สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน สวดมนต์อย่างไรไม่ทำลายศาสนา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน สวดมนต์อย่างไรไม่ทำลายศาสนา เมื่อกี้ว่าจะพูดเรื่องสวดมนต์ อาตมาขอยืนยันว่าการสวดมนต์ทุกวันนี้เป็นบาป เป็นกิเลส สวดมนต์ทุกวันนี้เป็นการสะสมความงมงาย สวดมนต์ทุกวันนี้เป็นการใช้บทมนต์เป็นเครื่องหากิน ซึ่งเป็นบาปกันอย่างมหาศาลที่หลงงมงาย โดยเฉพาะที่ชัดเจนก็คือกระแสของธรรมกาย สวดมนต์ล้านเที่ยวๆ พากันงมงายหนักมาก ในสมัย พระพุทธเจ้า ใครฟังแล้วจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่าง ไม่มีหรอกการสวดมนต์อย่างที่เป็นทุกวันนี้ในสังคมศาสนาพุทธที่ปฏิบัติกัน ไม่มี เช่น ไปรับกิจนิมนต์แล้วเขาให้ไปฉันอาหารที่บ้านแล้วก็ไปสวดมนต์ ฉันอาหารแล้วก็ได้รับซองมา เราไม่พูดเรื่องซอง แต่พูดแต่เรื่องสวดมนต์นั้น ในศาสนาพระพุทธเจ้าไม่มี มีแต่การบรรยายธรรม สวดมนต์เป็นหมู่ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปให้ญาติโยมที่เป็นอนุปสัมบันฟัง เป็นอาบัติปาจิตตีย์ พระพุทธเจ้าท่าน กันไม่ให้มีการสวดมนต์แบบนี้ ในยุคพระพุทธเจ้านั้นไม่มี เพราะสวดเพื่อทำมาหากินได้รับการยกย่องนับถือ ได้รับเงินทองได้รับเกียรติยศ เป็นการสวดมนต์เพื่อให้ได้รับอามิส การสวดมนต์นั้นไม่ใช่เพื่อการรับอามิส สวดมนต์มีสองอย่างคือ สังคีติ กับสังคายนา สังคีติ คือ สวดพร้อมๆกันในหมู่นักบวช ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็สวดกันเพื่อให้จดจำกันไป สมัยก่อนไม่มีการบันทึกตัวอักษร ก็เลยใช้วิธีการท่องสวดจดจำกัน ก็คือสังคีติ ก็เหมือนเราสวดท่องอาขยาน สวดกันเป็นหมู่ก็จะได้ท่องจำติดสัญญาไป ก็ท่องกันในนักบวช ไม่ใช่สวดต่อหน้าญาติโยมธารกำนัลไม่ได้ เพราะฉะนั้นการสวดทุกวันนี้เป็นเรื่องที่ผิดหมด กลายเป็นเรื่องงมงาย อย่างธรรมกายที่ให้พากันสวดมนต์นั้นเป็นเรื่องงมงาย บทมนต์เป็นการสวดเพื่อให้เกิดการศึกษา ไม่ใช่เพื่อให้เกิดฤทธิ์เดชอะไรแบบนั้น แต่ให้ศึกษาบทคำสอนของพระพุทธเจ้าคือบ
อ่านต่อ
ทมนต์ บทมนต์มีสองอย่างคือ 1 ประณามคาถากับ 2 บทมนต์ ธรรมบท บทประณามคาถาคือการแต่งขึ้นมาทีหลังเพื่อยกย่องคุณพระพุทธ พระธรรมพระสงฆ์ จะสวดอย่างไรเท่าไหร่ก็เป็นการสรรเสริญคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ที่ไหนก็ไม่อาบัติ แต่การเอาบทมนต์ธรรมบทของพระพุทธเจ้าไปสวดต่อหน้าธารกำนัลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปอาบัติ แต่นี่ยิ่งเอาเป็นทำมาหากิน ก็ยิ่งบาปซ้อน การสวดมนต์ทุกวันนี้จึงได้บาปทั้งนั้น ที่พูดวันนี้ ไม่คิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรอก แต่ใครจะกล้า อาสโภ เปลี่ยนแปลงหยุดที่จะไม่สวดเลอะเทอะได้ แต่จะให้หยุดการสวดมนต์ที่เป็นการทำลายศาสนานั้น เอาไปสวดมนต์ทำมาหากินหาเงินทำให้งมงายก็เป็นความเสื่อม การสวดมนต์จึงแทนที่จะเป็นคุณค่าต่อศาสนา กลับจะเป็นโทษต่อศาสนา คนทำไปทำไม อโศกอาตมามาบวช ตั้งแต่ได้บวชกับหมู่ใหญ่ ก็ไม่เคยไปสวดกับเขา แต่ก็ลงโบสถ์กับเขาแต่ไม่สวดธรรมบทก็ดูเพื่อจำ ส่วนประณามคาถาก็ทำได้สวดได้ไม่มีปัญหาอะไร ชาวอโศกไม่มีการสวดมนต์ที่เป็นการทำลายศาสนา แต่การสวดมนต์ของทั่วไปนั้นเป็นการทำลายศาสนา พูดมาไม่รู้กี่ทีแล้ว กลายเป็นศาสนาสวดมนต์ทุกวันนี้ แล้วต้องสวดมนต์ นักบวชแล้วไม่สวดมนต์อยู่ไม่รอด ถึงจะมีรายได้อยู่ได้ อย่างนั้นเลย แล้วก็สวดกันไปจนกระทั่ง ใส่ลูกคอสวดกัน เอื้อนเอ่ยกัน แล้วสึกออกมาก็เป็นนักร้องนักแหล่ เพราะฝึกร้องมาตั้งแต่ตอนเป็นนักบวช มีหลายผู้หลายคน วงการศาสนานี้สร้างนักร้องได้หลาย อาตมาขอสวดส่งไปหน่อย 600908_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เนกขัมมะด้วยปหาน 5 ให้ถึงตถตา