สิริมหามายากับสภาพตรีตา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข3 พฤษภาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

สิริมหามายากับสภาพตรีตา ตีตรา กับ ตีตา หรือ ตรีตา ตีตรา คือ ถูกประทับแล้วว่าเป็นเช่นนี้ ตรีตา หรือ 3 ตา มีตาเนื้อที่รู้เหมือนกับสัตว์โลกเขารู้ได้ทั้งหมด หรือสามารถรู้แบบทิพย์ แบบประหลาด magical ที่คนมันไม่ได้ ยากเหมือนกันแต่ไม่ใช่ความรู้ที่เป็นไปเพื่อความละหน่ายคลายกิเลส เฉลียวฉลาดเป็นอัจฉริยะได้จะเป็นความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโลกๆ ปัญญาตาที่ 3 จึงเป็นไปที่ความละหน่ายคลาย สู่แดนธรรมว่า…งั้นตาที่ 3 จึงหมายเป็นวิปัสสนาญาณได้ไหม พ่อครูว่า…ได้ วิปัสสะ ปัสสะ แปลว่าเห็น ด้วยตากระทบรูป หรือหูกระทบเสียง ฯ มีจิตมีโผฏฐัพพะรู้ภายนอกภายในร่วมกันเรียกว่า กาย การรู้อย่างนี้แล้วแยกกิเลสได้ มีอุบายเครื่องออกมีวิธีกำจัดกิเลสออกได้อย่างสมาธิคือปัญญา คือทำพลังงานฌาน พลังงานไฟเผา ที่ใช้บัญญัติว่าไฟ อุณหธาตุ ร้อนๆ ท่านก็เรียกราคะว่าไฟ เรียกโทสะว่าไฟ เรียกโมหะว่าไฟ อุณหธาตุเหมือนกัน แต่ฌาน เป็นพลังงานที่ผู้มีปัญญานะเจ้าแล้วสร้างฌานนี้ได้ ฌานอยู่ที่ไหนปัญญาอยู่ที่นั่น ปัญญาอยู่ที่ไหน ฌานอยู่ที่นั่นทำงานมีก็มีพลังอินทรีย์ละลายเผา เรียกว่าฌานคือเผา ฌาปนะ ฌายติ เผา ไม่เผาอันอื่นไม่ไประแคะระคายอันอื่น มีแต่หน้าที่เผากิเลสอย่างเดียว คมชัดแม่นตรงลึกละเอียด ไม่ให้ไปกระทบกระเทือนอันอื่นเอาแต่กิเลส ฆ่าแต่กิเลสให้กิเลสสลายหายไปไม่เป็นสภาพเดิม จบแล้วเรียกว่าบุญ บุญถือว่าเป็นตัวจบของฌาน ทำหน้าที่เผากิเลสเสร็จแล้วจบ ถ้าเผาได้ยังไม่หมดได้ส่วนนึงก็ได้ส่วนบุญ ปุญญภาคิยา ยกตัวอย่างมะม่วงนี้หั่นทิ้งไปได้ ทำลายไปได้ ไม่ใช่ทำรายได้ ทำลาย สลายหายไปได้ ส่วนที่ได้คือส่วนบุญ คือส่วนที่เสียไป นี่แหละคือส่วนบุญ เป็นภาษาสิริมหามายา เข้าใจได้ เป็นสัมมาทิฎฐิ เข้าใจไม่ได้เป็นมิจฉาทิฏฐิก็ผิด ส่วนเสียก็ได้ส่วนที่ไม่

อ่านต่อ

ได้ได้สิ่งที่สลายหายไปได้ที่เสีย เราเสียนั่นแหละคือเราได้ ความหมายของเสขบุคคล มีปุญญาภาคิยะ กับอุปธิเวปักกา ทำการได้ส่วนบุญ กับเป็นผลแก่ขันธ์ ทำลายกิเลสได้เป็นส่วนๆแล้วขันธ์ของเราก็สะอาด ทำต่อไปจนหมด มะม่วงก็หายไปหมดเลย ไม่มีแล้ว หมด คุณก็รู้ว่ามันหมด ทบทวนอีก มีสัมผัสเป็นปัจจัย มีเหตุอะไรอีกในโลก โดยไม่ต้องไปเจตนา ถ้าหากเจตนามันไม่จริงเท่าไรหรอก มันมากระทบเองทีเผลอทีไม่เผลอ หนักหรือเบามาอย่างเบาก็ทนได้ มาอย่างหนักแต่ก็ทนได้ คุณก็จะรู้ได้ตามเหตุปัจจัยธรรมชาติธรรมดา คุณก็บอกตัวเองได้ว่า จิตของคุณหมดสิ้น ดับสนิทมันไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา ไม่เกิดได้จริง การดับ รู้ความเกิดความดับ รู้คุณรู้โทษ สรุปลงในข้อที่ 8 รู้ความเกิดความดับ รู้คุณรู้โทษ แค่ 4 คำนี้ (สู่แดนธรรมว่า...มีข้อ 5 คือรู้ทางออกทางดับ อุบายเครื่องออก) ผู้ที่สามารถจบแล้วก็รู้ทำสิ่งที่ไม่เป็นโทษทำแต่สิ่งที่เป็นคุณ ส่วนที่ดับที่เกิดก็ทำการดับให้ได้สนิทจริงๆไม่ให้เกิดอีก หรือจะให้เกิดอยู่ แต่ตนเองดับสนิทได้แล้ว ไม่มีได้แล้ว เป็นภาษาที่ยากมาก โกหกคนอื่นได้หลอกคนอื่นได้ แต่คนที่หลอกตัวเองเป็นคนที่ยากที่จะไปหลอกคนอื่น พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ารู้ว่าตัวโกหกคนอื่นทั้งๆที่รู้ว่าเป็นคำโกหก เพราะฉะนั้นคนนี้จะทำชั่วที่ บรรดาความชั่วที่มีในโลก ทำได้หมด เป็นคำบริภาษที่แสบมาก

สู่แดนธรรม...พวกเราฟังแล้วก็บอกว่างงอยู่ก็เลยถามมาว่า ตาทิพย์อย่างสัมมาคืออย่างไร เป็นอย่างเดียวกับตาปัญญาหรือไม่ พ่อครูว่า…คำว่า “ตาทิพย์” ก็แยกว่า 1.ตาเนื้อ 2.ตาทิพย์ 3.ตาปัญญา ทิพย์คือพวกดัดจริตเอาภาษาฝรั่ง magic ประหลาดเหมือนนักมายากล เล่นได้ประหลาดลึกลับซับซ้อนจนคนรู้ไม่ทันตามไม่ได้ก็หลอกลวงเขาได้ แต่นี่ไม่หลอกลวงบอกจริง มันมีสัจจะความจริงตรงที่ว่า ความจริงมันเร็วที่ซับซ้อน และคนที่ยังไม่มีปฏิภาณปัญญาสามารถที่จะรู้ทัน รู้ว่าจริงตรงไหน เช่น หน้ามือกับหลังมือ กลับไปกลับมาได้ เหมือนพวกนักเล่นกล ต้องเร็ว พวกนักมายากลกับสิริมหามายา จึงเหมือนกันที่เร็ว คนรู้ทันความจริงที่ถูกต้อง ก็เป็นสิริมหามายา ไม่ใช่เรื่องโกหก ไม่ใช่เรื่องเท็จ ไม่ใช่เรื่องหลอก แต่คนที่รู้ไม่ทันนักมายากล ก็ถูกนักมายากลจอมมายาหลอกเอา เป็นความไม่จริง มายา คำว่า มายา กับ สิริมหามายา จึงต่างกันด้วยประการฉะนี้ คนไปเข้าใจ สิริมหามายาคือ แม่ของพระพุทธเจ้า ก็ไม่ผิดอีก แม่ของพระพุทธเจ้าผู้ให้กำเนิดความเป็นพุทธะ ก็ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความจริงในความเร็ว ในสัจจะ อันกลับไปกลับมาเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ที่เร็วที่ไว เพราะฉะนั้นคนที่ตามความเร็วความไวไม่ทัน จึงถูกนักมายากลที่มันใช้ความเร็วหลอกเอา แต่ผู้ที่ตามทันแล้วความเร็วนี้ เป็นสิริมหามายา เป็นลูกของแม่พระพุทธเจ้า ก็สามารถรู้ทันรู้ได้ ไม่ผิด ทันกาล เป็นพวกตระกูลเดียวกัน เชื้อเดียวกัน แม่องค์นี้ เป็นผู้ให้กำเนิด หรือผู้ที่เป็นแม่ให้กำเนิดบุตร ที่เป็นพุทธะทั้งหมด

ขอไขความว่า พระพุทธเจ้าโปรดพระพุทธมารดาที่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตาวติงสา อาการที่ 33 คนมีแค่ 32 อาการ คุณนั่งฟังธรรมก็รับรู้ด้วยอาการ 32 ส่วนอาการที่ 33 นั้นเป็นอาการพิเศษ ถ้าเป็นสัจธรรมก็คือเป็นสัจธรรมพิเศษ ผู้จะพูดสัจจะธรรมพิเศษได้คือพระพุทธเจ้า จะสอนแม่ เป็นการสอนผู้ให้กำเนิด คำว่าผู้ให้กำเนิดเป็นภาษาธรรมะเป็นภาษาปัญญา ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้กำเนิดคือแม่ เป็นบุคคลตัวตนเราเขา แต่เป็นผู้ให้กำเนิดพุทพุทธธรรม พุทธคุณ จะเอาไปเผยแพร่ไปออกลูกเป็นบุตรแห่งพุทธะเป็นพุทธบุตรทั้งหมด เพราะฉะนั้นภิกษุทั้งหลายที่ฟังธรรมะพระพุทธเจ้า จึงนั่งฟังธรรมะเพื่อไปเป็นแม่ เพื่อไปเป็นมารดา สิริมหามายา ที่จะไปสอนไปคลอดลูกที่เป็นพุทธะต่อไป พระพุทธเจ้าไม่ได้ขึ้นไปบนภูเขาอะไรหรอก แต่สอนสาวก 3 เดือนอยู่นี่แหละ เพื่อให้สาวกไปเป็นแม่ ออกลูกแห่งพุทธะต่อไปกระจายออกไปอีกให้มากๆ สอนอยู่ 3 เดือนนั้น ผู้ที่เป็นสารีบุตร รู้ความจริงทั้งหมดเลย สารีบุตรไม่ต้องไปนั่งฟังอยู่ที่บนเขาหรอก แต่นั่งฟังอยู่ตีนเขา รู้หมดเข้าใจหมดเห็นหมดเพราะรู้สาระ เป็นลูกแท้ๆที่รู้ เป็นบุตรที่แท้ที่รู้สาระพระพุทธเจ้าทั้งหมด สารีปุตโต คือ ผู้รับเอาสารสาสน์จากของพระพุทธเจ้าได้ครบได้เต็ม ฟังธรรมะด้วยกัน สารีบุตรเอาไปก่อนหมด ไม่ต้องไปเสนอหน้า พระพุทธเจ้าไปเทศน์อยู่ที่ดาวดึงส์ เสร็จแล้วก็ลงจากดาวดึงส์ ที่จริงไม่ได้ลงไม่ได้ขึ้นอะไรหรอก สอนอยู่นี่แหละ 3 เดือน ก็ได้แม่ที่ไปเผยแพร่ธรรมะต่อ นี่คือนัยยะสภาวธรรมที่ลึกซึ้ง ถ้าไปติดอยู่แค่ตัวตนบุคคลเราเขาก็จะไม่รู้เรื่อง อาตมาขยายความเข้าใจกันบ้างไหม ถ้าเข้าใจก็เป็นสารีบุตรทั้งหลาย ก็ไม่ต้องยึดมั่นถือมั่นว่าข้านี่แหละสารีบุตร อาตมานำร่องมาว่า อาตมาเป็นสารีบุตร เป็นผู้นำสาระพระพุทธเจ้ามาโดยตรง แล้วก็ขยายผลมาจนถึงทุกวันนี้ พวกคุณก็เลยเป็นเชื้อมี DNA ของพระพุทธเจ้าไปด้วยกันหมด ก็เป็นลูกเป็นหลานต่อกันไป พระโพธิสัตว์ก็มีลูกจำนวนพันเป็นอเผู้นก ชาตินี้อาตมามีลูกถึงพันไม่ต้องนับไปนับมาหรอก นับรายหัวเลยถึงพัน เกิน 1,000 รวมชุมชนชาวอโศกกี่ชุมชน ไม่ไปไหนหรอก ใครตายก่อนก็เผาให้ ฝากผีฝากไข้ได้ นี่เป็นสัจจะที่ยืนยันว่า อาตมาเป็นลูกของพระพุทธเจ้า อาตมาเป็นพระบุตรซึ่งซ้ำซ้อนกับพวกเทวนิยมเขาเรียก แต่เทวนิยมเขาไม่รู้จักพ่อไม่รู้จักบิดา ไม่เห็นหน้าบิดา ไม่รู้จักบิดาตัวจริง แต่ของพระพุทธเจ้ามีทั้งบิดามารดา มีแม่ มีลูก ความจริงว่ามีสภาวะธรรมชาติความจริง แต่เทวนิยมไม่รู้จักพระเจ้า ไม่รู้จักพระบิดา

640503_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อรหันต์ตีตราด้วยปัญญา 8 ประการ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน