240704-503 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ026.txt
เนื้อหาในไฟล์
ที่เราจะเป็นผู้มั่นคงเป็นผู้ไม่หวั่นไหวแม้เราเองเราจะกระทบสัมผัสด้วยคำพูดด้วยเสียงด้วยความรู้ทันใดๆก็ตามสำหรับพระอรหันต์ที่ท่านไม่ค่อยมีปัญญามากท่านจิตของท่านก็ไม่ได้วันไว้ที่ข้างๆก็ไม่ได้แปรปรวนอะไรบอกแบบง่ายตายถ้าจะฟังแล้วท่านจะศึกษาและพินิจพิจารณาไปจนที่สุดแม้แต่ท่านจะมั่นคงในความเห็นว่าเอออันนี้มันก็ความดีอันนี้มันก็ความถูกต้องและท่านก็จะยืนหยัดในความดีความถูกต้องที่ท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์เป็นเรื่องเกี่ยวกับควรจะอนุเคราะห์ไปบ้างพอเป็นไปท่านก็จะทำแล้วท่านก็จะส่งไว้ท่านก็เป็นอยู่ดังที่พระกัสสปะทรงไว้ซึ่งธุดงค์เข้าวัด คอร์ดที่พระพุทธเจ้าเองยังไม่เป็นอย่างพระกัสสปะเลยดังนี้ซึ่งไม่ใช่เรื่องจะแปลกประหลาดอะไรในเรื่องของความเห็นในเรื่องของสัจจะอะไรต่างๆนานาซึ่งมีขั้นตอนอีกเยอะแยะเป็นสมมติสัจจะเป็นปรมัตถสัจจะที่เราก็จะต้องเข้าใจถึงฐานะอันสูงสุดด้วยเมื่อวิเคราะห์กันแล้วว่ากินเนื้อสัตว์หรือไม่กินเนื้อสัตว์นั้นมันดีหรือไม่ดีด้วยสามัญสำนึกผู้ที่มีปัญญาก็ย่อมรู้ว่ามันดีทีนี้พวกนั้นจะยืนยันเรื่องดีนี้เอาไว้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ประหลาดเลยไม่ใช่เรื่องที่ลำบากเลยไม่ใช่เรื่องที่ว่ามันไม่ควรจะทำแต่เป็นเรื่องที่ควรจะทำด้วยซ้ำเพราะถ้าผู้ใดที่มีญาณมันลึกซึ้งแล้วจะหมดปัญหาอย่าง อย่างยิ่งมีบุพเพวายสานุสันต์ยืนยันชัดแจ้งว่าในยุคการสมัยโน้นนั่นน่ะพระสาวกมหาสาวกพระอริยบุคคลพระพุทธชินมั่นคงหรือแม้พระไม่มั่นคงบางองค์ใหม่ๆก็เห็นด้วยเพราะว่างูใหญ่ในหมู่สงฆ์ของพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้ฉันเนื้อสัตว์งูใหญ่อันนี้หลักฐานอย่างนี้ก็ยังเหลือมาอยู่ในมหาสังฆิกะเรียกว่าสงฆ์ส่วนใหญ่ของพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้ฉันเนื้อสัตว์แต่เขาก็โมเมกันในส่วนน้อยแล้วก็พยายามจะดึงดันกันเท่านั้นเองเพราะเรื่องสมัยโน้นเขาก็พูดกันบ้างมาจากเดือนล
อ่านต่อ
ะทีส่วนใหญ่อย่างนี้อย่างดาบสอย่างนี้เป็นต้นหรือว่าอยากเสียหายที่มาทำเรื่องนี้เป็นต้นส่วนผู้ที่อยู่ ภายในฉันชีวกโกมารภัจจ์นิกกับแปลกใจด้วยซ้ำว่าเอ๊ะทำไมเมื่อฉันเนื้อสัตว์กันอย่างนี้อย่างในชีวิตกับสูตรมันแปลกใจด้วยซ้ำว่าเอ๊ะทำไมพระพุทธเจ้าไม่ฉันเนื้อสัตว์ได้ไงอย่างนี้เป็นต้นอยากได้สี 50 นั้นเขาเองเขาก็มีหลักฐานให้เสียหลักสูตรมันน่าคิดอยู่ตรงที่ว่าในเรื่องนั้นสีหะนี่เป็นลูกศิษย์ของศาสนาอื่นเป็นเดียรถีย์เสร็จแล้วมาฟังธรรมพระพุทธเจ้าเลื่อมใสพระพุทธเจ้าก็เลยขอเข้าถือพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ขอสมัครเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเข้าร่วมกันเถอะเพราะเขารีบครั้งแรกใหม่ๆก็ยินดีปรีดามากนิมนต์พระพุทธเจ้ามาฉันสัญญายังไม่ได้พูดถึงเรื่องเนื้อสัตว์เป็นเนื้อสัตว์หรอกแต่สีอื่นเขาก็เป็นคนธรรมดาเขา เดี๋ยวดูรายละเอียดพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์หรือไม่ฉันเนื้อสัตว์เพราะนักบวชฉันเนื้อสัตว์ก็มีไม่ฉันเนื้อสัตว์ก็มีในสมัยโน้นเยอะแยะเสร็จแล้วเขาก็ไปสั่งซื้อเนื้อสัตว์จากตลาดมาปรุงอาหารถวายพระพุทธเจ้าส่วนการถวายนั้นเราจะพวกเรานี้ไม่มีปัญหาเพราะว่าเราเองเราก็เคยได้รับการถวายอาหารเนื้อสัตว์บ่อยๆส่วนเราจะฉันหรือไม่ฉันนั้นมันเรื่องของเราและเราก็ไม่ได้ฉันกันพระพุทธเจ้าก็เหมือนกันเขาจะถวายอาฆาตท่านด้วยอาหารเนื้อสัตว์ท่านก็เคยได้รับเหมือนกันกับเราได้รับนี่แหละส่วนท่านจะฉันหรือไม่ฉันนั้นในพระไตรปิฎกก็ไม่ได้กล่าวต่อเอาไว้ว่าชั้นๆหรือไม่ฉันแต่เขาโมเมเลยว่าฉันแต่ในพระไตรปิฎกไม่มีคำความที่ 2 หรือบอกว่าท่านฉันอันนี้ก็ผ่านไปไม่มีปัญหามันมีทุกข้อน่าสังเกตอยู่ที่ว่าผู้ที่เป็นศิลปะ เป็นรีดเก่าที่สีหบดีอยู่เสื้อบ่ดีได้นับถือศาสนานั้นแล้วพอเที่ยงพอดีกลับเปลี่ยนมานับถือศาสนาพระพุทธเจ้าพระอาจารย์พวกนั้นพวกนักบวชของรีดที่สีหะอยู่ก่อนนั้นเสียเสียบ่ดีนี่เป็นธรรมะผู้ใหญ่เรียกว่าอุปัฏฐากใหญ่หรือว่าเป็นผู้ใหญ่ในเป็นผู้ใหญ่ในสมัยนั้นเป็นเสนาบดีมหาอำมาตย์ก็เสียไปอย่างนี้ก็เสียดายก็เลยไปฟ้องตะโกนตามไปตามถนนในสูตรนั้นเหล้าเลยว่าพวกเจรจาเนี่ยพวกนักบวชทางนี้ไปตะโกนไปตามถนนบอกชาวบ้านบอกว่าชาวบ้านเจ้าข้าเอ้ยพระสมณ รวมชั้นเนื้อสัตว์แล้วพจนานุกรมฉันด้วยสัตว์แล้วทั้งๆที่รู้อยู่ว่าไปลึกเลยว่าทั้งๆที่พิจารณาไปตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ว่าขอให้บุญบริสุทธิ์โดยส่วน 3 อะไรแล้วแต่ท่านก็ยังฉันเนื้อสัตว์อยู่ว่างั้นทั้งๆที่รู้หรือไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าพระพุทธเจ้าฉันนั้นไม่ฉันแต่รูปหยาบเพราะว่าจะได้กลับก็ไม่ได้เข้าไปแน่นอนไม่ได้เข้าไปคุกแน่นอนแต่ในรูปอย่างนั้นสีหบดีไปซื้อจากตลาดมาซื้อมาจริงมาปรุงอาหารถวายเงินจริงแต่ทีนี้อันนั้นก็ผ่านไม่ได้ก็ไม่มีปัญหาอะไรมีปัญหาน่าคิดอยู่มันซ้อนกันนิดนึงแต่ว่าถ้าสมมุติว่าคนชาวบ้านเขาก็รู้อยู่ว่าพระพุทธเจ้าท่านฉันเนื้อสัตว์เป็นปกติเหมือนอย่างเถรวาทเข้าใจอย่างทุกวันนี้ชาวเถาวัลย์เนี่ยส่วนใหญ่เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าเป็นฉันเนื้อสัตว์อยู่แล้ว พระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์เจ้าข้าเอ๊ยพระพุทธเจ้าแต่ฉันเนื้อสัตว์กูบอกไอ้นี่บ้าหรือไงมึงตะโกนทำไมพระพุทธเจ้าเป็นฉันเนื้อสัตว์อยู่เป็นธรรมดาไม่มีอะไรนี่เขาจะไปตื่นเต้นอะไรคิดดูนี้ข้อนี้ก็เพราะพระพุทธเจ้าท่านไม่ทันเนื้อสัตว์น่ะสิพวกนี้ยังจะไปฟ้องประชาชนว่านี่คะแนนตกแล้วนะพระพุทธเจ้าให้ฉันเนื้อสัตว์เนี่ยที่เสียหายบ่ดีเอามาถวายแล้วนี่คะแนนตกแล้วนะฟังดีๆนะเจ้าค่ะพระพุทธเจ้าฉันเลยสัตว์เขาให้แล้วชาวบ้านเอ้ยอย่าไปนับถือนะเขาไปฟ้องชาวบ้านเพื่อที่จะได้แต้มในเชิงที่ว่าถ้าพระพุทธเจ้าไปฉันเนื้อสัตว์เข้าแล้วเนี่ยจะต้องเกิดการ เสียคะแนนเลยเราจะต้องได้คะแนนจากชาวบ้านแน่เพราะว่าตอนนี้สีหะนี่เห็นมั้ยไปพบกับสีหบดีสีหบดีเอาเนื้อไปป้อนกินเข้าไปแล้วไงทั้งๆที่เขาไม่รู้แล้วเขาก็ไม่ปรารถนาจะรู้เพราะเขากลัวแกจะต้องทำเป็นว่าไม่รู้ถ้าไม่รู้ก็ว่าพระพุทธเจ้าไม่ทันก็แจ้งที่ไม่มีข้อที่จะเอามาอ้างที่จะเอาไปประกาศเยียวยาเพราะฉะนั้นก็ฉันก็ไม่สืบอะไรต่อไปแหละรู้แต่ว่าสีหบดีเอาเนื้อสัตว์มาถวายรีบประกาศใหญ่เลยฟ้องชาวบ้านเพราะชาวบ้านรู้อยู่ว่าพระพุทธเจ้าไม่ฉันเนื้อสัตว์จึงจะได้คะแนนแต่ถ้าพระพุทธเจ้าฉันเนื้อสัตว์อยู่อย่างที่เถรวาทเข้าใจคุณต้องคิดดูสามัญสำนึกมันจะไม่มีอะไรก็ดูกระเทือนอะไรมีใครไปตะโกนที่บอกโอ้พระพุทธเจ้าชัดๆชาวบ้านชาวช่องพวกชาวพวกนี้ก็บอกเออก็ไม่มีอะไรก็ แต่เพราะเขารู้อยู่ว่าพระพุทธเจ้าไม่ฉันเนื้อสัตว์ใช่ไหมพรุ่งนี้จึงไปประกาศเอาแต้มประกาศเอาอะไรต่ออะไรขึ้นมามีเป็นต้นมันได้เรื่องที่มันมีความลึกซึ้งในเรื่องที่มันมีความหนักแน่นมีความมั่นคงนั้นพระอริยเจ้าหรือพระอรหันต์จะเป็นผู้ที่ไม่หวั่นไหวจะเป็นผู้ที่ไม่วูบวาบเพราะฉะนั้นอะไรนิดอะไรหน่อยเราเองเราก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมายิ่งซวยเราเราเองไม่เป็นคนหนักแน่นเลยเอ๊ะเราก็ได้มาทดลองให้เห็นดีแล้วแล้วทำไมเหตุผลเล็กๆน้อยๆพระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ซ้อนลงไปอีกว่าไม่เชื่อเราแม้แต่เราเป็นครูของเธอคืออะไรมันไม่ใช่เรื่องตื่นน่ะเราไม่ได้เชื่อพระพุทธเจ้าโดยใดๆไปแต่เรามาพิสูจน์แล้วว่าได้ดีจนแม้อาตมาเองแม้แต่ ผมก็ยืนยันว่าใครจะพิสูจน์พระพุทธเจ้าท่านฉันเนื้อสัตว์ผมก็ไม่แปลกประหลาดอะไรผมก็จะไม่ฉันเนื้อสัตว์นี้ไปตลอดชีวิตเพราะว่าเราได้ดีเราไม่ใช้เนื้อสัตว์ที่เรารู้แล้วเราพิสูจน์แล้วมันเป็นประโยชน์แก่ตัวเราและผู้อื่นที่เห็นและปัญญาไม่ได้แกล้งนะไม่ได้แกล้งเลยเห็นจริงๆว่าเราไม่ทำให้ผู้อื่นได้รับความบริสุทธิ์ได้รับความเจริญได้รับความผิดความดีในหลายสัตว์หลายส่วนตามที่อ้างเหตุผลเยอะแยะเพราะฉะนั้นเราเองก็สบายแล้วเราไม่อยากจริงๆผมไม่ได้อยากกินเนื้อสัตว์เลยไม่อยากเพราะฉะนั้นเราไม่อยากกินเนื้อสัตว์แล้วเนี่ยแล้วเธอจะไปกินทำไมแล้วเราไม่กินเนื้อสัตว์แล้วเราก็ทำให้คนอื่นสบายเราเป็นคนเลี้ยงง่ายที่เราเข้าใจด้วยเหตุผลด้วยว่าเราเป็นคนเลี้ยงง่ายเพราะฉะนั้นเราจึงแน่ ว่าเราไม่กินเนื้อสัตว์นอกจากจะมีความจำเป็นบอกว่าเราจะไม่จำเป็นอย่างที่สุดในประเทศที่ได้เคยยกตัวอย่างมาอ้างมาเองมันดูมันดันอะไรมาแกล้งประชดประชันยังไงก็ว่าไปแล้วก็อาจจะกินเพราะจำเป็นนี่สิ่งอื่นมันสำคัญกว่าชีวิตสำคัญกว่าไม่มีอะไรจะกินจะต้องกินไปงั้นจะยกอ้างให้ฟังแล้วเมื่อเช้านี้ว่าพระพุทธเจ้าท่านยกตัวอย่างว่าเออถ้าจะกินก็ให้พิจารณามันจะกินเนื้อลูกนะแล้วท่านก็ไม่ได้อธิบายเล่นๆโดยจะบอกว่าเหมือนกับไปอยู่ในทะเลทรายผัวพ่อแม่ลูกไปกลางทะเลทรายเมื่อมันไม่มีอะไรจะกินสุดท้ายแล้วก็เลยฆ่าลูกแล้วเอาเนื้อลูกมากินโถแต่จะทันฆ่าแล้วมันก็ทำไม่ได้แล้วมนุษย์น่ะจะฆ่าลูกแล้วจะเอาเนื้อมากินอีกฟังดีๆเถอะมันจะไปไหวยังไงถ้าใครทำอย่างนั้นได้แล้วก็ต้องตัดไปแล้ว เพราะว่าคนที่เขาทำอย่างนั้นจริงๆเขากินเนื้อสัตว์ดังกล่าวต้องฆ่าลูกแล้วก็เนื้อลูกมันมากินแล้วก็เดินทางอยู่ในทะเลทรายถ้าคนพันนี้แล้วพระพุทธเจ้าก็บอกเออปล่อยเขาก่อนคนพันนี้ก็มันจะกินน่ะถึงขนาดนี้ก็ปล่อยมันก่อนนะเดี๋ยวยกตัวอย่างให้ฟังปานฉะนี้มันซับซ้อนอยู่นะเข้าใจด้วยปัญญาอันลึกซึ้งให้ดีการที่จะได้ยินอะไรทวงหรือว่าตู่มาหรือว่าการแยงมาพระพุทธเจ้าสอนเราไว้แม้แต่ในส่วนของประชาชนอะไรต่างๆนานาแล้วก็ฟังเขาตำหนิติเตียนแม้แต่เขาติดเกมเราตถาคตติดครูของเราหรือติดตัวเราอะไรก็ตามเราก็จะต้องรับฟังใจแล้วเอามาพิจารณาทบทวนเอามาทดสอบเอามาพิสูจน์กันให้ดี อย่าไปวูบวาบวูบวาบเสร็จแล้วเราเสียเราเสียแต้มอย่างน้อยจิตเราวูบวาบนั้นเราก็เป็นคนขาดทุนแล้วถ้าไม่วูบวาบแล้วก็ค่อยพิจารณาไปด้วยปัญญาอันยิ่งให้แนบเนียนให้ละเอียดลออแล้วเราจะค่อยๆเห็นจะได้เห็นเด่นชัดถึงสภาพที่ถูกต้องอย่างสูงสุดได้โดยการไม่พลาดพลั้งในการเชิงลบนี่มันเป็นเชิงลบเหมือนกันเชิงรบระหว่างอสูรกับเทวดาเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าผู้ใดไม่รู้เชิงแล้วว่าเป็นคนที่สับปรับไว้ง่ายผู้นั้นจะแพ้เชิงของอสูรเป็นแน่แท้