สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีล 3 ข้อแรกคือสามเส้าหลักสู่อรหันต์.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีล 3 ข้อแรกคือสามเส้าหลักสู่อรหันต์ ลองอ่านอันนี้แทรกนิดหนึ่ง ของลูกหนอนใต้ต้นโพธิ์ ที่จริงมีผลของคนอื่นยาวคงไม่ได้อ่าน เอาอันนี้ก่อน _จากลูกหนอนใต้ต้นโพธิ์ กราบนมัสการพ่อครูที่เคารพอย่างสูงสุด ลูกขอสรุปธรรมะที่ได้ฟังธรรมจากพ่อครูเมื่อวันที่ 2๗ ก.พ 25๖1 ฟังแล้วเห็นความสำคัญของศีลใน 3 ข้อแรกที่เป็นเบื้องต้นในการปฏิบัติธรรมให้เป็นไปตามลำดับเกิดความลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเลค่ะ... ฟังธรรมพ่อครูทำให้นึกถึงเหตุการณ์บ้านเมืองที่เป็นข่าวคราวต่างๆ เกิดขึ้นเป็นนิทานประจำวันปรากฏขึ้นมากมายในสังคมปัจจุบัน ล้วนเกิดจากความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ของ”คน”ที่สร้างนิทาน เรื่องราวให้กับตนเอง เราอ่าน เราฟังก็จะนึกสนุก มันส์ น่าติดตาม ทั้งเรื่องหวย 30 ล้าน เรื่องน้องเสือดำ เงินทอนวัด นาฬิกาบังแดด แม้กระทั่งอยากเลือกตั้ง ไม่อยากเลือกตั้ง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่เป็น 3 เส้าสำคัญของวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกันในสังคม แต่จะมีซักกี่คนบนโลกนี้ที่จะสร้างนิทานเพื่อผู้อื่น นิทานสร้างสรรสังคม นิทานที่ช่วยให้คนพ้นทุกข์ พ่อครูไอ เลยบอกว่า มีอุปปักฆาตกรรม คือกรรมตัดรอน จะพูดดีๆก็มีการต้องไอ จะมีกลุ่มคนที่สร้างแต่นิทานเพื่อผู้อื่น หรือไม่ สร้างอย่างมีกระบวนการทำเพื่อผู้อื่น มันเป็นเครื่องกลเป็นจักรกล เป็นใจเป็นจิตของเราเลย จะเป็น process เป็นหน่วยเป็นกระบวนการที่สร้างอย่างนี้ขึ้นมา มันจะเป็นกระบวนการคิดทำงานแบบ เราจะค่อยๆเข้าใจ จะค่อยๆมีความรู้ Knowledge ลองทำดู Practice ขึ้นมาแล้วเกิดผลเรื่อย แล้วเราจะรู้ว่ามันดีมันจริง นิทานนี้จึงเป็นนิทานที่จริงและทำเพื่อผู้อื่น ไม่ใช่สร้างนิทานสร้างเรื่องราวเพื่อตัวเอง แต่เราก็อาศัยกิ
อ่านต่อ
นใช้อยู่ในสิ่งที่เราสร้าง เราจึงไม่ได้เบียดเบียนใครไม่ได้กินแรงใคร ไม่ได้มีหนี้ ไม่เป็นหนี้ เพราะเราก็ไม่ได้ดูดายไม่งอมืองอเท้าไปเกาะโหนคนอื่น ไปแทะ ไปผ่า ไปแย่งไปตีชิงเอามาจากเขาไม่ใช่ มันจึงเป็นนิทานการสร้างสรร (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) มันเป็นนิทานการสร้างสรร สร้างสรรตัวนี้อาตมาใช้ไม่มี ค. การันต์นะ เป็น Dynamic ไม่ใช่เป็นแบบ สร้างสรรค์ แบบนั้นเป็น Static มันไม่มีการเพิ่มความรู้ แต่ถ้าสร้างสรร แบบนี้มันมีการก้าวหน้ามี coefficient มีการเลือกเฟ้นมีการ Selection สร้างไปก็มีการเลือกเฟ้นตรวจสอบอยู่ในตัวที่ดำเนินการอยู่ เป็นความก้าวหน้าที่มีความซับซ้อน เลือกแล้วทำ ทำแล้วตรวจ เลือกแล้วทำ ทำแล้วตรวจ ให้แน่ใจแล้วก็เพิ่มขึ้นไปอีก มันจึงช่วยคนได้มาก เป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่ งานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ เป็นงาน สร้างนิทานโลกุตระ พระเอก นางเอกเป็นผู้ที่ใฝ่ศึกษา เพียรออกจากป่ากาม กลโกง เล่ห์เหลี่ยมของสังคม เข้ามาสู่วงสายสินธุ์ กระแสธาราแห่งสังคมคนมีศีล มาปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 ซึ่งเป็นพื้นฐานของไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา ทำวัตรเช้าวันอังคารที่ 27 ก.พ.61 พ่อครู แสดงธรรมเรื่อง คนจนที่มีสัมประสิทธิ์ เป็นคนจนที่มีสมรรถนะ ความสามารถ เป็นคนจนอาริยะ เริ่มต้น ด้วยการปฏิบัติตนเรื่อง ศีล พ่อครูเทศน์บอกว่า ศีล 3 ข้อแรก เป็น 3 เส้าเบื้องต้นที่สำคัญของพุทธบริษัท ศีลข้อที่ 1 ข้อควรประพฤติเมื่อสัมผัสกับสิ่งมีชีวิต(อธิศีล) ในการไม่เบียดเบียนสัตว์ เอ็นดูเมตตาสรรพสัตว์ สัมผัสสัตว์แล้วเกิดจิตเอ็นดู แม้สัตว์นั้นมีพิษ น่ากลัว ก็ยอมที่จะให้ทำร้าย แต่จะไม่ทำลายเขาด้วยจิตที่เมตตาปราณี (พ่อครูว่า ถ้าปรานี นี้ สำเร็จแล้ว แต่ถ้าปราณี คือยังไม่สำเร็จ) ยิ่งถ้าได้ลงมือช่วย กรุณาสัตว์ในยามยากก็จะกระทำโดยไม่หวังประโยชน์จากสัตว์ทั้งปวง(อธิจิต) สุดท้ายไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่เอาเลือดเนื้อสัตว์น้อยใหญ่มาต่อชีวิตตนเอง(อธิปัญญาจนถึงวิมุติ) ศีลข้อ 2 ข้อควรประพฤติเมื่อสัมผัสกับสิ่งของ (อธิศีล) รู้ว่าของสิ่งนั้นไม่ใช่ของเรา อย่าไปคิดแม้จะวิสาสะหยิบมาโดยไม่ขออนุญาต (อธิจิต) มาร่วมกันสร้าง แบ่งกันกิน แบ่งกันใช้ (อธิปัญญา) ไม่สะสมเป็นของตนเอง รู้จัก “พอ”ใช้แบบพอเพียง ส่วนเหลือนำเข้าส่วนกลางเป็นสาธารณโภคี(วิมุติ) พ่อครูว่า...วิสาสะ คือ ของกันเอง ก็ต้องแน่ใจว่า เขาไม่หวงแหนไม่มีใครหวงแหน เอาไปใช้ร่วมกันได้ ศีล ข้อ 3 ข้อควรประพฤติเกี่ยวกับการกระทบสัมผัสทั้ง 5 ทวารคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย เกิดเวทนา เรียนรู้เวทนาที่เกิดจากผัสสะ กามคุณ 5 ที่เป็นภัยต่อตนเองจากการกระทบสัมผัสภายนอก เข้าสู่สัมผัสภายในสภาวะของจิต ที่เกิดอาการรัก เกลียด ชอบ ชัง เฉยๆ มีดีกรีไปตามลำดับอารมณ์ หรือเวทนาที่เรายึดติดในอุปาทานนั้นๆ เรียนรู้จากธรรมะ 2 ทำเวทนาให้เป็น 1 ไม่หลงไปกับเวทนาจอมลวงหรือความสุข ความทุกข์ ที่จอมปลอม สุขดั่งวิมานฉิมพลีเทพบุตรมาร ทุกข์ใจเร่าร้อนดั่งซาตานนรกอเวจี ล้วนเป็นเหตุแห่งทุกข์ เรียนรู้ไม่หลงไปกับเวทนาเก๊เหล่านั้น สุดท้ายเกิดจิตอุเบกขา ไม่สุข ไม่ทุกข์แม้สัมผัสคน สัตว์ หรือสิ่งของนั้นๆอยู่ด้วยจิตปภัสสราต่อมวลมนุษยชาติ พ่อครูว่า...อย่าไปเอาอย่างนางวิสาขาที่ไม่จบซะที เป็นวัฏฏภิรตโสดาบัน ศีลทั้ง 3 ข้อแรกนี้ เป็น 3 เส้าสำคัญของนักปฏิบัติธรรม ที่พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ได้นำมาเปิดโลกโลกุตระ ชี้เข็มทิศนำทางชีวิตให้พ้นภัย ในการมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคม พ่อครูว่า....การล้างก็ทำที่เวทนา 2 ให้เป็นหนึ่ง ตัวนี้ตรวจสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์เป็นตัวตั้งของกิเลส ตัวไม่สุขไม่ทุกข์ก็แล้วไปเถอะ แต่ตัวที่สุขทุกข์เป็นตัวบทบาทมันเป็นโลกีย์หลงแต่สุข โดยมันไม่รู้ว่าหมกหมัก เหตุแห่งทุกข์ไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ไว้ คนจึงนั่งอยู่บนกองขยะเน่า มากมาย นึกภาพออกไหม เราออกมาถึงทุกวันนี้ พวกเราได้เป็นโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามีขึ้นมา มันก็คือโกยเอากองขยะเน่าที่เรานั่งทับอยู่ โดยที่เรามองแต่มุมของความสุข แต่แท้จริงนั้น มันเหมือนกับท่านเทียบว่า คนถักหนัง แล้วข้างล่างใต้ถุนมีหมา ถักหนังได้ก็ปล่อยลงไปให้ยาวลงไป หมาที่อยู่ข้างล่างก็กินหนังที่ปล่อยลงไป ถักไปมันก็กินไป แล้วมันก็ขี้ไป ถักได้เก่ง หมามันก็พาเพื่อนมากินได้มากๆ นึกว่าเราได้อะไรมันก็ไม่ได้อะไรเลย นี่ก็เป็นสิ่งเปรียบเทียบที่พระพุทธเจ้าได้เปรียบเทียบไว้ เป็นสิ่งไร้ประโยชน์ มันไม่เกิดการเจริญ เราจะรู้รอบทุกอย่าง อยู่กับคนกับสัตว์แล้วก็ช่วยคนช่วยสัตว์ อยู่กับข้าวของเราก็ช่วยข้าวของ อยู่กับผัสสะเราก็ทำกับผัสสะให้ดี เรียนรู้ 3 เส้า ของศีลข้อ 1 2 3 ครบสมบูรณ์แบบเลย ถ้าเข้าใจให้ดีปฏิบัติธรรมเท่านี้ ผู้ที่รู้สรุปรวม นี่แหละเป็นโพธิสัตว์ก็แค่นี้ อย่าว่าแต่อรหันต์เลย 3 หลักใหญ่นี่แหละ สัตว์ ของ สัมผัส สามเส้าหลัก เท่านี้ คนไม่เข้าใจก็จะบอกว่าไปวุ่นวายอะไรกับเรื่องกิน ทำไมไม่ไปนั่งเข้าฌาน ไม่เป็นสมาธิ มันถึงจะไปนิพพาน ไปวุ่นอะไรกับเรื่องเล็กน้อย เรื่องกินเรื่องอยู่ พันตำรวจตรีอนันต์เสนาขันธ์ บอกว่าทำไมไม่ไปปฏิบัติธรรม พูดแต่เรื่องกินเรื่องอยู่อะไรก็ไม่รู้ แล้วมันหลงอย่างนั้นจะไปนิพพานอย่างไร พันตำรวจตรีอนันต์ แต่สุดท้ายก็ได้สำนึก เขียนมาบอกว่าข้าวของท่านมียาง คือแกติดคุกแล้วเราก็ส่งข้าวส่งน้ำให้แกกิน แกก็ระลึกถึงพวกเรา ทั้งๆที่แกห้ำหั่นพวกเรา เขียนหนังสือด่าอาตมา หนังสือพิมพ์พญาครุฑขึ้นหน้าปกเลย เดรัจฉานโพธิรักษ์ ตัวหนังสือตัวเดียวเลย เดรัจฉานโพธิรักษ์ตัวเดียวเลย แดงเต็มหน้าหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ของเขา หนังสือพิมพ์พญาครุฑ เมื่อสัมผัส กระทบทั้งคน สัตว์หรือสิ่งของใดๆ ในโลกใบนี้ ได้เรียนรู้ ฝึกปฏิบัติตนเองตั้งแต่อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา จนเกิดวิมุติ จนถึง วิมุติญานทัสนะ เกิดเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาน ที่เป็นพรหม เป็นวิสุทธิเทพ เชื่อเถอะว่า ถ้าสังคมไหนได้ประพฤติ 3 เส้าแห่งศีล 3 ข้อแรกเช่นนี้ได้ จะเป็นสังคมที่อุดมสุข สุขแบบวูปสโมสุข สุขที่เกิดจากการลดกิเลสตนเอง จนสามารถ”ให้” แบ่งปัน เสียสละ ทรัพยากรต่างๆได้เท่าเทียมกัน สร้างความปรองดอง ลดความเลื่อมล้ำของสังคม ประเทศชาติก็จะมีแต่ความมั่นคง ยั่งยืนอย่างแท้จริง
610228_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ความจนที่มีสัมประสิทธิ์ ตอน 3