สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน เดินตามรอยเท้าพ่อหลวง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข15 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน เดินตามรอยเท้าพ่อหลวง สมณะเดินดินว่า…วันนี้วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 แรม 10 ค่ำเดือน 10 ปีระกา ที่ราชธานีอโศก เขาถือว่าวันศุกร์ เป็นวันสุขของคนทั่วไป เพราะวันเสาร์จะได้พัก แต่ของเราอยู่ที่นี่ วันไหนก็สุข เพราะสุขของเราเกิดจากความว่าง วันไหนหากเราว่างก็มีสุขทุกขณะ พ่อครูว่าคนที่อยู่ว่างๆคนนั้นไม่ค่อยจิตว่าง คนไหนที่จิตว่างคนนั้นจะไม่ค่อยอยู่ว่างๆ ในอินเตอร์เน็ต เขามีการทำหนังสือที่ชื่อว่าถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นในอนาคต The Visionary ส่งมาให้ฟรีๆเลยนะ ดูเหมือนที่กทม.เขาก็แจกที่หอศิลป์ ก็พยายามดูว่าผู้จัดทำคือใคร ก็มีแต่บอกว่า ทีมงานสานต่อที่พ่อทำ ดูเหมือนหนังสือเล่มนี้ต้องการสืบสานอุดมการณ์ของในหลวง พยายามใช้ภาษาสมัยใหม่ พยายามยกเอามาวิเคราะห์ว่า ความสำเร็จของในหลวง 4600 กว่าโครงการ สำเร็จได้ด้วยอะไร เป็นหนังสือที่ทันสมัยและทำรูปเล่ม อย่างเรานี่ไม่ถึงเขาแน่ ทำแบบสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะอ่าน เขายกเรื่องประเด็นสำคัญๆ เช่น ". . .เมื่อหลายปีมาแล้ว..ตอนที่ไปสหรัฐอเมริกามีทีวีอเมริกันมาสัมภาษณ์ เขาถามว่า ในรัชกาลของท่าน ท่านต้องการอะไร...จุดหมายต้องการอะไร..อยากให้รัชกาลของท่านจารึกในประวัติศาสตร์อย่างไร ..ก็ต้องตอบเขาว่า...

"ความปรารถนาคือว่า รัชกาลนี้ขอไม่จารึกในประวัติศาสตร์..ไม่ให้มี เขาก็แปลกใจ แต่ท่านทั้งหลายคงไม่แปลกใจ เพราะอธิบายแล้วว่า...ถ้ามีความสงบ..มีความเรียบร้อยของประเทศชาติ จะไม่เป็นประวัติศาสตร์..เราไม่ต้องการประวัติศาสตร์ เวลาไหนที่มีสงคราม มีความยุ่งยากตีกันนั้นน่ะเป็นประวัติศาสตร์ ฉะนั้นที่ต้องการก็คือ..ต้องการให้เมืองไทยอยู่ไปอย่างสงบ ไม่ต้องมีอะไรโลดโผนเท่าไหร่ ไม่ต้องมีชื่อ ไม่ต้องดัง แล้วจะมีความสุข และจะย

อ่านต่อ

ั่งยืน" วันไหนที่เราจะดังก็ดังได้เพราะเรามีความสงบสุข (พระราชดำรัสของสมเด็จพระภัทรมหาราช พระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันพฤหัสบดี ที่ 4 ธันวาคม 2523) ก็นึกถึงที่พวกเราไปชุมนุม เราก็ทำแบบพระราชดำรัสของในหลวง การชุมนุมของกองทัพธรรมเป็นการชุมนุมที่สงบเรียบร้อยมาก ไปนั่งสมาธิล้อมทำเนียบ พวกสายฮาร์ดคอ ก็จะบอกว่ามานั่งนิ่งๆทำไม ต้องเอาหัวไปชนแก๊สน้ำตา มันถึงจะเป็นการชุมนุม เราก็อยู่ในทิศทางที่ไม่ต้องการดัง อยากให้เรียบร้อยสงบสุข หนังสือนี้ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต พ่อครูว่า สิ่งที่ในหลวงตรัสนั้นคนไทยยังเข้าไม่ถึงเท่าไหร่ ก็เป็นงานของพ่อครูอีกที่ต้องมาบอกย้ำว่า สิ่งที่ในหลวงตรัสจะเป็นอนาคตอย่างไรของประเทศไทย

พ่อครูว่า...อันนั้นจริง ที่ท่านเดินดินพูดนำไปแล้ว มันเป็นหน้าที่ของอาตมาที่จะต้องมาอธิบายสัจธรรม ในหลวงตรัสนั่นคือสัจธรรม โดยเฉพาะเป็นสัจธรรมของศาสนาพุทธ จะมีความเข้าใจจะมีความต้องการ ที่ไม่ใช่กิเลสตัณหา แต่มีเจตนามีความมุ่งหมายอยากจะให้เป็น ดังที่ในหลวงท่านได้ตรัส คำตรัสของในหลวง ที่ท่านเดินดินอ่านมานั้น มันเป็นโลกุตรธรรม เป็นสังคมเป็นมนุษย์ ที่มีคุณธรรมคุณสมบัติที่เป็นโลกุตระ เป็นอาริยธรรมที่สูงส่ง ที่คนเรานึกไม่ออกว่านี่คือเป้าหมาย เช่นเดียวกัน ท่านก็ตรัสย่นย่อ เอาเนื้อแก่น ประเด็นที่ชัดๆ ว่า ถ้าจะบริหารประเทศนั้นจะบริหารแบบไหน ผู้ที่ได้บริหารประเทศก็น่าจะฉุกคิดและค้นคว้าว่าท่านหมายถึงอะไร แล้วจะทำอย่างไรจะเป็นเหมือนที่ในหลวงท่านได้ตรัส คือ ท่านตรัสว่าเอาแบบคนจน บริหารประเทศแบบคนจน ซึ่ง อาตมาว่า คนที่ได้ฟังแรกๆ จะสะดุดใจ ว่า เอ๊ะท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินเป็นเจ้าของประเทศ เป็นเบอร์ 1 ของประชาชนในประเทศ ก็ต้องดูแลประเทศ ดูแลประชากรของพระองค์ แล้วจะให้อยู่กันอย่างแบบคนจน มนุษย์ปุถุชนในโลกนี้ใครจะมาคิดแบบนี้ ต้องมาอยู่แบบคนจน ...ก็พวกคุณไง ก็พวกเราจะมาจนกัน ปฏิบัติตั้งใจเป็นคนจน แต่เป็นคนจนที่มีคุณค่าเป็นคนจนที่ประเสริฐไม่เบียดเบียนใคร อยู่ในสังคมอย่างมีคุณค่าประโยชน์ ไม่ใช่อยู่ในสังคมอย่างมีพิษภัยมีโทษ เป็นคนที่ ยิ่งอยู่ไปก็ยิ่งลำบาก หนักสังคม แต่เราจะเป็นคนจนที่ทำให้สังคมอยู่อย่างเป็นสุข มีอยู่มีกิน ไม่ทะเลาะวิวาท เป็นคุณสมบัติตามสาราณียธรรม 6 เพราะมีจิตที่เป็นพุทธพจน์ 7 มีสาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ มีความเป็นอยู่อย่างเอกภาพ น่าบูชาเคารพ มีจิตอย่างนั้นจริงๆ นี่คืออุดมการณ์หรืออุดมคติที่สุดยอด แล้วก็เป็นไปได้ ตามทฤษฎีที่พระพุทธเจ้าท่าน พาปฏิบัติไปสู่ที่หมายคือสาราณียธรรม 6 เพราะจิตใจมีพุทธพจน์ 7 เป็นคนมีเมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม มีสาธารณโภคี มีลาภธัมมิกา มีลาภโดยธรรม ทุกคนทำงานก็เอาลาภมารวมกับกองกลาง มีทิฏฐิสามัญตา มีความเห็นความเข้าใจในทิศทางตรงกัน ไปสู่ความหมดกิเลส อย่างนี้เป็นต้น ซึ่ง เป็นอุดมคติอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก ยุคนี้ ไม่ค่อยเข้าใจกัน และไม่เอามาพูดถึง หายลืมเลือนกัน ทั้งที่อยู่ในพระไตรปิฎกเป็นคำสอนพระพุทธเจ้าที่สำคัญ อาตมาเอามาพูดขึ้นในยุคนี้ ยุคก่อนๆดูเหมือนจะหายไปแล้วไม่พูดถึงสาราณียธรรมพระพุทธพจน์7นี้กันแล้ว อาตมาเห็นว่านี่คือยอดที่หมายของสังคม ถ้าสังคมถึงสาธารณโภคีได้ มีสาราณียธรรม 6 ได้ มีสาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะได้ มันก็จะมีปรากฏการณ์ มีความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ดังที่ได้เห็นและเป็นอยู่ คือ ชาวอโศกเราเป็น เรายืนยันนะ จะบอกว่าอวดอุตริมนุสธรรมนั้น นี่ประกาศเป็นมวลหมู่สังคมด้วย ความเป็นสังคมที่ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า บรรลุอุตริมนุสธรรม เพราะเป็นธรรมะที่เหนือมนุษยชาติ เหนือจนกระทั่ง แม้ในสังคมไทยทุกวันนี้เขารู้และได้ยินได้ฟังอยู่ ว่าอโศกเป็นอย่างไร มีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ นานมาแล้วหลายสิบปี เขารู้ เขาเห็น เขาเข้าใจ แต่เขามองเหมือนไม่ใช่คน ไม่ใช่สังคมที่เขาต้องการ เป็นมนุษย์อะไรก็ไม่รู้ ไม่สนใจไม่น่าสนใจ ไม่น่าสะดุดอะไร เห็นแต่เพียงบ้าๆบอๆไม่เหมือนกับโลกที่จะต้องไปล่าลาภยศสรรเสริญ ต้องไปรวย ไปแสวงหาลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขเป็นสามัญ แย่งกันหัวหมุน เดือดร้อนกัน ต้องบริหารอย่างลำบากลำบน ชาวอโศกไม่ต้องบริหารอะไรอย่างลำบากเลย ไม่ต้องมีอะไรลำบากในชาวอโศก เพราะอาตมาเอาธรรมะของพระพุทธเจ้ามาประกาศ ใครสนใจแบบนี้ พวกเราก็มา ก็เป็นคนไทยในประเทศไทย จำนวนหนึ่ง สนใจคําที่อาตมาเอาของพระพุทธเจ้า ตามความรู้ของอาตมา ทำความเข้าใจคำกล่าวของอาตมา ว่าความรู้ของพระเจ้าเป็นแบบนี้ปฏิบัติแบบนี้ความหมายแบบนี้ปฏิบัติแล้วจะได้ผลอย่างนี้ จนกระทั่งเกิดจริง หลักการต่างๆพวกเราก็เข้าใจ แล้วเราก็ปฏิบัติตามและได้ผลอย่างที่เห็นนี้เป็นคนชาวอโศกอย่างนี้ มีพฤติกรรมอยู่ในสังคมหลายสิบปี จนเกือบ 50 ปีแล้ว ประเทศไทยมีครูบาอาจารย์สืบสานธรรมะพระพุทธเจ้าสืบทอดถ่ายทอดกันมา เข้าใจและปฏิบัติกันในสังคมประเทศ ก็ทำกันอยู่มีสายหลักของประเทศเรียกว่ามหาเถรสมาคม หรือพุทธศาสนากระแสหลัก ก็นำพาอยู่ในศาสนาพุทธไม่ได้สูญหายไปจากประเทศไทย คนก็เป็นชาวพุทธ ไปวัดไปวาได้แล้วในสถานที่ของศาสนาที่เรียกว่าศาสนาพุทธ ก็พากันปฏิบัติพากันไปประพฤติ มี concept มีความเห็นความเข้าใจรวมรวมว่า ศาสนาพุทธจะต้องเป็นอย่างที่เถรสมาคมพาเป็น แต่อาตมาบอกวาไม่ใช่ ต้องมาเป็นอย่างชาวอโศก ที่อาตมาพาเป็น ทางโน้นบอกว่าเป็นการกบฏต่อศาสนาพุทธ ก็เลยจัดการ จนทุกวันนี้พ้นจากภาวะที่เขาต้องจัดการแล้ว เขาจัดการเราทุกอย่าง หาเรื่อง ทางธรรมอาตมาก็ไม่หยุด ยืนยันว่าธรรมะต้องอธิบายแบบนี้ พวกเราเข้าใจก็มายืนยันตามกัน พูดกัน ฉอดๆแนวนี้อย่างนี้ คอนเซ็ปอย่างนี้แล้วมาประพฤติอย่างนี้จริงๆเป็นอย่างนี้จริงๆ ทางด้านโน้นเขาก็เข้าใจมี concept อย่างของเขา แล้วเขาก็พากันประพฤติอย่างนั้น แล้วเขาก็เป็นกระแสหลักที่ทางรัฐทางส่วนใหญ่ของประเทศจะต้องยอมรับเคารพนับถือ ยกเป็นแบบอย่าง ยกเป็นความรู้ว่าศาสนาพุทธของประเทศต้องปฏิบัติอย่างนั้น ไม่ใช่ชาวอโศก ทางโน้นมีอำนาจ มีทุกอย่างพร้อมจึงได้มาจัดการชาวอโศก เพื่อไม่ให้ชาวอโศกแสดงและประพฤติ อย่างที่อโศกเข้าใจ อย่างทิฏฐิสามัญตา ศีลสามัญตา อย่างนี้ไม่เอา พยายามจะปราบให้สูญสิ้นจากประเทศไทย แต่เสร็จแล้วอาตมาก็ไม่ยอม ทางศาสนา เนื้อหาธรรมะอาตมาต้องอธิบายแบบนี้ไม่ยอมหยุดหรอก เผยแพร่ออกไปทั้งหนังสือ สื่อสาร ทุกคนก็ช่วยกันเผยแพร่อย่างนี้ อย่างไรก็ไม่หยุด ทางโลกเขาก็ต้องเอาทางโลก มาจับ หาข้อผิดทางโลก ข้อทางธรรมเขาก็มาบอกว่าอาตมานี่ เป็นผู้ที่ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ประพฤติผิดธรรมวินัยเป็นอาจิณ เป็นข้อหาที่ตีขลุม ถ้าเผื่อว่า เอาธรรมะประพฤติผิดธรรมวินัยเป็นอาจิณ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อะไรพวกนี้มาเล่นมาว่ากันจริงๆเลย อาตมาเปิดตำราพระพุทธเจ้า ใส่ กระจุยเลย เถรสมาคม แม้แต่คำว่า ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าคนที่มาออกบวชนี้ให้ทิ้งบ้านช่องเรือนชานไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่ทางโน้นบอกว่าไม่ได้ต้องมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง นี่เป็นการขัดกับคำสอนพระพุทธเจ้าไหม ถ้าเอาธรรมะมา ยิ่งอธิบายไปหาอภิธรรม ยิ่งสนุก ไม่ต้องเอาอะไรมาก เอาศีล กางศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีลเลย เถียงไม่ได้ แล้วตัวเองเถียงไปก็เข้าเนื้อเพราะละเมิดศีลของพระพุทธเจ้าเกือบหมด เขาไม่พูดถึงจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ไปเข้าใจไปพูดกันว่าศีลคือวินัย 227 ข้อ พระวินัยไม่ใช่ศีล พระวินัยเป็นเหมือนกฎหมายอาญา เป็นรั้วของศาสนา ป้องกันเชื้อโรคเข้ามาทำลายภายใน แต่ศีล เป็นเครื่องขัดเกลาทำลายกิเลสกายวาจาใจให้สมบูรณ์ ซึ่งมีความหมายต่างกันไปฝากคนละเรื่องเลย เข้าใจความหมาย ศีล ที่มีนิยามแต่ละอย่างก็ไม่ได้แล้ว แล้วก็เป็นความจริงที่อาตมาพูด ศาสนาพุทธทุกวันนี้ พระ เจ้า ทุกวันนี้ไม่มีศีล ถือแต่วินัย จุลศีล 26 มัชฌิมศีล 10 ข้อ มหาศีล 7 ข้อ เป็น 43 ข้อ ก็ทิ้งไปหมด จะมีเหลืออยู่ก็ศีล 5 8 10 ก็คือจุลศีล สมณะเดินดินว่า...ดูเหมือนว่า ให้ฆราวาสถือ พระไม่เกี่ยว พ่อครูว่า...พระไม่เกี่ยวเพราะพระมีศีล 227 ข้อแล้ว สมณะเดินดินว่า...พระยุงกัดก็ตบ พ่อครูว่า...พูดไปแล้วน่าสังเวชใจว่าทำไมศาสนาพุทธถึงได้เสื่อมกันอย่างนี้ 600915_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เข้าใจกายให้พ้นความเป็นสัตตาวาส

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน