191026-065 อภิณหปัจจเวกขณ์-กฉ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2520 อภิณหปัจจเวกขณ์ (184 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข1 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นเวลาก่อนฉันของเช้าวันที่ 26 ตุลาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราราชเวชปัจจัยที่พุทธสถานสันติอโศกจึงผ่านจุด 3 จุดเป็นแล้วรู้ว่าติดตามสบายก็ปล่อยไปตามสบายถ้าเราก็รู้ว่าจิตจะทำงานเราก็ต้องให้พิจารณาของตัวเองพร้อมกับการทำงานด้วยสุดของเราจะต้องผ่านจะต้องรู้จะต้องมีสติและมีธรรมะวิจัยและทรงวิริยะกับทุกอย่างอยู่ด้วยกันธุรกิจมันจะพยายามไปในทางที่มันจะเกิดสุขทุกข์เกิดข้อเพราะฉะนั้น การพิจารณาทั้งสาระกันดีถึงชั้นเชิงสิ่งเกี่ยวข้องสารประกอบชั้นเชิงสิ่งเกี่ยวข้องและเรียกว่าธรรมะและเราก็เอาตัวเราไปร่วมด้วยเรียกว่า 3 กลุ่มนี้จะต้องพยายามพิจารณาให้ดีก่อนอื่นและเพราะฉะนั้นเราก็จะกระทบต่อไปสู่การทำงานคือการที่จะต้องอะไรจะยืดหยุ่นนั่นเองต้องดูที่จะทำอะไรอะไรยังไงต้องดูปัจจัยทั่วทิศครอบครัวใกล้ตัวก็ดูก่อนและขยับออกไปจากไกลตัวไกลตัวถ้าไกลเกินไปก็ต้องรู้ขอบเขตก็ไกล ไกลเกินที่จะไปจับมนุษย์มาผสมเราก็อยากจะเอามาผสมเช่นอันดีที่ไกลเกินไปอนาคตไกลเกินไปหรือแม้แต่สิ่งแวดล้อมเรียกว่าสิ่งที่เราจะรู้ได้เหมือนกันจะพูดถึงได้เหมือนกันคิดถึงได้เหมือนกันแต่มันก็ไกลความเป็นจริงเราก็จะต้องรู้ตัวไกลความเป็นจริงอันใดควรจะปล่อยอย่าไปเอามายุ่งมันก็จะได้ไม่ยุ่งมันก็จะได้ทำงานหรือว่ามีองค์ประกอบมีปัจจัยนั้นๆต้องกินตามที่เราจะได้ร่วมทำงานเราจะได้ประมาณลงตัวได้ถูกต้องได้และต้องรู้กาละซึ่งไม่ใช่ตัวอะไรเลยสาระกับคุณนามธรรมของปัจจัยทั้งหมดในโลก เมื่อไหร่จะรู้ต้องรู้เหตุการณ์รู้สมัยรู้เวลารู้วาระซึ่งมียืดยาวมีทั้งทั้งทุกข์กาลเป็นตัวปัจจุบันส่วนสำคัญก็ยกยอปัจจุบันและก็ขยายออกไปมีปัจจัยอะไรจำนวนร่วมกันกับเวลาบางทีแต่ละเวลาแต่ละปัจจัยมันไม่ตรงกันสาระอย่างนี้เวลาอย่างนี้เสมออย่างนี้กับปัจจั

อ่านต่อ

ยที่เคยเป็นเคยมีแต่เก่าแต่ก่อนมันก็ไม่เหมือนกันดังนั้นเมื่อเวลาเอามาปรุงร่วมกันแล้วมันเป็นเหมือนกันก็ได้ถ้าคำนวนให้ยืดให้ทั้งคันทีเดียวเพราะว่ามันจะต้องละเอียดอ่อนผู้ได้ฉลาดผู้ใดขยันที่ได้กระทำเสมอก็จะทำได้เร็วได้ง่ายเรียกว่าปฏิภาณถ้าผู้ใดยังไม่ทันเสมอ อย่าช้าเรื่องปาฏิหาริย์ไม่ดีพูดได้รู้นิรุตติรูปภาษารูปบัญญัติอื่นๆมากมายด้วยก็จะคล่องแคล่วในการที่จะเสนอออกแสดงออกจากผู้อื่นอีกแล้วก็พยายามรู้สาระก่อนส่วนจะเสนอออกแล้วก็ต้องพยายามขับด้วยด้วยแล้วก็จะต้องคำนวณโดยปัจจัยที่เป็นหมู่ปัจจัยที่เป็นเดียวที่เรียกว่าการที่ฉันยึดตาหรือว่าองครักษ์ต้องรู้ทั่วไปหมดทั้งธรรมะอัตถะทั้งต้นทั้งการประมาณการเวลาและจะทำสิ่งที่ร่วมด้วยเป็นกลุ่ม คนที่เป็นเดี่ยวและเป็นลักษณะของมันเองเรียกว่าบุคลิกตาซึ่งตัวมันเองนั้นก็จะมีกำหนดที่จะเดินไปอย่างที่แปลสู่ฟังแล้วว่ามันจะมีสาระ ต้องคำนวณถึงอดีตบ้างแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปเพราะอดีตเป็นจริงเป็นจังเป็นเกินไปก็ไม่ใช่เราเอามาใช้งานและรู้จักการใช้รู้จักคำนวณอะไรต่างๆหรือประมาณนั้นเองสำนวนงบประมาณและการใช้ภาษาและการกระทำโดยตัวเราเองเป็นคนทำและเอาเราเองก็ไปเครียดฉันเครียดแต่เพียงว่าเราเองเราทำงานเพื่อเขาและเราเอาตัวเราไปเป็นตัวเราไปทับถมไปข่มขี่ไปเอาเปรียบเอารัฐหรือว่าเรายังมีเศษเห็นแก่ตัวอยู่อย่างไรก็อยากให้มันมีแต่ความเป็นจริงแล้วเราทำงานอยู่ก็มีความเป็นจริงอยู่ว่าเราเองและเทียบเท่าหรือเราเสมอเมื่อเวลาต่ำกว่าสูงกว่าอะไรอย่างนี้เป็นการทำงานเราจะทำงานอะไรเราจะยกทำอะไร สยามรู้ว่าเราเป็นคนทำสิ่งนั้นสิ่งนั้นนายกทำไว้เหนือเสมอแม้สัมมาสัมพุทธเจ้าท่านก็ยกธรรมะไว้เหนือท่านมองหาใครฉันมองหาเดือนมกราคมที่ 3 ท่านบอกว่าใครที่จะเป็นคนที่ท่านควรเคารพท่านจะมองแล้วท่านจะเห็นว่าท่านเองท่านไม่เห็นใครที่จะเป็นผู้ที่ท่านจะเคารพได้นอกจากทำนี่ท่านไม่ได้เข้าข้างใครฉันเข้าใจท่านพูดได้ฉันเป็นได้ท่านก็ทำได้แต่เราไม่จำเป็นต้องมาจากพระพุทธเจ้าเราจะคำนวนจนกระทั่งว่าเราเคารพทำนอกการนั้นเราไม่เคารพใครนั้นน่ะที่จะปฏิบัติพระพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้นไม่ใช่เขาจะมาพระพุทธเจ้าแล้วอย่าเพิ่งไปพูดอย่างนั้นแม้เราจะรู้ก็ต้องรู้เป็นยังไงของเราว่าเราจะสูงเหลือใครก็รู้รู้อย่างนั้นแหละ หน้ากากบางอย่างเราจะต้องไม่สูงเหนือกว่าเขาเพราะเราจะเก่งรอบด้านเป็นกตัญญูทั้งหมดไม่ได้อะไรจะต้องมีบางอย่างเพราะเนื้อเราอยู่เขาดีกว่าเราก็เก่งกว่าเรามีเหมือนกันเพราะเราจะต้องรู้ความจริงทั้งหมดแล้วไม่ใช่ว่าเราจะมาอวดดีแต่เรามาทำดีที่เราถนัดดีที่เราเห็นควรว่าจะกระทำให้มากที่สุดจึงได้ดีและควรที่จะทำให้มากที่สุดเป็นประโยชน์สูงสุดก็ทำสิ่งนั้นถ้าได้ทำสิ่งที่ถนัดก็ยินดีบางอย่างไม่ถนัดเราก็จำเป็นต้องทำตามสาระบ้างสาระเราก็จะได้เก่งขึ้นดีขึ้นเจริญขึ้นก็เป็นธรรมดาแต่พิจารณาทั้งหมดในสังคมหรือว่ากับคนที่จะทำเสร็จจากการเรียนการสัมฤทธิ์ก็เรียกเป็นสำคัญที่สุดที่เราจะต้องใช้ตลอดชีวิตถ้าเกิดว่าใช้ได้เป็นพิจารณาเป็น โทรหาสาระของมันจริงแล้วทำทุกเวลาเรามีสัตบุรุษจะมีกำกับตัวเราเองทำจริงๆแล้วเราก็ทุกอย่างเจริญและก้าวหน้า

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน