551206 รายการสงครามสังคมธรรมะการเมือง โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
551206 รายการสงครามสังคมธรรมะการเมือง โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ตอน ปรากฏการณ์ พลังธรรมราชา
พ่อครูเทศน์ที่ บวร ราชธานีอโศก พ่อครูว่า... วันนี้ อาตมา ตั้งใจจะอธิบายเหตุการณ์ 5 ธันวาฯ 55 เป็นปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ของโลก ที่ประกาศความเป็น ประชาธิปไตย อันยิ่งใหญ่จริงๆ ทำไม อาตมา เรียกว่า ประชาธิปไตย อาตมา แปล ประชาธิปไตย ว่าการแสดงมวลของ ประชาชน ออกมา ถ้ามีเรื่องต้องประท้วงก็ประท้วง แต่นี่มอบอำนาจให้ แต่นี่เป็นการแสดงมวลออกมารวมตัวกัน เหลืองทั้งแผ่นดินโดยแท้ ซึ่งขออภัยที่คุณจะทำแดงทั้งแผ่นดินคุณต้องทำแบบ force แต่นี่เหลืองทั้งแผ่นดินโดยไม่ force นี่คือเป็นอำนาจโดยธรรม เกิดโดยสำนึกแห่งจิตวิญญาณ ซึ่ง อาตมา บอกว่า ประชาธิปไตย คือ ประชาชน มีอำนาจ แล้วขยายความคำว่าอำนาจในสังคม ที่ถือว่าอำนาจอธิปไตย โซ เวอริตี้ เพาเวอร์ เอนเนอร์จี้ เกิดจากคนสร้าง มีจิตเป็นประธาน มีทั้งอำนาจที่เป็น KINETIC และ POTENTIAL ENERGY (ที่แฝงเห็นไม่ชัดมันมีอำนาจในตัวแต่ไม่แสดงโจ่งแจ้ง คนที่ไม่มีภูมิปัญญาสามารถล่วงรู้ก็จะไม่รู้ ต้องพยายามศึกษาจึงรู้ได้ เป็นพลังอำนาจกำลังหรืออิทธิพล เมืองไทยเป็นเมืองที่มี ประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อาตมา จึงเรียกว่า ประชาธิปไตย สองขา คือเป็น ประชาธิปไตย ที่มีพลังทั้งพลังของทางกายทางรูปวัตถุและพลังทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งมากเลย ถ้าไม่มีปัญญาพอจะไม่รู้ว่าพลังงานจิตวิญญาณเป็นไปได้ ได้คือปรากกฎการณ์วันที่ 5 ธ.ค. 49 ที่ทรงออกมหาสมาคมก็เป็นปรากฏการณ์เหลืองมากแล้ว แต่วันนี้ครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ ประชาชน ออกมาแสดงมวลว่าเรานับถือเทิดทูนพระมหากษัตริย์ที่เป็นประมุขของป ระเทศไทย ที่มีระบอบ ประชาธิปไตย สองขา ป ระเทศ ที่มี ประชาธิปไตย ขาเดียวจะไม่ได้อำนาจอย่างนี้ เพราะเ
อ่านต่อ
ขาจะเปลี่ยนคนมาปกครองเป็นหัวหน้ารัฐเป็น รัฏฐาธิปัตย์ แต่ ประเทศ ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขก็เป็น รัฏฐาธิปัตย์ แต่ ประเทศ ที่มี รัฐธรรมนูญ มาริดรอนอำนาจพระมหากษัตริย์ อำนาจจึงไปอยู่ที่ ประชาชน แต่ อาตมา ก็เคยเอาหลักกม.สากล ที่เป็นความจริงแท้ nation security ความมั่นคงแห่งชาติที่เป็ นักการเมือง สูงสุด หลักสากล ความมั่นคงแห่งชาติ หลักสากลที่เป็นความจริงแท้ (Reality) ความมั่นคง แห่งชาติ เป็นกฎหมายสูงสุด (Nation Security is Supreme Law) เหนือกว่า หลักนิติธรรม (The Rule of Law) เหนือกว่ากฎหมายหลัก คือ รัฐธรรมนูญ (Principal Law) เหนือกว่ากฎหมายสามัญ (Common Law) โดยหลักกฎหมาย ระหว่างประเทศ ได้รับรองไว้ในหนังสือ International Law Vol.1 Peace โดย H. Laurterpacht Q.C.LL.D.F.BA. (Third Impression 1958) page 758-761 แปลว่า... "ทุกระบอบกษัตริย์ กษัตริย์ดำรงสถานะ เป็นตัวแทนแห่งอำนาจ อธิปไตยแห่งรัฐ ด้วยเหตุนี้ จึงทรงดำรงเป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์ เป็นความจริง ที่กฎหมาย ระหว่างประเทศ ให้การยอมรับ ถึงแม้ กฎหมายภายในประเทศ จะมีข้อความ ที่แตกต่างกัน ในประเทศทั้งหลาย ประเด็นนี้ ไม่ถือ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้น กฎหมายระหว่างประเทศ ให้ความยอมรับกับ ระบอบกษัตริย์ ทั้งหลาย มีอำนาจ ดังกล่าว เท่าเทียมกัน ถึงแม้ว่า ตำแหน่ง พระมหากษัตริย์ ที่ปรากฏ ในรัฐธรรมนูญ จะมีความแตกต่างกัน และขึ้นกับ กฎเกณฑ์ ที่กำหนดเอาไว้ ในรัฐธรรมนูญที่แตกต่าง กัน... ผลที่เกิดขึ้น ตามที่กล่าวไว้แล้ว ให้การยอมรับว่า ระบอบกษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะ ประมุขแห่งรัฐ อย่างแท้จริง และตลอดกาล ชั่วนิรันดร..." เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงดำรงฐานะเป็นตัวแทน แห่งอำนาจ อธิปไตยแห่งรัฐ และเป็นองค์ รัฎฐาธิปัตย์ ทรงเป็นประมุข แห่งรัฐ (The Head of State) จึงทรงถือ ความมั่นคง แห่งชาติ คือ อธิปไตยของ ปวงชน เป็นกฎหมายสูงสุด (Supreme Law) อยู่เหนือหลัก นิติธรรม (The Rule of Law) หลักนิติธรรม อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ (Principle Law) และรัฐธรรมนูญ อยู่เหนือกฎหมายสามัญ (Common Law) พระมหากษัตริย์ จึงทรงใช้กฎหมายสูงสุด โดยมีกองทัพ อันเป็นกำลัง เป็นฐานแห่งอำนาจ ปฏิบัติกฎหมายสูงสุด เพราะพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นจอมทัพ... ที่ อาตมา เอาอันนี้มายืนยันก็เพื่อให้เข้าใจว่า ประชาธิปไตย สองขาเป็นเรื่องทางจิตวิญญาณ พระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรม คนที่บอกว่าอย่าเอาการเมืองไปยุ่งกับท่าน คนนี้ไม่รู้รัฐศาสตร์จริงและเลอะพูดเลอะเทอะ เพราะพระมหากษัตริย์ มีมาตั้งแต่โบราณ คือหัวหน้าเผ่า แต่ นักการเมือง คือผู้ที่ทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ผู้ที่ดูแลแว่นแคว้นบ้านเมือง คอยดูแลปกป้องส่งเสริมให้บ้านเมืองเป็นไปได้ดี สงบสุข เป็นระเบียบเรียบร้อย นี่คือ ประชาธิปไตย ตั้งแต่ยุคไม่มี ประชาธิปไตย ก็เป็นสมบูรณายาสิทธิราช เพราะฉะนั้น พระเจ้าแผ่นดินเป็นรัฏฐาธิปัตย์ พระเจ้าแผ่นดิน ถ้ามีคุณธรรมรัก ประชาชน ทรงงานเพื่อ ประชาชน ให้ ประชาชน อยู่เย็นเป็นสุขอย่างจริงจังนั่นแหละคือนัก ประชาธิปไตย เบอร์หนึ่ง แม้จะเรียกว่าเผด็จการก็ตาม แต่พระจริยาวัตรนั้นรักษาหมู่กลุ่มของท่านด้วยเรี่ยวแรงเลือดเนื้อของท่าน เพราะฉะนั้นเราต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า ถ้า ประชาธิปไตย จะแปลว่า ประชาชน มีอำนาจ ไม่ใช้ให้ใครมีอำนาจมากกว่าก็ได้ แต่ในมนุษยชาติมันมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ก็มีหัวหน้าเผ่า จนมาถึงยุคนี้ระบอบก็เป็น ประชาธิปไตย เพื่อให้ ประชาชน อยู่ดีมีสุข ไม่เดือดร้อน ถ้าเผื่อว่าพูดว่าเป็นสุขก็หมายความว่ารวย มีฐานะดีมีเงินมีทอง เท่าเทียมกัน จะบอกว่าเป็นสุข ไม่ใช่ ถ้าคนมีกิเลสแล้วได้ดังใจหมดก็เป็นสุข ก็ใช่ แต่มันมีคุณธรรมของมนุษย์ที่เป ็น ได้ คุณธรรมไม่เห็นแก่ตัวไม่โลภไม่เบียดเบียน มีความเสียสละช่วยเหลือคนอื่น ไม่เห็นแก้ได้ ไม่เอาเปรียบเอารัด ตัวเองมีน้อยหรือสุดท้ายไม่ต้องมีก็ได้ ถึงขึ้นไม่ต้องมีสมบัติอะไรเลยก็ได้ นี่คือคุณวิเศษ เรียกว่าอุตริมนุสสธรรม โดยสามัญบุคคล มนุษย์จะต้องเห็นแก่ลาภยศสรรเสริญ แต่ในคนที่เป็นอาริยะเจริญเพาะจิตวิญญาณลดกิเลส ไม่สะสมไม่เอาเปรียบเอารักเสียสละช่วยเหลือเกื้อกูล จนตัวเองไม่ต้องมีอะไรแต่อยู่ได้เพราะมนุษย์มีจิตวิญญาณ และมนุษย์มีคุณธรรม คุณธรรมจึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ วันที่ 5 จะทำอย่างไรให้คนมีคุณธรรมแล้วพร้อมเพรียงกันบ้านเมืองก็มีความสุข เถียงไม่ได้ คำว่าคุณธรรมนี่มนุษย์เป็นได้เหนือกว่าสัตว์เรียกว่าอุตริมนุสสธรรมคือคุณธรรมที่เหนือมนุษย์สามัญทั่วไป ยืนยันว่าเป็นไปได้ ถ้าใครคิดว่าเป็นไปไม่ได้ก็แล้วไป แต่ อาตมา พาทำมาไม่ต้องไปกลัวไม่หวังว่าจะได้ด้วย ได้แต่ทำ เพราะ อาตมา มีทฤษฏี ที่ศึกษาตาม พระพุทธเจ้า มาประกาศอธิบายยืนยัน แล้วเราจะมีคุณสมบัติขั้นวิเศษ ทำมาท่ามกลางความเชื่อและเข้าใจผิดว่า อาตมา จะมาทำลายมาขบถต่อธรรมะ พระพุทธเจ้า อาตมา ก็เข้าใจเขา ว่าเช้าใจไม่ได้ง่ายๆ พูดตรงๆว่าความเห็นที่ อาตมา เห็นว่าถูกเป็นอย่างนี้ ก็นำเสนอ คนที่มาเอามาปฏิบัติตามท่ามกลางการต่อต้านไม่มีใครมาส่งเสริม อาตมา ทำงานมา 30 กว่าปีแล้ว ไม่มีใครมาส่งเสริมมีคนเห็นด้วยน้อย แต่ค่อยๆยืนยันมีคนทำตาม มีคนมาทดลองพิสูจน์ ได้ เป็นปัจจัตตัง อาตมา ไม่โกหกหลอกลวงไม่ โพรโพรกันด้า propagunda เขาหาว่าโฆษณาชวนเชื่อ อาตมา ว่าไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อ เพราะการโฆษณาจะมีการโน้มน้อม หาวิธีการเรียกว่าศิลปะกลเม็ดต่างๆนานา อาตมา ว่า อาตมา ไม่มี อาตมา โนแพลนนิ่ง โนโพรเจ็ค เอาทฤษฏี พระพุทธเจ้า มาอธิบาย ให้คนอิสระเสรีทั่วไปฟังแล้วเข้าใจ เห็นดียินดี ก็มาศึกษา ซึ่ง อาตมา ทำอย่างนี้มันตรงตามทฤษฏีหลักของ พระพุทธเจ้า ที่ว่าเป้าหมายแห่งพรหมจรรย์เป้าหมายแห่งศาสนานี้ "ดูกร ภิกษุทั้งหลาย ! เราประพฤติพรหมจรรย์นี้ เพื่อ... มิใช่เพื่อหลอกลวงคน มิใช่เพื่อให้คนทั้งหลายมานับถือ มิใช่เพื่ออานิสงส์ลาภสักการะ และความสรรเสริญ มิใช่จุดมุ่งหมายเพื่อ เป็นเจ้าลัทธิ และแก้ลัทธิอย่างนั้นอย่างนี้ มิใช่เพื่อให้ใครรู้จักตัวเราว่า เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่..ที่แท้พรหมจรรย์นี้ เราประพฤติเพื่อ… เพื่อ สังวระ คือความสำรวม เพื่อ ปหานะ คือความละ เพื่อ วิราคะ คือ ความคลายกำหนัดยินดี และเพื่อนิโรธะ คือ ความดับทุกข์" ถ้าคุณรู้แล้วไม่ประพฤติ แม้จะเข้าใจดีก็ตาม ก็เป็น ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ คนที่มีธรรมะอย่างนี้เป็นคนที่ทำงานเพื่อผู้อื่น ลดที่จะเอาอำนาจให้แก่ตัว ลำเรออัตตาตัวเอง ก็ลดจริงๆ แล้วก็ยังอยู่กับ ประชาชน อยู่กับสังคมอยู่กับโลก ได้มรรคได้ผลเรียกว่าโลกุตระจิต เข้าใจโลกเรียกโลกะวิทู ตราบใดที่คนมีเลวมีดีต่างกันจะให้เท่ากันไม่ได้ ให้วิจารณ์กันได้เท่ากันได้ เสมอภาค แต่ให้เท่ากันในด้านอื่นๆมันไม่ได้หรอก ความสามารถความรู้ ความเสียสละมันเท่ากันไม่ได้ แม้แต่ในเชิงรูปธรรม ปรมาณู 2 อันจะให้เหมือนกันไม่ได้ ยิ่งนามธรรมยิ่งเล็กละเอียดกว่ามันก็ไม่เท่ากัน ไม่มีอะไรเท่า คนที่ฝันเพ้อว่าต้องเท่ากันเสมอภาคกันมันเพ้อพก มันมีรายละเอียดทีไม่เท่ากันอีกมาก โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นคุณธรรมในจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นคนที่มีคุณธรรมสูงไม่ควรวิจารณ์เสียด้วยซ้ำเรียกว่าอย่าเลย อย่าไปตีเทียบไปวิจารณ์ท่านเพราะท่านบริสุทธิ์ปรารถนาดีกว่าคุณเยอะ สิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดของมีทั้งสิ่งที่เป็นโทษ อย่าง พระพุทธเจ้า ท่านมีคุณมาก อย่างพระมหากษัตริย์ ดังไปทั่วโลก เป็นไปได้อย่างไร มีสิ่งจริงที่คนพยายามเบี่ยงเบนให้คนเข้าใจผิด อาตมา ไม่เถียงด้วยว่าอย่าเอาการเมืองไปใส่ท่าน อาตมา เข้าว่าคืออย่าเอาการเมืองเลวๆไปใส่ท่าน ท่านปกครองมากว่า 60 ปีว่าเราจะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ท่านก็เป็นทั้งนั้น ท่านเป็น นักการเมือง ที่ยิ่งใหญ่ท่านทำเพื่อ ประชาชน รู้ว่าเขาไม่ค่อยอยากฟัง อาตมา จึงต้องพูดแรงๆหน่อย เป็นแรงดันเป็น Force ให้คนฟังให้เข้าใจชัดๆ เป็นมโนสัญเจตนา เป็นจิตมุ่งหมาย มุ่งมาดปรารถนา แล้วเห็นตามที่ประมวลมาว่าท่านทำงานขนาดไหน ทำด้วยบริสุทธิ์ใจ ท่านเห็นว่าเป็นหน้าที่ของตน ทุกวันนี้แม้ทรงพระชราท่านยังทรงงานไม่มีหยุดเลย นี่คือนัก ประชาธิปไตย เบอร์หนึ่งของโลก แล้วแสดงความเป็น ประชาธิปไตย ทุกคนก็ให้อำนาจแก่ท่าน ทรงบริหารมาตลอดคนก็ยกให้ท่านเป็นความชอบธรรมที่เป็นอำนาจ ท่านไม่ได้ใช้อำนาจเชิง Force เลย เพราะฉะนั้นท่านทรงสร้างความชอบธรรมให้เป็นอำนาจ ที่คนต้องยอมรับด้วยความชอบธรรมและคุณธรรม ไม่ใช่อย่างที่ นักการเมือง เขาใช้วิธีขี้โกงเป็นเรื่องเหลวไหลขั้นเลว เป็นเรื่องโชคร้ายของ ประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วก็บอกว่า ประชาธิปไตย ของฉันนี่แหละ ใช้เล่ห์ทุกอย่างแล้วก็หลงใหลว่าเป็น ประชาธิปไตย จะออกกม.เพื่อให้ได้เปรียบ นี่มัน ประชาธิปไตย อะไร เมื่อวันที่ 5 คือการแสดงสิ่งที่ไม่เคยเห็นในโลก ประชาชน มาลงคะแนนเสียงสดๆ เลือกถาวรอยู่แล้ว คนใส่เสื้อเหลืองเต็มแผ่นดินยินยันว่ารัฏฐาธิปัตย์คือพระเจ้าแผ่นดิน สามารถรู้ได้อ่านได้เลย ในทำเนียมของการทูลถวายพระพร นายกฯที่เป็นตัวแทนของรัฐบาล พอเริ่มอ่านเลย ประชาชน โห่เลย เป็นลูกคลื่นเลย เสียงที่มามันไม่เท่ากัน ปรากฏการณ์มันเป็นอย่างนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าชายทรงถวายพระพรองค์แรก ประชาชน เงียบ คนที่สองคือ นายกฯ เสียงทรงพระเจริญออกมาเลย เป็นการเสียมารยาท ซึ่งเป็นความจริงจากใจ ประชาชน มีเสียไม่เอาๆออกไปๆด้วย คนที่สาม ประธานสภาฯ ได้เสียงโห่เหมือนกัน นี่เป็นสัจจะที่ออกมาจากใจของเขา จากนั้นก็ประธานศาลฏีกา ก็ไม่มีเสียงโห่ และมีปรากฏการณ์แปลกๆอีก พอไปถึงผบ.สส. ไม่มีเสียงโห่ พอถึงเวลาปฏิญาณมีปรากฏการณ์แปลกว่า ประชาชน ปฏิญาณด้วยไปกับทหารหมด สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องนัดแนะกันมา เป็นเรื่องจริงๆๆเลย เป็นเรื่องชี้บ่ง ถ้าไม่น่าอาย ก็ควรจะเปลี่ยนแปลง นี่คือปรากฏการณ์ ประชาธิปไตย อันยิ่งใหญ่ของโลก ใครจะบอกว่าอธิบายข้างๆคูๆบ้าๆบอๆ แต่ อาตมา ว่าเป็นของแท้สดๆ เมืองไทยให้ภาคภูมิใจว่าเมืองไทยยังมี ประชาธิปไตย อยู่ ซึ่งเขามักอ้างว่า ประเทศไทย ไม่มี ประชาธิปไตย แต่ปรากฏการณ์นี้ทำให้เข้าใจว่า ประชาธิปไตย มีแล้วใน ประเทศไทย ผู้รู้จะเห็นชัดเจน จะเอาเงินมาจ้างไม่ได้ทำไม่ได้ จ้างก็ทำไม่ได้ คนมีเงินหลายแสนล้านเอามาจ้างให้ทำอย่างนี้ไม่ได้หรอก ในความเป็น ประชาธิปไตย อาตมา หยิบเอามาพูดเพื่อให้เราศึกษาอ่านพิจารณา ความเป็น ประชาธิปไตย แม้ลินคอน บอกว่าโดย ประชาชน เพื่อ ประชาชน ของ ประชาชน นี่แหละในหลวงท่านก็เป็น ประชาชน ท่านทรงงานก็โดย ประชาชน ท่านทรงงานเพื่อพระองค์เองหรือ เพื่อครอบครัวพระองค์หรือ พระองค์ไม่ได้เพื่อแม้แต่ครอบครัวเลย ท่านเพื่อ ประชาชน ท่านเป็น ประชาชน ทรงงานเพื่อ ประชาชน และของ ประชาชน คือ ประชาชน เป็นผู้ได้ นี่คือสุดยอด ประชาธิปไตย แล้ว ถ้าคุณสามารถหยั่งรู้ถึงพระทัยท่านจริงเลย อาตมา ว่าท่านทรงงานติดต่อจนมา 66 ปีแล้ว ทำตลอดท่านไม่มีวันหยุดวันพัก อันไหนจำเป็นท่านก็ทรงตลอด กลางวันกลางคืนไม่มีนอกเวลาราชการ ไม่มี เพราะฉะนั้นต่าง ประเทศ จึงยกให้ท่าน ท่านไม่ได้เคยหาเสียง นายกฯของเราหาเสียงเก่ง ต่างประเทศไปบ่อย เอาหน้าไปขาย คราวนี้มีคนจับผิดอ่านผิดคือคำว่าบริบาลเป็นคำว่าบริวาร เขาพยายามจับผิด ถือว่าสอบได้ผิดคำเดียว แต่เห็นใจเหมือนกันว่าถูกโห่ คุมท่าทีไม่แตกสติไม่แตกก็ดีแล้ว ประชาชน นี่ก็ช่างกระไรไม่ไว้หน้าไว้ตากันเลยแสดงออกจริงใจๆ อันนี้มันเป็นสัจจะเห็นใจ ประชาชน ว่ามันทนไม่ไหว นี่คือสิ่งที่ อาตมา เอามาขยายความเพื่อศึกษาให้รูแจ้งความจริงว่า ประเทศไทย อันไหนเป็น ประชาธิปไตย แท้อันไหนปลอม แล้ว ประชาธิปไตย แท้มีพฤติกรรมอย่างไร มีตัวอย่างอันดีประเสริฐเลิศยอดแล้ว ท่านก็ไม่ได้มีเลิศเล่ห์อะไรสะอาดสูงส่ง มีคุณธรรม ที่มีอย่างยอดเยี่ยมคือ ไม่กดดันใครเลย ไม่ฟอซ มีแต่ยอมอยู่ตลอด อดทนมาก พากเพียรมา อาตมา เห็นว่า มีเตย์มีใบ้ เป็นปางหนึ่งของ พระพุทธเจ้า ที่พระมหากษัตริย์ร. 9 ทรงบำเพ็ญ ไม่พูดให้ใครระคายเคือง อาตมา พูดถึง โอเปร่าที่เรื่องเตมีย์ใบ้ ที่ฉายเมื่อคืนนี้ แทรกความรู้เรื่องศิลปะ 5 ขั้น 1 . ลามก 2 .ราคะ 3 .สาระ 4 .ธรรมะ 5 .โลกุตระ สองขั้นแรกไม่เรียกว่าศิลปะ ขั้นลามกเป็นเรื่องหยาบต่ำใครสัมผัสก็รู้ ขั้นราคะเป็นกันมากในสังคม ยังไม่ถือว่าเป็นศิลปะ อันที่สามนี่เข้าขั้นศิลปะ ซึ่งมีทั้งสาระศิลป์และสุนทรียศิลป์ ซึ่งไม่ใช้ให้คนไปหลงงมงายอยู่ในสุนทรีย์ แต่จับสาระไม่ได้งานนี้ไม่ใช่งานศิลปะ ถ้างานใดได้สาระมากกว่ามอมเมา สาระเป็นกลางอาจเป็นคุณธรรมหรือเพื่อชีวิตก็แล้วแต่ ศิลปะก็เริ่มตรงที่ให้คนได้สาระหรือเพื่อชีวิตเพื่อธรรมชาติ ส่วนธรรมะคือเรื่องมีน้ำใจ เสียสละ มีคุณค่า เป็นโลกียธรรม ยังไม่เข้าปรมัตถ์ ยังไม่ถึงขั้นลดกิเลส 5 ขั้นนี้ อาตมา กำหนดเอง ไม่ได้มีใครกำหนดหรือตำราไหน อาตมา บัญญัติเอง นี่คือสิ่งที่มีอยู่ในพฤติกรรมมนุษย์ และยืนยันว่า อาตมา ทุกวันนี้ทำงานศิลปะ ใช้หมดตั้งแต่ ใช้หมดเป็นองค์ประกอบ เปลี่ยนจิตวิญญาณมนุษย์ให้เกิดธรรมรส ถ้ามอมเมาเป็นกามารมณ์โลกียารมณ์ โลภในการในอัตตา นั่นอนาจารทั้งนั้นไม่ใช่ศิลปะ ยิ่งไปแย่งลาภยศสรรเสริญโลกียสุขไม่ใช่ศิลปะ ให้ศึกษาปรากฏการณ์ในวัน นี่คือปรกกฎการณ์ที่ประกาศความยิ่งใหญ่ของ ประชาธิปไตย ที่มีประมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็น ประชาธิปไตย สองขา ทรงย้ำมานานและคราวนี้ก็ย้ำของเดิม คนฟังก็ชื่นชมแล้วก็หายไป ไม่พากเพียรที่จะสร้างคุณธรรมให้ตนเอง จะแก้ปัญหาบ้านเมืองต้องแก้ที่การศึกษาที่สร้างคุณธรรมให้กับมนุษย์ การศึกษาที่ไม่ลดกิเลสกู้ประเทศไม่ได้ ศาสนาพุทธเป็นสาสนาที่ละกิเลนได้จริง เมื่อละกิเล ส ได้ก็เรียกว่าอาริยะบุคคล ตั้งแต่โสดาฯเป็นต้นไ ป ตราบใดที่ยังมีผู้ปฏิบัติดีฯ โลกไม่ว่าจากพระอรหันต์ ยังกู้กลับได้ แม้แต่กระแสหลักก็ยังกู้ได้ เมืองไทยเป็นเมืองพุทธตั้ งแต่โบราณมา น่าจะได้ศึกษา เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ จะได้ไปทั่วโลก เพราะเขามีปัญญาแสวงหาความประเสริฐ แล้วทฤษฏีไหนประเสริฐ พอรู้ว่าละกิเลสนี่ดีเสียสละนี่ดี แล้วมันจะมีทฤษฏีใดให้มวล ประชาชน เป็นอย่างนั้น เขาแสดงหากันทั่วโลก อาตมา ภาคภูมิใจที่ 40 ปีได้ประชากรชาวอโศกได้แค่นี้ ถ้าทำแล้วได้ละกิเลส แล้วช่วย ประชาชน มันก็เป็นหนึ่งเดียวกันหมด แม้แต่อัตตาถือตัวถือดีว่าก็จะมาหากันจะมารวมกันด้วยสัจจะ ถ้าเป็นสัจจะจะร่วมกันเอง น้ำไหลไปหาน้ำ น้ำมันไหลไปหาน้ำมัน เมืองไทยยังไม่สิ้นหวัง สามารถประกาศสัจจธรรมนี้ได้ ไม่ใช่ประกาศเพื่อไปเป็นใหญ่เบิ้ม ไม่ใช่เลย ที่ชี้นี้ให้เห็นว่าเมืองไทยเป็น ประชาธิปไตย แค่ไหน เท็จจริงอย่างไรผู้รู้ก็แก้ไขมา ถ้าดีแล้วก็แจ้งให้ทราบหรือผ่านไป อธิปไตยแปลว่าอำนาจ ประชาธิปไตย คืออำนาจเป็นของ ประชาชน ถ้าเข้าใจ ไม่รวมตัว ประชาชน ด้วยวิธีForce สร้างอำนาจให้เป็นความชอบธรรม แต่ความเป็นจริงแล้ว ประชาธิปไตย จะสร้างความเป็นธรรมเป็นอำนาจมาช่วยกันสร้างความชอบธรรม มีคุณธรรมดังที่ในหลวงท่านตรัส แล้วไม่ใช่ว่าอยู่แต่เฉย ไม่ใช่อย่างนั้น ความสงบคือความขยันหมั่นเพียร เสียสละไม่มีพลังให้เกิดวิวาทะ มีแต่อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ ระลึกถึงกันอย่างปรารถนา มีความรักสามัคคี มีความเคารพกัน ครุกรณะ นี่คือความเสมอภาค มีปัญญารู้ว่าสิงที่ควรเคารพก็ยกย่องไว้ โดยสมมุตก็เคารพกันหรือเคารพด้วยคุณวุฒิ มีการเก้อกูลช่วยเหลือเฟือฟายกันพร้อมเพรียงกันเป็นปึกแผ่นเป็นเอกีภาวะ ชาวอโศกพอมี
ตอบประเด็น........ _ผมติดตามแนวทางของสันติอโศกมานมนมากผมเชื่อว่าแน่วทางนี้เป็นแสงสว่างของสังคม ขอชื่นชม
_อยากกราบเรียนถามอาตมาว่าการที่เราบริจาคร่างกายให้รพ.ตอนตายเราจะได้บุญตามที่เข้าใจไหมคะ..... พ่อครูว่า... ได้เหมือนบริจาควัตถุไว้ เป็นประโยชน์ให้นศ.แพทย์ศึกษาเพื่อช่วยมนุษย์ บุญไม่ใช่น้อยเลย แต่ขออธิบายต่อ บริจาคร่างกายนี่มันเป็นของที่ถ้าคุณไม่บริจาค เขาก็ไม่มีสิทธิ์ คุณบริจาคนี่จึงเป็นสิทธิของคุณ ถ้าคุณไม่บริจาค ก็ไม่มีใครแย่งชองคุณ มันต่างจากเงินทอง ที่ถ้าคุณตายแล้วไม่ได้ทำพินัยกรรม คุณก็ไม่ได้บุญแล้ว การทำพินัยกรรมไม่ถือว่าได้บุญ ไม่ได้บริจาคเพราะแม้คุณไม่ทำพินัยกรรมเขาก็แย่งเอาไปแยู่แล้ว แต่ถ้าคุณทำพินัยกรรมก็เป็นการให้เขาไม่แย่ง และเป็นประโยชน์ ได้ แต่ร่างกายคุณเขาก็ไม่เอา เอาไปทำปลาแดกหรอก คุณต้องอนุญาตเขาจึงเอาไปทำประโยชน์ได้
_ช่วงกลียุคจะมีพระอาริยะมาเกิดบ้างไหมคะ? พ่อครูว่า... มีจะมีพระอาริยะหรือโพธิสัตว์มาเกิด แต่ทำอะไรไม่ได้ ดีไม่ดีมารับวิบากด้วย ตามวิบากแต่ละองค์ ช่วยเขาไม่ได้หรอก โพธิสัตว์นี่ไม่ได้มีน้อยๆ มีเยอะ โพธิสัตว์ที่เข้าขั้นคือ โพธิสัตว์ระดับโสดาบัน คนที่ไม่มีการบรรลุธรรมดีไม่ดีขโมยของเขามา มันไม่มีทรัพย์ของตนเอง พระโสดาบันก็อย่าไปอวดสิ่งที่เกินตน เอาแค่เท่าที่ตนมี แต่ถ้าไปแสดงท่านก็ปรับอาบัติปาจิตตีย์ สกิทาฯอนาคาฯก็เช่นกัน นิยตะโพธิสัตว์ระดับ 7 จะเกิดตามบารมีและวิบา ก
_จากกทม. หลักวิปัสสนากัมมัฏฐานที่ว่าให้รู้อิริยาบถ 4 ยืนเดินนั่งนอนถูกหรือไม่? ... พ่อครูว่า... คนที่บรรลุธรรม จะมีอิริยาบถ 4 สำเร็จอิริยาบถ อยู่ จะมีอิริยาบถหลัก 4 นอกนั้นจะเป็นอิริยาบถย่อยอีกมาก เป็นองค์ประชุม พระพุทธเจ้า ท่านว่าผู้จะบรรลุธรรมต้องสำเร็จอิริยาบถอยู่อย่างมีสัมผัสเป็นปัจจัย กาเยนะ ผุสิตะวาวิหารติ มีปัจจุบันนั้นอยู่ เรื่องนี้ อาตมา ขออธิบายเสริมอันนี้ให้ละเอียดลออ คือมีสัมผัสเป็นปัจจัยนี่มันสำคัญ ที่จะบรรลุธรรมต้องมีสัมผัสเป็นปัจจัย ผู้ไม่มีสัมผัสเป็นปัจจัยปฏิบัติธรรมไม่ถูก พระพุทธเจ้า ส่วนข้างในเรียกว่า ธรรมารมณ์ ข้างนอกเรียก โผฏฐัพพารมณ์ การปฏิบัติธรรมให้ปฏิบัติจานอกไปใน จากหยาบไปหาละเอียด จึงปฏิบัติในโลกกามาจาร กามภพ โดยการลืมตาหูจมูกลิ้นกายใจ คนหลงว่าเป็นกามคุณแต่จริงๆเป็นกามโทษ เสพกามนั่นมันโทษ กามามีนวะ ไม่ใช่กามคุณนะ ถ้าไม่เช้าใจกามโทษ ก็ไม่เข้าใจธรรมะ พระพุทธเจ้า หยาบกว่ากามภพ เรียกว่าอบายภพ จริงๆก็คือขั้นต่ำที่สุดของกามภพนั่นแหละ หยาบที่สุดของใครก็ตั้งใจปฏิบัติ เรียนรู้กิเลสที่ไปติดยึด กำหนดรู้ลืมตาสัมผัส เห็นตัวจริงของกิเลส แล้วก็ฆ่ามัน นี่คือจับโจร แต่ทุกวันนี้ไปนั่งหลับตาไม่มีการสัมผัสรู้ ไม่มีหยาบกลางละเอียด จึงไม่บรรลุจริง ในการที่จะศึกษาวิปัสสนาคือการรูแจ้งเห็นจริง ปัญญามันเป็นญาณ มีนามปริเฉทญาณ รู้ในนอก กำหนดรู้จิตเจตสิกเป็นนามกาย จนแยกแยะออกว่ากายในกาย จิตใจจิต ธรรมใตะธรรม จนรู้จัดเจนว่าเป็นโทษ อาทีนวญาณ กามทั้งหลายเป็นโทษ ตามเห็นตามเป็นโทษจึงเกิดความคลายหน่าย ปัญญาญาณต้องเกิดจริงเป็นจริงดังว่านี้ จะเกิดคุณสมบัติตามภาษาที่ พระพุทธเจ้า ท่านว่าไว้ มุญกิจตุกัมยญาณ มันไม่เอาแล้วปล่อยแล้ว กระทบอยู่อย่างนี้เห็นเลยว่ามันวางปล่อย อย่าไปนั่งเอาความจำเก่าเอาสัญญามา คือเอาตำรามาอ่านนั่นเอง นั่งสมาธิก็คือเกิดสัญญา เป็นของเแห้งเกิดจากสัญญา วิปัสสนาแม้ล้วงกามภาพเป็นสกิทาคามี แม้เป็นอนาคามีก็ต้องมีสัมผัส แล้วกิเลสรูปภพ อรูปภพก็จะวิ่งออกมา ไม่ใช้
_Sms จากอุทัยธานี ผมรู้สึกว่ารัฐบาลร้ายกาจมาก ประชาชนมือเปล่าจะไปสู้อะไรได้ พ่อครูว่า... มาช่วยกันชุมนุม อย่างที่ในวันที่ 5 ธันวาคม 2555 เอาสิจะชนะไหมจะได้เป็น ประชาชน เพื่อ ประชาชน อย่างแท้จริงอย่าไประคายเคืองพระยุคลบาทท่านอายุมากแล้ว แล้วชุมนุมอย่างสงบ ขอยืนยันเจตนารมย์ของกองทัพธรรมชาวอโศก อาริยะขัดขืน อารยะทำลายขนบ คือโห่นายกฯขณะถวายพระพรในหลวง ทั้งที่รู้ว่าเสียมารยาท รวมทั้งปฏิญาณตนประหนึ่งเป็นทหารไปด้วยเลย เราออกไปชุมนุม 24 พ.ย. ชาวโลกเขาว่าเราแพ้ แต่เราไม่ได้แพ้ เราชนะ เราออกไปแสดงมวลของ ประชาธิปไตย เราถูกวิชามารสกัดอีกมาก แต่ออกมาได้ขนาดนั้นก็เยี่ยมแล้ว แต่เราก็มามากกว่าครั้งที่ผ่านมา เราไม่ได้ไปรบราฆ่าฟัน สร้างการศึกษาไปด้วยได้ทุกที เราได้ประโยชน์ ประชาธิปไตย เจริญ ขอยืนยันว่าเราจะปฏิบัติแม้คนเข้าใจยากก็ตามที แม้บางทีเราจะบาดเจ็บ อาตมา บอกแทบขาดใจ ดีว่ายังมีกำลังวังชา ยังไม่แก่
_จากพธม. คนทำดีแล้วยังไม่ได้ดีเพราะอะไรคะ พ่อเราทำดีมาทั้งชีวิต ยังถูก พ่อครูว่า... ตอบคำถามแรก ทำดียังไม่ได้ดี เพราะยังโง่ ถ้าเข้าใจทำดีแล้วก็คือการได้ทำกรรมดี เป็นสัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ แต่คุณไปคิดว่าได้ดีคือได้ลาภยศสรรเสริญ ได้กามได้อัตตา นี่คือความผิดพลาด คุณทำดี ก็ได้ดีอยู่แล้วคือได้ทำดี เช่นเรามาเสียสละ คุณก็ได้เสีย ก็ได้ดีอยู่แล้ว สอนมาผิดๆ ทำดีทำบุญแล้วจะได้อีกมากๆ ตั้งใจผิด เป็นจิตขี้โลภ ไม่ได้ลดกิเลส มันขึ้นอยู่ที่จิต เพราะโง่ ถ้าแน่ใจว่าทำดี ก็ได้แล้ว ทำไมไม่ได้ตอบแทน ก็ได้ให้แล้วไง จะให้หรือจะไปเอา ตอบคำถามที่สอง....พ่ออาจหมายถึงพ่อแห่งชาติพระเจ้าอยู่หัว หรือคุณหมายถึงพ่อไหน .....อย่าท้อเราทำดีแล้วอย่าท้อ ถ้าแท้แล้วอย่าท้อ มั่นใจว่าที่เราทำเป็นกรรมกิริยาที่ดี ยกตัวอย่างไปแย่งเขาแล้วรวย มันไม่ดี ถ้าไปสร้างสรรเสียสละแล้วอย่ารวยให้มาจน อโศกนี่หยิ่งจะตายไม่ได้ไปรีดนาทาเร้น ถ้าคุณจะให้แล้วไม่ตรงกติกา เมื่อไม่เป็นหนี้แล้วพึ่งตนเองพึ่งอาชีพที่เราทำ พอกินพอใช้ มีเหลือกินเหลือใช้ เรายิ่งละยิ่งละ ยิ่งเรียนรู้กิเลส เราก็ไม่เปลือง ปัจจัยชีวิตแท้ๆมีนิดเดียว ที่เฟ้อๆมอมเมา ถามดูที่มาบวชแต่ก่อนหากินซอก พอมาอยู่ เรายิ่งให้ได้มากเราก็เป็นบุญได้มา ถ้าเราอยากได้นี่ลบ อยากได้คืนมานี่ลบ คุณให้ไป1000 ถ้าคุณได้กลับคืนมา 1000 ก็หมดเจ๊า ถ้าคุณได้ให้ไป1000 ได้คืนมา 500 ก็ได้บุญไป500
_จากพธม.นนทบุรี ตอนที่ยิ่งลักษณ์อ่าน ประชาชนไม่ชอบรบ.ชุดนี้แล้วเขาจึงโห่ฮา พอ ปธ.สภา ประชาชนก็โห่ แล้วรบนี้จัด เวลาในหลวงตรัสเสียงจะเบา เวลายิ่งลักษณ์พูดจะแรง แล้วพอทหารปฏิญาณ ประชาชนรูว่าทหารไม่เป็นที่พึงจึงโห่ฮา _การถือศีล8 แล้วตัดผมสั้นมีข้อดีอย่างไร ...ตอบจริงๆโกนผมนี่สบายกว่าเยอะ ถ้าตัดผมสั้นมันก็ไม่ต้องรกรุงรัง ไม่ต้องไปรักษามากมาย ไม่ต้องไปสระหวี เซ็ท ไปเมาๆๆ
_จากนครสวรรค์ จากบทสวดพาหุง ฯ ท้าวพกาพรหม ยึดถือความเห็นตนว่าถูกว่าดีเหมือนรัฐบาลใช่ไหม... พ่อครูว่า... ใช่อย่าว่าแต่รบ.เลย พวกนักวิชาการที่ยึดก็มากมาย ถ้ายึดแล้วใครแตะไม่ได้วิจารณ์ไม่ได้ ถ้าไม่ยึดแล้วเขาวิจารณ์ได้ ด่าได้ด่าผิดด่าถูกก็ไม่ติดใจ แต่เราทำไมเรายืนหยัดยืนยันอย่างที่เราคิด เราพยายามใช้ปัญญา
_จากพิษณุโลก ทำไมสังคมไทยเราจะมอมเมากัน เช่นทีวีช่องหนึ่ง เล่าเรื่องผี แล้วเชิญผู้เชี่ยวชาญเมาออกรายการ .. พ่อครูว่า... มันอยู่ที่ความรู้ แม้เขาไม่รู้แต่เอาของมามอมเมา ไม้ไม่มีเจตนาก็บาป คือมีวิบากมาทำร้ายเรา อย่างเราเหยียบหัวงู ไม่เจตนา แต่วิญญาณมันพยาบาทได้ เช่นไปทำกับพระอรหันต์ท่านไม่ได้โกรธตอบเราเลยนะ ซ้อนกลั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive