วิญญาณกินข้าได้ไหม วิญญาณกับวิญญาณคุยกันได้ไหม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข18 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

วิญญาณกินข้าได้ไหม วิญญาณกับวิญญาณคุยกันได้ไหม _เมตตา โพธิสุทธิ์ : ลูกชายคนเล็กของดิฉัน อายุ 5 ขวบกว่าๆ ค่ะ เขาชื่อเล่นว่า "มารุต" ค่ะ เขามักมีคำถามให้ดิฉันตอบอยู่บ่อยๆ เช่น ทำไมซื้อสัตว์มาปล่อยจึงบาป วิญญาณต้องกินข้าวไหม ดิฉันก็พยายามตอบให้ได้ โดยตอบตามความคิดของดิฉันแต่มีคำถามหนึ่งค่ะ ที่ดิฉันตอบเขาไม่ได้ เขาถามว่า "วิญญาณ กับวิญญาณ คุยกันได้ไหม" จึงขอความกรุณาพ่อเฒ่าช่วยไขข้อข้องใจของเด็กน้อยให้หน่อยค่ะว่า วิญญาณ กับวิญญาณ (วิญญาณ 2 ดวง) สามารถพูดคุยสื่อสารกันได้หรือไม่ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า…เด็กคนนี้แปลก ถามได้ไง วิญญาณกับวิญญาณคุยกันได้ไหม อายุ 5 ขวบ ประเด็นที่คิดว่าควรจะตอบ ซื้อสัตว์มาปล่อยทำไมจึงบาป? ซื้อสัตว์มาปล่อยเป็นบาป เพราะว่าร่วมมือกับผู้ที่ขายสัตว์ แล้วก็มาหลอกเอาเงินคนซื้อ ซื้อสัตว์มาแล้วก็ปล่อยไป โดยเฉพาะสัตว์ที่เป็นนก เขาจะเลี้ยงด้วยยาเสพติดเอาไว้ นั่นคือต้องกลับไปกินที่บ้านเขาอย่างเดิม พอมาปล่อยเขาก็กลับไปบ้านอย่างเดียว แล้วเอามาขาย หลอกกินอยู่อย่างนั้น อย่างนี้เป็นต้น มันก็เป็นบาป ซื้อสัตว์มาปล่อย โดยเฉพาะนก ชัดเจนเลย จะปล่อยปลา ปล่อยอย่างอื่น ที่มันเวียนกลับมาได้ หลอกคืนมาได้ มันก็บาปอยู่อย่างนั้น หรืออาจจะมีนัยยะอื่นก็แล้วแต่ จริงๆแล้ว ผู้ที่ไปเอาสัตว์มาขาย บาปแล้ว เอาชีวิตเขามาค้าขายหาเงินเลี้ยงตัว หากสัตว์นั้นจะเอาคุณไปขาย หมาเอาคุณไปขายเลี้ยงชีวิต หมามาร้องขาย เจ้าข้าเอ๋ยขายราคาเท่านี้ มันจะดีเหรอ สัตว์ที่ถูกขายไปเขาซื้อไปแล้วจะเอาไปทำอะไร เอาไปฆ่าเอาไปเลี้ยง เลี้ยงอย่างเอ็นดูจนตายเลยก็มี แต่มันก็เป็นสินค้าชนิดหนึ่ง เราเป็นชีวิตที่มีราคาเท่ากับสินค้าชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นอาตมาเคยพูดแล้วว่า สัตว์ตั้งแต่เซลล์เดียว อย่าประมาท อย่าไปย

อ่านต่อ

ุ่งเกี่ยว อย่าไปแตะ ตั้งแต่เริ่มเป็นสัตว์เซลล์เดียว ไม่แน่สัตว์เซลล์เดียวตัวนี้ต่อไปอาจจะพัฒนาเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ คุณตามดูไม่ได้หรอกไม่รู้กี่ล้านชาติ เกิดมาเป็นเซลล์สัตว์ก็จะพัฒนาการไปจนกว่าจะปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไม่มีใครจะไปทำลายกลางทางได้เลย จะอยู่เป็นล้านๆๆ ชาติทั้งนั้น เวลาไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยด้วย ทุกวันนี้เวลามันเร็วเหลือเกิน เดี๋ยววันๆ แก่ไม่ทันแล้วหว่า ทุกวันนี้อาตมาแก่ไม่ทันวัน เดี๋ยวก็หมดวันอีกแล้ว แล้วเมื่อไหร่จะตายหนอ

ทีนี้.. วิญญาณต้องกินข้าวไหม?.. ตอบ วิญญาณไม่กินข้าว วิญญาณที่ไม่มีกาย วิญญาณนี้คือจิตนิยาม พลังงานที่พัฒนาจากอุตุนิยามมาเป็น พีชนิยาม เป็นชีวะที่ไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณ พลังงานยังไม่มีคุณภาพประสิทธิภาพถึงวิญญาณ หรือเรียกว่าเวทนาก็ยังไม่ได้ เพราะว่า พีชะจะมีความรู้แค่สัญญากับสังขารกับรูป จะมี 3 เส้า รูป สัญญา สังขาร นี่คือ พีชะยังไม่มีเวทนา ยังไม่มีวิญญาณจึงได้ชื่อว่าเป็นพลังงาน เป็นชีวะ หรือเรียกว่า อุปาทินกสังขาร เป็นสังขารที่ไม่มีวิญญาณครอง ไม่มีกรรมวิบาก เราจึงกินพืชได้อย่างปลอดภัย ไม่มีทุกข์ไม่มีสุข มันไม่มีเวทนาไม่รู้จักสุขจักทุกข์ไม่จองเวรจองกรรมกับใคร

วิญญาณกินข้าวไหม?.. วิญญาณไม่กินข้าว วิญญาณที่ยังมีร่างกายมีองค์ประกอบครบอาการ 32 ก็กินข้าวกินอาหารเลี้ยงชีพ วิญญาณกินข้าวไหม ถ้าวิญญาณที่ไม่มีร่างกายคือวิญญาณเป็นสัมภเวสี วิญญาณที่ไม่มีที่เกิด วิญญาณที่อยู่ไหนๆมีเยอะแยะ ยังไม่มีที่เกิดยังหาที่เกิดยังไม่มีสิทธิ์จะมาได้ร่างเป็นสัตว์ก็ตามเป็นคนก็ตาม ยังเป็นวิญญาณล่องลอย ศาสนาฮินดูหรือศาสนาหลายศาสนาก็พูดถึง ศาสนาฮินดูไม่พูดถึงสัมภเวสีเพราะเขาไปตามยถากรรมของวิบากของสัตว์แต่ละชนิด วิญญาณที่เป็นสัมภเวสีนั้น ไม่พูดกัน ไม่มีใครรู้ใคร วิญญาณใดก็อยู่ในภพของตนเอง เหมือนคุณหลับตา หลับตาลงหรือนอนหลับ วิญญาณคุณก็เกิดอยู่ในจิต วิญญาณที่เป็นสัมภเวสีของคุณก็อยู่ในจิต มันก็จะเป็นไป ตอนหลับเป็นวิญญาณสัมภเวสี ถ้าวิญญาณออกมามีความรับรู้ทางตาหูจมูกลิ้นกาย จึงเรียกว่าวิญญาณที่มีที่ตั้ง เป็นวิญญาณฐีติ ถ้าวิญญาณไม่ออกมาทางตาหูจมูกลิ้นกาย เช่น พวกนั่งหลับตาปฏิบัติธรรม มีแต่วิญญาณสัมภเวสี จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะบรรลุธรรมเป็นอันขาด อาจจะมีบางท่านบรรลุเพราะบารมีเก่า มีอาสวะบางอย่างสิ้นได้ แต่ก็ได้เท่านั้น จะไม่มีการเจริญจากอันใหม่อีกเป็นอันขาด ถ้าไปยึดแต่การนั่งหลับตา ไม่มีวันจะบรรลุเป็นอรหันต์ ไม่มีทาง เอาแต่นั่งหลับตาเป็นเอกไม่รู้จักจรณะ 15 วิชชา 8 ไม่มีโพธิปักขิยธรรม ไม่รู้จักปฏิจจสมุปบาททั้งสาย ไม่มีทางบรรลุ เพราะฉะนั้นวิญญาณที่เป็นสัมภเวสีไม่กินอาหาร แม้คุณจะส่งอาหารไปให้ ทำทานแล้วมาเรียกผิดเพี้ยนไปว่าเป็นการอุทิศส่วนบุญ เอาไปให้ผู้ตาย มันเป็นฝันลมๆแล้งๆ เป็นความเพ้อ ซึ่งมันไม่มีทางไปได้ เช่น เอากระท้อนปุยฝ้ายกำลังออก คนก็ชอบ บอกว่าปู่ย่าตายายที่เคยชอบก็ตายไป ก็ทำการอุทิศส่วนกุศลให้คนตาย ซึ่งไม่มีทางไปถึงได้หรอก แม้แต่อาหารก็ไปอยู่ในท้องของพระที่ฉันเข้าไป ซึ่งเอาไปให้คนตายไม่ได้หรอก มันจะเหลือส่วนไหนไปให้ เขาก็บอกว่าเป็นนามธรรม เป็นทิพย์ แล้วเป็นทิพย์อย่างไร มันก็ไม่ใช่ของจริงนะสิ ส่งกระท้อนไป มันก็ไม่ใช่กระท้อนแท้ๆ เป็นกระท้อนทิพย์อย่างไร ก็เนื้อกระท้อน หนังกระท้อน มันก็ไม่ไป มันไม่มีไป มันไปไม่ได้ แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่ามันไม่ไป มันจะไปได้อย่างไร อย่างนี้มันเป็นรูปธรรมได้ อย่างนั้นมันเป็นนามธรรม มันก็มีแต่ความคิดปั้นรูปไป เป็นนิรมาณกายเข้าใจตามๆกันไปเป็นสัมโภคกาย ที่จริงแล้วเป็นอาทิสมาณกาย ไม่มีใครรู้ใครเห็นความจริงด้วยเลย แต่ความจริงที่อาตมาเอามาอธิบาย มั่นใจว่าเขาอธิบายผิด แก้ไขความผิดแก่ผู้หลงผิดด้วย วัฒนธรรมที่ส่ง ยะถาสัพพี ตรวจน้ำส่งให้คนนั้นคนนี้ มีคนมาแย้งว่า พระเจ้าพิมพิสารอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย ซึ่งพระพุทธเจ้ายังไม่อยากจะขัดใจ เพราะพระเจ้าพิมพิสารตอนนั้น ท่านจะไปขัดขืนอะไรได้มากมาย บอกว่าอุทิศให้เปรต ท่านก็อนุโลมให้ แต่ท่านก็ไม่ได้ร่วมมือไม่ได้ส่งเสริม เพราะท่านค้านไม่ได้ต้องอนุโลมตาม หลายอย่างในพระวินัยท่านต้องให้ยอมตามเช่น ยกให้พระเจ้าแผ่นดินอนุโลมให้ ตอนนั้นเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก็ต้องยอม ไม่ยอมไม่ได้หรอกไม่ยอมไม่ได้เรื่อง ไม่ใช่ว่ากลัวตาย แต่มันเป็นยุคการองค์ประกอบสมัย บริบทนั้นต้องเป็นตามนั้นอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องละเอียด สู่แดนธรรม...พ่อท่านเคยให้รายละเอียดว่ามีเปรตชนิดเดียวที่อุทิศส่วนกุศลให้ได้ พ่อครูว่า…ปรทัตตูชีวกเปรต เขาก็ไปแปลว่า เปรตที่มีชีวิตด้วยการรับส่วนบุญจากคนอื่น (ปร ทัต อุป ชีวะ ) แปลว่า ชีวิตต้องได้รับจากผู้อื่นเท่านั้น ปรทัตตูชีวกเปรต เป็นเปรตที่ต้องได้รับจากผู้อื่น คือคนเป็นๆที่มีจิตเป็นเปรต จิตความอยาก จิตต้องการ จิตปรารถนา คุณจะต้องมีผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิที่จะให้ได้ คุณไม่ให้ คุณจะคิดเองหาเองไม่ได้ ต้องได้รับจากผู้อื่น ผู้อื่นนั้นเหมือนกันกับศาสนาพุทธโลกุตระ คุณจะต้องได้รับปัญญาได้รับ อัญญธาตุ จากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าหรือจากผู้ที่สัมมาทิฏฐิ อยู่ในฐานะครูจึงจะได้ คุณรู้เองไม่ได้หรือไปรู้จักคนนอกรีตก็ไม่ได้ คุณจะต้องรู้และได้รับจากเจ้าของจริงๆ เป็นธรรมะสามี เช่น เป็นพระพุทธเจ้าเป็นต้นหรือเป็นสัตบุรุษที่มีมาเองอย่างเป็น สยังอภิญญา เป็นปัจเจกสัมพุทธะ หรือแม้จะไม่ถึง สยังอภิญญา ก็ต้องเป็นครูผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิ เช่นโพธิสัตว์ระดับ 6 ระดับ 5 ซึ่งระดับ 4 ก็เป็นพระอรหันต์ แม้แต่ในระดับ 4 ที่เป็นพระอรหันต์ก็เฉพาะตน อรหันต์คือผู้ที่บรรลุได้กิเลสเฉพาะตน เพราะฉะนั้นก็จะแคบๆ รับไปก็ยังแคบ ผู้ที่รับไปก็เป็นคนอื่นแล้วด้วย เพราะฉะนั้นมันจะตรงกันกับพระอรหันต์หรือไม่ พระอรหันต์บอกอย่างนี้ และอีกคนหนึ่งคือคนอื่นไม่ใช่พระอรหันต์ เพราะฉะนั้นกรรมวิบากหรืออัตตา ก็เฉพาะตน แล้วพระอรหันต์รูปนี้จะรู้กิเลส จะมีทฤษฎีมีความรู้ที่จะไปครอบคลุมให้ผู้นี้เอาไปใช้ลดกิเลสเขาได้หรือ เห็นไหมมันละเอียดซับซ้อนลึกซึ้งอย่างนั้น สู่แดนธรรม...บางทีพระอรหันต์ก็ช่วยไม่ได้ พ่อครูว่า…บางทีพระอรหันต์ก็ช่วยคนนี้ไม่ได้ พระอรหันต์บำเพ็ญเพียรโพธิสัตว์ไปอีกมากมายเพื่อให้รู้กิเลสคนอื่น พระโพธิสัตว์ที่เกินอรหันต์ ศึกษาของคนอื่นเพื่อช่วยคนอื่น โพธิสัตว์จึงหมายความว่า เป็นผู้ที่ รื้อขนสัตว์ ช่วยผู้อื่นสัตว์อื่น ตนเองก็รอดแล้ว แม้แต่เป็นโพธิสัตว์ระดับโสดาบันก็รอดระดับโสดาบัน จะไปช่วยผู้อื่นก็ถือว่ายังเป็นเด็กอยู่นะ จะไปช่วยผู้อื่นมันจะแข็งแรงอะไรแค่ไหน อย่างน้อยก็ควรจะเป็นพระอรหันต์ก่อน ถึงจะอ้าขาผวาปีกไปช่วยผู้อื่นได้ดี ตนเองยังไม่พ้นเลยไม่เป็นอรหันต์แม้ถึงขั้น 4 เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี ยังไม่ถึงอรหันต์ อย่าไปคิดอ่านไปช่วยผู้อื่นมากเลย

วิญญาณกินข้าวได้ไหม?.. วิญญาณเป็นนามธรรม ซึ่งอาหารคำข้าว กวฬิงการาหาร มันเป็นนามธรรมที่ไหน กวฬิงการาหาร มันเป็นรูปธรรมแท้ๆไปให้วิญญาณได้อย่างไร วิญญาณไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย วิญญาณต้องมีกายมีร่าง มีภาวะภายนอกภายใน จึงจะรับอาหารที่เป็น กวฬิงการาหาร แล้วก็จะมามี ผัสสาหาร กระทบสัมผัส แล้วจึงจะไปถึง มโนสัญเจตนาหาร เจตนาเกิดเองได้ กวฬิงการาหาร กับ ผัสสาหาร มันคู่หนึ่ง ต้องมีภายนอกของกาย แต่ มโนสัญเจตนาหาร กับ วิญญาณาหาร เป็นของภายใน

วิญญาณกับวิญญาณพูดกันได้ไหม?.. วิญญาณที่มีความเต็มของวิญญาณฐีติ ไม่ใช่วิญญาณที่เป็นสัมภเวสีก็จะพูดกันได้ เพราะมีปาก มีตาหูจมูกลิ้นกาย มีทวารข้างนอก ตากระทบรูปก็คุยกันเรื่องรูป หูกระทบเสียงก็คุยกันเรื่องหูกระทบเสียง หรือคุยกันเรื่องที่กระทบทวารภายนอกเรื่องดินน้ำไฟลมก็ได้ แต่ไม่มี คุยกันไม่ได้ ไม่ได้ออกจากภพด้วย ปากมีที่ไหน อวัยวะที่จะออกส่งเสียงไม่มี มันก็มีแต่เสียงสัญญาที่ตัวเองปั้นเอง คิดเอง มีเอง รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่เป็นนิรมาณกายเองเท่านั้น ถ้าคุยกันได้รับรองวุ่น ถ้าโลกเห็นตัวด้วยก็ยุ่งฉิบหาย พระเจ้าหรือธรรมชาติจะไม่สร้างมาอย่างนั้นหรอก ธรรมชาตินี้เป็นระบบที่สุด ถ้าไอ้ที่มันไม่เป็นระบบมันไม่เป็น cyclic order มันไม่ใช่ธรรมชาติ มันเป็นธรรมชาติพิการ เป็นธรรมชาติวิปริต ถ้าธรรมชาติลงตัวเรียบร้อยแล้วเรียกว่า cyclic order มันจะมีระบบระเบียบไปเรื่อยๆราบเรียบ จะคุยกันได้ต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายภายนอกถึงจะคุยกันได้ แต่ถ้าเป็นวิญญาณที่เป็นสัมภเวสีวิญญาณที่ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายไม่มีที่ตั้ง ก็คุยกันไม่ได้ แม้ว่าคุณมีแต่คนหนึ่งนอนหลับก็คุยกันไม่ได้ อีกคนหนึ่งตื่นอีกคนหนึ่งนอนหลับพูดกันก็ไม่รู้เรื่อง ง่ายๆไม่ยาก พิจารณาดีๆ การที่คนไม่รู้ก็ด้นเดา เป็นนิยายในภพลึกลับมากมาย เทวนิยมเขาสร้างนิยาย ใครเคยอ่านโลกทิพย์บ้าง หลังตายไปก็มีโลกหลังความตายมากมาย เด็กคนนี้ถามลึก 640618_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ วิญญาณกินข้าวได้ไหม อย่างไรคือสัมมาทิฏฐิ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน