สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ปัญญาสูตร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ปัญญาสูตร ในปัญญาสูตร เล่ม 23 ข้อ 92
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุ 8 ประการ ปัจจัย 8 ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์ แห่งปัญญาที่ได้แล้ว 8 ประการเป็นไฉน 1 ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่งผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรักและความเคารพไว้อย่างแรงกล้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 1 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว
2 เธออาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่ง ผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพไว้อย่างแรงกล้านั้นแล้ว เธอเข้าไปหาแล้วไต่ถาม สอบถามเป็นครั้งคราว ว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภาษิตนี้เป็นอย่างไร เนื้อความแห่งภาษิตนี้เป็นอย่างไร ท่านเหล่านั้นย่อมเปิดเผยข้อที่ยังไม่ได้เปิดเผย ทำให้แจ้งข้อที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง และบรรเทาความสงสัยในธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสงสัยหลายประการแก่เธอ ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 2 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ
3. เธอฟังธรรมนั้นแล้ว ย่อมยังความสงบ 2 อย่าง คือ ความสงบกายและความสงบจิตให้ถึงพร้อม ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 3 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ
4. เธอเป็นผู้มีศีล สำรวมระวังในปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจรมีปรกติเห็นภัยในโทษแม้มีประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อ
อ่านต่อ
ที่ 4 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯเธอเป็นพหูสูต ทรงจำสุตะ สั่งสมสุตะ(พหูสูตไม่ใช่แค่จำได้มากแต่เพราะว่ามีปัญญาแท้แล้วเข้าใจแล้ว พวกจำได้มากรู้มากเรียนมากก็เป็นปทปรมบุคคลได้ สอนคนก็มากแต่ไม่ได้บรรลุ เป็นบัวใต้ตมบัวใต้ตึก สอนคนอื่นให้บรรลุก็มี น่าสงสารเป็นบัวใต้ตึก)
5.เป็นผู้ได้ยินได้ฟังมากทรงจำไว้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฐิ ซึ่งธรรมทั้งหลายอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 5 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ
6. เธอย่อมปรารภความเพียรเพื่อละอกุศลธรรม เพื่อความพร้อมมูลแห่งกุศลธรรม เป็นผู้มีกำลัง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรม ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 6 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ
7. อนึ่ง เธอเข้าประชุมสงฆ์ ไม่พูดเรื่องต่างๆ ไม่พูดเรื่องไม่เป็นประโยชน์ ย่อมแสดงธรรมเองบ้าง ย่อมเชื้อเชิญผู้อื่นให้แสดงบ้าง ย่อมไม่ดูหมิ่นการนิ่งอย่างพระอริยเจ้า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 7 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ พ่อครูว่า…พระอาริยะบางรูปไม่ถนัดพูดก็มี บางรูปก็ถนัดพูดมี ถ้าหากถามท่านท่านก็ตอบได้เท่าที่ท่านตอบได้ อย่างพระอัสสชิเป็นต้น
8. อนึ่ง เธอพิจารณาเห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมในอุปาทานขันธ์ 5 ว่า รูปเป็นดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งรูปเป็นดังนี้ ความดับแห่งรูปเป็นดังนี้ เวทนาเป็นดังนี้ ... สัญญาเป็นดังนี้ ...สังขารทั้งหลายเป็นดังนี้ ... วิญญาณเป็นดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งวิญญาณเป็นดังนี้ ความดับแห่งวิญญาณเป็นดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลายนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ 8 ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงาม ไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ฯ
พ่อครูว่า..เวทนาเป็นนามธรรมแต่เมื่อเวทนาถูกรู้ก็คือรูป สรุป ปัญญา คุณต้องรู้รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ แล้วมันเกิด คุณทำให้มันดับได้ด้วยความจริง อุปหัจจะ คุณก็ชัดเจนในความเกิดความดับ ไม่ได้หมายความว่าดับแบบ ร่างกายเกิดดับ สัตว์เดรัจฉานก็มีเกิดดับแบบนั้นได้ คนไม่รู้มิจฉาทิฏฐิก็เกิดดับแบบนั้นได้ แต่ความเกิดดับนี้เป็นความเกิดดับของสิ่งที่เราต้องการให้มันดับไม่ให้มันเกิด สิ่งที่จะให้มันเกิดอยู่อาศัย แล้วมันมีที่จบ ว่า เมื่อมันจบ เราก็ทำให้มันสลายแยกธาตุไปเลย แยกเป็นธาตุดินน้ำไฟลม ซึ่งในโลกนี้มันก็มีน้ำไฟลมเป็นฐานของทุกอย่างในวัตถุธาตุ เมื่อมีชีวะขึ้น พระพุทธเจ้าเรียงลำดับ เป็นชีวะระดับพีชะ บนโต๊ะนี้มี ถั่วขอ เมล็ดใหญ่เลยนะ มันเป็นพืชที่มันไม่มีความเจ็บความปวด นี่คือความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ว่าชีวะ ตัวมันเองก็มีประธานและมี ISH ตัว I คือตัวเราประธาน S คือ she คือลบ อิตถีภาวะ H คือ he คือบวก ปุริสภาวะ
พืชมันก็ไม่ไปรุกรานใคร พระพุทธเจ้าจับเอาคุณสมบัติของพืชที่ไม่ไปรุกรานใคร เป็นจิตที่มีประโยชน์คุณค่ามาก เรียนรู้แล้วเลิกพลังงานเบียดเบียนด้วยพลังงานปัญญา พลังงานปัญญาเป็นพลังงานที่ยิ่งใหญ่ร่วมมือกับพลังงานฌาน ฌานเป็นพลังงานไดนามิค ปุญญะ เป็นไม้สุดท้ายของฌาน เป็นไม้เผด็จศึก ก็คือองค์รวมของฌาน เด็ดขาดจบ คำว่าบุญคือตัวจบมันก็หาย บุญเป็นหน้าที่โชว์โก้ๆ ฝีมือฉัน แต่กว่าจะมาเป็นพลังงานที่มีประสิทธิภาพให้คุณฟันขาด ฌานทำแทบตาย ฌานสร้างพลังงานรวมมาจนกระทั่งได้ยอดพลังงาน น็อค สุดท้ายเด็ดขาดเสร็จ บุญ เป็นไม้สุดท้ายเด็ดขาด อาตมาขยายความคำว่าบุญ มีนิยามสำคัญอย่างไรซึ่งมันไม่ง่ายเลยที่จะเข้าใจคำว่าบุญ แต่ชาวพุทธเอาคำว่าบุญมาทำเละเทะ แม้แต่ปัญญา ก็เอามาทำเสียเละ ความรู้อะไรรู้บุญนี่แหละ หากมีความรู้คำว่าบุญอย่างผิดเพี้ยน ประโยชน์คำว่าบุญอย่างเป็นกุศลไม่มีอย่างเด็ดขาด กุศลไม่มีตายมีแต่ปรินิพพานยกเลิกไป คุณธรรมก็ดีความรู้ก็ดีเป็นกุศลทั้งนั้นที่เอามาเรียนกัน ส่วนอันนี้เป็นนัยสำคัญของกิริยาอาการอย่างไร อาการ ปหานกิเลส ปหานอย่างเด็ดขาดก็ใช้ชื่อพลังงานที่ปหานอย่างเด็ดขาดก็คือพลังงานบุญ คุณต้องทำความเข้าใจคือปัญญา เพราะฉะนั้นคนทั่วไปมีความเฉลียวฉลาด แต่ถ้าฉลาดไม่ชัดเจนในคำว่าบุญก็ทำไม่รู้แล้ว แล้วสร้างฌานผิดๆ ฌานคือสิ่งที่ต้องสั่งสมจากการปฏิบัติจรณะ 11 คือเหตุที่ทำให้เกิดฌาน 4 ฌาน 4 ของพุทธ ฌานวิสัยเป็นอจินไตย ขบคิดเอาไม่ได้ ต้องเรียนรู้ให้สัมมาทิฏฐิและเอาไปปฏิบัติให้สำเร็จเป็นฌานเป็นบุญ ปหานกิเลสสำเร็จ ฌาน สร้างตามหลักเกณฑ์ 11 ข้อนี้ 1 ศีล อปัณณกธรรม 3 สัทธรรม 7 เกิดฌาน 4 สำเร็จลงที่อุเบกขา ก็เพราะ 11 หลักนี้จึงเกิดฌาน ไม่ใช่เกิดจากการนั่งหลับตาสะกดจิต ลืมตาขึ้นมาเป็นชานหมาก ลืมตาก็มาขอหมากเคี้ยวสิ ไม่ได้ลบหลู่แต่พูดไปให้รู้สัจจะ
สรุปอีกที ฌานของพุทธ ฌาน 1 2 3 4 ไม่ได้เกิดด้วยการนั่งหลับตาสะกดจิต เพ่งนั่นเพ่งนี่ แต่เกิดจากจรณะ 11 หลักนี้โดยเฉพาะสัทธรรม คุณต้องมีความเชื่อมั่น เชื่ออย่างมีความเข้าใจมีรายละเอียดพิสูจน์แล้วด้วย ศรัทธา แล้วจึงเกิดจิตมีหิริ โอตตัปปะ ลักษณะของจิตที่มีความละอาย หิริ มันเกิดในจิตของคุณจริงๆ แม้คุณจะไม่รู้พยัญชนะ คุณก็จะต้องทำให้เกิดอาการจิตที่มันละอายจริงๆ ละอายจนกระทั่งแข็งแรงก็เป็นโอตตัปปะ มันไม่เอาจริงๆ เหมือนเด็กจับไฟไหม้มือมันก็กลัวที่จะจับ มันเกิดอาการนั้นของจิต ผลสำเร็จของคุณจึงจะเกิด ถ้าไม่อย่างนั้นมันไม่เกิดจริงหรอก เมื่อคุณพิสูจน์ได้จริง ก็ทำฌานสำเร็จสมบูรณ์แบบ สั่งสม จิตสะอาด ตกผลึกเป็นสมาธิ ขยายปัญญาก็เป็นวิชชา 8 จบ621109_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานมหาปวารณา ครั้งที่ 37 ปี 2562