ้าไม่ใช่มีการรู้ไม่มีตัวรู้อันนี้ไม่มีตัวรู้เลยจิตมันละมันเพลามันเพลาไปเสพกิเลสช่วงนึงเท่านั้นเองได้ผลหน่อยนึงทีนี้จะให้ดีกว่านั้นแต่ผลดีที่สุดคือเวลานั่ง เป็นยุโรปเลยดับไม่มีอะไรเลยเนี่ยไม่เมื่อยไม่อะไรเลยไม่เลยแล้วทรงตัวอยู่ได้แล้วดับนิโรธแข็งทื่ออย่างนี้เลยเป็นวันนึง 7 วันจึงอยู่ได้คนนี้ก็ได้จริงๆนั่งอยู่เนี่ย 7 วันสบายอยู่ได้เพราะมันไม่ใช้พลังงานอะไรเลยมันอยู่ได้นานอันนี้ดีกว่าเป็นวิปัสสนาแล้ววิปัสสนาจะอธิบายให้ฟังว่านั่งในซาชิเนี่ยแล้วก็วิปัสสนาอันนี้ได้ดีกว่าตรงที่เรียกว่าไม่ใช้พลังงานไม่ใช้พลังงานเลยเหมือนวิปัสสนาไปได้นานถึง 7 วันสบายขึ้นมาก็ไม่เหมือนไม่ตาโหลตาเหล่เท่าๆกันผู้นั่งโง่ๆอย่างนี้ได้นี่แต่ว่าได้อันนั้นส่วนผู้ที่ไม่เป็นไปโดยที่เรียกว่าไปเป็นแบบนิโรธสมาบัติไม่เป็นนิโรธแต่เป็นวิปัสสนาคือไม่ดับจิตตรง ดังกล่าวแล้วเหมือนกับท่านอนที่ว่าอธิบายฟังนอนนอนแล้วก็ตั้งจิตให้อยู่สดใสอยู่อยู่แต่ทวารจิตจิตทิ้งทวาร 5 ไปหมดแล้วจิตก็อยู่กับจิตแล้วเราก็ปรุงทำในธรรมปรุงไปด้วยเอานิรุตติเอาภาษาเอาหัวข้อทำหรือเอาสภาวะธรรมเอาอะไรก็ตามแต่มาปรุงมาคิดดูเหตุดูผลต่อไปหมดเลยแล้วเป็นเรื่องเป็นราวของเราจะอยู่ในองค์ของธรรมนั้นปรุงกันอยู่เสมอไม่หลงไหลไม่หลับไหลไม่เมื่อยไม่เคลียร์อะไรมากนักแต่มันก็ยังมีสภาวะสังขารคือยังทำงานอยู่บ้างในจิตในจิตเหมือนฝันเหมือนกันแต่ไม่กินแรงเท่าฝันเพราะว่าปรุงธรรมะพวกนี้เราไม่ไม่ไม่ไม่ไม่เหมือนกันไอ้ขี้เหร่มันทำงานมันทำงานหนักกว่าเสียใจดีใจเสพรถอะไรมันหนักกว่าไอ้พวกทำไรทำมันไม่ถึงขนาดนั้นนะเพราะงั้นก็ดีกว่า กินอาหารน้อยกว่าฝันแต่กินมากกว่านิโรธถ้าดับไปเลยนี่กินอาหารน้อยอยู่แล้ว 7 วันแต่ถ้าพรุ่งวิปัสสนาไม่ได้ถึง 7 วันไม่ได้ถึง 7 วันหรอกหนูไม่ถึง 7 วันเพราะยังมีการปรุงอยู่แล้วมันก็ใช้พลังงานใช้อะไรก็ได้อยู่แต่อยู่ได้ทั้งคืนก็อยู่ได้เดี๋ยวจะคิดทั้งคืนมีอย่างนี้อยู่ได้เพราะบางคนนี่นอนหลับนั่นก็นอนฝันทั้งคืนกินอาหารมากกว่าด้วยไอ้นี่นอนปรุงทำสติปัฏฐานหรือว่าทำวิปัสสนามีทั้งคืนไม่มันก็เหมือนนอนนั่นเองไม่กินอาหารเท่านั้นบางคนกินมากกว่าด้วยเอาจริงนั่งได้ในแต่ที่นั่งน่าจะทำกินได้ยังขนาดนี้และได้อย่างนี้นะไปได้คืน 1 2 คืน 3 คืนกลางวันไม่ต้องนอนแต่พวกที่นี่สักทีเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่เห็นเขากลางคืนเขามานั่ง ตาแต่กลางวันก็นอนแล้วก็แสดงว่ามันไม่มีไม่มีจริงมันไม่มีไอ้สัตว์ชื่อจริงคือทำไม่ได้จริงไม่ทำการทิ้งขันหรือไม่ทำการวางขันหรือว่ารถพลังงานในตัวไม่จริงไม่จริงไม่จริงเพราะงั้นจึงไม่ได้ประโยชน์ไม่ว่าประโยชน์ในทางใดมุมเหลี่ยมความรู้ที่จะรู้ในใจที่อยากจะให้ฟังเนี่ยแม้แต่คิดในการนั่งนั่งแล้วก็ให้ได้ประโยชน์แม้กระทั่งนั่งหลับเฉยๆมีฝันหรือนั่งโง่ตั้งแต่นั่งโง่ไปจนกระทั่งนั่งหลับเฉยๆมีฝันได้ทรงตัวนิ่งอยู่ได้จนกระทั่งนั่งไม่โง่แล้วก็ไม่มีฝันแต่เป็นนิโรธไปหมดเลยดับสนิทแล้วก็นั่งแข็งอยู่เฉยและนั่งไม่โง่และไม่นิโรจน์แต่เอาจิตมาปรุงทำนิดหน่อยก็ได้และยังมีอีกอันนึงก็คือนั่ง อันนี้เรียกว่ามันไม่เก่งเท่านั่งไม่งอกเลยอยู่นิ่งมีสติคุมตัวได้อย่างเก่งแล้วก็ปรุงทำแต่อันนี้ทรงตัวไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่บางทีอาจจะอะไรนิดหน่อยไม่ส่งอยู่ในท่าที่เป็นอันนิดหน่อยบางทีก็อาจจะมีอะไรนิดๆแต่อยู่ได้ไม่ๆๆใช้พลังงานมาเนี่ยก็เป็นได้นะเป็นได้ไม่มากอะไรหรอกและก็จิตก็ปรุงทำผิดกับคุณทำอันนี้ก็เหมือนกันแล้วก็นั่งแต่นั่งแถวนี้ทรงได้มากกว่าก็ยิ่งไม่เปลืองใหญ่แต่อันนี้ยังมีความรู้สึกมากกว่าหน่อยก็จะกินพลังงานมากกว่าหน่อยแต่บางคนนั่งหลับนั่งหลับนี่นั่งหลับอย่างนี้เหมือนกันนะไม่โง่มากเสร็จแล้วก็น้ำลายไหลเออก็มากินพลังงานมากเท่าไหร่ ไม่ต้องอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้ไม่ต้องกินมากเท่าไหร่หรอกไม่เมื่อยเพลียเท่าไหร่หรอกก็นึกว่านั่งหลับได้หลับคือสามารถทรงตัวไม่ได้นี่เป็นคนตีกินหนักไปเลยตื่นเช้าขึ้นมาก็พอได้แล้วก็นั่งหลับแท้ๆนั่งหลับแท้ๆก็ได้นะแต่ก็ไม่ได้กี่วันหรอกกางเกงแบบนี้เอาหลับเฉยๆนี่นะยังติดของเรายังไม่ยังไม่ให้อ่อนหรือทำพลังงานลดพลังงานไม่ได้มากกว่านี้นั่งหลับยังไงก็ไม่ได้หลายวันไม่ได้หลายวันหรอกเพลียแย่ไม่ได้หรอกเพราะผู้ที่จะนั่งในสายอาชีพได้นานๆติดต่อกันไม่ได้ถึง 7 วัน 10 วันอะไรไปถึงกระทั่งเป็นเดือนเป็นอะไรก็ได้ไปหรือยิ่งไม่ต้องหลับไม่ต้องเอนกายเลยอย่างพระมหากัสสปะได้นะไม่ใช่เรื่องเลยไม่ใช่เรื่องเล่น Hitachi อันนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นลองทำดูนะถ้าลองทำดูแล้วอย่างผมนี่ขอสารภาพเลยเดี๋ยวนี้ทำไม่ได้งานเยอะไม่มีเวลาพักผ่อนว่าทำไม่ได้แม้จะปรุงทำอย่างนี้ก็ยังทำไม่ได้มันมีปรุงทำมากกว่าที่เราจะสงบเวลาเราจะนั่งอย่างเนสัชชิกที่แท้จริงเนี่ยก็ปรุงทำไปมากเกินไปก็ไม่บางทีก็ต้องนิโรธบางทีก็ต้องดับไปเลยเพราะว่าถ้าทำอย่างนั้นเราจะได้หลายวันผมเคยทำอยู่ได้ 10 กว่าวัน 14 วันไม่มีน้อยเราก็ไม่เอนกายเลยมีแต่เดินกับนั่งไม่เคยผมไม่เคยปฏิบัติตนปฏิบัติธรรมโดยวิธียืนโดยท่ายืนนิ่งๆเฉยๆแล้วก็หลับไปในท่ายืนหรือว่ามีโหลดไปในท่ายืนหรือว่าลุงทำนิ่งอยู่ตัดทวารทั้ง 5 ข้างนอกเหลือแต่ข้างในนิ่งถ่ายอยู่ไม่เคยทำ เดี๋ยวจะเดินจงกรมเดินจงกรมแล้วก็สลับกันนั่งนั่งก็ทำเงี้ยไม่นิโรธก็ปรุงทำอย่างนี้ให้มันดับลงไปก็ตามไม่ต้องสั่งที่จะทำจิตลงไปเลยให้มันดับสั่งยังไงมันก็ไม่เก่งหรอกถ้ามันเก่งมันทำไม่ได้สั่งให้ตายมันก็ไม่หยุดมันก็ให้มันให้มันหยุดให้มันดับให้มันเฉยนิ่งไปถ้าผู้ใดทำเท่านี้โหลดได้แล้วก็ปรุงทำได้ก่อนก็ทำได้นานมันหลายวันทำได้หลายวันโดยที่ไม่ต้องออกหลังจากพื้นเลยกลางวันกลางคืนก็ไม่มานั่งนอนนั่งหลับอะไรหรอกได้ทำได้จริงๆนี่ไม่ได้ทำแต่ก่อนนี้อยู่วัดอโศการามไม่มีงานอะไรมากหรอกตอนนั้นอยู่ก็ทำได้ทั้งนั้นมานี่มันมีงานมีอะไรก็ได้มาก็ไม่ได้ทำเท่าไหร่ทำเหมือนกันวันๆนึงสองวันนี้ก็ทำได้เราจะทำแต่มันก็เท่านั้น ก็เท่านั้นแหละแล้วก็ผู้ที่ทำได้แล้วก็มีปัญหาอะไรนอนทำก็เหมือนกันผมก็ทำไม่ได้นั่งหรอกก็น้องก็เหมือนกันนั่นแหละถ้าเรานอนราบแล้วเราไม่จะนิโรธหรือว่าจะปรุงทำก็เหมือนกันนั่นแหละแต่ใช้พลังงานมีไว้สีก็ข้องในการที่นั่งนี่มันรักษามากกว่ากันหน่อยเท่านั้นเองก็นอนเลยก็ปล่อยไปเลยแล้วก็ทำประโยชน์แล้วเอาประโยชน์เมื่อได้ประโยชน์แล้วไม่มีอะไรแต่ก็เป็นอุบายอันนึงที่ในการฝึกเพราะว่าถ้านั่งมันดีดีตรงที่ว่าคนที่ติดผีนะมีพระเยอะแยะอย่างไหนยังไงยังไงที่สุดมันก็ช่วยได้เยอะช่วยตรงที่ว่าถึงแม้จะนั่งหลับยังไงยังไงคุณก็ยังไม่เหมือนนอนหลับถ้านอนหลับแล้วยิ่งอร่อยไปเลยแล้วมันไม่มีอะไรส่งไม่มีอะไรฝืนไม่มีอะไรที่จะช่วยเลยไม่มีอะไรให้ช่วยเลยมันก็หลับหนีไปเลยยิ่งสีดำไม่ทันกินแก้ไม่ได้สักประตู ไม่ได้แก้ไม่ได้ 2 ประตูแต่ว่าถ้านั่งเนี่ยอย่างน้อยที่สุดก็แค่แก้ได้อย่างน้อยที่สุดก็แค่ที่หน้ามิทธะได้นั่งบ้างนอนบ้างนั่งบ้างนอนบ้างแก้ได้ถ้านอนก็มีแต่ติดไปเรื่อยเลยมากไปด้วยที่นั่งมีพระสอนนั่งก็ดีนะมีการมีบทในการที่เราจะนั่งนี่คือการปฏิบัติในกรรมฐานข้อหลักนอนเราจะใช้นั่งนี่เป็นหลับนอนก็ได้แล้วหลับนอนที่จะเป็นธรรมะอย่างที่ว่าแล้วให้เป็นชาคริตยาวนิยมโยคะได้มันทำได้ดีแล้วจริงๆก็นอนก็ได้นั่งก็ได้แล้วแต่ถ้าบางคนถนัดนอนบางคนนั่งไม่ได้แต่นอนทำได้เหมือนกันก็มีนะอย่างคุณติ๋วลูกศิษย์โทรหาวีระลูกผู้หญิงระเบียบบอกว่าอันนี้เขาถนัดกรรมฐานนอน ค่ายกรรมฐานนอนกับอะไรก็ไม่รู้นะไม่ได้สอบถามก็ไม่ได้ทักทายรายละเอียดเขาขี้เกียจจะถามเขาว่าวันนี้กรรมฐานนอนเขาบอกต้องนอนกรรมฐานแล้วก็ได้อะไรของเขาแล้วแต่เราก็ไม่ได้ทักไม่ได้ทักทายใครเรียนที่เสียใจก็เป็นได้เหมือนกันนะอาจจะเป็นได้ไม่เป็นไรแล้วก็พวกเราก็ได้บางคนก็นอนได้แล้วก็ตื่นได้อยู่โดยรู้ตัวเองนะว่าเราสามารถที่จะปรุงทำได้อย่างที่ว่านั้นไม่ใช่นอนหลับไหลนอนโดยไร้สตินอนโดยที่ไม่ได้ประโยชน์อะไรในการปฏิบัติธรรมไม่ใช่อย่างนั้นเพราะเราจะต้องเป็นผู้ที่ให้รู้แม้กระทั่งอิริยาบถทุกอย่างยืนเดินนั่งนอนแม้แต่อากับกริยาทั้งกินทั้งเคี้ยวเกี่ยวขาควายขาที่เป็นอยู่ทั้งหมดไปจนกระทั่งถึงที่บริจาคต่างๆไว้นั่นแหละสอนไว้หมดเลยส่งซ้ำกันที่ทรงบาตรทรงจีวรอะไรต่างๆนานาไปจนถึงอุจจาร สวะเราก็เป็นผู้รู้อยู่ในผัสสะทั้งหลายรู้ไปถึงเวทนาอันมีกายนี่เป็นรูปเวทนาก็คือนามแล้วก็รู้ผลรู้รสของน้ำนั้นต่างๆดูชัดรู้เจนแล้วก็รักพยายามสงบระงับยศรู้เท่ารู้ทันความเป็นจริงมันมีปรุงเป็นกิเลสเป็นสังขารด้วยสุขเวทนาก็ตามทุกขเวทนาก็ตามเรามายึดไม่ถือสุขไม่ยึดไม่ถือทุกข์พยายามสงบระงับไม่ยึดสุขความเจริญค้าให้ได้เสมอในขณะตื่นอยู่เป็นอาการกินหรืออยู่ที่เราเรียกว่ากรรมฐานและทุกข์ที่สุดไปจนกระทั่งถึงการหลับการนอนเราก็เป็นผู้ที่จะมีกรรมฐานนั้นหรือปฏิบัติธรรมให้ได้แม้กินอยู่หลับนอนนี่คือกรรมฐานของเราชาว อาจจะไหมใหม่ๆใหม่ๆนะบอกกรรมฐานเราว่าใช้อะไรเป็นกรรมฐานกินอยู่หลับนอนเอาให้ครึ่งเลยน้องชายกินอยู่หลับนอนเป็นกรรมฐานโรคน่ะยังไม่เคยเห็นอาจารย์ไหนเขาสอนกันหรอกแต่เราก็อธิบายไม่ถูกอธิบายเขาให้เป็นแยกแยะให้ถูกอยู่ในกายเวทนาจิตธรรมอยู่ในนี้มีสติปัฏฐานอยู่ในนี้มีทั้งนิโรธอยู่ในนี้ด้วยอธิบายก็ไม่รู้ไม่เป็นแล้วเข้าใจให้ถูกนะถ้าเราทำเองได้นะผู้ใดทำได้ดังที่อธิบายให้ฟังนี้มีอยู่แล้วได้แล้วนะให้ตายก็อธิบายไม่ผิดจะพูดกับเขาก็ได้เพราะมันมีของตัวถ้าไม่มีของตัวนะจำภาษาก็ไประวังหน่อยนะแล้วก็ซักไซ้ไล่เรียงความจริงมีแต่ภาษาบางทีก็จะแย่หน่อยแต่ก็จำไม่ได้ตอนนี้เป็นระยะก็บอกเขาก็ได้ว่าเรายังไม่ได้หมดเรา ก็ได้บ้างแต่ถ้าใครได้จริงเป็นจริงทั้งหมดอย่างที่อธิบายนี้แล้วไม่มีปัญหาไม่มีปัญหาเลยก็เป็นกรรมฐานอันแท้จริงแล้วเราก็ปฏิบัติธรรมด้วยอันนี้แหละทั้งหมดก็ขอเสริมมาอีกอันนึงว่า 7 ที่จะเป็นจิตอันแกร่งกล้าหรือเปล่าเหมาะควรแก่การงานคือจิตที่เป็นชาญและพูดถึงจิตที่เป็นฌานตรงนี้เมื่อผู้ใดได้ปฏิบัติธรรมจนกระทั่งจิตของตัวเองเนี่ยไม่หลงไหลไฟเพื่อปรุงแต่งว่าไว้ไปกับอารมณ์โลกที่เรียกว่ากามไอ้หนูนิดไอ้นี่น้อยก็ยังตามไปพบรูปพบอะไรก็ยังมีไปปรุงเป็นสีเป็นสารเป็นอะไรจะเศษสวย น้ำมันอะไรต่างๆนานาพรุ่งนี้ไม่มีมองอะไรก็มองธรรมดาไม่ค่อยจะไปปรุงไปอะไรมากนักเพราะฉะนั้นกามมาฉันทะหรือว่ากามนิวรณ์ไม่ค่อยมีแล้วก็ไม่ชังด้วยเรียกว่าพญาปาทะก็ไม่มีไม่ชอบไม่รักในตาหูจมูกลิ้นกายแล้วก็มีชังไม่มีอารมณ์ทางแล้วก็ไม่มีอารมณ์ผูกพันกับสิ่งอื่นที่เป็นการชอบใจไม่ชอบใจอะไรก็ไม่มีพรุ่งนี้ในจิตนักแม้เราลืมตาอยู่โพรงโพรงเห็นอะไรก็สักแต่ว่าเห็นถึงแม้เราจะทำงานอยู่กับอะไรจากสิ่งหนึ่งแล้วก็ทำด้วยความจดจ่ออยู่กับงานนั้นไม่มีการไม่มีอารมณ์กาปรุงในรูปรถใครอยากในรูปรถเป็นเสียงสัมผัสอะไรที่เราปรุงอยู่ก็ไม่มีจิตที่จะไปพญา ท่าเรือไปเกี่ยวข้องไปอาข่าไปเกี่ยวยุ่งเหยิงอะไรมาอาลัยอาวรณ์อยู่กับอะไรอื่นก็ไม่มีแล้วเราก็ไม่ได้โง่เง่าถ้านอนทีนะไม่ถ้าไม่มีจิตใจโปร่งใสสบายมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาเธอมีอธิบาย 4 อยู่กับสิ่งที่เราจดจ่อนั้นทำอยู่เป็นงานการน่ะไม่มีความรำคาญใจก็ไม่มีรู้ตัวเองดีว่าเออจิตของเราอยู่กับไอ้นี่น้องเป็นสมาธิที่เขาเรียกว่าสัตว์ฝรั่งธรรมดานี่แหละคนคอลเซ็นเตอร์นี่แหละธรรมดานี่อยู่กับงานนี้เป็นงานที่เราทำอย่างตรงมีสมาธิอย่างดีอยู่กับงานสิ่งเดียวเอกัคคตาอารมณ์เดียวอยู่ที่นี่ไม่มีจิตอื่นที่จะมาวุ่นวายก็เป็นจิตที่กล่าวว่าควรแก่การงานได้อย่างแท้จริงจิตนี้ปราศจากนิวรณ์นะจิตนี้ทำ อันนี้ได้งานจะเป็นงานอย่างปรุงแต่งงานทำงานทำงานอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละที่ไม่เป็นงานที่ไปปรุงแต่งปรุงเป็นงานโล่งๆมันจะงานที่จะยากหน่อยก็ไปปรุงที่ว่าจะต้องมีลูกมีรถมีกลิ่นมีเสียงอะไรนี่แหละมันเกี่ยวตรงนั้นน่ะมากๆหน่อยแล้วก็ไปปรุงให้เป็นรูปเป็นรถเป็นเสียงที่เป็นไปได้แต่จะยิ่งเขียนหนังสือธรรมะหวานเลยไม่มีอารมณ์ตามมณีวรรณพญาปาทะนิวรณ์ไม่มีรสชาติคนนั้นแน่แต่ถ้าปรุงอาหารบางทีก็อาจจะอร่อยหรือไม่อร่อยมันอาจจะเป็นได้เหมือนกันนะทำงานเดียวเหมือนกันแหละแต่มันอาจจะมีได้หรือว่าปรุงอะไรที่เป็นสีเป็นสันสวยงามอย่างโน้นอย่างนี้สวยงามไอ้นี่เป็นไปจนเกินขอบเขตบ้างมันก็อาจจะมีบ้างเล็กๆน้อยๆแต่ถ้าไม่มีเป็นโรคๆดีดดิ้นมากมายนักก็ทำงานนั้นโดยงานนั้นโดยเจตนาตรงก็เรียกว่าเป็นจิตที่มีสมาธิเป็นชาญ มีจุดที่ 9 กล้าแคล้วค้องอาจจะเป็นกลุ่มงานของโลกหรือเป็นงานปรุงแต่งที่เป็นไปโดยในความพอดีของโลกีย์หน่อยๆแต่ไม่ใช่ปรับปรุงจนกระทั่งเป็นรูปลบกลิ่นเสียงอย่างคนโลกๆเลยอย่างนี้ก็ยังเป็นทานเป็นชายมีวิตกวิจารรับรู้อยู่ในอารมณ์เดียวเราไม่มีนิวรณ์ต่างๆนี่คือจิตที่เป็นฌานลืมตาธรรมดาธรรมดาลืมตาธรรมดาและแม้จิตของผู้ใดที่หมดกามบริวารแล้วหมดพระยาปาทะนิวรณ์ไม่มีผีนะมีพระลืมตาโพลงอยู่รู้อยู่ไม่มีอุปสรรคอุปสรรคไม่มีความขัดเคืองรำคาญใจอะไรก็ไม่มีเฉยรู้อยู่ว่าจิตของเราเป็นจิตที่มีอารมณ์เดียวไม่สงสัยแล้วเราก็พยายาม แต่งด้วยกุศลกำลังทำทานสวัสดีกำลังทำทานก็ตามหรือกำลังวิจัยธรรมะต่างๆก็ตามหรือเอากำลังอ่านหนังสือที่เป็นหนังสือธรรมะหรือเป็นหนังสืออะไรก็ตามหรือกำลังปรุงแต่งด้วยเรื่องอะไรก็ตามเป็นธรรมะที่เราจะทำได้มันก็ได้จิตของเราก็จะได้ประโยชน์จากสิ่งนั้นมากๆเพราะจิตของเราไม่มีนิวรณ์ทั้ง 5 จิตของเราปรุงแต่งอยู่ในสิ่งที่กำลังกระทำนั้นเป็นบุญเป็นกุศลกำลังทำงานเพื่อให้กำลังให้หรือกำลังอะไรก็ตามแต่จะให้ด้วยวัตถุจะให้ด้วยแรงกายหรือไม่ให้ในสิ่งเหล่านั้นแต่กำลังให้ธรรมะอย่างที่กำลังทำธรรมะอย่างกำลังผมกำลังอธิบายธรรมะให้ฟังกำลังให้ธรรมะผมไม่ได้มีอารมณ์กาไม่ได้มีอารมณ์พระยาปาทะไม่ได้ง่วงเหงาหาวนอนเลย เด็กรำคาญใจอะไรเฉยๆอยู่แล้วก็รู้ตัวดีอยู่เพราะไม่ใช่อิจฉาไม่มีอะไรมีแต่อารมณ์เดียวเกี่ยวกับธรรมะอย่างนั้นทำอยู่ด้วยจริงอยู่อย่างนี้นี่ก็เป็นฌานเป็นจิตที่เกล้ากล้าพูดธรรมะได้ติดต่อเป็นอะไรก็ได้ไปครอบครองหรือแม้แต่ทุกทีที่บรรยายธรรมะก็มีฉันทุกทีและชาญชา 1-2 4 เป็นไปโดยไม่ยากดูอย่างนี้ทุกทีเรามีวิตกวิจารณ์แล้วก็ปั่นออกมาปั่นออกมาเป็นงานเพราะเรามีฌานเป็นจิตที่แคล่วคล่องแคล่วกล้าเหมาะแก่การงานและงานนั้นที่ทำอยู่เดี๋ยวนี้คือธรรมทานเนี่ยขณะนี้ที่ทำนี่กำลังทำธรรมทานเป็นงานงานที่เหมาะแก่งานเป็นสิ่งเป็นจิตที่กำลังทำไร่ชาญนี้เรียกว่าเป็นประธานที่เป็นแล้วนี่เรียกว่าชาญของพระพุทธเจ้าแท้ๆจริงๆมีชานอย่างนี้เราจะปรุงเป็นช้างของตนเองและก็วิจัยธรรมะของตนเองรับรู้ของตนเอง ปฏิสัมภิทาญาณให้แก่ตนเองหรือทำให้แก่ผู้อื่นก็ตามก็ได้ประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอยู่อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่มีฉันแล้วเป็นผู้ที่ทำได้แล้วก็เป็นอย่างนี้นะแม้เราลืมตาโพลงๆอยู่อยู่กับคนอื่นอยู่กับใครอยู่กับงานอยู่กับอะไรได้ทั้งนั้นเป็นไปโดยธรรมดาได้โดยไม่อยากได้โดยไม่ลำบากในชาตินี้เป็นไปจริงๆนั่นอันนึงอีกอันนึงถ้าจะทำจิตต่อจิตเป็นอภิญญาไปแสดงอภิญญาต่างๆหรือไปสร้างเป็นกิจกรรมมีกำลังเหมือนกันเหมาะแก่การงานการงานนั้นเราจะไปปรุงเราจะไปแต่งเราจะไปทำอภิญญาจะไปทำอิทธิวิธีขอเงินเดือนอากาศดำน้ำดำดินทำให้มันไม่มีก็ได้แต่ก็ต้องฝึกฝนแต่ก็ต้องกระทำ มันก็ทำได้ทันทีต้องมีอำนาจของจิตแรงแล้วต้องรู้เรื่องที่จะกระทำก็ทำด้วยวิธีอย่างไรต้องฝึกฝนต้องสร้างน่าต้องสร้างต้องกระทำจริงๆถึงจะทำได้แม้ต่างแล้วทำให้ฝึกฝนพากเพียรทำอยู่บ่อยๆก็ลืมได้เหมือนกันกับเราเองเลยเราเก่งเราตอบก็เก่งปรุงอาหารก็เก่งแต่ไม่ได้ทำนานาไปทำก็เหลือเหมือนกันนั่นแหละเดินอากาศก็เหมือนกันหรือได้อภิญญาอะไรก็ตามเหมือนกันถ้าเราไม่ทำบ่อยๆก็รื้อก็ไม่ค่อยจะมั่นคงเพราะว่าไอ้นั้นเป็นชาโลกีย์แค่นั้นเองเป็นอำนาจของชาวโลกีย์เสื่อมได้เพราะได้ก็เดี๋ยวมันจะยิ่งกิเลสเข้าไม่ไอ้นิวรณ์ 5 ผสมก็ไปหน่อยอย่าว่าแต่เคาะได้เลยตอนนี้ต้องเดินกลับแล้วอย่างที่ว่าเข้าได้หรือไม่จ่ายมันไปเป็นช้างแท้จิตไม่เป็นชานแพ้นะยิ่งไม่ได้เลยจิตต้องเป็นชาญแท้จึงจะเหมาะแก่การงานนั้นเป็นอภิญญาอิทธิพล หาตัวแปลงตัวดำน้ำดำดินอะไรได้มีบุพเพนิวาสานุสติญาณแบบที่จะระลึกแบบรูปดับตาเข่าแล้วก็มีจิตมดกิเลสนิวรณ์อย่างนั้นและก็ปั้นรูปขึ้นมาอย่างยานเข้าไปตามใจที่จะระลึกก็ได้เหมือนกันนั่นแหละว่าบุพเพสันนิวาสด้วยหลับตาบุพเพนิวาสานุสติญาณได้ลืมตาก็ได้ไม่ต้องสร้างรูปแต่เป็นอรูปสร้างในเหตุได้ผลหรือชาติของเราไม่ต้องไประลึกเป็นรูปคนละลูกในชาตินี้ก็ได้ถ้าไม่ระลึกในชาตินี้ท่านจะมีสูตรใครก็ตามใช้สูตรเป็นสูตรเป็นเหตุเป็นผลและรู้ธรรมะที่แท้จริงคือรู้ปรมัตถสัจจะและรู้จักจะแล้วก็เอาแต่อัดรูปเท่านั้นไม่ยึดสมมุติที่เป็นวัตถุไม่ยึดสมมุติที่เป็นตัวเป็นตนบุคคลเราเขาเอาแต่ธรรมะเอาแต่คุณธรรม พระคุณธรรมหรือไม่ใช่คุณธรรมที่ดีเป็นความเลวหากผู้ใดมีคุณธรรมแบบพระเทวทัตเข้าไปพระเทวทัตมาเกิดผู้ใดมีคุณธรรมแบบพระอานนท์มาเกิดก็มีเป็นพระอานนท์มาเกิดผู้ใดมีคุณธรรมแบบพระพุทธเจ้ามาเกิดก็เป็นพระพุทธเจ้ามาเกิดเราไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรเพราะไม่มีอะไรจริงคุณธรรมอันนั้นเป็นของกลางทำมาเป็นของกลางเหมือนอะไรก็ได้เพราะสามารถทำให้เหมือนกันได้เป็นความที่ปรุงแต่งขึ้นมาเหมือนกันได้เหมือนกันก็เหมือนกันพระพุทธเจ้าทุกพระองค์มีคุณธรรมเหมือนกันหมดก็เหมือนกันได้ก็เหมือนพระพุทธเจ้าองค์นั้นมาเกิดแต่เราไม่พูดกันพูดแล้วคนที่จะเมาเนี่ยเราเรียกว่าเราก็กลุ่มได้เราเอาแต่ธรรมะแล้วมันเอาตัวตนบุคคลเนื้อมีหนังนี้ไม่ใช่ถึงจะเป็นนายกชาติจริงก็ไม่ใช่นั่งให้นั่งต่อ จะไปโอหลับตาแล้วก็ไปสร้างในวีดีโอชาติแต่ก่อนนี้เราเกิดเป็นนู่นเป็นนี่เป็นคนขอทานเป็นมหาเศรษฐีเป็นพระเจ้าแผ่นดินเป็นอะไรระลึกไประลึกไปแล้วลึกไปไอ้รูปที่มันเป็นระลึกได้แล้วมันก็ไม่ใช่ไอ้นี่มันก็ไม่ใช่อยู่นั่นเองแหละถึงจะระลึกแบบลูกนิมิตก็ไม่ใช่หรือระลึกแบบอัดรูปนิมิตด้วยเหตุด้วยผลเป็นอันนั้นอันนั้นก็ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละแต่เมื่อมีสิ่งเดียวกันไม่เหมือนกันก็อันนั้นเหมือนๆกันทั้งนั้นเองคำว่าใช่ก็คืออันเหมือนๆกันและเป็นอันนั้นด้วยถ้าเรามีคุณธรรมของพระพุทธเจ้าเต็มเปี่ยมหมดเลยแล้วก็เป็นพระพุทธเจ้าเรามีคุณธรรมของพระอริยะองค์นั้นองค์นี้มาแล้วก็เป็นภรรยาองค์นี้มาเราเป็นคุณธรรมหรือเราเป็นสิ่งที่มีอันนั้นมีคุณธรรมอันนั้นมาก็เป็นอันนั้นด้วยนี่เรียกว่าระลึกชาติระบบเพดานคนอื่นก็เหมือนกันแล้วก็อ่านได้โดยลืมตาใช้อัดรูปกระดาษเหมือนกัน ต่างๆก็ได้ส่วนใหญ่โตปริญญายานก็รู้อ่ะรูปที่ดีรู้เอารูปที่เรียกว่าจิตหรือเจโตรอบทวนปริยายปริยะแปลว่ารอบทวนปริมาณอย่างนี้คิดอย่างนี้เป็นกิเลสอย่างนี้อย่างนี้เป็นปัญหาอย่างนี้เป็นอุปทานอย่างนี้นี่เป็นอารมณ์อย่างนี้อารมณ์อย่างนี้อะไรอย่างนี้ของค

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน