สื่อธรรมะพ่อครู(ความเสื่อมชาวพุทธ) ตอน อัมพัฏฐสูตร ทางเสื่อม4ประการ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข1 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ความเสื่อมชาวพุทธ) ตอน อัมพัฏฐสูตร ทางเสื่อม4ประการ ทางเสื่อมวิชชาและจรณะ ๔ [๑๐] พ. อัมพัฏฐะ ทางเสื่อม [ทางที่ไม่นำไปสู่ หรือทางที่ห่างไกลจาก] วิชชาและจรณะอันยอดเยี่ยม มีอยู่ ๔ ประการ คือ ๑. ไปอยู่ป่า บริโภคเพียงผลไม้หล่น (ข้อนี้ยังมีวินัยอยู่ เพื่อรอผู้บรรลุวิชชาจรณะ) ๒. ไปอยู่ป่า บริโภคเหง้าไม้ รากไม้ และผลไม้ ที่ขุดหาและสอยเก็บมาได้ ๓. สร้างเรือนไฟไว้ใกล้บ้าน และเฝ้าบูชาไฟ[อัคคนีเทพ] ๔. สร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่สี่แยก คอยบูชาสมณะพราหมณ์ที่จะมาจากทิศทั้ง ๔ สมณพราหมณ์บางคน เมื่อไม่บรรลุวิชชาและจรณะอันยอดเยี่ยม ก็จะเลือกปฏิบัติตามทางเสื่อมแต่ละประการที่กล่าวนั้น ซึ่งไม่ทำให้บรรลุผลอันใด นอกจากจะเป็นได้เพียงคนปรนนิบัติผู้ที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะเท่านั้น พระพุทธเจ้า: อัมพัฏฐะ เธอกับอาจารย์ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะอันยอดเยี่ยมนี้บ้างหรือไม่? อัมพัฏฐะ: ข้าพเจ้ากับอาจารย์ ยังห่างไกลจากวิชชาและจรณะอันยอดเยี่ยมนั้น พระพุทธเจ้า: อัมพัฏฐะ เมื่อเธอกับอาจารย์ไม่บรรลุวิชชาและจรณะอันยอดเยี่ยมเช่นนี้แล้ว เธอกับอาจารย์ได้ปฏิบัติตามทางเสื่อมทั้ง ๔ นั้นหรือเปล่า อัมพัฏฐะ: ไม่ได้ปฏิบัติแม้แต่ประการใดเลย พระพุทธเจ้า: อัมพัฏฐะ เธอกับอาจารย์ไม่เพียงแต่ไม่มีวิชชาและจรณะอันยอดเยี่ยมเป็นสมบัติเท่านั้น แม้คุณสมบัติอันพึงได้จากการปฏิบัติตนตามทางเสื่อมนั้นก็ยังไม่มีอีกด้วย อัมพัฏฐะ เธอเห็นหรือไม่ว่าอาจารย์ของเธอได้สำคัญผิดเพียงใด ทั้งๆ ที่แม้แต่ทางเสื่อมอาจารย์ของเธอก็ไม่ได้บำเพ็ญ ยังกล่าวว่า สมณะโล้น เชื้อสายคฤหบดี เป็นชนชั้นต่ำ เกิดจากพระบาทของท้าวมหาพรหม ไม่คู่ควรที่พราหมณ์ผู้ทรงไตรวิชาจะสนทนาด้วย นอกจากนั้นแม้อาจารย์ของเธอจะได้ครองเมืองที่พระเจ้าปเสน

อ่านต่อ

ทิโกศลพระราชทาน แต่พระองค์ก็ไม่ทรงโปรดให้เข้าเฝ้าต่อหน้าพระที่นั่งเลย เวลาจะทรงปรึกษาด้วย ก็ทรงปรึกษาโดยมีพระวิสูตรกั้น ที่มา: อัมพัฏฐสูตร ๙[๑๖๓ - ๑๖๘]๑๐๙ - ๑๑๒ HYPERLINK "http://www.navy.mi.th/newwww/code/special/budham/tps/tps0903.htm#top1" ทางเสื่อมวิชชาและจรณะ ๔ ดูกรอัมพัฏฐะ วิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้แล มีทางเสื่อมอยู่๔ ประการ ๔ ประการเป็นไฉน? ๑. ดูกรอัมพัฏฐะ สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติ และจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ หาบบริขารดาบสเข้าไปสู่ราวป่าด้วยตั้งใจว่า จักบริโภคผลไม้ที่หล่น สมณพราหมณ์นั้นต้องเป็นคนบำเรอท่านทีถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้ นี้เป็นทางเสื่อมข้อที่หนึ่ง. [๑๖๔] ๒. ดูกรอัมพัฏฐะ อีกข้อหนึ่ง สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติ และจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ ไม่สามารถจะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ถือเสียมและตะกร้าเข้าไปสู่ราวป่าด้วยตั้งใจว่า จักบริโภคเหง้าไม้รากไม้และผลไม้ สมณพราหมณ์นั้นต้องเป็นคนบำเรอท่านที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้ นี้เป็นทางเสื่อมข้อที่สอง. พ่อครูว่า...อย่างอาตมาตอนไม่ตายก็มีคนทำเหรียญแล้ว อาตมาเอาไปทิ้งก็เสียดายของ ก็เลยแจกแล้วสอนว่าอย่านับถืออย่างขลังนะ แต่ให้ไปเพื่อระลึกถึงการทำกุศลทำบุญ [๑๖๕] ๓. ดูกรอัมพัฏฐะ อีกข้อหนึ่ง สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม ไม่สามารถที่จะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ และไม่สามารถจะหาเหง้าไม้รากไม้และผลไม้บริโภคได้ จึงสร้างเรือนไฟไว้ใกล้บ้าน หรือนิคมแล้วบำเรอไฟอยู่ สมณพราหมณ์นั้น ต้องเป็นคนบำเรอท่านที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้นี้เป็นทางเสื่อมข้อที่สาม. [๑๖๖] ๔. ดูกรอัมพัฏฐะ อีกข้อหนึ่ง สมณพราหมณ์บางคนในโลกนี้ เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม ไม่สามารถจะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ ไม่สามารถจะหาเหง้าไม้รากไม้และผลไม้บริโภคได้ และไม่สามารถจะบำเรอไฟได้ จึงสร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้วสำนักอยู่ด้วยตั้งใจว่าผู้ใดที่มาจากทิศทั้ง ๔ นี้ จะเป็นสมณะหรือพราหมณ์ก็ตาม เราจักบูชาท่านผู้นั้นตามสติกำลัง สมณพราหมณ์นั้นต้องเป็นคนบำเรอท่านที่ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะโดยแท้ นี้เป็นทางเสื่อมข้อที่สี่. (ทุกวันนี้เขาเอารถมารับไปเลย เป็นทางไม่รู้กี่แพร่ง ไม่แค่สร้างเรือนไฟ แต่สร้างจานบินเลย นี่คือสายลืมตาสะกดจิต อีกสายหนึ่งก็ดับนิโรธสะกดจิตไปตกเหวตาย เสือคาบไปกินตาย ที่คนไม่ไปเจอก็เยอะ คือออกนอกแนวทางพระพุทธเจ้าไปตามลำดับ) ดูกรอัมพัฏฐะ ทางเสื่อมแห่งวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้มีอยู่๔ ประการดังนี้. ทวนอีก สูตรแรกในพระไตรปิฎก ล.๙ คือให้เห็นถึงทิฏฐิที่ผิด ๖๒ ประการ มีพวกตักกี วิมังสี พวกนักนึกคิดเดาเอา พวกเซนโกอาน นี่ ไม่ได้ทำไปตามลำดับ ตั้งแต่จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล ถ้าไม่เอามหาศีลก็ไปทำแบบทางเสื่อมที่พระพุทธเจ้าบอกนี้ [๑๖๗] ดูกรอัมพัฏฐะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เธอกับอาจารย์ย่อมปรากฏในวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้บ้างหรือไม่? ข้อนี้ไม่มีเลย พระโคดมผู้เจริญ ข้าพเจ้ากับอาจารย์เป็นอะไร วิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมเป็นอะไร ข้าพเจ้ากับอาจารย์ ยังห่างไกลจากวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้. (สมัยก่อนคือพราหมณ์มหาศาล สมัยนี้คือพระมหาศาล ระดับยศชั้นนั้นได้รับลาภสักการะมากเท่าไหร่ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็นรกกินหัวไปเท่านั้นเอง พูดเตือนสติให้กลับตัว อย่าไปจมอย่างนี้ ตื่นเสียทีๆๆ ) ดูกรอัมพัฏฐะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เธอกับอาจารย์เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้แหละ หาบบริขารดาบสเข้าไปสู่ราวป่าด้วยตั้งใจว่า จักบริโภคผลไม้ที่หล่น บ้างหรือไม่? ข้อนี้ไม่มีเลย พระโคดมผู้เจริญ. ดูกรอัมพัฏฐะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เธอกับอาจารย์เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ และไม่สามารถจะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ จึงถือเสียมและตะกร้าเข้าไปสู่ราวป่า ด้วยตั้งใจว่า จักบริโภคเหง้าไม้รากไม้และผลไม้บ้างหรือไม่? ข้อนี้ไม่มีเลย พระโคดมผู้เจริญ. ดูกรอัมพัฏฐะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เธอกับอาจารย์เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ ไม่สามารถจะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ และไม่สามารถจะหาเหง้าไม้รากไม้และผลไม้บริโภคได้ จึงสร้างเรือนไฟไว้ใกล้ๆ บ้านหรือนิคม แล้วบำเรอไฟอยู่ บ้างหรือไม่? (บำเรอคือต่างคนต่างพากันติดหนักเลย การบำเรอไฟ เช่น จุดธูปเทียน หรือรดน้ำมนต์ ยุคพระพุทธเจ้ายังไม่มี แต่ยุคนี้มีเกินกว่าสมัยพระพุทธเจ้าอีก ) ข้อนี้ไม่มีเลย พระโคดมผู้เจริญ. ดูกรอัมพัฏฐะ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน เธอกับอาจารย์เมื่อไม่บรรลุวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ ไม่สามารถจะหาผลไม้ที่หล่นบริโภคได้ ไม่สามารถจะหาเหง้าไม้รากไม้และผลไม้บริโภคได้ และไม่สามารถจะบำเรอไฟได้ จึงสร้างเรือนไฟที่มีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้วสำนักอยู่ด้วยตั้งใจว่า ผู้ใดที่มาจากทิศทั้ง ๔ นี้ จะเป็นสมณะหรือพราหมณ์ก็ตาม เราจักบูชาท่านผู้นั้นตามสติกำลัง บ้างหรือไม่? ข้อนี้ไม่มีเลย พระโคดมผู้เจริญ. (คนนี้ผยองจนไม่เชื่อว่าใครจะเป็นอาจารย์ฉันเป็นต้นธาตุต้นธรรม ไม่ถือว่าใครเป็นอาจารย์มีมานะเต็มบ้อง) ดูกรอัมพัฏฐะ เธอกับอาจารย์เสื่อมจากวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยมนี้ด้วย และคลาดจากทางเสื่อมของวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม ๔ ประการนี้ด้วย. พ่อครูว่า...ยุคของพระพุทธเจ้าพราหมณ์มหาศาลยังไม่เลยเถิดถึงสร้างจานบินไม่ประกาศอะไรใหญ่โตขนาดนี้ เขาก็ยังสอนมนต์กัน เปรียบเทียบให้ชัดว่าธรรมกายนี้แย่กว่ามนตรยานแบบทิเบต เขาก็อยู่ของเขาไม่ซ้อนหลอกออกมาเช่นนี้เลย ได้แต่สวดมนต์ลึกซึ้งลึกลับไป ตามประสาเชื่อตายแล้วเกิดเกิดแล้วตาย ไปในสายนั้นไม่มีวิชชาจรณะสัมปัณโณไม่สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ไม่มีจรณะ ๑๕ วิชชา ๘ [๑๖๘] ดูกรอัมพัฏฐะ ก็พราหมณ์โปกขรสาติอาจารย์ของเธอได้พูดว่า สมณะโล้นบางเหล่าเป็นเชื้อสายคฤหบดี กัณหโคตร เกิดแต่บาทของพรหม ประโยชน์อะไรที่พวกพราหมณ์ผู้ทรงไตรวิชาจะสนทนาด้วย ดังนี้ แม้แต่ทางเสื่อม ตนก็ยังไม่ได้บำเพ็ญ ดูกรอัมพัฏฐะความผิดของพราหมณ์โปกขรสาติอาจารย์ของเธอนี้เพียงใด ถึงพราหมณ์โปกขรสาติกินเมืองที่พระเจ้าปเสนทิโกศลพระราชทาน พระองค์ยังไม่ทรงพระราชทานพระวโรกาสให้เข้าเฝ้าหน้าพระที่นั่ง เวลาจะทรงปรึกษาด้วย ก็ทรงปรึกษานอกพระวิสูตร ดูกรอัมพัฏฐะ ไฉนเล่าจึงไม่พระราชทานการเข้าเฝ้าต่อหน้าพระที่นั่งแก่เขาผู้รับภิกษาที่ชอบธรรม ซึ่งพระราชทานให้ ดูเถิดอัมพัฏฐะ ความคิดของพราหมณ์โปกขรสาติอาจารย์ของเธอนี้เพียงใด. (คล้ายๆกัน รับพัดยศก็รับจากอาจารย์กันเอง ไม่ได้เข้าเฝ้า ในหลวงไม่ได้รู้ด้วย)

590209_พุทธศาสนาตามภูมิ อัมพัฏฐสูตร ตอน ๖

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน