สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจ 5 ชนิด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข25 มิถุนายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจ 5 ชนิด อาตมาพยายามอธิบาย เศรษฐกิจ 5 ชนิด เศรษฐกิจ 5 ชนิด

(1) เศรษฐกิจชนิดหนึ่งนั้น เรียกขาน ยึดสิทธิรวบ“เผด็จการ” กาจกล้า “ผู้เดียว”เดี่ยวบริหาร สุดเก่ง หรือ“กลุ่มอำนาจ”ล้นฟ้า ก็แท้“เผด็จการ” (2) สองขานเศรษฐกิจโก้ “ประชา- ธิปไตย” แต่ถูก“ทุนนิยม”พา เฟื่องฟุ้ง ครอบงำทั่วโลกทา- รุณแนบ เนียนเลย หลงว่าเจริญรุ่งรุ้ง สู่รู้ อวิชชา (3) ต่อมา“คอมมูนิสต์”แท้ ชนิดสาม อิสระถูกคุกคาม หมดสิ้น หากใครไม่ทำตาม คณะเผด็จ การแฮ ไม่คุกก็ทัณฑ์ดิ้น ไป่ได้ตายเป็น (4) เห็นระบอบต่างแบบไซร้ สามชนิด ตามสัจจ์แห่งเศรษฐกิจ บ่งชี้ แต่ยังซ่อนภัยพิษ แทรกอยู่ ลึกเลย เพราะฉลาดโลกีย์นี้ ไม่พร้อมปัญญา (5) ต้องศึกษาพุทธซึ้ง “โลกุตระ” สร้างฉลาดธาตุอัญญะ อื่นให้ ธาตุรู้เกิดใหม่จะ ปัจจัต- ตังเฮย เปลี่ยนโลกเศรษฐกิจได้ แน่แท้จริงจัง (6) ดังมีชนิดสี่แล้ว ยืนยัน ไทยประเทศสุดสำคัญ พุทธแท้ “ประชาธิปไตย”อัน มีกษัตริย์ ทรงทศพิธฯวิศิษฐ์แล้ เลิศแม้อภิบาล (7) “ศรีอาริย์”ชนิดห้า “สาธาระ- ณะโภคี” มี“ประชา”พร้อม”ก- ษัตริย์”ไซร้ กินใช้ร่วมกันสละ ลดอัต- ตาเฮย เศรษฐกิจห้าชนิดให้ โลกแจ้งเป็นจริง “สไมย์ จำปาแพง” 2 มิ.ย. 2561 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 336 ประจำเดือนกรกฎาคม 2561]

ประชาธิปไตยขาเดียวนั้นมีแต่ใครก็ไม่รู้สามารถขึ้นมาได้เป็นกษัตริย์ ไม่มีระบบระเบียบระบอบอะไรที่สืบทอดต่อเชื่อมทางจิตวิญญาณ แต่ประชาธิปไตยแบบมีกษัตริย์นี้มีกรอบที่ พระมหากษัตริย์จะต้องรักประชาชนเหมือนลูก ส่วนประชาธิปไตยขาเดียวนั้นไม่มีจารีตประเพณีวัฒนธรรมที่จะเป็นประชาชนเป็นลูก มีแต่เห็นแบบโลกๆ ตามความหมายง่ายๆ แต่ความหมายของการอธิบายหรือการประพฤติ

อ่านต่อ

การเข้าใจนัยลึกซึ้งว่า ประชาชนเหมือนลูก กับที่ไม่ได้มีความหมายแค่นี้ มันต่างกันแล้ว ยิ่งในการสืบทอดสายกษัตริย์ กษัตริย์จะต้องเห็นประชาชนเหมือนลูกจริงๆ ประชาชนก็มีน้ำใจ มีการบริหาร จึงมีจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งในความเห็นแก่ประชาชน ต่างกัน ประชาธิปไตยขาเดียวนั้นมันเอียงไปทางวัตถุนิยม หรือคอมมิวนิสต์ก็เอียงไปทางวัตถุนิยม ประชาธิปไตยที่มีกษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข จึงเป็นประชาธิปไตยที่เข้าใจความเป็นมนุษย์ ว่ามนุษย์มีจิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง จึงต้องเอาจิตวิญญาณเป็นสำคัญ ไม่ได้เอาแต่วัตถุเป็นสำคัญ หากเอนเอียงไปทางวัตถุสำคัญหรือเอนเอียงไปทางเอาจิตเป็นสำคัญก็ต่างกันแล้ว ส่วนศาสนาพุทธนั้นสูงสุดถึงขั้นพระศรีอารย์ ถึงขั้นสาธารณโภคี ถึงขั้นหมดตัวหมดตน หมดตัวเราของเรา หมดความหวงแหนตระหนี่ หมดความเป็นของตัวของตน ศาสนาพุทธลึกซึ้งมากจิตวิญญาณหมดอัตตาหมดอัตตนียา ทุกคนมีส่วนรวมเป็นหนึ่ง One For All All for one มีเอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ มีหลากหลายมากมายมาเป็นหนึ่ง หรือเป็นหนึ่งไปสู่ความเป็นหลักหลายก็ได้ อย่างพวกเรามารวมกันเป็นหนึ่ง สมบัติมารวมกันเป็นของกลาง ร่วมกันบริหารร่วมกันกินร่วมกันใช้ โดยทุกคนลดละตัวเอง ไม่ไปหลงรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส สุรุ่ยสุร่าย ก็ต้องสร้างนิสัยส่วนตนให้ดีขึ้น สังคมก็เกิดความประพฤติที่ดีนิสัยที่ดีขึ้น มีปัญญารู้การสูญเสียและความเจริญ ก็ทำให้เจริญได้ด้วยความสูญเสียน้อยลง จนไม่สูญเสีย มีแต่ความเจริญขึ้น การจะเกิดเป็นวิธีการตั้งเป็นระบบหลักสูตรทฤษฎีอธิบายกันไป ของพระพุทธเจ้ามีอยู่แล้ว ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีประชากรเป็นพุทธศาสนิกชน 95% ก็เอาสูตรของพระพุทธเจ้าทฤษฎีพระพุทธเจ้ามาศึกษาให้ดี ผู้บริหารถ้ามีความรู้โลกุตรธรรม มีความรู้เศรษฐกิจแบบพระพุทธเจ้า อย่างที่อาตมามีความรู้เศรษฐกิจแบบพระพุทธเจ้ามา เอามาให้พวกเราได้ศึกษาและปฏิบัติอย่างนี้จนเกิดสังคมกลุ่มชาวอโศก ที่มีเศรษฐกิจแบบสาธารณโภคีสำเร็จผล อาตมาทำงานมาทุกวันนี้ พูดเต็มปากเลยว่า อาตมาพาทำตามสูตรพระพุทธเจ้าทฤษฎีพระพุทธเจ้าบรรลุผล พวกเรามีความเข้าใจมากพอ นำพาไปได้ โดยอาตมาตายลงวันนี้พวกคุณก็ทำต่อไปได้ เป็นเศรษฐกิจแบบนี้ไปได้สบายเลย มีสัปปายะ 4 มีสถานที่หมู่บ้านชุมชนบุคคลอาหารเครื่องอาศัยเครื่องกินเครื่องใช้ มีธรรมะสัปปายะ 4 ที่มีคุณภาพมีคุณธรรม มีฤทธิ์มีอำนาจมีพลังดำเนินไปได้ เป็นสุคโต ไปดีแล้ว ใช้ได้แล้ว อาตมาก็เห็นว่า เราพาทำ อาตมาพาทำอยู่นี้ ก็เหมือนกันกับที่สังคมประเทศชาติต้องการ ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธเขาก็ไม่เข้าใจไม่ใช้ทฤษฎีแบบนี้ ในหลวงเราเข้าใจและท่านพาทำ แต่ในหลวงท่านเหมือนพระพุทธเจ้า ไม่พยายามใช้บังคับ กดข่ม ให้ใช้ปฏิภาณปัญญารู้เอง แล้วท่านก็อนุโลมเพราะประเทศไทยเป็นเมืองอิสระเสรีภาพ ศาสนาไม่มีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้น แม้แต่มีส่วนน้อยท่านก็ให้เกียรติส่วนน้อย ท่านอนุโลมตาม เพราะท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ประชาชนคนไทยที่นับถือศาสนาอื่นที่ยังกินเนื้อสัตว์อยู่ก็มี ท่านก็ไม่ได้ไปบังคับอะไร ท่านก็ไม่ตรัสเรื่องนี้ เหมือนกับพระพุทธเจ้าที่ได้อธิบายไปตอนต้นแล้ว

