551203 รายการเรียนอิสระตามสำนึก สันติอโศก การศึกษาพาพ้นกิเลส.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2555
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์348 KB
วันที่แก้ไข26 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

551203 รายการเรียนอิสระตามสำนึก สันติอโศก การศึกษาพาพ้นกิเลส โดยพ่อครู ดำเนินรายการโดย อ.กฤษฎา

_อ.กฤษฎาว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม 2555 ที่สันติอโศก เดือนนี้เข้าสู่เดือนสำคัญเดือนแห่งวันพ่อ เป็นวันจันทร์ด้วยซึ่ง เป็นวันประสูติของในหลวง มีสีเหลืองเป็นสีประจำวัน ในรอบสัปดาห์ในรอบปีที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์หลากหลาย โดยเฉพาะที่เราได้ไปร่วมชุมนุมกับเสธ.อ้าย จึงมีปรากฏการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่ประเทศไทยกลายเป็นประเทศไถ ประเทศไทยเรามีการซ่อนเร้นปิดบังเอาทรัพยากร และความมั่งคั่ง โดยขโมยไป พ่อครูว่า...ก่อนอธิบายจะประชาสัมพันธ์เรื่อง งานว.บบบ. ของวิชชาลัยบรรดาบัณฑิตบุญนิยม เป็นการศึกษา รัฐพุทธศาสนศาสตร์บัณฑิต เราจัดครั้งแรกเมื่อต้นปี 55 พอเป็นครั้งที่สองนี้ ตอนนี้เราเปิดรับสมัครแล้ว สถาบันบุญนิยมมีความยินดี รับผู้สนใจเข้าร่วมอบรมบัณฑิตาราม รุ่น 2 วันที่ 28 - 3 ม.ค. 56 ที่หมู่บ้านชุมชนราช ธานีอโศก มีการปฏิบัติแบบพุทธศาสนศาสตร์ เป็นฌานลืมตา ฝึกการเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ในสาธารณโภคี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใดทั้งสิ้น กินฟรี นอนฟรี ตลอด 7 วัน ยื่นใบสมัครได้ 9 แห่ง ทั้งพุทธสถานและสังฆสถาน ตามสมณะประจำพ ุทธสถาน

สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 จะปิดรับสมัคร ในวันที่ 25 ธ.ค. 55 จะเริ่มงานวันที่ 28 ธ.ค. กำหนดเงื่อนไขคือผู้สมัครต้อง รับประทานอาหารมังฯมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี (ต้องกินมังฯเป็นประจำเป็นหลักในชีวิต อาจบกพร่องบ้าง ไม่ว่ากัน ใน 1 ปี ก็ได้ 8 - 9 เดือนก็ได้) คือตั้งใจทานมังฯเป็นหลัก อย่างนี้มีสิทธิ์สมัคร เป็นขั้นอุดมศึกษา มีปัญญาบัตร เหมือนปริญญา ปัญญาบัตรของเราผู้สมัครจะได้ 2 แบบ คือจบปริญญาตรีแล้วเราเรียกว่าพวก บัณฑิตวิชญ์ ส่วนผู้ไม่จบ ป.ตรี เรียกว่าบัณฑิตชาญ มีหลักเกณฑ

อ่านต่อ

์ต้นๆแค่นี้ ปีนี้กำหนดหนังสือ ธรรมที่เป็นพุทธ เป็นหนังสือหลักในการสอบ รุ่น 1 มาลงซ้ำได้ ถ้านิสิตสอบได้จะได้ปัญญาบัตร และเข็มพระธรรม(เป็นทองคำแท้หนักเกือบ 1 บาท) เฉพาะค่าเข็มใช้เงินกว่า 2 ล้านบาท ทองหนักบาทละ 2 หมื่นห้าพันบาท เข็มมีประทับตราว่ารุ่น 1 รุ่นอื่นๆ จะได้ปีละ 154 คน ผู้ที่สอบได้ในปีที่แล้วจะมาสอบได้อีก แต่จะไม่ได้ปัญญาบัตร ได้แต่เข็มพระธรรม จะได้เข็มพระธรรมมากที่สุดได้ไม่เกิน 4 เข็ม ส่วนปัญญาบัตรถ้าได้ครบ 4 เข็มจึงจะได้ปัญญาบัตรใบที่สอง เวลาคิดคะแนนหากคะแนนผ่านเกณฑ์ แม้ไม่อยู่ใน 154 คน ก็จะถือว่าสอบผ่าน และจะได้บัตรรุ่น ใน 4 วันแรก( 28 - 31 ธ.ค. 55 ) เป็นวันบำเพ็ญคุณ อีก 3 วันหลังเรียกว่าบำเพ็ญธรรม มีปรัชญาว่า ศีลเต็ม เข้มงาน สืบสานวิชชาสำหรับระดับ ปริญญา ในระดับมัธยมของพวกเรามีปรัชญา ศีลเด่น เป็นงาน ชาญวิชชา อาตมา มุ่งมั่นพากเพียรที่จะให้เกิดการใส่ใจในธรรมะ ของพุทธที่สัมมาทิฏฐิ จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เป็นปรากฏการณ์ไตรสิกขาเชิงรูปธรรม ครบปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เพราะการปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้า จะส่งผลให้เกิดจริงตามพฤติกรรม พฤติกรรมจะเปลี่ยน เช่นขั้นต้น ผู้ปฏิบัติจะปฏิบัติศีล ตามศีล สมาธิ ปัญญา จะต้องเข้าใจอย่างสัมมาทิฏฐิ ชัดเจน จึงจะบรรลุผลเป็นปฏิเวธธรรมมีวิมุติ นิพพาน ซึ่งไม่ใช้ธรรมะลึกลับ อธิบายไม่ได้ คลุมเครือ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ศาสนา พระพุทธเจ้า นั้นเอหิปัสสิโก ให้มาพิสูจน์ได้ อ่านบทกลอนในปกเราคิดอะไรฉบับล่าสุด เรื่อง ประเทศไทยกลายเป็นประเทศไถย ประเทศไทยกลายเป็นประเทศไถย (1) เมืองไทยทุกข์หนักร้าย เหลือทน เพราะรัฐบาลพิกล กาจกร้าน ทั้งลวงปดคดจน เลวจัด ทั้งทุจริตแรดด้าน ต่อหน้าสาธารณ์ (2) บ้านเมืองทุกข์หนักหนี้ ทับถม หนี้ชาติหนี้ชนจม เจ็บช้ำ แจกดะประชานิยม พรางหลอก เศรษฐกิจไวท์ไลย้ำ แย่ซ้ำเลวเหลว (3) ลงเหวลึกยากแก้ เกมกล ชาติหุ่นเชิดทรชน ตากหน้า หลอกโลกแรดหรูจน เจนจัด โจรเก่งกาจฉลาดกล้า เทียบชั้นใดเทียม (4) มิเหนียมใดสักน้อย กันเลย โชว์ชั่วหน้าตาเฉย เบ่งบ้า เกิดมาก็บ่เคย พานพบ ทำแต่ร้ายหยาบช้า ชาติยั้งยืนไฉน (5) ไทยกลายเป็นถิ่นด้าว แดนไถย มีขโมยขม้ำไทย เถื่อนแท้ เป็นไทยลักไทยไฉน เลวหนัก ฉะนี้เวย ไถยะจริตร้ายแล้ ล่มแล้วไทยเอย (6) หากเฉยเมยบ่รู้ อธิปไตย สิทธิ์ประท้วงไม่เอาใจ ใส่บ้าง ทิ้งชาติล่มจมไป ใจจืด ยิ่งแล ปล่อยชาติเปลี่ยวอ้างว้าง เหว่ว้าอาธรรม (7) คำว่าไถยะนั้น คือขโมย ปล้นชาติบี้บีบโบย บิ่นบ้า ไทยคืออิสระโดย กำเนิด แท้แฮ ฤาหมดฤทธิ์อ่อนล้า ไม่สู้หรือไฉน. สไมย์ จำปาแพง 3 ธ.ค. 2555 [นัยปก เราคิดอะไร ฉบับ 270 ประจำเดือน มกราคม 2556] ในความทั้งหมดนี้อธิบายสภาพของ ประเทศไทย ที่กลายเป็น ประเทศ ไถย คำว่าไถย คือ ขโมย โจร เป็นกรรมกิริยาที่บอกชัดเจน ไท แปลว่าอิสระโดยกำเนิด แต่ตอนนี้กลายเป็นไถย ประเทศก็ล่มจมไปหมด ทั้งหยาบแรงร้ายกาจกร้าน ทั้งปลงปดคดจนเลวจัด ทั้งทุจริตแรดด้าน ไม่อายแม้ในสาธารณะ แต่ละคนทุกคนในไทยทุกหัว เป็นหนี้ ไม่รู้เท่าไหร่ และก็จะกู้เพิ่มอีก แจกดะประชานิยมพรางหลอก พูดหลอกสารพัด ซ้ำมิหนำออกมาพูดว่ากำลังไปได้ดี ลงเหวลึกยากแก้ เกมกล ชาติหุ่นเชิด ต่างหน้าไปทั่วโลก หลอกโลกอย่างแรดหรู เจนจัด ไม่รู้จะไปเทียบกับใครดี จะยอดเยี่ยมในทางไม่ดี ทำกันอย่างไม่เหนียมไม่อาย เกิดมาก็ไม่เคยเห็นเคยพล มีขโมยขม้ำไทย เป็นไทยลักไทย ถ้าคนไทยเฉยเมยไม่รู้สิทธิ์ว่าตนเองมีสิทธิ์ประท้วง จะปล่อยให้ชาติอ้างว้าง มันก็ไม่ดีไม่งาม อาตมา ก็เห็นว่า ประเทศไทย ถูกขโมยไปแล้ว _อ.กฤษฎา เสริมว่าเราจะปล่อยให้ประเทศไทยเป็นเช่นนี้หรือ ควรออกมาช่วยกันประท้วง พ่อครูว่า... อาตมา มุ่งมั่นที่จะเผยแพร่สัจธรรม สิ่งที่เป็นความจริง แก่มนุษย์ และไม่ได้อ้าขาผวาปีก ไปทำเกิน ก็จะทำใน ประเทศไทย อาตมา เห็นว่าศาสนาพุทธ เป็นศาสนาที่ครบพร้อมทั้งด้านการเมือง รัฐสาสตร ์ เศรษฐศาสตร์ ดีพร้อมในระดับวิสามัญ สามัญคือระดับ mundane แต่ของ พระพุทธเจ้า นี่ระดับ supramundane เป็นโลกุตระ ส่วนสามัญคือโลกียะ เช่นโลกียะมีความดีความชั่ว มีการปฏิบัติพฤติกรรให้เป็นคนดี ความหมายที่เขาเข้าใจ ซึ่งไม่ได้แตกต่างจากโลกุตระเบื้องต้น พอสูงขึ้นไปก็จะต่างกัน จนกระทั่งคนละขั้ว เช่นถ้าโลกียะได้ลาภ ได้เงินทองข้าวของสมบัติยศ ศักดิ์ อำนาจยศศักดิ์(คือสิ่งที่จะกำหนดบทบาทหน้าทีในสังคม ตามสมรรถภาพ) ทางด้านโลกุตระมีเหมือนกัน ได้เหมือนกัน แต่พอสูงเป็นโลกุตระแล้วไม่หลงยินดียินร้ายสะสมในลาภยศสรรเสริญ และไม่ติดยึด โดยเฉพาะข้าของเงินทอง เราก็มีมากได้ แต่จะสะพัดไม่ยึดเป็นของตน นี่คือสิ่งที่จะย้อนแย้งกับโลกียะ เขาจะทำงานได้ คิดราคาค่าแรงงานผลผลิต ราคาก็เท่ากันสมรรถภาพ แต่คนยิ่งสูงในโลกุตระ ก็จะสร้างสรรการงานอันไม่มีโทษเหมือนโลกียะเขา แต่ทางโลกียะไม่ได้ละ ถ้าทางโลกียะเขามีคุณธรรมก็จะสละออกเหมือนกัน แต่ในโลกุตระก็สละ แต่โลกียะจะไม่สามารถรู้จิตได จุดสำคัญความต่างอยู่ที่ อ่านมีปัญญาอ่านปรมัตถธรรมของตนออก รู้อริยสัจ 4 รูทุกข์ รู้เหตุแห่งทุกข์ และดับเหตุแห่งทุกข์อย่างรู้ๆ ซึ่งทางโลกียะ ไม่สามารถมีญาณ เช่นญาณ 16 เป็นต้น ทางโลกียะไม่รู้จักจิตเจสิกอย่างละเอียดลออ แม้จะเป็นโสดาบันขั้นต้นของโลกุตระ ซึ่งมี 9 ขั้น ของคุณธรรมจิตวิญญาณ ผู้ทีปฏิบัติโลกุตระธรรมของ พระพุทธเจ้า จะต้องรู้เจ้งเช่นนั้นส่วนผู้ที่ไม่สัมมาทิฏฐิ อาจปฏิบัติอาสวะบางอย่างหมดได้แต่จะไม่ทั้งหมด _อ.กฤษฎา ว่า หากประสบผลสำเร็จทางโลกียะ เช่นเป็นนายกฯ ก็ยังไม่ได้สุขที่แท้จริง พ่อครูว่า... อาตมา บอกว่าโลกุตระเป็นป ระธาน ศาลได้ เป็นประธานาธิบดีได้ แต่จะประพฤติไม่เหมือนโลกียะ ซึ่งชาวอโศกมีตำแหน่งสูงสุดทางนิตินัยคือ ผุ้ใหญ่บ้านและอบต. ที่ ราชธานีอโศกและศีรษะอโศก คืออุ่นเอื้อและ มิ่งหมาย มุ่งมาจน ผญบ.ของเรานี่ ที่ศีรษะฯจบ ป.เอกนะ ผญบ.ที่ราชธานี ก็จบป.โท กำลังทำป.เอก มีตำแหน่ง ผญบ. มีอบต.ด้วยทั้งสองแห่ง หรือต่อไปในอนาคตรับตำแหน่ง ผญบ. มีเงินเดือน 8 พันแต่ไม่ได้เอาเข้ากระเป๋า ให้เข้ากองกลาง ซึ่งเป็นระบบที่ เวลาเลือกผญบ. ก็มาโหว ต กัน มาเข้าประชุม เห็นว่าคนไหนควรก็เสนอกัน วิจัยกันแล้วก็เลือกกันอย่างจริงใจ ที่จริงเกี่ยงกันเป็นเสียด้วยซ้ำ เพราะต้องมารับผิดชอบ เห็นว่าใครเหมาะควรก็ให้เป็น ในอนาคตจะเป็น สจ. สข. สส. ผู้ว่าฯ ก็อาจเป็นไปได้ แต่เรายังไม่เกื้อกว้างขนาดนั้น เกิดจากจิตที่ลดโลกธรรม ตัวแท้ ไม่ใช่มานั่งกดข่มไว้ กดข่มไว้ได้ แต่เมื่อบรรลุแล้วก็ไม่ต้องกดข่ม เรารู้แล้วก็เข้าใจทำเหมือนเขา แต่เราไม่ได้ตกเป็นทาสลาภยศสรรเสริญโลกียะสุข ก็ทำไปตามสมรรถภาพที่เราทำได้ เลือกผญบ.เราไม่มีปัญหาเรื่องเลือกตั้ง ให้ทางอำเภอไม่ต้องให้เลือกตั้งได้ไหม แต่เราก็สมัครเพียงคนเดียว แล้วก็ต้องมาลงคะแนนให้มีตัวเลขส่ง ก็เป็นเอกฉันท์ ทำเป็นรูปแบบ ซึ่งเราต่อรองกับอำเภอว่าไม่ต้องมีได้ไหม เขาก็ไม่ยอม ต้องมีการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยง การเลือกตั้ง พวกเราที่รับมาก็เอามาเข้ากองกลาง หลังเสร็จการเลือกตั้งก็ไม่มีการแบ่งฝักฝ่าย นี่คือสิ่งที่ อาตมา ว่ามันต้องเกิดได้ และที่จริงไม่ได้เจตนาให้เกิดอย่างนั้น แต่ให้ปฏิบัติธรรมะลดกิเลส มันก็จะเกิดเอง ทั้งหมู่บ้านชุุมชนพุทธ ทุกคนถือศีล ไม่มีอบายมุข ไม่มีแม้เหล้าขวดหนึ่ง บุหรี่แม้มวนเดียว ไม่มีสิ่งที่จัดจ้านทั้งหลาย แต่มีเรื่องบันเทิงเรื่องสุขภาพในฐานของผู้ที่ต้องใช้ มีการศิลปะ แม้แต่ อาตมา ก็ยังแต่งเพลงเลย ทำให้เกิดการพัฒนาจิตวิญญาณ เป็นมงคลอันอุดม เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ เป็นพฤติภาพ ยืนยันว่าอย่างนี้แหละคือ ประชาธิปไตย สมัย พระพุทธเจ้า ให้บวช คนที่วรรณะสูงต่ำ คนที่วรรณะสูงบวชทีหลังต้องกราบคนที่มีวรรณะต่ำกว่าแต่บวชก่อน เช่นกัลบกพระอุบาลีบวชก่อน ส่วนเจ้าชายอื่นๆ ให้บวชทีหลังก็ต้องกราบพระอุบาลี เป็นความเสมอภาคที่แท้จริง ยิ่งกว่าสมัยนี้ สู้สมัย พระพุทธเจ้า ไม่ได้ ....โดยยังไม่มีภาษาบัญญัติเลย _อ.กฤษฎา...พูดถึงบ้านราชฯ ซึ่งมีความหลากหลาย ใช้กติกาศีล เป็นหลัก ก็บริหารกันมีหลักเกณฑ์ ไม่ผิดกม. ส่งเสริมกม.ด้วยซ้ำไปเหนือกว่ากม. เป็นสหประชาชาติมารวมกัน มีพฤติภาพ จับต้องได้เป็นรูปธรรม มีสัมมาอาชีพ พ่อครูว่า... อาตมา ได้อธิบายในวันอาทิตย์ ที่ผ่านมาว่า เป็นวิชชาจรณะสัมปัณโนที่เป ็ นความรู้อย่างวิเศษ เมื่อปฏิบัติธรรม จะเห็นเป็นจรณะ ความประพฤติ ที่จริงจังทั้งนอกและใน เพราะได้รับมรรคผลแล้ว ตามหลักมรรคองค์ 8 ตัวปฏิบัติที่เป็นพฤติกรรม คือสังกัปปะ วาจา กัมมันตะ อาชีวะ คือพฤติกรรม ทั้งกาย วาจา ใจ กรรมกิริยาการงาน เรียกรวมว่ากัมมันตะ และอาชีวะ สัมมาอาชีวะเป็นพฤติกรรมที่เห็นชัดเจน ในสังกัปปปะมี มิจฉา 3 วาจามี มิจฉา 4 กัมมันตะมีมิจฉา 3 อาชีวะมีมิจฉา 5 ส่วนสัมมาทิฏฐิเหมือนท่านเปา ส่วนสัมมาวายามะ และสัมมาสิต เป็นเหมือนผู้ช่วยหวังเฉาหม่าฮั่น สั่งสมเกิดเป็นสัมมาสมาธิ ไม่ใช่ไปนั่งหลับตา อันนี้แก้ยาก เพราะติดยึดสมาธินั่งหลับตา ซึ่งเป็นของฤาษี มีมาก่อน พระพุทธเจ้า เสียอีก พอ พระพุทธเจ้า อุบัติก็มีมรรคองค์ 8 มีสัมมาสมาธิ จิตเป็นเอกัคคตา สัมมาสมาธิเกิดจากการปฏิบัติมรรค 7 องค์ โดยมีเหตุองค์ประกอบ สองอย่าง คือ 7 อย่างของมรรคองค์ 8 ทำแล้วสั่งสมเป็นสัมมาสมาธิซึ่งกำกับว่าเป็นสัมมาสมาธิของพระอาริยะ เมื่อจิตปฏิบัติจะเกิดเป็นฌาน ไม่มีนิวรณ์ จะเป็นฌาน 1 - 4 ซึ่งจะยังไม่ลงลึก นี่คือสัจจะที่เพี้ยนไป อาตมา จึงถูกหาว่าเพี้ยนไป โชคดีที่ยังมีหลักฐานเป็น พระไตรปิฎก ยืนยัน เลยเถ ี ยงไม่ออก ที่สำคัญคือ อาตมา นำเอาสิ่งนี้มาให้คนทำจนเกิด คนที่เป็นอาริยะบุคคลได้จริง แต่ละคนก็บอกได้ ว่าเขาอยู่ในระดับไหน _อ.กฤษฎาว่า ...ประเด็นที่พวกเรามักสับสน ว่าเมื่อมีความขัดแย้งให้ไปดูที่ พระไตรปิฎกฉบับหลวง ให้ตรวจสอบได้ใน พระไตรปิฎกฉบับหลวงเล่มไหน ข้อไหน ผู้ที่ติดตาม รายการสามารถสืบค้นได้ ) พ่อครูว่า... เมื่อปฏิบัติแล้วพฤติกรรมจะเปลี่ยนไป ทั้ง อาชีพ การกระทำ วาจา ใจ จะเปลี่ยนแปลงอย่างไม่กดข่ม การสมถะกดข่มก็ช่วยบ้าง แม้แต่สมาธิหลับตาเราก็นั่งเป็นการเสริม แต่ไม่ใช่ทางเอก ที่จะปฏิบัติอยู่ในสังคม จะรู้จักอาชีพ เช่นแต่ก่อนเรามีอาชีพอบายมุขขายเหล้า มอมเมาอื่นๆ เรื่องอกุศล อาตมา จะไล่ให้ฟัง อาชีพขั้นต่ำขั้นอบาย ในอาชีวะ 5 มีมิจฉาอาชีวะ 5 มี กุหนา ลปนา เมนิตกตา นิปเปสิกตา ลาเภนลาภัง นิชิคิงสนตา มีหยาบกุหนา การโกงทุจริต คอรัปชั่นเหลวไหล ทุกวันนี้คือนักบริหารใน ประเทศ ที่ทำงานกับ ประชาชน ทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง ยิ่งเป็นสส. รมต. ถ้ายังไม่หลุดพ้นอาชีพอบายมุขประเทศไม่รอดหรอก บางคนอาจเรียนมาสูง แต่ไม่เข้าใจว่านี่คือทุจริตไม่เข้าใจและทำอยู่ ประเทศ ไม่รอดหรอก อาตมา เอาหลักฐานมายืนยัน ว่าการโกงนี่หยาบสุด ลปนาก็รองลงมา เนมิตกตา จะเป็นอาชีพที่เข้าสู่อาริยะชน เริ่มต้นศีล 5 อบายมุข คือยังฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดผัวเมีย พูดปด เสพอบายมุข 6 ต้องเข้าใจสาระของมัน ไม่ใช่เอาแค่บัญญัติ ทุกวันนี้อบายมุขมันจัดจ้าน กว่าที่มีบัญญัติไว้ในอบายมุข เช่นเหล้า ก็มีน้ำเมาอื่น เช่นเบียร์ ยาเสพติดเป็นต้น ซึ่งมันพาซื่อกันไปหมด โดยเฉพาะกุหนามันโกหกตลบแตลง นี่มันอบายมุขทั้งหมด แม้แต่ข้าราชการส่วนใหญ่ที่ยังซื่อสัตย์ จะหาได้ไม่กี่คน พูดไปก็กระทบคนที่เลวร้าย คนที่ไม่เป็นก็รอด คนที่ผิดก็ปรับปรุงก็แล้วกัน ถ้าอย่างเน้นสังคมไม่รอด ข้าราชการนี่ฉ้อฉล ตั้งราคาเงินเดือนสูงกว่าคนชั้นล่าง ทำให้เกิดช่องว่างรายได้ เกินของเขต ไม่ควรเอารัดเอาเปรียบกันมากขนาดนี้ สังคมจะไม่สงบ เพราะมันต่างกันมาก อย่างชาวอโศก ที่เป็นอบต.มีตำแหน่งทางการ ก็เสมอภาคกับพลเมือง ได้เงินมาก็ใส่กองกลาง สวัสดิการก็เหมือนกัน ไม่มีอะไรแตกต่าง ไม่มีรายได้ บางคนไม่ได้ทำงาน แก่ป่วย ต้องมีคนมาบริการ ก็เสมอภาค กินใช้ร่วมกัน ของเรามีของส่วนกลางกินใช้ร่วมกัน แต่จริงๆ แล้วมันไม่เหมือนกันหมดหรอก เช่นผญบ.ต้องมียูนิฟอร์ม ไม่เหมือนใคร ก็เข้าใจกัน อย่างเช่นเสื้อผ้า สำหรับกันแมลงสัตว์กัดต่อย กันร้อนกันหนาว ไม่ใช่เป็นเครื่องเบ่งฐานะ แต่สำหรับใช้สอย ใช้ให้ครบประโยชน์แค่นั้น ส่วนที่เฟ้อคือเอามาอวดกิเลสกัน สิ่งที่ไม่จำเป็น จะต้องมีอะไรมาโก้เก๋กว่าเขาต่างๆนานา ยิ่งไม่ต้องไปคดเลย ส่วนรวม ส่วนใครจะมีความเหมาะสม จะต้องใช้เครื่องมือ มากกว่า ก็เข้าใจไม่ได้ถือว่าเป็นความเหลือมล้ำตำสูงแต่อย่างใด อย่างเช่นสัมมาสิกขาเราไม่รับ tablet ไม่ต้องห่วง เด็กเก่งกว่าเราแน่นอน ไม่ต้องเสียเวลาไปมั่วหมุน บางคนเล่นจนตายเลย อย่างเด็กขนาดนี้อย่าเพิ่งให้จับมีด ถ้าถึงเวลาวาระก็ให้จับได้ ฉันเดียวกันเด็กที่นี่ไม่ให้ใช้เงิน พ่อแม่จะเอามาฝากให้ลุกไม่ได้ เพราะจะเกิดความเหลื่อมลำต่ำสูง ไม่ต้องกลัวว่าจะใช้ไม่เป็นถึงวาระก็จะเป็นไป จะเป็นเครื่องมือสมัยใหม่ ก็ต้องให้สมกับการใช้ หรือจะเป็นเครื่องอุปโภค บริโภค ศาสนา พระพุทธเจ้า สอนให้รู้เท่าทันแล้วใช้ให้เป็นประโยชน์ ไม่ต้องกลัวว่าจะรู้ไม่เท่าทันเขา ตามที่ในหลวงว่าไม่ต้องก้าวหน้าอย่างเขา .... _อ.กฤษฎา ให้ข้อมูลว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ลดการใช้เงินลง อาตมายกตัวอย่างกระเป๋าถือใบละ 4 ล้าน เป็นต้น จริงเท็จไม่รู้ ถ้าถือปั๊บแล้วเหาะได้หรือ เป็นเรื่องหลอกมอมเมา ให้หลงติดเป็นทาส ไม่มีก็ต้องกระเสือกกระสน มันไม่ได้ทำให้ดีกว่าเดิมมีแต่จะให้เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ อ.กฤษฎาว่า คนพยายามหาเรื่องหลอกกันตลอด พ่อครูว่า... พระพุทธเจ้า สอนปรมัตถ์ เป็นความจริงระดับสัจธรรมว่า ความสุขเป็นเรื่องหลอก เป็นสุขขัลลิกะ อัลลิกะเป็นเรื่องหลอก เรียกเต็มว่า กามสุขขัลลิกะ เป็นเครื่องสมใจใน รูปเสียงกลิ่นรสสัมผัส เป็นสมมุติสัจจะ ที่คนที่อวิชชาที่ตกเป็นทาส ก็จะเกิดรส ในสมมุติสัจจะ พอเรียนรู้แล้วก็จะไม่มีรสเหล่านี้ เช่นกระเป๋าใบละ 4 ล้านเราก็ถือได้ใช้ได้ ใส่ทิชชู ปลาร้าปลาเค็มก็ได้ แต่คุณซื้่อสี่ล้านคุณก็ไม่กล้าใส่ปลาร้าหรอก คุณถือว่าศักดิ์ศรี เอาปลาร้าใส่ เชอะ นี่คือถูกกำหนดไปด้วยความโง่ อวิชชาให้ตัวเองยุ่งยากวุ่นวายยึดถือ แล้วก็ไม่รู้ สุขเวทนาเป็นโลกีย์ทั้งสิ้น เป็นของหลอกของเท็จทั้งสิ้น เมื่อเราปฏิบัติธรรมะเราจะอยู่เหนือมัน แต่เราจะรู้ยังอยู่กับมัน ไม่หนี ในวาระที่เรายังไม่อยู่เหนือเงิน เราก็ลองห่าง ไม่ใช้เงินดู เมื่อเราไม่ติดมันเราก็ใช้เงินมันเหมือนกับเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ธนบัตรคือสิ่งที่บอกราคาของสิ่งต่างๆ เช่นซื่อของราคาเป็นพันหมื่น เป็นแสนวางทิ้งขว้างที่บ้าน เพราะใช้งานพอแล้ว เดินผ่านก็ไม่ดูแลมันหรอก จะรู้สึกว่าไม่มีราคา แต่ถ้าธนบัตรใบละพันตก จะรีบเก็บเลย แต่ข้าวของที่ทิ้งขว้างราคาแพง ก็ไม่เก็บ เดินแตะมันด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องศึกษาไม่ให้เป็นทาสมัน เป้าหมายของสังคม เข้าหาการเมือง ผู้ที่ปฏิบัติธรรม พระพุทธเจ้า อยู่เหนือ โลกธรรม เราจะรู้ตามสัมมาทิฏฐิ จะสังวรลดละ กันไป อยู่ปะปนไปในสังคม ออกไปทำงานกับสังคม โดยจิตไม่อยากได้ในโลกธรรม แม้บางคนจะไม่มีคุณธรรมถึง แต่เมื่อไปกับหมู่จะรักหน้าหมู่ จะซื่อสัตย์ ถ้าคนไม่มีกิเลสก็ยิ่งจะทำงานได้อย่างดี อาตมา ชื่นชมเด็กพวกเราไป ร่วมกันสร้างส้วมเสร็จรวดเร็ว เสร็จแล้วเก็บภายในวันเดียว เขาไม่ได้ทำเพื่อลาภ ไม่มีเบี้ยเลี้ยง คนไหนถนัดอันไหนก็ทำไป จะมีเลี่ยงบ้างก็มี มีอำนาจของหมู่เป็นสนามแม่เหล็ก มีโมเลกุลใดวิ่งเข้ามาก็จะมีสนามแม่เหล็กจัดระเบียบ ให้เข้าที่เข้าทาง เราทำงานมีสิ่งปรากฏเป็นพฤติภาพ อาตมา ต้องไปคอยกำกับก็ไม่ต้อง เขามีสำนึกตามฐาน แต่จะสูงกว่าสามัญอยู่ _อ.กฤษฎา มานั่งนึกเมื่อวานว่า การพิจารณาอศุภะ เมื่อเทียบการไปมองศพ กับการที่เราไปเก็บกวาด สิ่งสกปรก จะได้ทั้งรูปธรรมนามธรรม เป็นประโยชน์กับหมู่กลุ่มอีก เด็กๆ ตอนแรกก็อาจจะขยะแขยง แต่เมื่อเข้าใจก็จะไม่รังเกียจ เวลาเราล้างก้นเราก็จับขี้่ของเราเอง แต่จะเข้าใจว่า บางสิ่งมีพิษมีภัยกว่าดมอุจจาระปัสสาวะ ที่ขึ้นห้าง บางอย่างมีภัยกว่าขี้ พ่อแม่ของเด็กข้างนอกหลายคน คนที่มีปัญญาก็จะอยากให้ลูกเรามาบ้าง แต่มีบ้างที่ไม่เอาก็มีเหมือนกัน อย่างนี้ดีกว่าเด็กแว้น ดีกว่าพาลุกไปทำอย่างอื่น สมัยเป็นเด็กถูกบังคับให้เรียนงานปูนงานไม้ รู้สึกตอนนั้นว่าไร้สาระ แต่พอนึกก็พบว่า รูปแบบการเรียนมันทำให้เราไม่สนใจ แต่เด็กสัมมาฯ เขาได้ฝึกเรียนโดยธรรมชาติ อาตมาว่านี่คือ ศีลเด่นเป็นงานชาญวิชชา ให้พึ่งตนเองได้ คนข้างนอกตะลอนหาเงินมามากมาย ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน แต่คนที่อยู่จริงคือคนใช้ เอาไว้ให้แขกดูว่าบ้านเราใหญ่โตแค่นั้น คนใช้ถ้าทำตัวดีดีก็อยู่สบายไปจนตายเลย พ่อครูว่า... นร.สัมมานั้นยิ่งเด็กคนไหนอ่านสภาวะจิตได้อย่าดูถูกในยุค พระพุทธเจ้า เด็กก็เป็นอรหันต์ ของ พระพุทธเจ้า นั้นได้ทั้งสองส่วน งานนอกก็ได้ลดกิเลสก็ได้ งานการข้างในก็มีทุกอย่างเป็นการยังชีพทุกอย่าง ที่เราไปทำกับสังคมก็มี แต่งานในหมู่บ้านก็มี เด็กก็ต้องรู้ว่าผู้ใหญ่เขาทำอะไร ก็ไปศึกษา ก็คือชีวิติที่จะศึกษาให้มีความรู้ความสามารถทำอยู่ทำกิน แม้จะเป็นงานอาชีพต่างๆ งานเทคนิค ถ่ายทำโทรทัศน์ คนไหนสนใจเราก็ฝึกให้ เด็กหลายคนไปทำงานโดยไม่ต้องผ่านนิเทศศาสตร์ เรามีการใช้ระบบแม่ไก่ลูกไก่ หลังฟังธรรม ทำงานก็มีการไปสรุป เป็นการบูรณาการ ใน 8 สาระวิชา เรียนในเรื่องจริง ทั้งภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ อื่นๆด้วย _อ.กฤษฎาเห็นว่าหลังฟังธรรม นั้นมีการไปสรุป และมีการสนทนาธรรม กันด้วย พ่อครูว่า... มีทั้งศึกษาหลักสูตร และมีการเป็นงาน ด้วย มีศีลเป็นหลัก เป็นงาน และมีวิชาการตามหลักสูตรของกระทรวงด้วย เด็กบางคนเข้ามาแรกๆ ร ู้ สึกว่าเราเรียนน้อย ไม่พอ แต่จริงๆแล้วไม่ตกหรอก เรียนพอ เช่นเด็กของเราจ บ ออกไป จะจบออกไปไม่มากเพราะเรารับไม่มาก จบแล้วเอ็นทรานซ์ได้ก ็ มีมากบางทีก็แค่ลองสอบ ได้แล้วไม่เรียนแต่จะเรียนมหาลัยปิด ทำงานไปด้วย เด็กเราไปเรียนมหาวิทยาลัยอุบลฯ ส่งไปเรียนรุ่นแรก ตั้งแต่ ปี 51 ไปเรียน 18 คน ที่จริงเข้าไปเรียน 21 คน แต่จบมา 17 คน แต่ได้เกียรตินิยม 4 คน ปีที่สองเรามี 7 คน ได้เกียรตินิยม 3 คนมีอันดับหนึ่ง 2 คน รุ่นที่3 มี 5 คนเอง ก็จะมีเกียรตินิยมเหมือนกัน ไม่ใช้เรื่องฟลุ๊คๆ ถ้าปีนี้มีเกียรตินิยมอีกหมายความว่าอะไรอย่างนี้เป็นต้น ไม่ต้องห่วงหรอก เด็กเราจบไปก็จบป.โท ป.เอกหลายคน เป็นงานด้วย มีศีลธรรมด้วยเราตั้งมา 20 ปี _อ.กฤษฎา ซักถามพ่อครู เราสามารถมองชี้วัดวิธีการวิถีพุทธว่ามีผลดีต่อสังคมอย่างไร พ่อครูว่า... อาตมา ว่าเด็กเราจบมาไม่ตกงานซักคนแย่งกันด้วยซ้ำ เด็กบางคนไปทำงานแล้วรู้สึกไม่เข้าท่าก็ออก ไปหางานก็ง่ายเด็กพวกเรา สิ่งเหล่านี้ อาตมา มั่นใจว่าเด็กเรามีคุณธรรม ไม่หยิบโหย่ง เราเคี่ยวเข็ญฝึกฝนความอดทนให้จริงๆ นี่คือการศึกษาที่เราเป็นแบบบุญนิยม มาถึงวันนี้แล้ว เกือบ 20 ปีสามารถยืนยันว่ามีผลดี อยากให้ประเทศได้ลองดูบ้าง อาตมา มีคำขวัญว่า การศึกษาที่ไมลดกิเลสกู้ประเทศไม่ได้ _อ.กฤษฎา ว่าสมรรถนะของอโศกนี่เหนือคนธรรมดาเพราะมีกระบวนการฝึกฝน ที่เราออกไปชุมนุมนี้ รบ.ออกพรบ.มั่นคง และไม่ให้เด็กต่ำกว่า 18 มาชุมนุม อาตมาก็บอกว่าเด็กเรามาเรียนไม่ได้มาชุมนุม พ่อครูว่า... ขอจบว่าเจตนารมณ์ของเราชาวอโศกที่มาชุมนุมคืออะไร อาตมา จะพูดย้ำซ้ำๆให้ฟัง เจตนารมณ์ของเรา เจตนารมณ์ ของเราชาวอโศก หรือ กองทัพธรรม อย่างจริงใจ บริสุทธิ์ใจ คือ อย่างไร? คือ ความมุ่งมั่นสร้างความชอบธรรม ตามโลกุตรธรรมธรรมของพระพุทธเจ้า จะเป็นไปได้ยากปานใด เราก็จะทำ จะมีผู้เห็นดีเห็นด้วยเท่าใด เราก็พอใจเท่าที่ได้..... เราไม่หวังว่าจะได้มากเป็นที่ตั้ง เพราะคนที่จะมีความสนใจ มีความกล้า มีภูมิถึงขั้นจะรับคุณธรรมขั้นโลกุตระนี้ได้ มันไม่ธรรมดาสามัญทั่วไป เราไม่เคยยึดมั่นหรือมุ่งเอาชนะเลย เพราะการชนะมี 2 อย่าง (1) ชนะตามแบบ force คือ อำนาจ ที่มีลักษณะของ เผด็จการ กดขี่ บังคับ ยัดเยียด ครอบงำให้จำนน อันเป็นอำนาจ ที่เราไม่ทำอยู่แล้ว มันไม่ใช่โลกุตระ ไม่ใช่ อุดมคติของกองทัพธรรม เพราะมันเป็นอำนาจที่ยังมีอวิชชา (2) ชนะตามแบบ Authority = right power ที่เป็น อำนาจ ความถูกต้อง ความดี งาม ชนะด้วยวิชชา มีสติ ปัญญา ความชอบธรรม ซึ่งต้องสัมมาทิฏฐิ เรารู้ว่า คนยุคนี้มีกิเลสจัดจ้าน ใกล้กลียุคแล้ว เต็มไปด้วยกิเลสมากมายไปหมด เรารู้ดี จึงไม่ได้หวังชนะสูงสุด หรือชนะเด็ดขาด ชนะสุดท้าย จบ final หรือ the end ตามที่คนในสังคมประเทศเขานับว่าเป็นความชนะกัน เราเพียงขอให้ชนะ คือ มีบุคคลในสังคม ในประเทศเกิดสติ ปัญญา มีความชอบธรรม เพิ่มจำนวนขึ้นให้แก่ประเทศ ก็เพียงพอแล้ว ไม่ได้หวังดังที่คนทั้งหลายคิด ไม่ได้หวังมากกว่านี้ แต่ถ้าบุญของประเทศไทย จะมีปาฏิหาริย์ มหัศจรรย์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เราได้เข้าไปร่วมทำงานมาแล้ว ตั้งแต่ เปิดตัวกองทัพธรรมกับสังคมเป็นปรากฏการณ์ ก็ชี้บ่งชัดเจนว่า คนจำนวนไม่น้อยที่อึดอัดกับการเมืองในปัจจุบันนี้ ที่มีนักการเมืองบริหารกันอยู่อย่างเป็นจริงมีจริง คนที่ออกมานี้เป็นเครื่องยืนยันว่า เขาทนไม่ไหว จึงออกมาชุมนุมได้มากเกินคาด หรือมากอย่างไม่เคยปรากฏ เพราะเราประกาศให้มาชุมนุมกันอย่างบริสุทธิ์ ไม่มีวิธีการที่ ใช้อำนาจตามแบบ force คือ อำนาจ ที่มีลักษณะของเผด็จการ กดขี่ บังคับ ยัดเยียด ดังที่กล่าวมาแล้ว เรามีแค่ต่อรอง ทั้งๆที่ถูกรัฐบาลใช้วิชามารสารพัดจะสกัดประชาชนได้อย่างมากจริงๆ ต้องยอมรับว่าเขาเก่งวิชามาร ชนิดที่ต้องขอเรียกว่าเก่งฉิบหายกันเลย ต้องขอใช้คำคุณศัพท์อันนี้ กระนั้น ฝูงชนก็ออกมาชุมนุมกันมากเป็นประวัติการ มากเกินคาดเกินคิดจริงๆ ตามแบบ authority คือ อำนาจ ที่ได้โดยธรรม ซึ่งแสดงถึงความชอบธรรม เป็น อำนาจ แต่ถ้ายังไม่มากพอที่จะทำให้รัฐบาลยอมรับ ว่า เป็นคะแนนเสียงประชาชน ที่เรียกว่า ประชาธิปไตยอันจะทำให้ รัฐบาลจะต้องยอมแพ้ รัฐบาลก็ยืนยันความถูกต้องออกมา ถ้าเสียงของประชาชนคนตัวเป็นๆ ออกมาชุมนุมกันมาก พอ มันแสดงถึงความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ที่รัฐบาลจะต้องเคารพ คะแนนเสียงนี้เป็นเครื่องตัดสิน แต่นั่นแหละ นักการเมืองหรือรัฐบาลจะมีวุฒิภาวะทางการเมืองสูงส่งดังกล่าวนี้ได้ เราก็ต้องช่วยกันสร้างคน สร้างความรู้ สร้างความจริงของการเมืองไทยต่อไปด้วยอุตสาหะ กองทัพธรรม มุ่งมั่นดังกล่าวนี้ ใครจะหาว่า เราสุดโต่ง เราเพ้อฝัน ก็ไม่มีปัญหา เราจะพากเพียรพยายาม จนกว่าจะตาย. พ่อครูว่า... ขอย้ำว่ากองทัพธรรมออกไปชุมนุมจะไม่เหมือนใคร แม้คุณสุรพจน์จะท้วงว่าไม่เป็นปชต. ก็ขอยืนยันว่าเราไม่ได้ไปโยงใยกับใคร เราหมายว่าเราส่งเสริมสิ่งที่ใช้ได้ให้เหมาะกับกาละครั้งคราว อาจมีข้อบกพร่องบ้าง ซึ่งสุดยอดของปชต.คือเช่นนี้ _คุณกฤษฎา สรุปว่า ถ้าคุณสุรพจน์เป็นนักวิชาการ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน