สื่อธรรมะพ่อครู(พลังสัมประสิทธิ์) ตอน สัมประสิทธิ์สองทิศทางที่ต่างขั้ว.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พลังสัมประสิทธิ์) ตอน สัมประสิทธิ์สองทิศทางที่ต่างขั้ว พ่อครูว่า…วันนี้เป็นวันที่ 3 ของงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ครั้งที่ 42 วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ขึ้น 13 ค่ำเดือน 4 อีก 2 วันจะถึงวันมาฆบูชาแล้ว เราก็มาพูดกันต่อ งานนี้เราตั้งใจพูดกันถึงเรื่องความจนที่มีสัมประสิทธิ์กัน จริงๆแล้วเราปฏิบัติกันแล้ว เราเป็นคนจนกันแล้ว เรามีความจน ที่มีสัมประสิทธิ์กันแล้ว ซึ่งความจนที่มีสัมประสิทธิ์นี้เป็นความจนของอาริยบุคคล เป็นแบบโลกุตระ ซึ่งมันไม่ใช่ความจนทั่วไปของปุถุชนคนสามัญที่เขาเป็นกัน ความจนที่คนปุถุชนสามัญเขาเป็นกัน เขาเป็นกันด้วยความจำนน เขาเป็นกันเพราะว่า เขาอยู่ในสภาพที่ตกอยู่ในฐานะที่หนีไม่ออก ถ้าเขาดีดออก ดิ้นรน เขาก็ดิ้นรน ที่จะไม่เป็นคนจน ซึ่งเขาไม่อยากเป็นเลย แต่ว่าพวกเราดิ้นรนมาเป็นคนจนแบบนี้ คนจนที่มีสัมประสิทธิ์สำคัญ เป็นสัมประสิทธิ์สำคัญ เป็นสัมประสิทธิ์ทางนามธรรม ที่จริงคำว่า Coefficient เขาใช้ในทาง สสาร ทางวัตถุ ทางพลังงานทางสสาร แต่เรามาใช้ทางนามธรรมจิตวิญญาณ เอามาเปรียบเทียบ ไม่มีใครเขาเอามาใช้หรอกอาตมาเอามาใช้เอง ซึ่งความจนที่มีสัมประสิทธิ์นั้นเป็นความจนที่เจริญยิ่ง เป็นความจนอาริยะเพราะมีประสิทธิภาพพิเศษหรือว่าสำคัญ จึงเป็นคนจนพิเศษ ที่แตกต่างจากผู้ที่คนจนสามัญเขา ถ้าเป็นคนจนที่มีความสามารถต่อหน้าที่ จึงมีประสิทธิภาพ ยิ่งมีความพร้อมไปด้วยกัน นี่คือ Coefficient เพราะฉะนั้นจึงอยู่ร่วมกันอย่างสนิทเนียน อยู่ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพมีความสุขมีความเจริญนานาประการ ที่มันเป็นความเจริญก้าวหน้าของความเป็นมนุษย์ ปุถุชนนั้นเขาไม่มีใครต้องการความจน ไม่มีใครยอมเป็นคนจน ถ้าเขาหนีจากความจนได้เขาดิ้นรนพยายามทำตนให้มีฐานะรวยกันทั้งนั้น แล้วก็เป็นคนรวยที
อ่านต่อ
่ไม่ยอมจบไม่ยอมสุดสิ้น ต้องรวยๆๆ จนตาย ถ้าตายแล้วก็ไม่มีทางรวย แต่ส่วนมากคนรวยๆนี้ตายแล้วไม่ได้รวยอีกหรอกตกนรกไปส่วนมาก ยิ่งสมัยนี้ยิ่งมีวิธีการที่จะขี้โกง มีวิธีการเอาเปรียบเอารัด มีวิธีการที่สังคมที่มีอำนาจ จะสร้างระบบสร้างวิธีการ สร้างอะไรสนับสนุนคนรวยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่รู้นะ ว่าต้องพยายามที่จะหาทางช่วยคนจน ปากก็พูดจะหาทางช่วยคนจน แต่จริงๆแล้วเวลาประพฤติ คนที่มีอำนาจโดยเฉพาะอำนาจเงิน เป็นคนตรากฎเกณฑ์ก็จะเป็นการลำเอียงให้แก่หมู่ฝูงที่จะไปรวย นี่เป็นเรื่องของสัจจะที่มันเป็นจริง คนจนที่มีสัมประสิทธิ์ จะมีคุณงามความดี มีพฤติกรรมที่เจริญสมบูรณ์ เป็นคนขยันหมั่นเพียร คนจนนะ เป็นคนจนที่ขยันหมั่นเพียร เป็นคนจนที่ทำงานสุจริต เป็นคนจนที่ไม่แย่งชิงใคร แถมเป็นคนจนที่สร้างสรรค์แล้วก็เผื่อแผ่แจกจ่าย ให้แก่คนอื่นอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทวนความเข้าใจตื้นๆ ความเข้าใจสามัญของมนุษย์ เรียกว่าทวนกระแส คนจนที่มีสัมประสิทธิ์นี่ มันจะทวนกระแสของคนสามัญธรรมดาที่เขาเข้าใจเขารู้ ว่าคนจนโลกีย์คนสามัญ เป็นคนจนที่ไม่มีสัมประสิทธิ์สำคัญแบบโลกุตระ เขาตั้งหน้าตั้งตา แม้จะเป็นคนสุจริตก็ตาม มีความขยันหมั่นเพียรอย่างไรก็ตาม ก็จะพยายามให้มีรายได้ ให้มีผลผลิตจากแรงงานความสามารถทั้งกายวาจาใจของตน ทางความคิดความรู้ของตนแล้วก็สะสมไว้ ให้มีทรัพย์มีเงินทอง ก่อกองขึ้นให้มาก ให้เป็นคนรวย พอเป็นคนรวยก็จะมีช่องทางที่จะเอาเปรียบคนอื่นได้ ยิ่งสมัยนี้มีระบบทุนนิยม ซึ่งได้สร้างกฎเกณฑ์ สร้างแบบ ที่จะได้เปรียบก็เข้าไปสู่ระบบในสายของความเป็นคนรวย จึงได้เปรียบได้โอกาส ได้ช่องที่จะรวยมากขึ้นๆ เสร็จแล้วถึงทุจริตได้อย่างร้ายแรงและเร็วที่สุด พร้อมจะกลบเกลื่อน จะหาทางพราง แล้วก็สร้างระบบกฎเกณฑ์เพิ่มเติมขึ้นให้แก่ตัวเองรวยได้ ดีไม่ดีย่ามใจก็เลยยิ่งใช้อำนาจบาตรใหญ่ ตัวอย่างอย่างเช่น คุณทักษิณ เห็นชัดเจนเลยว่าหาทางให้ตัวเองได้เปรียบ จนกระทั่งมีช่องทางมีอำนาจบาตรใหญ่ เลยตะกละตะกลาม ถึงขั้นโกง อย่างที่เห็นๆ เพราะว่าคนที่ยังมีกิเลสยังไม่ได้ศึกษายังไม่ได้ลดกิเลสจริงมันอดไม่ได้ทนไม่ได้ที่จะมีการตะกละมีความตะกละตะกลาม เมื่อมีช่องทางที่จะได้เปรียบเอาเปรียบกันได้ มันยิ่งได้ช่องทางกิเลสมันยิ่งตะกละ กิเลสมันยิ่งเพิ่ม Coefficient เพิ่มพลังงานเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ coefficient ในทางดี มันยิ่งเพิ่มพลังงานที่จะโกง ที่จะเอาเปรียบเอารัดสูงยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นอวิชชาที่มีอัตราสัมประสิทธิ์ ที่ยิ่งขึ้นๆของความฉลาดแบบโลกีย์เฉโกจึงยิ่งเลวยิ่งขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อมีช่องทางได้ มันไม่จบ เพราะฉะนั้นผู้ที่สามารถเอาเปรียบได้ มีช่องทางที่ไม่ให้คนอื่นรู้สึกโดนเอาเปรียบ อย่างผู้ที่รวยได้อย่างเห็นๆในสังคมทุนนิยม ไม่ว่าจะเป็นบิล เกตส์ คุณธนินท์ แต่ในวิธีการซับซ้อนถ้าหากศึกษาให้ดี จะมีช่องทางเอาเปรียบโดยที่ไม่ให้ผู้อื่นรู้สึก ก็จะเพิ่มขึ้นๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณธนินท์หรือใครก็แล้วแต่ ในกลุ่มเซ็นทรัลคือใครก็แล้วแต่ ขออภัยที่ต้องออกชื่อ เพื่อสะดวกในการใช้อธิบายยกตัวอย่างในการศึกษา ที่พูดนี้เป็นวิชาการเป็นการบรรยายความรู้ความเข้าใจ ก็เลยต้องพยายามหาทางที่จะใช้ เพื่อจะทำความเข้าใจให้ดีให้เร็วให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่วนสัมประสิทธิ์ที่เป็นของอาริยชนนั้น อาริยชนของศาสนาพุทธนั้นจริงๆคือผู้ที่มีไตรสิกขาที่มีประสิทธิผล ซึ่งเป็นหลักแห่งการศึกษาใหญ่ของศาสนาพุทธ ไม่มีอะไรออกเกินไปกว่าไตรสิกขา แต่คนก็ไม่เข้าใจ แล้วเขาก็ออกนอกกรอบของไตรสิกขา ผิดเพี้ยนไป เช่น ศีลเขาก็ปฏิบัติอย่างหนึ่ง สมาธิก็ไปนั่งหลับตา ซึ่งอธิศีล อธิจิต อธิปัญญานั้นแยกจากกันไม่ได้ทุกเม็ดทุกขั้นตอน ทุกการปฏิบัติที่จะเพิ่ม อธิ การก้าวหน้าขึ้น จะต้องไปด้วยกัน มีความเป็นปฏิสัมพันธ์ ศีล สมาธิ ปัญญา อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา จะต้องได้สัดส่วนไปด้วยกันเสมอๆ ถ้าผู้ที่เข้าใจอย่างไม่ถูกต้อง การปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ ถึงไม่เป็นการเจริญเป็นไปอย่างมีลำดับ เป็นที่น่าอัศจรรย์ ตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัส ถ้าทำได้เป็นลำดับที่เป็นสัดส่วนพอเหมาะพอดี จะเจริญตามลำดับได้เร็วได้ดี ได้ประเสริฐสูงสุด มีคุณภาพมีประสิทธิผลที่สูงที่สุด ทั้งเร็ว แรง มาก ก้าวหน้า อย่างที่ดีที่สุด
610227_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ความจนที่มีสัมประสิทธิ์ ตอน 2