260308-638 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ031.txt
เนื้อหาในไฟล์
เรายิ่งศึกษาศาสนาและก็ได้ปฏิบัติทดสอบไม่ใช่ว่าเราศึกษาศาสนาแต่จะเพียงภาษาปริยัติเท่านั้นเราได้ศึกษาและก็ได้ทดสอบได้พิสูจน์ให้เกิดมักเกิดผลเกิดพฤติกรรมจริงเกิดจิตใจที่ได้ลดละจางคลายจนเกิดปัญญาจริงเราจึงได้มีปัญญาเห็นความสำคัญของศาสนาต่อหลักเมืองหรือต่อสังคมมนุษย์ว่าเป็นศาสนาแห่งสังคมมนุษย์จริงๆศาสนาพระสมาชิกพระพุทธเจ้านั้นและเราก็จะเห็นทฤษฎีหลักการต่างๆ พระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ทั้งหมดร้อยเรียงชัดเจนว่าเป็นหลักการเพื่อมนุษย์ปวงชนทั้งมวลไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเพราะหลักแกนสุดท้ายศาสนาพุทธก็คือการละตัวละตนเป็นที่สุดวัณโรคและโกรธและหลงลงไปได้ตามฐานานุรูปที่เห็นแก่ประโยชน์ผู้อื่นขึ้นเรื่อยๆแม้แต่ประโยชน์ตนก็ซ้อนอยู่ในนี้แน่นอนจุดสำคัญที่สุดก็คือทำตนให้ได้รับประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ประโยชน์ที่ว่านี้ถ้ามองโดยโลกก็คือประโยชน์เราจะได้ลาภยศสรรเสริญเสพโลกียสุขนั้นเรียกว่าโลกียที่ เป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนาพุทธหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อสังคมโดยตัวมันเองแต่คนมองไม่ออกผู้มีจักรขุดทิพย์ผู้มีธรรมจักรสุขจึงจะมองออกว่าโลกธรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อความเป็นอยู่สุขของตัวมันเองจึงได้หันทิศทางมาสู่โลกุตระเลิกละลาภยศสรรเสริญเพราะประโยชน์ที่ว่านี้ผู้ได้รับประโยชน์ตนนั้นก็คือผู้ที่ละลาภยศสรรเสริญโลกียสุขได้เมื่อผู้ใดละลาภยศสรรเสริญโลกียสุขของตนได้ลงไปตามขั้นตามฐานะแล้วผู้นั้นกลับจะมีประโยชน์ต่อสังคมสอดคล้องกันไปอีกตามขั้นตามตอนตามฐานะยิ่งเป็นผู้ที่ละได้ เปลี่ยนเป็นพระอรหันต์แล้วเป็นผู้ที่จะกระโดดโลดเต้นอยู่กับสังคมเลยจะเป็นผู้ที่ทำงานการให้แก่สังคมดังที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสหลักยืนยันไว้อีกว่าเอกกบบุรุษนั้นคือผู้ที่มีพหุชนะอีกตายยะปะฏิปันโนโหติพะโคะชนะสุขายะพระพุทธศาสนาปิดตาที่เอามายืนยันสู่กันฟังเสมอๆว่าศาสนาพุทธเจ้าเ
อ่านต่อ
ป็นไปเพื่อมวลมนุษยชาติกอบกู้ปฏิสถานอารยธรรมและอายัติธรรมให้แก่มวลมนุษยชาติเพราะผู้ที่เป็นเอกกับบุรุษหรือหมายความว่าคุณเลิศเอกกลับไปว่าเลิกแล้วบุรุษเลิศเราหมายในที่นี้ก็คือผู้ที่เสพติดซึ่งภาระเป็นพระอรหันต์พระอรหันต์ จึงแตกต่างกับลัทธิเดียรถีย์ฤาษีที่เขาค้นพบลัทธิของเขามาก่อนขอศาสนาพระพุทธเจ้าจึงเป็นศาสนาที่เป็นประโยชน์ต่อมวลชนด้วยหลักการและพฤติกรรมตำนานพระพุทธเจ้าก็มาทำงานอยู่กับโลกตลอดแม้แต่อรหันต์ 60 องค์แรกคำตรัสก็ยืนยันว่าเธอจงไปเป็นประโยชน์ต่อประชาชนพระวจนะมีทายาทกำปังอนุกรรมปายะมนุษย์ที่มีปัญญาพอที่จะสอนได้มีอยู่ไปทำงานพระอรหันต์ทั้งหลายก็เข้าสู่ชุมชนทั้งสิ้นเพื่อที่จะอยู่กับชุมชนทำงานกับชุมชนดังนี้เป็นหลักฐานที่แน่นอนชัดเจนเพราะฉะนั้นการ ปฏิบัติธรรมนี้ถ้าผู้ไม่รู้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกก็จะไม่เข้าใจแม้แต่มหาประเทศที่จะต้องอนุโลมที่จะต้องรู้จักความควรความไม่ควรตามกาลเทศะยุคสมัยยุคสมัยก่อนไม่มีเทคโนโลยียุคสมัยก่อนไม่วุ่นวายขนาดในยุคสมัยก่อนไม่ต้องใช้ความรู้อะไรมากนักก็รู้ว่าบรรยากาศของสังคมบทบาทของสังคมนั้นปรุงกันขนาดไหนยุ่งกันขนาดไหนที่เราจะต้องรู้ข้อมูลเพื่อเอามาช่วยเขาเท่าที่เราสามารถจะอยู่ในขอบเขตเป็นไปได้พระไม่ใช่คนดูดายโดยเฉพาะพระอริยะไม่มีหน้าที่ไม่มีจิตอะไรของตนแล้วตนสบายมากถึงยังไงก็สบายตายก็สบายอยู่ก็สบายกินอยู่หลับนอนสบายทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นจะเหลืออยู่ก็จะทำให้ วันศุกร์เย็นในหมู่มวลมนุษยชาติสังคมรัชกาลที่จะมาทำงานกับมนุษย์ก็จะต้องสัมพันธ์กับมนุษย์จะต้องมีความโยงใยถึงกันได้มีเทคโนโลยีมีความรู้บรรยากาศของสังคมมีงานการอะไรอะไรต่างๆนานาเพราะคนที่ยังโบร่ำโบราณไม่มีปัญญาที่จะสืบรู้ไปได้ว่าพระอริยเจ้าทั้งนั้นจะต้องปรับตัวให้เป็นไปตามหาประเทศเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ชนะตาเป็นประโยชน์ต่อปวงมหาชนได้มากที่สุดเพื่อจะให้เกิดความเป็นไปได้ดีเป็นอริยชาติเป็นอริยชนหรือมียาจะทำที่ลึกซึ้งขึ้นไปก็ทำทั้ง 2 ส่วนผู้ใดกระโดดเข้ามาสู่สภาพของการปฏิบัติธรรมอันลึกซึ้ง เราก็ช่วยเหลือเขาให้เกิดการปฏิบัติธรรมะลึกซึ้งเพื่อจะถอดตัวถอดตนแล้วก็มาทำหน้าที่ที่จะช่วยเหลือสังคมประเทศชาติมนุษยชาติดังที่ได้แจ้งจุดหมายปลายทางของศาสนาไว้ให้แล้วยืนยันย้ำยันมีหลักฐานอ้างอิงที่ได้กล่าวไปแล้วเหมือนผู้ที่จะทำงานเพื่อขัดเกลาเพื่อที่จะผลิตบุคคลไปสู่ประชาชนไปสู่สังคมก็ผลิตไปความเป็นไปของสังคมบทบาทของสังคมเราก็ดูแลเกื้อกูลช่วยเหลือเป็นไปด้วยจริงเหมือนกันแม้แต่พระพุทธเจ้าจะออกไปห้ามกษัตริย์ต่อกษัตริย์ห้ามทัพมนุษย์ต่อมนุษย์ที่จะรบราฆ่าฟันกันอย่างนี้เป็นต้นซึ่งมองแล้วก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องของการเมืองที่จริงไม่ใช่การเมืองเป็นเรื่องของสัตว์เมืองที่ ไม่ชอบมากกว่าคนเมื่อท่านมีฤทธิ์มีแรงท่านเห็นสมควรท่านดูแล้วว่าท่านเองท่านไม่เสียหายท่านทำแล้วมีผลด้วยมีฤทธิ์มีแรงพอท่านก็จะเข้าไปทำยื่นมือเข้าไปทำแต่เมื่อท่านทำเสร็จแล้วเรื่องจะต่อไปท่านจะร่วมด้วยไม่ร่วมด้วยท่านก็จะดูกาลเทศะและองค์ประกอบอีกดังที่มีตำนานมีพงศาวดารผ่านมามีประวัติศาสตร์ให้เราได้ศึกษาสิ่งเหล่านี้เป็นความลึกซึ้งคนที่ไม่เข้าใจรอบถ้วนก็จะมองเพ่งไปในบทบาทของพระถ้าผู้ที่ยังไม่ได้ค่าอนุรักษ์นิยมก็จะมองไปในระบบเก่าๆซึ่งมันมาใช้กับสมัยไม่มีศิลปะร่วมสมัยไม่มีความรู้ไม่มีบทบาทอะไรกับสมัยคนสมัยใหม่เขาไม่รู้เรื่องเขารับไม่ติดเขา จองไม่ได้ก็ไม่มีผลอะไรกับมนุษยชาติเท่าที่ควรเพราะฉะนั้นผู้ฉลาดหรือผู้เป็นพระอริยะแท้เป็นผู้ที่รู้แท้ท่านจึงต้องพยายามที่จะทำงานให้มีศิลปะทำงานให้มีผลทำงานให้สืบเนื่องเป็นไปด้วยความควรความไม่ควรใช้พิจารณาด้วยความจริงอย่างสัจจะลึกซึ้งก็ขอให้พวกเราได้เข้าใจในแนวนี้หรือความหมายนี้อย่ายึดมั่นถือมั่นจนกระทั่งกลายเป็นคนอนุรักษ์นิยมเกินไปจนไม่เกิดผลเกิดค่าหรือหวือหวาล่วงล้ำเข้าไปสู่โลกธรรมมากไปจนเสียธรรมเราจะต้องรู้ทั้งสองส่วนเพราะในสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินได้ง่ายๆถ้าไม่มีญาณปัญญาสูงเรายอมรับในความคิดของ มีความคิดที่เหนือกว่าเราก็จะต้องพยายามสังเกตสัญญาหารายละเอียดหาเหตุผลให้เพียงพออย่าติเรือทั้งโกลนและเข้าใจอะไรไม่ได้อย่าไปคิดว่าจนเกินการอะไรจะต้องสอบทานพยายามทำปัญญาให้แจ้งในเหตุผลต่างๆนานาผู้ที่มีปัญญาและทำอะไรต้องมีเหตุมีผลต้องมีความประมาทมีความไตร่ตรองไม่ใช่ทำอะไรตามอำเภออารมณ์ใจพระอริยเจ้าชั้นสูงจะไม่ทำอะไรตามอำเภออารมณ์ใจป่วยการกล่าวบรรยายถึงพระพุทธเจ้าแม้แต่เราผู้ที่รู้มากแล้วพอสมควรมีภูมิพอสมควรยังรู้ดีว่าการทำอะไรตามอำเภออารมณ์ใจของตนนั้นไม่ใช่เรื่องดีแต่เราจะต้องเอาข้อมูลเอาองค์ประกอบต่างๆเข้ามาพิจารณาเข้า ตัดสินเข้ามากระทำให้มันได้ดีที่สุดเท่าที่จะมีผลดีได้นี่เป็นเรื่องของศาสนาที่มีประโยชน์มีคุณต่อมนุษยชาติเพราะฉะนั้นศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่ที่มีคุณต่อมนุษย์โลกเหลือเกินคนเข้าใจผิดและเพี้ยนไปเป็นพวกฤาษีเดียรถีย์ลัทธินอกรีดมากมายเท่านั้นที่เขาสู่จาบจ้วงจะเป็นฝ่ายใดก็จับโจรไม่ได้เพราะว่าแม้แต่ในเชิงของอนุรักษ์นิยมศาสนาพุทธก็มีอยู่เพียงพอเชิงที่จะร่วมสมัยทันสมัยศาสนาพุทธก็มีอยู่เพียงพอขอให้อ่านคุณภาพและปริมาณเหล่านั้นเหล่านั้นให้ชัดแจ้งแม่นตรงดีๆเถิดเราจะเข้าใจว่า ศาสนาพุทธนี้ประเสริฐเป็นศาสนาเพื่อมนุษยชาติทั้งมวลโดยแท้