จักษุ 5 ของพุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
จักษุ 5 ของพุทธ _ฝากถวายพ่อครูด้วยครับ.. จักษุ 5 พระไตรปิฎกเล่มที่ 30 ข้อ 492 ข้อ 1 มังสะจักษุ ข้อ 2 ทิพยจักษุ ข้อ 3 ปัญญาจักษุ ข้อ 4 พุทธจักษุ ข้อ 5 สมันตจักษุ อีกเรื่องหนึ่งคือการพิจารณาธรรมเป็น 2 อย่าง จากพระไตรปิฎกเล่มที่ 25 ข้อ 390 เป็นธรรมะที่จัดในหมวด 2 อยู่หลายข้อ ครับ พ่อครูว่า...ทิพยจุกษุ คือรู้รายละเอียดลึกขึ้นเหมือนได้ยินเสียงดนตรีมาแต่ไกลก็แยกออกว่า นี่เสียงกลอง นี่เสียงตะโพน นี่เสียงเปิงมาง เพราะเรามีภูมิปัญญาแยกแยะออกได้ นี่คือตาทิพย์ของพระพุทธเจ้า มีนิมิตแยกลิงคะออกได้ ทิพยจุกษุ แยกออกเป็นสองได้ อันหนึ่งเป็นทิพย์อันหนึ่งเป็นธรรม กลองเหมือนกันแต่กลองก็มีต่างกันอีก ชื่อนั่นชื่อนี้ ถ้าไปเอาความหมายที่เวทนา 2 มี เวทนาแท้ เป็นความรู้ตรงทุกคนสัมผัสก็เห็นอย่างเดียวกัน อีกอันหนึ่งเป็นการปรุงแต่งพิเศษของส่วนตัวของใครของมันเช่น ชอบ ไม่ชอบ ก็ชอบไม่ชอบก็เป็นความเห็น ความรู้สึกที่สัมผัสอันนั้น ตาก็เห็นรูป หูก็ได้ยินเสียง จมูกก็ได้กลิ่น ลิ้นก็ได้รับรส แล้วความรู้สึกแท้ก็คือรู้ความจริงตามความเป็นจริงของมัน โดยไม่มีความชอบไม่มีความชัง นี่คือความเป็นทิพย์ของพระพุทธเจ้า ตาปัญญา ปัญญาจักษุรู้ครบรอบ เป็นปัญญาโลกุตระจริงๆเลย ผู้มีปัญญาเข้าสู่พุทธจักษุ เป็นตาของพระพุทธเจ้าที่จะรู้ได้สูงส่งไปได้เรื่อยๆ เป็นพุทธจักษุ สมันตจักษุ คือ รู้ครบ รู้รอบ รู้ถ้วน หมดเลย เทวนิยมคือ มีความยึดถือว่า เทวะนี้เที่ยงเป็นหนึ่ง อย่าไปวิจารณ์วิจัยแยกแยะ เอาตามที่พระเจ้าว่าไว้อย่างเดียวเลย ไม่มีการใช้การวิจัยวิเคราะห์ไม่มีธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์ มีวิจัยก็เป็นเพียงพื้นๆไม่เข้าถึงแก่นถึงที่สุดเลย เพราะฉะนั้นจึงต่างกันมากในความรู้ของพระพุทธเจ้ากับความรู้ของเทวนิยมส่วนใหญ่ แค่อธิบาย
อ่านต่อ
เรื่องธรรมะ 2 ก็ดี เรื่องที่จะรู้ความจริงครบทั้งนอกและใน ทั้งหยาบและละเอียดทั้งหมดจึงเป็น สมันตจักษุ ก็ไม่ใช่ง่าย
640505_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ หมู่บ้านสาธารณโภคีมีจริงได้แม้ใกล้กลียุค