260216-633 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ031.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2526 พ่อท่านนำพิจารณาธรรมปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกท่านได้กำชับกัมพูชาให้รู้ว่ามนุษย์เราเกิดมาทำไมเราเกิดมามีคุณค่าด้วยอะไรแล้วคุณค่าของมนุษย์ที่ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐกว่าทรัพย์ใดๆในโลกคุณค่าไม่ได้อยู่ที่อื่นคุณค่าอยู่ที่สมรรถภาพการงานความสามารถที่เป็นความสามารถเกื้อหนุนสรรพสัตว์เกื้อหนุนธรรมชาติสามารถช่วย หมากรากไม้ให้มันมีอายุยืนยาวได้มันไม่เจริญช่วยให้มันเจริญได้ช่วยให้สัตว์อยู่ในโลกได้อย่างดีสวนสัตว์ตัวไหนเป็นสัตว์กลายเป็นสัตว์ที่มันจะไม่สมควรจะตายตามฐานะของมันมันก็ตายไปตามธรรมชาติส่วนสัตว์ใดที่พึงจะมีอายุต่อไปยืนยาวเราก็ช่วยมันพอเป็นเพราะไปเอ็นดูกันยิ่งสัตว์คนต้องพยายามเลี้ยงดูกันพยายามอุ้มชูให้มีชีวิตบำรุงชีวิตให้ยืนนานดังที่เป็นความรู้ก็รู้กันอยู่มีการรักษามียารักษามีวิธีการที่จะต่อชีวิตแม้จะเป็นโรคตามธรรมชาติแก่ตามธรรมชาติก็ยังชะลอความตายไปให้แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันแม้ ด้วยกันต้นไม้ถ้าเกิดว่าเราปล่อยตามธรรมชาติอย่างนั้นมันจะตายและอายุสั้นกว่านั้นแต่เราก็ช่วยต้นไม้อายุยืนกว่านั้นได้ดังนี้เป็นต้นสมรรถภาพของคนอย่างนี้แหละเป็นคุณค่าของโลกเป็นผู้อุ้มชูโลกไม่ได้หมายความว่าคนเราจะมาผลาญพล่าโลกทำลายภูเขาทำลายแม่น้ำทำลายดินทำลายต้นไม้ทำลายสรรพสัตว์ที่สุดทำลายคนด้วยกันในโลกนั่นเป็นความเลวร้ายของมนุษย์ไม่ใช่คุณค่าคุณค่าของมนุษย์ก็ดังที่กล่าวแล้วและเมื่อเราเองเราทราบว่าเราเกิดมาก็กินก่อนนอนก็ขี้ก็เยี่ยวสืบพันธุ์แม้เราจะสืบพันธุ์ ขนาดของศาสนาคริสต์สอนแล้วว่ามันมีตามขั้นตอนของกิเลสผู้มีกิเลสยังติดยังยึดยังห้ามกลั้นอารมณ์กิเลสไม่ได้ก็สืบพันธุ์เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าผู้ที่ห้ามกันได้แล้วก็มีปัญญารู้จักเศรษฐศาสตร์รู้จักความจำเป็นความต้องการของส
อ่านต่อ
ังคมของมนุษย์ถ้าคนยังน้อยไปยังสู้สรรพสัตว์ที่มันทำลายธรรมชาติที่จริงจะทำลายธรรมชาติน้อยคนนี่แหละทำลายธรรมชาติมากเพราะถ้ามีคนขึ้นมาไม่ทำลายธรรมชาติหรือมันยังมีคนที่จะมาสร้างสรรค์ยังไม่พอเราจะเพิ่มพลเมืองถ้าเรากำหนดกิเลสก็ไม่มีราคะกันได้แล้วก็สามารถที่จะกำหนดคนละโลกได้แต่ถ้าเราไม่ละลายกิเลสไม่รู้จักวิธีการลดกิเลสแล้วกำหนดคน ไม่ได้เกิดสมดุลคนเกิดคนตายหรือคนละโลกจะส่งไปในฐานะที่สมดุลต้องการตามต้องการแล้วทำไม่ได้เพราะเมื่อเรามาเรียนรู้เป็นมนุษย์เราสามารถที่จะกำหนดโดยเฉพาะในแวดวงสังคมแต่ละสังคมสังคมหมู่ 1 จะสามารถกำหนดแม้แต่ราคะได้สังคมหมู่นั้นก็จะไม่เดือดร้อนด้วยการพัฒนาทั้งวัตถุสมบัติธรรมชาติทั้งคนละโลกหรือคนละสังคมนั้นแต่ถ้าเผื่อว่าเราไม่สามารถกำหนดได้เราก็จะเกิดการไม่สมดุลขึ้นไม่ว่าทั้งวัตถุทั้งธรรมชาติและทั้งคนถ้าเมื่อเรากำหนดได้แล้วไม่ลองดูก็ได้ว่าในสังคมสังคมหนึ่งทำได้แล้วสังคมนั้นจะอยู่เย็นเป็นสุขและอุดมสมบูรณ์คนละโลกก็ตายเกิด หมุนเวียนอย่างพอเหมาะพอดีพอทำได้ดังนี้ขยายสังคมนั้นขึ้นเป็นประเทศจากประเทศเป็นกลุ่มประเทศทั่วโลกลักษณะนี้ก็จะกลายเป็นสมดุลทั่วโลกเพราะแม้แต่การเกิดการตายแม้แต่คนเกิดมาก็ไม่ผลาญมีแต่สร้างสรรค์ธรรมชาติก็จะไม่เดือดร้อนไม่ร่อยหรอแล้วก็อยู่กันอย่างที่มีปัญญามีศิลปะหัตถกรรมอยู่อย่างสุขเย็นเกื้อกูลกันทั่วโลกพึ่งพาอาศัยกันได้แม้แต่ในแดนกันดารประเทศมันไม่อุดมไปทั้งหมดโลกมันไม่อุดมไปทั้งหมดประเทศก็มีถิ่นที่กันดารถิ่นที่อุดมต่างกัน [ไม่สามารถถอดข้อความได้]