มีคนให้ข้อมูลว่า...ในวิสุทธิมรรค มีทุกข์ 12 ประการ ไปเอามาจากท้ายของปฏิจจสมุปบาท ชาติ ชรา มรณะ โศกะ ปริเทว ทุกข โทมนัส ความพรากจากสิ่งที่รัก ความไม่ได้สมปรารถนาที่ต้องการ อาตมาไม่ได้สนใจวิสุทธิมรรคเพราะว่าเป็นเทวนิยมอยู่เยอะ แต่ก็มีของพุทธอยู่บ้าง อาตมาไม่ได้สนใจไม่ได้อ่าน ได้รู้ตามที่กระแสมีในสังคม ในความรู้วิสุทธิมรรคเขาก็มีก็เอามาใช้อธิบายกัน ขยายความกันอยู่ อาตมาก็ขอบคุณท่านพุทธโฆษาจารย์ ที่เอา ธรรมนิยาม 5 ตราเอาไว้ แต่ธรรมนิยาม 5 นี้ ไม่มีใครสามารถแยกได้นอกจากพระพุทธเจ้า เป็นความลึกซึ้งของธรรมนิยาม 5 นี้ มันสุดวิสัยมันต้องเป็นพุทธวิสัยเท่านั้นที่จะแยก เพราะมันเกินไปแม้แต่วิทยาศาสตร์ก็ยังรู้ไม่ถึงเลย วิทยาศาสตร์โลกในยุคปัจจุบันนี้ก็เก่งนะพวกนาซ่าก็เก่ง แต่ไม่เข้าใจในนิยาม 5 นี้ อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม เขาไม่รู้ได้ เป็นสภาพที่ตัดรอบตรงไหนมาเป็นพีชะ เริ่มเป็นชีวะ พีชะเป็นชีวะแต่ไม่มีบาปไม่มีบุญไม่มีกุศลอกุศล เพราะฉะนั้นจึงเป็นอาหารที่กินได้ ปราศจากโทษภัย นอกจากคุณจะทำอาหารที่มีสารพิษเองก็เรื่องของคุณ แต่เราปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารที่ไม่มีพิษก็ดีแล้ว เราก็กินแต่พืชผัก ไม่ต้องกินเนื้อสัตว์ แม้แต่ปูปลาสัตว์เล็กสัตว์น้อยเราก็ไม่กิน แต่ทางอีสานนี้กินแหลก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยก็กินหมด กินแม้แต่มดแมลง แมงกุ๊ดจี่นี้ต้องตัวโตๆ ตัวเล็กกว่านั้นเขาก็กิน ทางอีสานนี่กินหมด มีก้อยมดแดง เอามดแดงตัวเป็นๆขยี้ลงไปในเนื้อให้เกิดรสเปรี้ยว แล้วเนื้อจะสุกตามรสเปรี้ยวของมดแดง เขาเรียกก้อย ทำมานัก แต่ก่อนไม่รู้ก็ทำ ไม่ใช่กินแต่ไข่นะตัวมันก็กิน เสร็จแล้วตัวมดก็ผสมอยู่กับเนื้อ กินเข้าไปด้วยกัน แทนที่จะกินแต่เนื้อ เดี๋ยวนี้ก็ขออภัยปลงอาบัติ อย่าจองเวรกันและกันเลย เรารู้และเราก็หยุด แต่เธอสิยังไม่หยุด เราหยุดแล้วแต่เธอยังไม่หยุด

มาเข้าสู่เศรษฐกิจ 5 ทุกวันนี้เขาก็ยังปรับเศรษฐกิจ ข้อสรุปผลให้ฟัง จากปลายไปหาต้น เศรษฐกิจที่ยอดสุดนั่นคือเศรษฐกิจสาธารณโภคี คือ เศรษฐกิจของแต่ละประเทศเขาก็ต้องการเงินส่วนกลาง รายได้ส่วนกลาง ให้ได้มากที่สุดไม่ว่าจะเป็นลัทธิประชาธิปไตยลัทธิคอมมิวนิสต์ลัทธิเผด็จการ เผด็จการอย่างพระเจ้าแผ่นดินก็ริบได้หมดไม่ว่าจะเป็นสมบัติตรงไหนในแผ่นดิน เอามาเข้ากองกลางให้ได้มากที่สุด ประชาธิปไตยก็พยายามให้ได้กองกลางมากที่สุด คอมมิวนิสต์ก็เหมือนกัน ให้ได้เข้ากองกลางมากที่สุด เอามาแล้วเขาก็บอกว่าเขาเป็นผู้บริหารเก่งบริหารด้วยสุจริต บริหารเพื่อจัดแจกจ่ายเผื่อแผ่มีสาธารณูปโภค ช่วยกันให้ประชาชนมีการอยู่การกินกัน อย่าให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยคนจนมากนัก ก็สร้างขึ้นเป็นความรู้ของคน อย่างนี้ทั้งนั้นไม่ได้ยากอะไรหรอก เป็นความรู้ที่สากล มีต่างกันที่นัยยะละเอียดว่า ถ้ามีสมบัติเข้ากองกลางมากๆแล้ว แล้วเศรษฐกิจก็ดีก็จบตรงนี้ แต่ศาสนาพุทธนั่นแหละ ไม่จบตรงที่กองกลางมีมาก จบตรงที่คน ต้องเน้นที่คน ให้เป็นคน วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) สองข้อสุดท้ายของวรรณะ 9 นี้ เป็นผลสำเร็จของเศรษฐกิจ ชาวอโศกไม่สะสม อปจยะ ชาวอโศกวิริยารัมภะ ทำได้ก็ไม่สะสม เอาเข้ากองกลางทั้งหมดเป็นเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในโลก หมู่ชนชาวอโศกทำได้โดยอิสระเสรีภาพ อิสระเสรีภาพก็คือคุณเอาไหมระบบนี้ ถ้าหากเอาก็เข้ามาเป็นสมาชิกของชุมชนนี้ มาเป็นอย่างนี้นะ ทำงานฟรีนะเข้ากองกลางหมดเลย แล้วก็อยู่กินใช้ไปจนตาย ตายก็เผาให้ แม้ไม่มีพี่น้องมีญาติคนก็พึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ ที่นี่ทำสำเร็จจริงๆเอาไหม คุณมั่นใจว่าอันนี้เอาคุณก็มาจนเป็นชุมชนหมู่กลุ่มอย่างนี้ ทำมาตั้ง 40 กว่าปีนี้ก็ยังแข็งแรงดี อาตมาว่ามีความแน่นแฟ้นดีขึ้นเรื่อยๆได้ ได้อาริยบุคคลได้คนที่บรรลุธรรมมาอยู่ด้วย จิตใจที่ไม่มีปัญหาอะไร มีแต่ปัญญา เพราะมีความสันโดษมีใจพอและมีความน้อยก็พอ ไม่มีสมบัติส่วนตัวมักน้อยขนาด ไม่ต้องมีทรัพย์สินส่วนตัว มีกินมีใช้เป็นบริขารส่วนตัวบ้าง มีเสื้อผ้ามีเครื่องใช้ไม้สอยพอเป็นบริขาร ถ้าเป็นพระสมัยโบราณก็มีบริขาร 8 สมัยนี้คนมีบริขารเพิ่มเติมขึ้นอีกเยอะ ก็เท่าที่จำเป็น คือจิตใจมันรู้ว่าความมัธยัสถ์ประหยัดไม่ฟุ่มเฟือยมันดี แล้วคนก็ระมัดระวัง ไม่ผลาญพร่าไม่สุรุ่ยสุร่าย รู้จักพอ แล้วสร้างสรรขยันแต่ไม่สะสม นอกนั้นก็เหลื่อมกันบ้าง คุณธรรมอาจจะต่างไปบ้างแต่พวกเราชื่อว่าเป็นพวกไม่ใช่นักสะสม พวกที่เขาสะสมกอบโกยให้ได้มีมากให้เหนือชั้นกว่าใคร แต่พวกเรารู้จักพอรู้จักสันโดษใจพอสันตุฏฐิ น้อยก็พอ ตั้งแต่รูปธรรมง่ายๆ รูปแบบ ตั้งแต่เนื้อตัว เสื้อผ้าหน้าแพรเครื่องใช้ประกอบ จนกระทั่งสถานที่อยู่เครื่องใช้ไม้สอยมันก็น้อยไม่ได้ฟุ่มเฟือยไม่สุรุ่ยสุร่าย ตามโลกเขา อะไรที่เป็นแฟชั่นสมัยใหม่ เขาขายเอาหมด แต่พวกเรามีปัญญารู้แล้ว ไม่ถูกหลอกที่เขาปรุงแต่งหลอกขายว่าดีมากต่างๆนานา แต่พวกเราเข้าใจ ไม่ไปฟังแล้วโฆษณา อะไรที่เราจะจำเป็นต้องใช้ไหมเขาจะทำดีจริงๆ ราคาแพงพอสมควรหรือจำเป็นต้องใช้เราก็เอา แต่หากไม่จำเป็นเราก็ไม่ต้องเอา ไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นเอาถึงขนาดนั้น เราก็ใช้แต่พอเหมาะพอควร พอที่จะดำเนินการไปได้ อย่างพอเหมาะพอดี สรุปแล้วอาตมานำพาทำ เศรษฐกิจชาวอโศกสมบูรณ์ ไปรอดอย่างเป็นระบบ เป็นวงล้อหมุนที่เคลื่อนไปได้อัตโนมัติ เป็นไปเองโดยพลังงานของพวกเราเอง เกิดจากปัญญาและจิตที่พอเพียงหรือจิตที่มักน้อย โดยอัตโนมัติ เคลื่อนไปแล้วเหมือนวงล้อพระธรรมจักร คือสุคโตไปดีแล้ว ผู้ที่มาอยู่ในชุมชนชาวอโศกทุกชุมชนชาวอโศก ปฏิบัติเศรษฐกิจในสังคมโลกจบ บรรลุธรรม เป็นเมืองพระศรีอารย์เป็นเมืองพระอาริยะ เป็นเมืองที่มีความฉลาด เป็นเมืองที่คนมีจิตใจพร้อมเพรียงกัน ที่ในหลวงได้ตรัส มีจิตใจพอเพียง ไม่ตะกละตะกลามมากกว่านั้น แต่มีปัญญารู้ว่าเราจะสร้างสิ่งที่ควรสร้าง เช่น แต่ก่อนเราก็ไปเสียแคลอรี่พลังงานจะต้องไปแต่งเนื้อแต่งตัวจะต้องมีเสื้อผ้าแฟชั่น จะต้องไปเต้นไปดีด ไปตลาดก็ต้องช้อปปิ้ง พวกเราไม่แล้ว ไม่มีสิ่งที่มันเกินพวกนั้นแล้ว ที่มานี้ คนเหล่านี้พูดได้เต็มปาก ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว แฟชั่นเขาจะต้องนำสมัยแบบนั้นคุณไปบ้าสมัย เราเรียกว่าพวกบ้าสมัยก็ปล่อยไป พวกเราไม่บ้าแล้วสมัยแบบนั้น เราก็อยู่แค่นี้พอ มีสันโดษมีความพอ เข้าใจมีปัญญาว่ามันเป็นส่วนเหลือส่วนเกินเป็นกิเลส หนักเหนื่อย บ้าหอบฟางหมาหอบแดดไม่เอา ถึงมาเป็นคนสบายๆ แค่นี้พอ อยู่ในทุนนิยมสามานย์ Fashion สามานย์ แต่เราไม่ตกเป็นทาสของทุนนิยมสามานย์ แฟชั่น สามานย์แล้ว การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจึงไม่ได้แก้ปัญหาที่มีเงินมากหรือมีเงินน้อย ถ้าหากที่นี่มีเงินมากขึ้นมา คุณจะเดือดร้อนไหม ก็ใช้เป็น ไม่มีปัญหาไม่เดือดร้อน คุณมีเงินน้อยก็ใช้เป็น ไม่มีปัญหาไม่เดือดร้อน แต่หากมีเงินมากแล้วคนก็ยังใช้ไม่เป็นเอาเงินไปออกดอกผล ไปหากำไรจากโลกมาอีกไม่มีทางหยุด แต่พวกเราไม่ทำแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่เคยเดือดร้อนไง ไม่เข้าไปขูดรีดกัน ถ้าหากต้นทุนเรามีมากมันก็ดูดได้มากใช่ไหม เพราะฉะนั้นลักษณะทุนนิยมจึงได้เปรียบอยู่ตลอดการเอาเปรียบตลอด ทุนนี้ เป็นทั้งตัวเงินและอำนาจ ประชาธิปไตยทุนนิยมอย่างอเมริกา ขออภัยที่ต้องยกตัวอย่างอเมริกา คุณเด่นนะ แล้วคุณก็สามารถขี้โกงโลกได้ ปั๊มดอลล่าร์ ออกมาทั่วโลกโดยไม่มีหลักประกันในประเทศเลยให้ทั้งโลกใช้ ถ้าหากทั้งโลกเอาดอลล่าร์ไปคืนคุณ คุณไม่เหลือหรอก หมดประเทศก็ไม่พอด้วย แล้วคุณตีราคาสูงด้วย คุณเก่งที่ทำให้ราคามันสูง เมืองไทยนี่ ตั้ง 30 กว่าบาท แต่เก่งแย่งอำนาจบาตรใหญ่ กร่าง มันเปลืองผลาญ แล้วเฟ้อ หากเราอยู่น้อยก็พอกิน เหลือเฟือ สังคมที่สงบอบอุ่น ไม่แย่งชิง ไม่โลภโมโทสัน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมาก พวกเรานี้เล่ห์เหลี่ยมน้อยลง มีความจริงใจซื่อตรงต่อกันและกัน ขึ้นไปทุกที แต่ทางโลกนี้มีเล่ห์เหลี่ยมแฝง ทำให้มากขึ้นซับซ้อนมากขึ้น เป็นอย่างนั้น มันจึงเป็นสังคมที่น่ากลัว สังคมที่จะประหารกัน ซ่อนมีดไว้เบื้องหลัง เอาอาวุธไปซ่อนในลำไส้ไม่ให้เขารู้ทันบ้าง อยู่กันอย่างทรมาน ซุกซ่อนซับซ้อน อาตมาพยายามอธิบายให้เห็นว่าชีวิตของคนนี้ คำว่าเศรษฐกิจ มันก็เป็นเรื่องของโลกธรรม ลาภ ยศ สรรเสริญ หากเราเข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วมีความพอ มีสุภระ เลี้ยงง่ายบำรุงง่าย สมาชิกชาวอโศกอยู่กันอย่างมีระบบระเบียบ มีวัฒนธรรมแล้วมีพฤติกรรมสังคมแบบนี้ ใครอยู่ 1. มาอยู่ที่นี่ไม่มีศีลไม่ได้ ต้องสังวรสำรวมในศีล 5 เป็นอย่างต่ำ คนอยู่ที่นี่อย่าว่าแต่ศีล 5 เลย มีศีล 8 ก็ได้ศีล 10 ก็ได้ไม่ต้องสะสมเงินทอง ขอยืนยันเลยว่าฆราวาสอโศกนี้เก่งกว่าพระเถรสมาคม เพราะไม่ต้องการเรื่องเงินทองอย่างพระเถระสมาคม ฆราวาสในนี้มีศีลมีวินัยสูงกว่าพระเถรสมาคมโดยค่าเฉลี่ย จริงแล้วจำนวนพระของเถรสมาคม กับฆราวาสอโศก หยิบมาดู ใครจะสะสมเงินทองมากกว่ากัน พระมากกว่า พูดได้อย่างนี้ อย่าหาว่าข่มหรือดูถูกดูแคลนเลย การปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าด้วยหลักเดียวกัน ศีลเดียวกันวินัยเดียวกัน แต่อาตมาพาทำ พวกคุณเป็นพระได้ยิ่งกว่าพระ ไม่จำเป็นต้องมาโกนหัว ไม่ต้องมานุ่งห่มเหลือง เราก็ศึกษาอย่างมีคุณธรรม ชีวิตของเรานี้มีพฤติกรรมอันนี้ แสดงถึงจิตใจ เป็นคนมีวรรณะ 9 ได้ดีกว่า นี่เป็นผลสำเร็จแล้ว ยิ่งมาบวชก็ยิ่งมีกฎเกณฑ์วินัยมากยิ่งขึ้นอีก แม้ฆราวาสชาวอโศกก็ยังทำได้ อาตมาเป็นหลักคนเดียว จนสร้างให้เกิดภิกษุและก็ช่วยกันให้เกิดเพิ่มขึ้น ทางด้านเถรสมาคม มีตัวหลักใหญ่ มีสังฆราช ก็โฆษณาเผยแพร่อธิบายศาสนาให้แก่ประชาชนในประเทศ อาตมาก็ทำ พวกเราก็มีสมาชิกชาวอโศก เถรสมาคมก็มีพระเป็นแสน ของอาตมานี่มีนักบวชไม่ถึงร้อย แต่คุณภาพสูงกว่าแน่ แม้ว่าปริมาณจะน้อยกว่า แน่นอนคนจะมีคุณภาพได้ธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นอาริยธรรมในนี้ มันเป็นได้ง่ายที่ไหน โดยคุณค่าจริงๆแล้ว มันได้น้ำหนักน้ำเนื้อโลกุตระสัจจะสาระสัจจะสูงกว่า ก็ขออภัยพูดไปเหมือนยกตนข่มท่าน แต่ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร เพราะเป็นสัจธรรมของสังคม ก็เอาสัจธรรมอธิบายว่าทำงานมีมรรคผลสำเร็จ ที่ทำกันอยู่นี้ ทำได้แล้วก็พูดบอกให้รู้ด้วยว่า อาตมาทำได้ก็น่าจะริษยากันบ้าง ไปทำอย่างโน้นทำศาสนาให้เป็นอย่างโน้นอาตมาไม่แข่งกับคุณหรอก อาตมาจะทำแบบนี้ มาจนมามักน้อยสันโดษ เลี้ยงง่ายบำรุงง่ายมีทำให้ศีลเคร่งขึ้น จนเขาหาว่าสุดโต่ง พวกนี้มันเคร่งเกินไป แล้วพวกคุณเคร่งมากแล้วหรือยัง ...ก็ไม่ ยังมีที่สูงกว่านี้อีกที่เรายังไม่ได้ทำ เราทำได้แค่นี้ เราทำได้ ขีดจุดที่คุณจะมีจิตเป็นโลกุตระอยู่ตรงนี้ เขียนเป็นรูปคนเดินไปสองทาง คนไปทางรวยก็ไม่มีที่จบ สุขก็ไม่มีที่จบปรุงแต่งกันไปมีแต่สินค้าความสุข ถูกผลิตขึ้นมานานัปการ บางอย่างทุเรศทุรังการก็เอามาโฆษณาหลอกขาย นี่เป็นสินค้าใหม่เป็นความสุขนะจ๊ะ ที่จริงเป็นขี้หมาทาสีก็เอามาหลอกขาย ว่านี่ความสุขของใหม่ นวัตกรรมนะ คุณยังไม่เคยมีเคยเห็นเคยได้อะไร ขี้หมาทาสี บอกว่าหอมนะ เขาหลอกว่าหอม คุณก็อุปาทานตามว่าหอม ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีปัญญาสูงสุดก็คือโลกุตระ จนกระทั่งรู้ว่า ความสุขกับทุกข์นี้เป็นเรื่องอุปาทาน มันเป็นเรื่องหลอก มันไม่มีความสุขหรอก ไม่มี แต่ความจริงตามความเป็นจริง อันนี้ดี อันนี้สมบูรณ์ อันนี้ถูกต้อง อันนี้มันเสื่อม อันนี้ไม่สมบูรณ์ อันนี้มันบกพร่อง เราก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงอย่างนั้น มันดีแล้วเราก็เลยเกิดความชอบและก็ไม่อยากได้แล้วไปแย่งชิง มันดีก็ดี เรามีเยอะก็แบ่งคนอื่น ไม่ดีเราก็สร้างสิ่งดีขึ้นมาก็เท่านั้น เพราะฉะนั้นเรื่องฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้ออะไรเกินไปนั้นเราไม่เอา เราอยู่กับความพอ สร้างสิ่งที่เป็นสาระสิ่งที่เห็นว่าดีสิ่งที่เห็นว่าสมควรสิ่งที่เหมาะจบในตัวมันเอง ไม่ไปเอาแบบที่ดีๆดิ แต่ดีแตกก็ไม่รู้ว่าดีแตกแล้ว 610608_พ่อครู เทศน์ ทวช. อโศกรำลีกครั้งที่ 37 สัปปายะ 4 ชี้ทางบรรลุธรรม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน