สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน นานาสังวาส กับ อธิกรณ์ 4 ประการ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.01 KB
วันที่แก้ไข27 กุมภาพันธ์ 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พระวินัย) ตอน นานาสังวาส กับ อธิกรณ์ 4 ประการ อาตมาเป็นตัวแทนศาสนา พูดแรงพูดชัดพูดโขกสับอย่างแรงเลย ปฏิกโกสนา แต่ไม่เอาตบตีทะเลาะวิวาท หรือไปก่อการฟ้องร้อง อธิกรณ์ แต่แจ้งท่านพุทธอิสระท่านทำอธิกรณ์ได้ อาตมาเป็นนานาสังวาสอธิกรณ์ไม่ได้ อย่างเก่งก็แค่ ปฏิกโกสนา กล่าวว่าคัดค้านอย่างจังเท่านั้น แต่ท่านพุทธะอิสระอยู่ในสมานสังวาสก็ฟ้องร้องกันได้ อาตมาทำในกรอบขอบเขตธรรมวินัยพระพุทธเจ้า อาตมาประกาศนานาสังวาสตั้งแต่ 2518 ไม่ได้เป็นนิกาย คนที่เข้าใจว่าอาตมาเป็นนิกายก็ทำอนันตริยกรรม จิตของเขาเป็นอนันตริยกรรมของเขา เพราะว่า การทำนานาสังวาส นานา แปลว่าความต่าง คนที่รู้จักนานาสังวาสและประกาศมี 2 อย่าง 1. ฝ่ายน้อยประกาศเป็นนานาสังวาสกับฝ่ายใหญ่ 2. ฝ่ายใหญ่ประกาศเป็นนานาสังวาสกับฝ่ายน้อย หรือคนเดียวประกาศนานาสังวาสกับฝ่ายใหญ่เลยก็ได้ อย่างอาตมาไม่ใช่คนเดียว วันประกาศอาตมามีสมณะ 21 รูป เณร 2 รูป ในวันที่ 6 สิงหาคม 2518 พอวันที่ 7 อาตมาก็เป็นนานาสังวาส กับสงฆ์หมู่ใหญ่สำเร็จ อาตมามีธรรมวินัยมีกฎเกณฑ์ปฏิบัติ ถือศีลก็ต่างกัน ปฏิบัติต่างกัน กรรมต่างกัน อุเทศต่างกัน นี่เรียกว่านานาสังวาส ในพระธรรมวินัยพุทธเจ้าตรัสไว้ ภิกษุประกาศแยกกันเพราะมีธรรมเป็นเครื่องร่วมมีสังวาสเป็นนานา มีอะไรคือ ศีลต่างกัน คือ ภิกษุชาวอโศกมี จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล แต่ในสังคมหมู่ใหญ่กระแสหลักไม่เอาแล้ว จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เหลือแต่พระวินัย 227 อันนี้คือศีลต่างกัน ของชาวอโศกวินัยก็ยังเอา อุเทศต่างกัน การบรรยายธรรมะนั้นต่างกัน ธรรมะบรรยายแบบพระพุทธเจ้า ของเขาก็ของเขาบรรยายออกนอกรีตเลอะเทอะ อาตมาเห็นแล้วสงสารจริงๆ เปิดโทรทัศน์ผ่านตา กินหมากปากเปรอะสองธรรมมาสน์ พูดไปก็ ญาติโยมทำไมไม่มีซอง แหมใจดีจังเอาซ

อ่านต่อ

องมาญาติโยม ดูแล้วมันน่าทุเรศจริงๆ เทศน์ออกอากาศโทรทัศน์กัน เห็นแล้วน่าสังเวชใจจริงๆ ปล่อยให้อะไรบ้าๆบอๆออกมา กินหมากปากเปรอะปากแดง หนุ่มๆนะ พูดไปอย่างโลภโมโทสัน แหล่อะไรไม่รู้หาเงินทอง คนเอาเงินทองมาถวายก็ชมเชยตลอด สังฆาทิเสสตลอดประจบฆราวาส ไม่รู้เรื่องสังฆาทิเสสเป็นอาบัติ ต้องไปอยู่กรรม แต่ก็ไม่ทำเป็นพระเลอะเทอะอย่างนั้น จะปาราชิกหรือเปล่าไม่รู้ แต่มีสังฆาทิเสสแน่ ไม่รู้จักศีลหรือวินัยเลย เห็นแล้วสุดเศร้าเลยศาสนาพุทธ นานาสังวาสนี้ไม่ใช่มาทำอะไรบ้าบอ มันเป็นเรื่องจริงที่จะเป็นอย่างนั้น มันเกิดในยุคสมัยที่เป็นอย่างนี้มันต้องเป็นอย่างนี้ เป็น ตถตา ภิกษุประกาศนานาสังวาส เพราะมีธรรมเป็นเครื่องอยู่ร่วมกัน เรียกว่าสังวาสต่างกันแล้ว ศีลต่างกัน อุเทศต่างกัน สงฆ์ผู้ไม่ร่วมสังวาสคือไม่ร่วมลงอุโบสถ ไม่ทำสังฆกรรมร่วมกัน ถ้ากรรมนั้นเป็นกรรมของสงฆ์ อาตมาไม่ไปร่วมกับท่าน ท่านก็ไม่มาร่วมกับเรา เรียกว่านานาสังวาส แต่เราไม่ได้แยกเป็นนิกาย ไม่ใช่มาทะเลาะกันมาแยกกันต่างๆนานา ไม่ใช่ อันนี้เป็นความลึกซึ้งซับซ้อน เหตุที่ทำให้นานาสังวาส ภิกษุทำตนเป็นนานาสังวาสก็ได้ ส่วนเล็กออกจากส่วนใหญ่หรือส่วนใหญ่จะประกาศนานาสังวาสก็ได้ เพราะเหตุแห่งวิวาทาธิกรณ์ คือ มันมีอธิกรณ์ อธิกรณ์ ในพระวินัยมี 4 เรื่อง คือ เป็นชื่อแห่งเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วจะต้องจัดต้องทำให้ลุล่วงไป มี 4 ประการ คือ 1. วิวาทาธิกรณ์ คือวิวาท ได้แก่การเถียงกันปรารภพระธรรมวินัยนี้ จะต้องได้รับชี้ขาดว่าถูกว่าผิด หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นการถกเถียงกันด้วยเรื่องพระธรรมวินัย 2. อนุวาทาธิกรณ์ คือ ความโจทกล่าวหากัน ด้วยปรารภพระธรรมวินัยนี้จะต้องได้รับชี้ขาดว่าถูกว่าผิด หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นการถกเถียงกันด้วยเรื่องอาบัติ 3. อาปัตตาธิกรณ์ คือ กิริยาที่ต้องอาบัติหรือถูกปรับอาบัตินี้จะต้องทำคืน คือทำให้พ้นโทษ หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นการถกเถียงกันด้วยเรื่องการปรับอาบัติและวิธีการออกหรือพ้นจากอาบัติ 4. กิจจาธิกรณ์ คือกิจธุระที่สงฆ์จะพึงสามัคคีร่วมกันทำ เรียกว่า สังฆกรรม เช่นให้อุปสมบทนี้จะต้องทำให้สำเร็จ คำสอนพระพุทธเจ้าครบครันละเอียดลออชัดเจน ในความเป็นคนไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่ากับความเป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ความเป็นคน เป็นผู้รู้เรื่องของสังคมมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นจึงมาทำหน้าที่ ผู้ที่จะทำหน้าที่ทางศาสนา ก็คือผู้ที่จะมาเอาภาระเรื่องของการสืบสานธรรมะพระพุทธเจ้า และเป็นผู้ที่ปฏิบัติตนให้เป็นไปถึงที่สุดของศาสนาพระพุทธเจ้า ไปได้เป็นอรหันต์ให้ได้ แล้วก็เป็นคนดีของสังคม ถ้าสังคมประเทศไทย สมมติให้ฟังง่ายๆ ถ้าคนไทยเป็นอรหันต์หมด อาตมาก็ไม่ต้องสอนธรรมะ ถ้าคนไทยนี้เป็นอรหันต์ส่วนที่มันเก๊สุด เป็นอนาคามี อาตมาจะต้องสอนธรรมะไหม ก็จะสอนน้อย ถ้าประเทศไทยมีทั้งสกิทาคามีอนาคามีก็ต้องสอนมากขึ้น ถ้ามีแต่โสดาบันก็ต้องสอนมากขึ้น แต่ทุกวันนี้มีแต่ปุถุชน เหนื่อยไหม ...มันเหนื่อยไม่ลง ไม่รู้จะเหนื่อยไปได้อย่างไร เหนื่อยเราก็ไม่เหนื่อยเมื่อยเราก็ไม่เมื่อย ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ เราไปทำมาจนเป็น motto ของสังคมเลย

610226_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ความจนที่มีสัมประสิทธิ์ ตอน 1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน