240610-486 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ026.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์20 KB
วันที่แก้ไข9 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 10 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกเราจะเห็นได้ว่าเบื้องหลังที่สุดนั้นเราจะสะอาดนอกก่อนโดยการรู้หยาบรู้ง่ายรู้นอกเป็นของที่มีรูปมีตัวมีเนื้อมีตัวเป็นอัตราและเราก็เข้าใจดีเข้าใจชั่วเข้าใจบุญเข้าใจบาปได้ก่อนเมื่อเราเข้าใจเมืองนอกได้แล้วเราก็กำหนดลดละลงราคาไปแล้วมันก็จะเนียนเข้าไป ตามขั้นตอนของเราที่สามารถทำได้เป็นระดับๆอินทรีย์พละเรามีเท่านี้เท่านี้เราก็จับเรื่องราวส่วนสัตว์ที่มันทำได้ปรับปรุงไปใจก็จะเนียนขึ้นเนียนขึ้นละเอียดขึ้นขาดละหลุดได้เมื่อละหลุดได้แล้วเราก็จะไม่มีเรียนปรับอีกอันใดที่เป็นข้างนอกจะไม่ต้องเกี่ยวกับเกี่ยวข้องกันจะไม่ต้องวุ่นวายกันเลยมันจะไม่ต้องวุ่นวายกันเลยมันจะห่างอยู่ส่วนมันเราอยู่ส่วนเราไม่จำเป็นจะต้องไปเกี่ยวข้องกันอีกเลยถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญไม่ใช่เหตุปัจจัยที่จะขอแวะติดต่ออยู่กับชีวิตส่วนที่สูงขึ้นมาตามลำดับตามลำดับบางส่วนบางอย่างบางอันบางอย่างเรา ทิ้งแล้วก็ไม่ต้องเกี่ยวข้องอีกได้เช่นกันบางอย่างก็ทิ้งแต่ก็จะต้องเกี่ยวข้องอยู่จะต้องลดต้องละอยู่แล้วจะต้องเอามาแตะมาต้องอยู่ไม่ใช่รถธุระจะต้องเอามาเกี่ยวกับชีวิตอยู่อย่างเช่นอาหารอย่างนี้เป็นต้นแต่เราก็จะมีสภาพที่เราเกี่ยวข้องนั้นเพราะเราเกี่ยวข้องอยู่ในลักษณะของผู้ที่มักน้อยอยู่ในรูปลักษณะของผู้ที่ไม่หลงเราอยู่ในลักษณะที่จะต้องเป็นผู้ที่มีรูปมีร่างมีลักษณะว่าเป็นผู้ที่ไม่ติดไม่ยึดมีทีมมีค่ามีลักษณะสัญลักษณ์บอกให้รู้ว่าเราเป็นตัวอย่างมีท่าทีที่เป็นผู้ พูดออกไม่ติดไม่ใช่ปล่อยปละละเลยไปตามโลกโลกเขาเป็นยังไงก็คลุกคลีเกี่ยวข้องไม่มีขั้นตอนที่จะให้เขารถเขาเบาเขาจางหรือเขาหรี่ลงมาเขาน้อยลงมาไม่ไม่ใช่อย่างนั้นแต่เป็นผู้ที่จะมีทีท่าเป็นแนวโน้

อ่านต่อ

มมีลักษณะดวงดึงให้มาสู่จุดเป้าหมายในการละลายคลายแม้เราจะเกี่ยวข้องอยู่ไม่ว่าจะเป็นยกตัวอย่างเป็นอาหารเช่นเครื่องใช้ไม้สอยเช่นครึ่งหนึ่งของบ้านเรือนนี้เป็นปัจจัยสำคัญเป็นต้นหรือแม้แต่เข้าของอื่นที่เป็นเครื่องใช้ที่จะใช้ในการปรุงหรือว่าแต่งหรือว่าสร้างหรือว่าทำให้เป็นสื่อไปเป็นของที่จะให้มนุษย์ได้อาศัย หรือเป็นเครื่องที่จะให้มนุษย์ได้ใช้สอยขึ้นมาอีกก็ตามก็ยังจะมีทิศทางมาสู่น้อยไม่จำเป็นจะไม่มากไม่จำเป็นจะไม่ให้มันจัดจ้านขึ้นแต่จะมีแนวโน้มมาในทางที่จะเป็นตัวอย่างให้ความมักน้อยดังนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเขาจะมาพระพุทธเจ้าท่านถึงได้ตรัสเอาไว้เป็นสูตรสูตรหนึ่งว่าธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความมักใหญ่ธรรมนั้นวินัยนั้นไม่ใช่ของเราตถาคตแต่ถ้าทำได้วินัยใดเป็นไปเพื่อความมักน้อยทำนั้นวินัยนั้นเป็นของเราศรัทธาพุทธจึงเป็นสูตรที่เอาให้สำหรับวัดลักษณะวัดที่ท่าวัดอะไรก็แล้วแต่ในมนุษย์ผู้มักน้อยได้สูงสุดผู้สงบสงบผู้ที่สูญญตาได้น้อยสุดก็จะเป็นผู้ที่จะอาศัยยืน ยืนยันยืนอยู่ในลักษณะน้อยไม่ใช่ว่าเป็นผู้บรรลุแล้วแล้วก็ไปหอบไปหามเขาจะมาเฉพาะพระพุทธเจ้าบรรลุธรรมแล้วท่านจะมีทรัพย์สมบัติเป็นล้านๆโกรธๆก็ได้แต่ท่านก็มาอยู่เป็นผู้ที่มีน้อยใช้น้อยเพราะท่านไม่ทุกข์แม้มีมากท่านก็ไม่ทุกข์มีน้อยท่านก็ไม่ทุกข์ท่านก็จึงเลือกเอาอย่างมีน้อยเพราะอย่างมีน้อยเป็นฐานอาศัยที่มีประโยชน์มีคุณค่ากว่าเพราะฉะนั้นคนที่เป็นนักปรัชญาเฉโปก็จะตีกินไปอยู่ในสภาพมีมากแล้วก็อ้างว่าฉันว่าอันนั้นผิดสูตรที่บอกว่าเป็นไปเพื่อความมักน้อยสูตรที่เอาไปจับธรรมะจากศาสนาพระพุทธเจ้าพูดไม่จริงถ้าเพราะว่าเราเองเราเป็นผู้ อยู่ตามสูตรอันครบครันของพระพุทธเจ้าแล้วเราจะมาอยู่อย่างผู้มักน้อยเป็นตัวอย่างที่สูงสุดที่จะกระทำให้เป็นแนวโน้มถ่วงอาจเป็นจุดดึงจุดหรือว่าจุดตัวอย่างอันที่จะถูกท้วงได้ยากเรายิ่งเป็นผู้บริสุทธิ์สะอาดมากน้อยได้สมส่วนยิ่งสูญได้มากอันใดที่สูญได้ 0 เลยอันใดที่จำเป็นที่จะต้องส่งไว้แต่น้อยก่อนน้อยตอนนี้เราได้น้อยสูงสุดเราก็สบายอยู่แล้วเราก็อยู่ในจุดที่น้อยสูงสุดดังนี้เป็นต้นอันนี้เป็นความเข้าใจละเอียดซับซ้อนอีกที่เราจะพึ่งรู้คุณอาศัยไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นคนที่ไม่มีความหมายไม่มีความรู้ไม่มีเหตุมีผลอะไรที่จะเอาไปอธิบายหรือว่าไปทำความเข้าใจกับคนอื่นได้เพราะผมนักคิดเฉโกนี้มีทุกมุมทุกเหลี่ยม ที่เขาจะแก้ตัวในเรื่องจิตของจิตมันอาจเป็นยากแต่มาเรื่องจริงแล้วมันก็จะต้องมีรายละเอียดที่เป็นไปได้จริงถึงแม้ว่าท่านจะมีอะไรจะเกี่ยวข้องกับอะไรสมบัติวัตถุอะไรอีกในการที่จะมีมาเช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องรับแม้แต่คนจะเอาอะไรมาให้มากๆนะวิสาขาถวายทีนึงเยอะๆจะสร้างที่อยู่ให้ก็สร้างวิหารก็สร้างโลหะปราสาททั้งพันห้องอะไรอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่มีทีท่าถ้ามีทีท่าจะไม่ได้ยินดีใยดีอะไรแม้ว่านางวิสาขาจะมาสร้างท่านก็ให้สร้างเพราะว่าท่านจะต้องแสดงปาฏิหาริย์อะไรอันนึงเพื่อพิสูจน์ไม่ได้เบียดเบียนทางวิสาขาแต่นางวิสาขามีมาก แล้วก็จะทำท่านก็ให้ทำแต่ว่าท่านก็แสดงความไม่ใจดีไม่ดีไปหลงใหลอะไรต่างๆเป็นต้นถ้าไม่ได้สนับสนุนให้สร้างของใหญ่แต่เห็นว่านางสาววิสาขาเป็นผู้ที่มีมากเหมาะสมที่จะสร้างอะไรอันนึงว่าในศาสนาพระพุทธเจ้านี้มีคนศรัทธาเลื่อมใสกล้าเสียสละกล้าให้ยิ่งใหญ่อย่างนางวิสาขาที่มีมากในให้ยังไงก็ให้ได้และเขาก็กล้าเสียสละให้อย่าว่าแต่นางวิสาขาเลยแม้แต่คนจนให้ได้และถ้าได้ประมาณด้วยว่าถ้าคนจนแล้วก็อย่าไปกระเบียดกระเสียนก็เกินไปดังที่มีวินัยในพระอย่าไปบิณฑบาตผู้ที่เป็นคนจนที่มีจิตใจศรัทธาเลื่อมใสศาสนาพุทธคือพระพุทธพระธรรม พระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งอาศัยพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งศรัทธาในพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์จริงแล้วเป็นผู้ที่กำลังเข้าข่ายแห่งมรรคแห่งผลอย่าไปบิณฑบาตเขาประเดี๋ยวมันก็จะเป็นการเบียดเบียนดังนี้เป็นต้นซึ่งในระยะละเอียดพวกนี้ก็ขอแนะนำไปเรื่อยๆเพื่อที่เราจะได้เห็นแค่เห็นเชิงที่มันละเอียดสุขุมพระศาสนาพระพุทธเจ้านี้จะต้องเข้าใจรอบถ้วนคำว่ารอบทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเรื่องยิ่งใหญ่นะเราจะรู้ว่าไอ้นี่มันขยายอันนี้มันเป็นเหตุเป็นปัจจัยของอันนี้มันสนับสนุนอันนี้แล้วไม่คลานแย้งกันพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าศาสนาของท่านนั้นเป็นศาสนาที่คำสอนของท่านทุกคำสอนประสานกันไม่ทันแย่งกัน การประดิษฐ์จากดอกไม้มาลัยที่ร้อยเป็นมาลัยสนับสนุนให้ส่งเสริมกันให้งดงามทั้งปวงฉันนั้นท่านยืนยันว่าศาสนาของท่านเป็นดังนั้นก็ขอให้เราเข้าใจให้ดีๆว่าเมื่อเราทำเบื้องหน้าเบื้องในเราทำเมืองนอกได้แล้วมันก็จะเนียนในเมื่อเนียนได้แล้วเราก็จะกลับไปทุกปีเกี่ยวข้องได้บางสิ่งบางอย่างที่เราอนุโลมแต่ถึงอย่างนั้นก็ตามจะมีท่าทีดังกล่าวแล้วและได้จริงใจและผู้นั้นอยู่น้อยได้ก็จะเป็นผู้ยืนหยัดในลักษณะมีน้อยต้องมีปัญญารู้ว่าเราจะต้องน้อมเองไปในทางมีน้อยไว้ให้เป็นตัวอย่างเป็นหลักไม่ใช่เราทำอวดก็อวดโอแต่เราทำเป็นหลักฐานเราทำเป็นเครื่องนำพาเราทำเป็นตัวอย่างเป็นครู ของโลกแล้วมันแสดงความจริงของตัวเราเองด้วยว่าเรานี่จนได้จริงๆนี่เดี๋ยวนี้เราก็ยังมีหลักฐานยืนยันนะมันแน่พูดอย่างใดเราก็มีสิ่งที่ยืนยันหลักฐานตรงเป๊ะอย่างนี้มันแน่มันไม่พูดไปอย่างนึงแต่ตัวเองมีอะไรทานแย้งอยู่ที่ตัวอีกอย่างหนึ่งอย่างนี้มันก็ไม่มีประสิทธิภาพมันจะมันรักลั่นมันไม่ตรงจริงเป็นต้นอันในการซับซ้อนต้องจิตทั้งกายหรือบางครั้งวัตถุและจิตวิญญาณนี้เราจะต้องอ่านข้างนอกข้างในข้างนอกข้างในให้ชัดอย่างนี้เป็นถูกขั้นต้นเบื้องต้นทำกลางบั้นปลายเป็นอันดับเราไปทำในมหานอกก็พอเป็นได้สำหรับบางคนทำนายแล้วก็ค่อยมาจับนอกจีนนอกภายนอกสะอาดให้นอกบริสุทธิ์ก็พอเป็นไปได้ ว่ามันยากนอกจากยากแล้วล่ะก็มันไม่ได้มีง่ายๆบุคคลที่จะทำในมาหานอกนั้นเพราะว่ามีฐานข้างในอย่างแข็งขันแล้วก็ให้มาปรับข้างนอกพูดได้มีฐานแล้วก็มาปรับปรับไปซ้อนไปซ้อนมาเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเมื่อเราได้งอกแล้วก็ไปถึงใจใจก็มีกำลังกำลังก็จะส่งผลส่งฤทธิ์ออกมาเก็บละเอียดในสิ่งนอกอีกเมื่อถึงนอกได้อีกเข้าไปถึงในใจในใจเป็นฐานแข็งอีกกลับมาเก็บละเอียดในส่วนนอกอีกมันจึงจะงามสุขุมประณีตร้อยเป็นของละเอียดสุขุมขึ้นไปเป็นชั้นๆๆดังกล่าวนี้นี่เป็นสภาพที่อธิบายตามประสาสู่กันฟังพอได้เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่กลับไปกลับมากลับไปกลับมาอยู่ดังนี้ ขอให้พวกเราสังเกตสภาพจริงที่เรามีในชีวิตเราได้ปฏิบัติธรรมแล้วแล้วมันก็จะได้อ่านดังที่กล่าวมีขอให้สังเกตแล้วจะเห็นความจริงตามที่ว่านี้ทุกประการ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน